เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 4 Gives up affectation?

Chapter 4 Gives up affectation?

Chapter 4 Gives up affectation?


返璞归真?

“นายน้อยเจิ้งเยว่!”

“กงจู่ไท่เหยี่ยน!”

ลู่เสี่ยวยวีที่เผยท่าทางตกใจ.

ราชวงศ์จักรพรรดิอู๋จี้ กงจู่ไท่เหยี่ยน และตระกูลเจิ้ง เจิ้งเยวี,นับว่ามีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก,กล่าวได้ว่าพอจะเทียบได้กับเทพน้อยเซียวฉางเฟิงได้เลย.

ลู่เผิงและลู่เสี่ยวผิงที่ดูร้อนรน,เมื่อเห็นขบวนเสร็จเคลื่อนที่เข้ามาใกล้.

เหล่าผู้คุ้มกันราชวงศ์จักรพรรดิอู๋จี่และยอดฝีมือของตระกูลเจิ้ง ที่เข้ามาใกล้เรื่อย ๆ,ลู่เผิง,ลู่เสี่ยวยวีที่กลายเป็นเงียบ,ก้มหน้าก้มตา,เวลานี้แทบไม่กล้าหายใจ.

อย่าว่าแต่พวกเขาเลย,ต่อให้เป็นเจ้าสำนักอาชูร่า,เมื่อยู่ต่อหน้าราชวงศ์จักรพรรดิอู๋จี้,หรือตระกูลเจิ้ง,ก็ไม่กล้าเสียมารยาทเช่นกัน.

ขบวนเสด็จของกงจู่ไท่เหยี่ยนและนายน้อยตระกูลเจิ้ง,ที่ดูคึกคักเป็นอย่างมาก,ทว่าหลังจากเห็นวัวกระทิงลากราชรถทองคำ,กงจู่ไท่เหยี่ยนก็ตกใจขึ้นมาทันที.

รถลากด้านหน้าคาดไม่ถึงว่าจะสร้างขึ้นมาจากทองคำ? นอกจากนี้ยังวัวลากยักษ์เป็นสีทองอีกด้วย.

โลกนี้คาดไม่ถึงว่าจะมีวัวสีทอง.

เห็นเขาของกระทิงทองคำแล้ว,ดวงตาคู่งามของนางเต็มไปด้วยความสงสัย.

เจิ้งเยว่ที่เห็นกงจู่ไท่เหยี่ยนจ้องเขม็ง,ก็เผยยิ้มออกมา“กงจู่ชอบกระทิงทองคำอย่างงั้นรึ?หากชอบ,ข้าจะซื้อให้.”

กงจู่ไท่เหยี่ยนส่ายหน้าไปมา,เอ่ยด้วยรอยยิ้ม,“ที่จริงไม่ได้ชอบแต่อย่างใด,ทว่าคิดว่ากระทิงทองคำช่างแปลกนัก,เขาของมันนั้นดูคล้ายกับเขามังกรเลย.”

เจิ้งเยว่เผยยิ้ม,“ในโลกนี้มีอสูรที่แปลกประหลาดมากมาย,เขาของกระทิง,ความจริงเหมือนกับเขามังกร,ทว่าก็เพียงแค่ของเลียนแบบเท่านั้น.”จากนั้นเขาก็จ้องมองไปยังลู่อี้ปิงคราหนึ่ง,พร้อมกับเผยยิ้ม“ตระกูลปุถุชนไม่รู้ว่ามาจากตระกูลใหนกัน,คาดไม่ถึงว่าจะมีวัวทองคำที่ลากรถที่สร้างขึ้นมาจากทองคำ!”

กงจู่ไท่อี้เผยยิ้ม.

สำหรับตระกูลปุถุชนนั้นทองคำถือว่าเป็นสิ่งหายาก,แต่สำหรับตระกูลผู้ฝึกตนและนิกายที่ใช้ศิลาวิญญาณเป็นหลัก ทองคำก็เป็นแค่โลหะธรรมดาทั่วไปเท่านั้น.

ขบวนเสด็จที่ผ่านไปในท้ายที่สุด.

ลู่เผิงและคนอื่น ๆ ต่างก็เผยท่าทางผ่อนคลาย.

ลู่อี้ผิงที่เอ่ยถามออกมาในทันที“ในทวีปเทพยุทธ์เวลานี้ใครคือผู้ปกครองอย่างงั้นรึ?”

ลู่เผิงที่ตกใจ,ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นจริงจัง,เอ่ยด้วยแววตาเคารพ,“เป็นหว่านอู๋ตี้ต้าเหริน!”

หว่านอู๋ตี้? ลู่อี้ผิงที่ตกใจ,ตระกูลหว่านอย่างงั้นรึ? เขานึกย้อนกลับไป,เวลานั้นนอกจากหยางตงแล้วยังมีเด็กผู้หญิงที่มีสกุลหว่านด้วย.

“เจ้ารู้จักหว่านเป่ยเป่ยใหม?”ลู่อี้ผิงที่เอ่ยถามออกมาอย่างไม่สนใจนัก.

ลู่เผิงที่สงสัย,ก่อนที่จะครุ่นคิดว่าคำพูดของลู่อี้ผิงนั้นหมายถึงตัวตนที่ไร้คู่เปรียบหรือไม่?,จากนั้นใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนสี,ทว่าขณะจะเอ่ยออกไปนั้น,ที่ฝูงชนด้านข้าง,ปรากฏคนสองคนขึ้น.

ลู่เผิงที่เห็นคนที่ก้าวมาขวางรถลากพวกเขา,ก็ใบหน้ากลายเป็นซับซ้อน,แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง“ซุนลี่.”

ซุนลี่ก็คืออาวุโสนิกายหมื่นปิศาจ!

ฝ่ามือพิษเย็นที่เขาได้รับ,ก็เป็นฝีมือของซุนลี่นั่นเอง.

ซุนลี่เผยยิ้ม“ลู่เผิง,ไม่คาดคิดว่าเจ้าจะยังไม่ตาย! มีอายุยืนดีนิ.”จากนั้นเขาก็มองไปยังลู่เสี่ยวยวี,“บุตรสาวของเจ้า,โตขึ้นมาก,สวยซะด้วย.”จากนั้นเขาที่หยุดอยู่ด้านหน้าพวกลู่อี้ผิง,พร้อมกับอาวุโสอีกคน กระตุ้นปลดปล่อยกลิ่นอายที่ทรงพลังออกมา.

ในเวลานั้นรอบ ๆ ร่างกายของซุนลีที่มีแสงสีทองมากมายหมุนวนกระจายแผ่ออกมาหลายวง.

“โอสถทองคำขั้นที่สี่!”ยอดฝีมือใกล้ ๆ ที่อุทานออกมา.

เขตแดนยุทธ์นับตั้งแต่แรกเริ่มพิภพ,แบ่งแยกจากต่ำไปสู่ง ประกอบด้วย ดินแดนสร้างรากฐาน(จูจี),ดินแดนธรรมชาติ(เซียนเทียน.),ดินแดนเหนือธรรมชาติ(เสิ่นถง),โอสถทองคำ(จินตาน),เรือนม่วง(สือฝู)

ดินแดนโอสถทองคำขั้นที่สี่,สำหรับตระกูลเล็ก ๆ นับว่าเป็นยอดฝีมืออย่างแน่นอน.

ใบหน้าของลู่เผิงที่เปลี่ยนเป็นซับซ้อนตกใจ.

สามปีก่อน,ซุนลี่มีระดับโอสถทองคำขั้นสองเท่านั้น,ตอนนี้ตัดผ่านระดับมายังโอสถทองคำขั้นสี่อย่างคาดไม่ถึง.

สำหรับเขาที่เพิ่งถอนพิษไอเย็นออกไปหมดแล้ว,แต่เพราะได้รับพิษมานาน,เขตแดนบ่มเพาะจึงหยุดอยู่ที่โอสถทองคำขั้นที่หนึ่งเหมือนเช่นเมื่อสามปีที่แล้ว.

ลู่อี้ผิงที่ปลดปล่อยกลิ่นอายโอสถทองคำออกมา,เจิ้งเยว่และกงจู่ไท่เหยี่ยนที่ออกไปไกลแล้วรู้สึกแปลกประหลาดจึงได้หยุด,พร้อมกับหันกลับมามอง.

“คุณชาย,ท่านรีบหนีไปเร็วเข้า!”ในเวลานั้นลู่เผิงที่เอ่ยเตือนลู่อี้ผิงทันที.

“ไปรึ?”ซุนลี่เผยยิ้ม“เจ้าคิดว่าจะไปใหนได้?”ในเวลานั้นในมือของเขาปรากฏดาบใหญ่พร้อมกับตะวันฟัน ปล่อยปราณดาบไอเย็นสีดำพุ่งกรีดอากาศออกมา.

“ปราณไอเย็นลึกล้ำ!”

“นี่คือพลังวิเศษของนิกายหมื่นปิศาจ!”

ลู่เผิงที่ตกใจเป็นอย่างมาก,ในอดีต,เขารู้ดีถึงพลังฝ่ามือไอเย็น,ทว่าอีกฝ่ายยังมีกระบวนท่าที่แข็งแกร่งกว่าฝ่ามือไอเย็นอีกรึ?

นอกจากนี้อีกฝ่ายที่ตัดผ่านระดับไปยังดินแดนโอสถทองคำขั้นที่สี่ไปแล้ว,ไม่ต้องสงสัยว่าพลังของซุนลี่ย่อมเหนือกว่าสามปีที่แล้วเป็นแน่.

ก่อนที่ปราณดาบอีกฝ่ายจะพุ่งมาถึงราชรถ,ทันใดนั้นทุกคนก็ได้ยินเสียงคำรามที่ดังกึกก้อง.

เสียงของกระทิงคำรามที่ทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือน.

ผู้คนรอบ ๆ ถึงกับหูดับไปตาม ๆ กัน.

เสียงคำรามของกระทิง,ปล่อยคลื่นพลังสีทองที่กวาดม้วนพุ่งออกไปทันที.

ซุนหลี่ที่ยืนอยู่ถึงกับผวา,ปราณดาบของเขาที่สลายหายแทบจะในทันที,นอกจากนี้คลื่นพลังสีทองยังรวดเร็วเวลานี้ได้เคลื่อนเข้าหาเขาแล้ว.

พริบตานั้น,เขารู้สึกราวกับว่าพลังที่ยิ่งใหญ่น่าพรั่นพรึงได้กดทับสะกดเขาจนไม่อาจขยับได้.

ดาบใหญ่ในมือของเขากลายเป็นฝุ่นผงไปในทันที.

ส่วนเขา,กลายเป็นว่าวที่สายป่านขาด ลอยกระเด็นออกไปไกลกระแทกเข้ากับขบวนเสด็จราชวงศ์อู๋จีที่อยู่ไกลออกไป.

เสียงที่ดังสนั่นจนทุกคนหูดับ,แม้แต่ขบวนเสด็จยังกลายเป็นความวุ่นวาย.

ซุนลี่ที่กระเด็นไปหล่นอยู่ใต้เท้าของอสูรลากรถของเจิ้งเยว่และกงจู่ไท่เหยี่ยน,ชุดของเขาที่ระเบิดออกเป็นชิ้น ๆ,ร่างไร้ชีวิตนอนแน่นิ่ง,ไร้ซึ่งเสียงหายใจโดยสิ้นเชิง.

ลู่เผิง,เจิ้งเยว่,กงจู่ไท่เยี่ยนและเหล่าผู้คนรอบ ๆ,ที่มองไปยังศพซุนลี่ด้วยความตะลึงงัน.

พวกเขาทุกคนจ้องอมงไปยังกระทิงมังกรเขาทองด้วยความตกใจและหวาดผวา.

เสียงคำรามของกระทิง,มันทรงพลังเกินไปแล้ว.

คาดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถสังหารยอดฝีมือระดับโอสถทองคำได้ในทันที!

เห็นร่างของซุนลี่ที่ตกตายไปแล้ว,อาวุโสนิกายหมื่นปิศาจอีกคนผวาขาสั่นงันงก,ดวงตาตื่นตระหนกหวาดกลัวใบหน้าซีดเซียว.

เขาที่หันหลังกลับ,พร้อมกับวิ่งหนีไปในทันที.

อย่างไรก็ตาม,ขณะที่อาวุโสนิกายหมื่นปิศาจอีกคนหนีออกไป,ทันใดนั้นบนท้องฟ้ากับปรากฏแสงที่สว่างเจิดจ้าฟาดลงมา.

เขาที่ตกใจเงยหน้าขึ้นมอง,ก่อนที่จะเห็นคลื่นลำแสงสีทองที่ระเบิดดังก้องซัดเข้ากับร่างของเขาแล้ว.

ในเวลานั้น,สติของเขาก็ขาดหายไปในทันที.

ผู้คนรอบ ๆ ที่เห็นอาวุโสนิกายหมื่นปิศาจคนดังกล่าว ถูกแสงสีทองระเบิดกลายเป็นกองโลหิตที่เปื้อนไปบนพื้นแล้ว.

ทุกสรรพสิ่งสวรรค์และปฐพีกลายเป็นเงียบงัน.

ไม่มีใครเห็นชัดเจนเลยว่ากระทิงทองคำเขามังกรก่อนหน้านี้ลงมืออย่างไร.

“ไป.”ลู่อี้ปิงที่เอ่ยอย่างไม่แยแส,ไม่เหลือบแลซู่ลี่และกองเลือดเลย.

กระทิงมังกรเขาทองคำที่ก้าวเท้าลากราชรถทองคำเคลื่อนตัวไปด้านหน้า.

ผู้คนมากมายต่างก็จ้องมองราชรถทองคำค่อย ๆ จากไปด้วยความซับซ้อน.

กงจู่ไท่อี้ที่จ้องมองราชรถทองคำที่หายไปด้วยความสงสัยในใจพร้อมกับเอ่ยถามผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีระดับดินแดนเรือนม่วงออกไป,“เจ้าคิดว่าวัวนั่นเป็นสายพันธ์อะไร.”

ยอดฝีมือบัญชาอสูรประจำราชวงศ์,จ้องมองไปยังวัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่จากไปแล้ว,เอ่ยด้วยความประหลาดใจ“เมื่อครั้งที่วัวกระทิงนั่นลงมือ,สัมผัสได้ถึงพลังมังกรที่ผันผวน,เป็นไปได้ว่าร่างกายของมันมีสายโลหิตของเผ่ามังกร!”

วัวที่มีสายโลหิตเผ่ามังกรอย่างงั้นรึ?

เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยจริง ๆ.

จากนั้นก็เอ่ยออกมาว่า“ส่วนความแข็งแกร่งของมันนั้น,ข้าไม่อาจมองเห็นได้เลยจริง ๆ.”

กงจู่ไท่เหยี่ยนพยักหน้ารับ.

ยอดฝีมือเรือนม่วงตระกูลเจิ้งเอ่ยออกมาเสียงแหบ“บุรุษชุดม่วงที่มายังเมืองโหลวเสวี๋ย,ไม่ใช่ว่าต้องการเข้าร่วมทดสอบศิษย์นิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนหรอกรึ?”

ยอดฝีมือเรือนม่วงขั้นที่สี่ใบหน้าเผยความประหลาดใจ“ผู้เยาว์คนนั้น,ร่างกายไม่มีเจิ้นหยวนและพลังภายในเลย,นับเป็นเรื่องแปลกจริง ๆ,หรือพลังบ่มเพาะของเขาก้าวไปถึงขั้นกลับสู่รากฐานแล้วอย่างงั้นรึ?”

เจิ้งเยวีที่เผยยิ้มเอ่ยออกมาเล็กน้อย,“กลับสู่รากฐาน?ยอดฝีมือดินแดนมหาจักรพรรดิยังไม่อาจกลับสู่รากฐานได้เลย,นี่เจ้าคิดไม่คิดว่า ชายหนุ่มคนนั้นเป็นยอดฝีมือดินแดนเทพวิญญาณหรอกนะ?”

เหล่ายอดฝีมือตระกูลเจิ้งต่างก็เผยยิ้มแล้วเงียบไป.

กงจู่ไท่เหยียนจ้องมองลู่อี้ผิงจากไป,พร้อมกับครุ่นคิด.

จบบทที่ Chapter 4 Gives up affectation?

คัดลอกลิงก์แล้ว