เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 6 Everything may become vulnerable

Chapter 6 Everything may become vulnerable

Chapter 6 Everything may become vulnerable


地动山摇

ภายใต้สายตาจ้องมองของทุกคน,เซียวฉางเฟิงที่พยายามอย่างหนักแต่กับไร้ผล,ท้ายที่สุดก็ยอมแพ้.

กระบี่เพลิงชาติที่คืนกลับตำแหน่งเดิม.

เซียวฉางเฟิงเอ่ยอย่างอหังการ,“ดูเหมือนว่าข้าในเวลานี้,ยังไม่อาจดึงกระบี่เพลิงชาติออกมาได้.”

“มีเพียงยอดฝีมือไร้เทียมทานเท่านั้น,ที่จะสามารถดึงกระบี่เพลิงชาติและคู่ควรกับกระบี่เพลิงชาติของอาวุโสเทพกระบี่หยางตง!”

ผู้ฝึกตนคนหนึ่งเผยยิ้มเอ่ยออกมา“ก่อนหน้านี้นายน้อยเซียวฉางเพลิงดึงออกมาได้เพียงแค่หนึ่งนิ้ว,เวลานี้ดึงออกมาได้สองชุ่น,อีกไม่กี่ปี,จะต้องดึงออกมาได้อย่างแน่นอน.”

“หากนายน้อยเซียวฉางเฟิงที่มีกายาเทวะต้าเฉียน,ไม่อาจดึงกระบี่นี้ออกมาได้แล้ว,ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหน ก็ไม่มีทางที่จะดึงกระบี่ออกมาได้.”

เหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็เอ่ยกล่าวยกยออีกฝ่ายไม่หยุด.

หลายคำพูดที่ที่เป็นการชื่นชมอย่างหน้ามืดตามัวทั้งที่อีกฝ่ายดึงกระบี่ไม่สำเร็จ.

เซียวฉางเฟิงเผยยิ้ม,กล่าวอย่างถ่อมตน,พร้อมกับยกมือผสานไปด้านหน้า,“รบกวนทุกท่านแล้ว.”

เมื่อลู่ฉางเฟิงก้าวออกไปแล้ว,ลู่อี้ผิงก็ก้าวเดินตรงไปยังกระบี่เพลิงชาติ,ก่อนที่จะวางมือไปที่ด้ามกระบี่.

เหล่าผู้ฝึกตนที่เหลือยังคงตระหนักรู้กระบวนท่าบนกำแพงกระบี่จ้องมองเซียวฉางเฟิงที่จากไป,ก่อนมีชายหนุ่มในชุดสีนำเงินก้าวเข้ามา,ก็ตกใจ.

“เจ้าหนุ่มนั่นต้องการทำอะไร? ไม่ใช่ว่า เขาต้องการเลียนแบบนายน้อยเซียวฉางเฟิงหรอกนะ,นี่คิดจะดึงกระบี่เพลิงชาติอย่างงั้นรึ?”เหล่าผู้ฝึกตนรอบ ๆ ต่างก็เผยยิ้มหัวเราะออกมาเบา ๆ.

เหล่าผู้ฝึกตนที่เลียแข้งเลียขาเซียวฉางเฟิงก่อนหน้านี้เผยยิ้ม“เจ้านี่มาจากตระกูลใหนกัน? คิดว่าตัวเองจะบังเอิญดึงกระบี่เพลิงชาติออกมาได้รึไง.”

“โง่หรือไม่รู้กัน,ข้ากลัวว่าเขาจะถูกปราณกระบี่เพลิงชาติซัดเขาลอยกระเด็นลอยออกไปหนึ่งแสนแปดหมื่นลี้แน่ ๆ!”

ผู้คนต่างก็พูดจาค่อนขอดหัวเราะอย่างสนุก.

เซียวฉางเฟิงที่ก้าวเดินออกมา,ได้ยินเสียงผู้คนพูดคุยดังอื้ออึง,จึงหันหน้ากลับไปมอ งเห็นมีใครบางคนต้องการเลียนแบบตนดึงกระบี่เพลิงชาติ,จึงได้แต่ส่ายหน้าเผยยิ้มออกมา.

ลู่เผิงเห็นลู่อี้ผิงต้องการดึงกระบี่เพลิงชาติ,ก็เผยท่าทางประหลาดใจออกมา.

ในเวลานั้น,ลู่อี้ผิงที่คว้าด้ามกระบี่เพลิงชาติและดึงออกมาทันที.

กระบี่เพลิงชาติที่ถูกดึงออกมา! แบบไม่ติดขัดเลยแม้แต่น้อย!

ขณะกระบี่เพลิงชาติถูกลู่อี้ผิงดึงออกมาจนหมด,เปลวเพลิงที่น่าพรั่นพรึงก็ถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที,แสงสีแดงชาติที่สาดกระจายกวาดม้วนปกคลุมไปทั่วนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนทันที.

ทั่วทั้งเทือกเขานิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนเวลานี้ริ้วแสงสีแดงที่ปกคลุมไปจนหมด.

ผืนปฐพีที่สั่นไปมาในทันที,ราวกับว่ากำลังจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่.

ปราณกระบี่ที่น่าอัศจรรย์แผ่ออกจากระบี่,ปกคลุมทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี.

ปราณกระบี่สีแดงชาติที่แผ่ออกไป,แรงกดดันที่มากล้นโดยมีลู่อี้ผิงเป็นจุดศูนย์กลางทำให้เหล่าผู้ฝึกตนรอบ ๆ ลอยกระเด็นออกไป,พื้นที่รอบ ๆ แทบกลายเป็นพื้นที่ราบเรียบว่างเปล่าในทันที.

ยกเว้นลู่เผิง,เซียวฉางเฟิงและคนอื่น ๆ ต่างก็ลอยกระเด็นด้วยปราณกระบี่เพลิงชาติ,หลายคนที่นอนกองไปบนพื้นซ้อนทับกันหมดสภาพพื้นที่รอบ ๆ เต็มไปด้วยความโกลาหล.

ขณะที่ลู่อี้ผิงดึงกระบี่เพลิงชาติออกมานั้น,ที่ห้องโถงทดสอบ,กงจู่ไท่เหยี่ยน,เจิ้งเยว่และคนอื่น ๆ ต่างสัมผัสได้ถึงแรงกดดันของปราณกระบี่ที่รุนแรง,แสงกระบี่สีแดงชาติที่ปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมดเอาไว้.

“เกิดอะไรขึ้น?”กงจู่ไท่เหยียนที่ตกใจ.

เพียงเวลาไม่นาน,เหล่าศิษย์ฝ่ายในนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนต่างก็ร้อนรนเร่งรีบ,เข้าไปรายงานอาวุโสด้วยความตื่นเต้น“เรียนอาวุโส,กระบี่เพลิงชาติของบรรพชนกระบี่หยางตงมีใครบางคนดึงออกมาได้แล้ว!”

อะไรนะ!

กระบี่เพลิงชาติ! มีคนดึงออกมาได้แล้ว!

กงจู่ไท่เหยี่ยนและเจิ้งเยว่และเหล่าอาวุโสมากมายในตำหนัก ต่างก็ตื่นตะลึง.

“เร็วเข้า,ไปยังหน้าผากระบี่!”เหล่าอาวุโสนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนที่ตื่นเต้นเร่งรีบไปยังผนังกระบี่ทันที.

เจิ้งเยว่เอ่ย,“ไม่รู้ว่าเป็นอัจฉริยะวิถีกระบี่ผู้ใด,คาดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถดึงกระบี่เพลิงชาติออกมาได้!”

กงจู่ไท่เหยี่ยนเอ่ย,“เช่นนั้นพวกเราก็รีบไปบ้าง,เผื่อว่าจะสามารถผูกไมตรีจิตกับตัวตนเช่นนั้นได้!”

ราชวงศ์จักรพรรดิอู๋จี้,และเหล่ายอดฝีมือตระกูลเจิ้งที่เร่งรีบไปยังผนังกระบี่เช่นกัน.

ในแดนบรรพชนนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน,เจ้านิกายซ่งหนิงที่เข้าไปในดินแดนบรรพชน,เพื่อรายงาน หยางเฉิง,เฉิงหงตลอดจนเหล่าบรรพชนชรา เกี่ยวกับเรื่องการท้าประลองของมารกระบี่ตะวันตก,ทันใดนั้นสัมผัสได้ถึงปราณกระบี่ที่หนักหน่วงรุนแรงกระจายไปทั่วท้องฟ้า

ในเวลานี้ผืนปฐพีที่สั่นไปมาอย่างรุนแรง.

ซงหนิงที่ใบหน้าเปลี่ยนสี,“เป็นไปได้ว่ามารกระบี่มาถึงแล้วอย่างงั้นรึ?!”

ในอดีต,มารกระบี่ตะวันตกพ่ายแพ้ต่อบรรพชนชราหยางตง,ได้หนีรอดไปได้,ไม่คิดเลยว่าหลายปีผ่านมา,มารกระบี่ตะวันตกกลับมาอีกครั้ง,ในตอนเช้าวันก่อน,เจ้านิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนได้รับจดหมายท้าประลอง เอ่ยระบุว่ามารกระบี่ตะวันตกจะมา.

เพราะว่าในพื้นที่แดนบรรพชนไม่อาจมองเห็นริ้วแสงปราณกระบี่สีแดงชาติได้,ทำให้ซ่งหนิงคิดว่ามารกระบี่มาถึงแล้วนั่นเอง.

หยางเฉิงสัมผัสได้ถึงปราณกระบี่ที่ฟุ้งกระจายทั่วสวรรค์และปฐพี,ดวงตาเบิกกว้าง,“ไม่! นี่ไม่ใช่ปราณกระบี่ของมารกระบี่!”

“ตามข้ามาออกไปดู.”

ในเวลานั้น,เฉินหง,ซ่งหนิงและคนอื่น ๆ ต่างก็ออกจากดินแดนบรรรพชน.

หลังจากออกมาจากดินแดนบรรพชน พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองแสงสีแดงชาติที่ปกคลุมทั่วท้องฟ้า.

“นี่มัน?!”

“แสงกระบี่เพลิงชาติ!”

“เป็นไปได้ว่า?!”

เฉินหง,ซ่งหนิงและคนอื่น ๆ ที่ตื่นตะลึงตาค้าง.

หยางเฉิงที่ตื่นตะลึงยิ่งกว่าใคร,เพราะว่าที่ตำหนักบรรพชนนั้นปรากฏริ้วแสงสีแดงพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วพุ่งตรงไปยังตำแหน่งของหน้าผากระบี่.

เฉิงหง,ซ่งหนิงและคนอื่น ๆ ย่อมจำได้,ว่าริ้วแสงกระบี่สีชาติ ที่พุ่งออกจากตำหนักบรรพชนนี้คืออะไร.

นี่คือฝักกระบี่เพลิงชาติที่อยู่ในตำหนักบรรพชน,ผ่านมานานหลายปีแทบไม่มีความเคลื่อนไหว,ตอนนี้กับออกจากตำหนักบรรพชนแล้ว!

แม้แต่หยางเฉิง,เวลานี้ยังยากจะปกปิดความตื่นเต้นดีใจเอาไว้ได้,“มีบางคนดึงกระบี่เพลิงชาติออกมาแล้ว!”กระบี่ของบิดาของข้า,ท้ายที่สุดก็มีคนดึงออกมาได้.

“อาจารย์,พวกเราขอไปดูว่าใครกันที่ดึงกระบี่เพลิงชาติออกมาได้!”เฉินหงที่ตื่นเต้นดีใจ.

หยางเฉิงพยักหน้ารับ,“ดี,นำเขากลับมายังดินแดนบรรพชนพบข้า,ข้าจะสอนวิถีกระบี่ให้เขาด้วยตั้วเอง.”

เฉินหง,ซ่งหนิงและคนอื่นๆ  ที่โค้งคารวะ,จากนั้นก็กลายเป็นริ้วแสงพุ่งไปยังพื้นที่หน้าผากระบี่.

เวลานี้ที่พื้นที่หน้าผากระบี่,กลุ่มก้อนเปลวเพลิงสีแดงชาติที่ออกมาจากตำหนักบรรพชน,มันกลายเป็นริ้วแสงบินมาหยุดอยู่ที่หน้าของลู่อี้ผิง.

ฝักกระบี่ที่เวลานี้ที่ลอยกับเข้ามาเสียบเข้ากับใบกระบี่.

ปราณกระบี่ที่ลอยฟุ้งไปทั่ว,เวลานี้ค่อย ๆ ถูกดึงกลับและสลายหายไปช้า ๆ

เซียวฉางเฟิงและเหล่าคนอื่น ๆ ที่ถูกปราณกระบี่เป่าลอยกระเด็นค่อย ๆ ลึกขึ้นยืน.

กล่าวได้ว่าพวกเขาเวลานี้อยู่ในสภาพยับเยิน,ทุกคนจ้องมองไปยังลู่อี้ผิง,ด้วยใบหน้าเหลือเชื่อออกมา.

พวกเขาสามารถมองเห็นได้,ชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงินไม่มีเจิ้นหยวนไม่มีพลังภายใน.

กระบี่เพลิงชาติ,คาดไม่ถึงว่า คนที่ไม่มีเจิ้นหยวนไม่มีพลังภายใน,จะสามารถดึงกระบี่ออกมาได้.

เซียวฉางเฟิงจ้องมองลู่อี้ผิง,ขมวดคิ้วไปมา,เขาไม่เข้าใจเลยว่าลู่อี้ผิงดึงกระบี่เพลิงชาติออกมาได้อย่างไร.

ทว่าเหล่ายอดฝีมือรอบ ๆ ที่จ้องมองกระบี่เพลิงชาติด้านหน้า,ดวงตาชงักค้าง,นี่คือกระบี่ของเทพกระบี่หยางตงอย่างแน่นอน,ไม่ใช่ของปลอมแต่อย่างใด.

ทว่า,ต่อหน้าสายตาสาธารณะชน,นอกจากนี้ยังอยู่ในพื้นที่นิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน,จึงไม่มีใครคิดที่จะพุ่งเข้าไปแย่งชิง.

กระนั้นในเวลาเดียวกัน,ในกลุ่มฝูงชนกับมีใครบางคนที่ยื่นมือพุ่งไปยังกระบี่เพลิงชาติที่ลู่อี้ผิงถืออยู่.

ท้ายที่สุดก็มีคนที่อดรนทนไม่ไหวลงมือแล้ว.

จบบทที่ Chapter 6 Everything may become vulnerable

คัดลอกลิงก์แล้ว