เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 3 Dragon Horn Golden Bull

Chapter 3 Dragon Horn Golden Bull

Chapter 3 Dragon Horn Golden Bull


龙角金牛

ลู่เผิงได้ยินว่าลู่อี้ผิงจะเดินทางไปยังนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนด้วยกัน,ก็ดีใจเป็นอย่างมาก,ก่อนจะเร่งรีบเก็บของอย่างเร็วไว.

เช้าวันถัดมา,ทั้งสามก็ก้าวออกจากหมู่บ้าน.

“คุณชาย,การเดินทางไปยังนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน,ระยะทางค่อนข้างไกล,พวกเราควรที่จะซื้อรถม้าที่เมืองด้านหน้าหรือไม่?”ลู่เผิงที่เอ่ยถามความเห็นลู่อี้ผิง.

ตอนนี้พวกเขาอยู่ทางภาคใต้ของทวีปเทพยุทธ์,ทว่านิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนนั้นอยู่ทางภาคเหนือของทวีปเทพยุทธ์.

“ซื้อรถม้าอย่างงั้นรึ?”ลู่อี้ผิงส่ายหน้าไปมา,“ไม่จำเป็นข้ามี.”จากนั้นเขาที่โบกมือนำราชรถออกมาจากหม้อจักรวาล.

ลู่เผิงและลู่เสี่ยวยวีที่เห็นราชรถ,ดวงตาแทบถลนออกจากเบ้า.

ราชรถที่ปรากฎด้านหน้า,ตัวเรือนของมันสร้างขึ้นมาจากท้องคำ,ส่องแสงสีเหลืองอร่ามแสบตา.

นอกจากนี้ยังมีวัวกระทิงตัวหนึ่งที่มีร่างกายเป็นโลหะสีทองอีกด้วย.

แม้แต่ขนเองก็เป็นสีทอง,เขาด้านหน้าของมันเองก็เป็นสีทองด้วยเช่นกัน.

“คุณชาย,พวกเราจะใช้วัวลากรถอย่างงั้นรึ?”ลู่เผิงที่เอ่ยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดูซับซ้อน.

ลู่อี้ผิงที่คาดเดาความคิดของทั้งสองได้,จึงเอ่ยออกมาว่า“รถเทียมวัวนี้ความเร็วไม่เลวเลย.”อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้อธิบายแต่อย่างใด“ขึ้นรถได้แล้ว.”

วัวกระทิงตนนี้นะรึ? แน่นอนว่าไม่ใช่,เขาพบมันที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เผ่ามังกร,มันถูกเรียกว่ากระทิงมังกรเขาทองคำ,มันเป็นลูกหลานของเผ่ามังกรสายฟ้า,นอกจากนี้มันยังได้รับสายโลหิตทัณฑ์สายฟ้าจากบรรพชนมังกรสายฟ้าและมังกรทองคำเก้าเล็บอีกด้วย.

ท่ามกลางสวรรค์และปฐพี,การที่มีตัวตนกลายพันธ์ที่ได้สายโลหิตจากมังกรทองคำเก้าเล็บและมังกรสายฟ้านั้นไม่เคยมีมาก่อน.

หากสังเกตให้ดี,จะพบว่าเขากระทิงตัวนี้เหมือนกับเขามังกรเป็นอย่างมาก.

กล่าวถึงตัวราชรถทองคำ,มันสร้างขึ้นมาจากโลหะทองคำหายาก,ที่เรียกว่าทองเพลิงรุ่งโรจน์.

ในอดีตจ้าวอสูรได้สร้างมันขึ้นมาจากโลหิตทองคำเพลิงต้นกำเนิดเพื่อนำมาถวายให้กับเขา.

ลู่เผิงและลู่เสี่ยวยวีที่ก้าวขึ้นรถตามลู่อี้ผิง.

“เสี่ยวจิน,ไม่จำเป็นต้องเร็วนัก.”ลู่อี้ผิงเอ่ยกับกระทิงมังกรเขาทองคำ.

“ทราบแล้ว,จูเหริน.”กระทิงมังกรเขาทองคำ พยักหน้าตอบรับ.

สองพ่อลูกลู่เผิงต่างก็ตกใจ.

เท่าที่พวกเขารู้,มีเพียงสัตว์อสูรขอบเขตโอสถทองคำเท่านั้น,ที่จะสามารถพูดภาษามนุษย์ได้.

กระทิงทองคำนี้,เป็นสัตว์อสูรขอบเขตโอสถทองคำอย่างงั้นรึ?!

“คุณชายคือปรมาจารย์บัญชาอสูรอย่างงั้นรึ?”ลู่เผิงที่อดไม่ได้ต้องถามออกมา.

ลู่อี้ผิงเผยยิ้ม“ทักษะโอสถ,ทักษะควบคุมอสูร,เรียนรู้ไว้ก็ไม่เปล่าประโยชน์.”

ช่วงเวลาอันยาวนานในป่าศักดิ์สิทธิ์,ไม่ใช่แค่ศิลปะทั้งสี่(หมากล้อม,พู่กันจีน,กู่ฉิน,จิตรกรรม)ทักษะโอสถ,ควบคุมสัตว์,ค่ายกล,อาคม,ทุกศาสตร์ทุกแขนง เขาล้วนแต่ได้ศึกษาอย่างลึกซึ้งทั้งหมดแล้ว.

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาชื่นชอบที่สุด,คือการหลอมกลั่นเม็ดยาเซียนและค่ายกล.

ลู่เผิงและลู่อี้ผิงเอ่ยถึงทักษะโอสถและทักษะควบคุมสัตว์ที่ได้เรียนรู้มา,ได้แต่พยักหน้ารับอย่างเงียบ ๆ.

กระทิงมังกรเขาทองคำแม้นว่าจะวิ่งช้า ๆ,ทว่าเพียงไม่กี่วันกับเดินทาง ใกล้ถึงนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนแล้ว.

ตลอดการเดินทาง,พวกเขาเห็นเพียงผู้คนที่เดินอยู่บนเนินเขาร้างเป็นครั้งคราว,ผ่านเมืองหลายแห่ง,ทว่ากับไม่มีเรื่องราวไม่คาดฝันอันใดเกิดขึ้นเลย.

“คุณชาย,ด้านหน้าเป็นเมืองโหลวเสวี๋ย”ลู่เผิงที่ชี้ไปยังเมืองด้านหน้า.

พวกเขาที่มองเห็นพื้นที่ราบขนาดใหญ่,และมีเมืองขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน,บนท้องฟ้าของเมืองมีหิมะกำลังตกลงมาไม่ขาดสาย.

เมืองโหลวเสวี๋ย,เป็นหนึ่งเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในทวีปเทพยุทธ์.

กล่าวได้ว่าบนท้องฟ้าของเมืองโหลวเสวี๋ยนั้นมีหิมะตกลงมาทั้งปี.

“งดงามนัก!”ลู่เสียวยวีที่จ้องมองแต่ไกล,พลางถอนหายใจ.

จ้องมองเมืองโหลวเสวี๋ย,ลู่อี้ผิงที่ราวกับนึกอะไรในอดีตได้,วันเวลาที่ผ่านมานับครั้งไม่ถ้วนไม่คิดว่าเมืองโหลวเสวี๋ยจะยังคงอยู่.

ในเวลานั้นอากาศที่ดูเหมือนว่าจะเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ.

“พวกเราเข้าเมืองกันเถอะ.”ลู่อี้ผิงเอ่ย”พักสักคืน,พรุ่งนี้ค่อยไปยังนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน.

นิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนอยู่ไม่ไกลแล้ว,เพียงแค่ครึ่งวันก็ไปถึง,จึงไม่มีเหตุต้องเร่งรีบ.

“ขอรับ,คุณชาย.”ลู่เผิงที่กล่าวตอบรับ.

แม้นว่าจะเดินทางร่วมกันไม่นาน,ลู่เผิงรู้สึกว่าลู่อี้ผิงนั้นเป็นเพียงแค่ปุถุชนทั่วไปเท่านั้น,ทว่าเขากับต้องพึ่งอีกฝ่ายแทบทุกอย่าง.

ดังนั้น,พวกเขาที่จึงตรงไปยังประตูเมืองโหลวเสวี๋ย.

เมืองโหลวเสวี๋ย,ค่อนข้างเป็นระเบียบเรียบร้อย,บนทางเดินมีคนน้อยมากที่ออกมาเดินท่ามกลางอากาศหนาวเช่นนี้.

ลู่เสวี่ยววีที่เงยหน้าขึ้น,มองหิมะที่ลวงหล่น,ทว่าหลังจากที่มันร่วงลงสู่พื้น,ก็หายไป,ไม่ทิ้งคาบไว้บนพื้นแม้แต่น้อย.

เห็นท่าทางของบุตรสาวแสดงท่าทางประหลาดใจ,ลู่เผิงได้เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม“ได้ยินข่าวลือว่าในยุคบรรพกาลนั้น,มีใครบางคนได้สร้างค่ายกลสร้างหิมะไว้บนอากาศและสร้างค่ายกลเก็บหิมะเอาไว้ด้านล่าง.”

“ดังนั้น,เมืองโหลวเสวี๋ยจึงมีหิมะตกตลอดทั้งปี”

“นอกจากนี้เมื่อตกลงมาบนเมืองโหลวเสวี๋ยแล้วก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยด้วย.”

ลู่เสียวยวีที่เงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความประหลาดใจ“ใครกันที่สร้างสร้างค่ายกลบนอากาศได้? ค่ายกลที่ยอดเยี่ยมผ่านมานานหลายปียังสามารถทำงานได้อีกรึ?”

ลู่เผิงพยักหน้ารับ“ค่ายกลนี้ระดับสูงส่งเกินจะกล่าว,เกินจินตนาการผู้คนไปมาก,แม้แต่ใต้เท้าเฉินชิงหยางยังเดินทางมาศึกษาค่ายกลนี้ด้วยตัวเอง,ทว่าหลังจากศึกษาค่ายกลไปหลายสิบปีกับไม่มีอะไรคืบหน้าเลย.”

เฉินชิงหยาง,ในทวีปเทพยุทธ์ คือปรมาจารย์ค่ายกลที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคปัจจุบัน.

“แม้แต่ใต้เท้าเฉินชิงหยางยังไม่อาจเข้าใจ!”ลู่เสี่ยวยวีที่ตกใจเอ่ยออกมาว่า“ไม่รู้ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่คนใดที่ได้สร้างเอาไว้?”

“ไม่รู้.”ลู่เผิงที่ส่ายหน้าไปมา,“ไม่มีใครรู้เรื่องนี้.”

ลู่อี้ผิงที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซับซ้อน,เขารู้ดีว่าใครเป็นผู้สร้างค่ายกลเตรียมหิมะและเก็บหิมะเหล่านี้.

ทั้งสามที่บังคับราชรถ,วิ่งไปบนถนนช้า ๆ.

ราชรถทองคำ,วัวทองคำ กลายเป็นที่จับตาของผู้คนทันที.

“ได้ยินมาว่านิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนกำลังจะรับศิษย์,แม้แต่เซียวฉางเฟิงนายน้อยตระกูลเซียวยังเข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้ด้วย!”

“ไม่ได้มีแค่เซียวฉางเฟิง,ข้าได้ยินมาว่านายน้อยเจิ้งเยว่ตระกูลเจิ้งเองก็ต้องการเข้าร่วมนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนด้วย!”

“แม้แต่กงจูไท่เหยี่ยนราชวงศ์ของพวกเราก็ยังมา!”

ที่ด้านหน้าประตูมีผู้คนมากมายที่พูดคุยกัน.

นิกายเหล่ยฉิวเจียนกำลังรับศิษย์,ดังนั้นในเมืองโหลวเสวี๋ยจึงคึกคัก,มีผู้คนมากมายเดินทางมาเพื่อเข้าร่วมคัดเลือกในครั้งนี้.

“เซียวฉางเฟิง!”

“กงจูไท่เหยี่ยน!”

ลู่เฟิงได้ยินเข้าก็เผยท่าทางประหลาดใจออกมาเหมือนกัน.

“ตระกูลเซียว,เซียวฉางเฟิงเจ้าของฉายาเทพยุทธ์น้อยนะรึ?”!”ลู่เสียวยวีดวงตาคู่งามที่ส่ายไปมา.

“ควรจะเป็นเช่นนั้น.”ลู่เผิงพยักหน้ารับ,จ้องมองด้วยความตื่นเต้น“แม้แต่เซียวฉางเฟิงก็ยังมาทดสอบเข้าร่วมนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน.”

“อะไรคือฉายาเทพยุทธ์น้อย?”

ลู่เผิงที่ตกใจเอ่ยออกมาว่า“คุณชายไม่รู้จักเซียวฉางเฟิงอย่างงั้นรึ?”จากนั้นเขาก็อธิบาย“เซียวฉางเฟิง,นายน้อยที่มีกายาต้าเฉียนเสิ่น(มหาเทวะ)ตั้งแต่เกิด,ตอนนี้อายุยังไม่ถึง 17 ปี,ได้ยินมาว่าอยู่ในดินแดนเหนือธรรมชาติ(เซียนเทียน)ขั้นที่สิบแล้ว!”

“นอกจากนี้เขายังมีความสามารถในการตระหนักรู้ที่น่าอัศจรรย์,ไม่ว่าเป็นพลังวิเศษอะไร,สามารถเรียนรู้เข้าใจได้เพียงแค่ปลายตามองราวกับเป็นเทพ,ดังนั้นฉายาเทพยุทธ์วัยหนุ่มก็คงไม่พ้นต้องเป็นของเขา,ผู้คนจึงเรียกเขาว่า เทพยุทธ์น้อย!”

กายาต้าเฉียนเสิ่นอย่างงั้นรึ? ลู่อี้ผิงที่ได้แต่ลอบส่ายหน้า,กายาต้าเฉียนเสิ่นยังกล้าเรียกว่าเป็นเทพวัยเยาว์อีก.

กายาต้าเฉียนเสิ่นนั้น,เป็นกายาที่ธรรมดาที่สุดในบรรดากายาเทวะ(เสิ่นถี)เมื่อครั้งบรรพกาลนั้น,กายาเทวะมีอยู่มากมาย,แม้แต่กายาแฝดเทวะที่หายาก ยังมีอยู่นับไม่ถ้วนด้วยซ้ำ.

เหนือกายาเทวะ,มีกายานักบุญ,เหนือกายานักบุญก็ยังมีกายาเต๋าอีก!

“นั่นนายน้อยเจิ้งเย่.”เวลานั้นขณะลู่เผิงเอ่ยอธิบายก็ได้ยินเสียงผู้คนดังอื้ออึงมาแต่ไกล,“นายน้อยเจิ้งเยว่และกงจู่ไท่เหยี่ยน!”

ลู่เผิงและลู่เสียวยวีตกใจ,ก่อนที่จะจ้องมองออกไป,เห็นขบวนเสด็จกำลังมุ่งหน้าเข้ามา.

ภายใต้ขบวนเสด็จนั้นมียอดฝีมือมากมาย,บุรุษและสตรีที่อยู่ในขบวนดูโดดเด่นเป็นพิเศษ,บุรุษสวมชุดคลุมสีขาวมีสัตว์ขี่เป็นพยัคฆ์ขาว,ส่วนสตรีสวมชุดฟินิกซ์ม่วง,นั่งอยู่บนอาชามังกร.

จบบทที่ Chapter 3 Dragon Horn Golden Bull

คัดลอกลิงก์แล้ว