เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 13 (Stardew Valley) ลูกของผู้วิเศษ

EP 13 (Stardew Valley) ลูกของผู้วิเศษ

EP 13 (Stardew Valley) ลูกของผู้วิเศษ


EP 13 (Stardew Valley) ลูกของผู้วิเศษ

ผู้แปล วังวน

“นี่... ภารกิจนี้มันยากเกินไปหรือเปล่า มันจะเป็นไปได้ยังไงที่จะตามหาให้เจอได้”

เมื่อเห็นท่าทีที่ดูกังวลของหน่านเซียวเอง ในฐานะผู้วิเศษเขาเองก็จะต้องหาตัวช่วยให้กับหน่านเซียวสักหน่อย เขาล่วงมือของไปหยิบบางอย่างออกมา “หญ้าอ่อน ตัวอ่อนตะไคร่น้ำ เห็ดพิษราดคาราเมล...” เขาหยิบสมุนไพรที่ฟังดูชื่อแปลกๆ มากองหนึ่ง โยนลงไปในหม้อควันสีเขียว แล้วเริ่มคนและปรุงอาหาร หลังจากบ่นอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หยิบยาออกมาและวางลงในวงกลมเวทมนตร์บนพื้นสำหรับทำพิธี

หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงฟ้าผ่าและฟ้าร้องผ่านไป มียาเพิ่มหนึ่งขวดอยู่บนพื้น ลักษณะที่ปรากฏคือมันดูสวยงามมาก ดูมีโปร่งใส และเป็นสีฟ้าเล็กน้อย ใสราวกับท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งในต้นฤดูร้อน ผู้วิเศษหยิบยาขึ้นมาและพูดกับหนานเซียว: “นี่คือสิ่งที่คุณต้องการ ยาวนี้คือ 'ยาเพิ่มความสามรถทางภาษา' การดื่มมันจะมีผลกับทักษะการแปลภาษา จากนี้ไปไม่ว่าจะเป็นภาษาใดๆก็ตามคุณเองจะสามารถอ่านมันออกราวกับว่าคุณเป็นภาษาที่คุณชำนาญ”

มีไอเทมที่สุดยอดแบบนี้อยู่ด้วยหรอเนี่ย?

หน่านเซียวเองก็คิดย้อนไปก่อนหน้านี้และทำให้หนานเซียวเองโมโหตัวเองขึ้นมาแทบจะในทันที ถ้าฉันรู้ว่ามันมียาที่มีฤทธิ์สุดยอดขนาดนี้ ฉันก็คงไม่เสียเวลาที่จะต้องฝึกเรียนภาษาอญู่ในหลุมหลบภัยแคบเป็นเวลา 3 ปีหรอก

แต่เมื่อคิดให้รอบคอบ ถ้าไม่ได้ฝึกษาในวอล์ตหมายเลขา 101 อย่างหนักเป็นเวลา 3 ปี เกรงว่าฉันเองก็อาจจะฟังภาษาผู้คนในสตาร์ดิวส์วอลเล่ห์ไม่ออกซึ่งภาษาอังกฤษนั้นเป็นภาษาสากล และมันก็ใช้อยู่ในทุกแพลต์ฟอร์ม? ซึ่งถ้าไม่ได้ทักษะเหล่านนี้มา ฉันเองก็คงจะอ่านจดหมายที่ปู่ทิ้งไว้ไม่ออกและเกมคงจบที่โรงงานในเมืองหลวงไปแล้ว

เมื่อคิดได้เช่นนั้นหนานเซียวเองก็ดูสบายขึ้นมานิดหน่อย

เนื่องจากภารกิจนี้มีไอเทมประเภทยาที่สามารถทำให้เขาเข้าใจทุกภาษาได้ ทำให้ภารกิจนี้ดูน่าดึงดูดขึ้นมาหน่อย

เอาล่ะก่อนอื่นสิ่งที่จะต้องทำคือหาวิธีก่อนว่าจะสามารถแยกแยะข้อมูลได้อย่างไร ก่อนอื่นฉันจะต้องเขาไปหาฝูงชนก่อนชาวบ้านที่นี้ชอบจับกลุ่มคุยกันนินทาเรื่องต่างๆนา สิ่งที่ฉันต้องทำคือพยายามเปิดหูฟังทุกสิ่งที่พวกเขาพูดกัน ภารกิจนี้ไม่มีการจำกัดเวลา ดังนั้นฉันเองก็มีเวลามากพอที่จะสืบหาว่าใครคือสายเลือดที่แท้จริง

ไม่กี่วันต่อมา หน่านเสี่ยวก็มีความคิดบางอย่างขึ้นมา

จากข้อมูลที่หลากหลาย อาจมีเด็ก/ลูกสาวนอกกฎหมายอยู่ไม่กี่คน: แซม ลูกชายของโจดี้แม่บ้าน เซบาสเตียน ลูกชายของช่างไม้โรบิน และอาบิเกล ลูกสาวของแคโรไลน์ ภรรยาของพ่อค้าของชำ , ศิลปินอย่าง ลีอาห์ (ไม่ทราบพ่อแม่) และเพนนี ลูกสาวของแพมผู้ติดสุรา ซึ่งอาศัยอยู่ตามลำพังใกล้ป่าไซเดอร์

ส่วนคนอื่น ๆ นั้นถูกตัดออกไป เพียงแค่ดูอายุของพวกเธอก็รู้แล้วว่าน่าจะไม่ใช่ลูกของผู้วิเศษ ตัวอย่างเช่น มารุ ลูกสาวคนสุดท้องของช่างไม้โรบิน  อันที่จริงดิมีเทียส์(ชายผิวดำ)เป็นสามีของเธอในตอนนี้ และน่าจะเป็นพ่อของมารุด้วย

ขั้นตอนต่อไป หน่านเสี่ยวต้องตรวจสอบผู้ต้องสงสัยคนสำคัญเหล่านี้ทีละคน

แซมเป็นคนแรกที่ถูกคัดออก เพราะจู่ๆ เคนท์ สามีแท้ๆ ของโจดี้ ก็กลับมา เมื่อเห็นเคนท์แวบแรก หน่านเสี่ยวก็รู้ว่านี่คงเป็นพ่อของแซมอย่างแน่นอน พวกเขาทั้งหมดมีผมสีบลอนด์หัวแหลใเหมือนซุปเปอร์ไซย่าซึ่งเอกลักษณ์ของพวกเขาเหมือนกันมาก

เซบาสเตียนเขาเป็นลูกติดของโรบิน เพราะเธอไม่เคยพูดถึงสามีของเธอ บางทีอดีตสามีของเธออาจเป็นผู้วิเศษ ยิ่งกว่านั้น ชายหนุ่มคนนี้มีผมสีม่วงคล้ายกับผู้วิเศษราสโมดิสมาก อีกทั้งเขาเองก็ดูชอบเรื่องไสยศาสตร์และเวทมนตร์อีกด้วย

ผู้สมัครที่เป็นไปได้อีกรายคือ อาบิเกล เธอเองก็มีผมสีม่วง และดูเหมือนจะชอบเรืองลี้ลับ ของชอบสุดโปรดของเธอคือหินอเมทิสต์ นั้นร่วมถึงเธอเองชอบทานควอตซ์ด้วย แร่ที่มีความแข็งเทียบเท่าเหล็ก! ไม่รู้ว่าเธอเอาฟันที่แข็งแรงขนาดนั้นมาจากไหนกัน

ลีอาห์...เธอเองชอบศิลปะมาก ซึ่งก็เหมือนกับผู้วิเศษ และก็ยังไม่รู้ว่าพ่อแม่ของเธอคือใครอีกด้วย และเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างยิ่งที่จะพูดถึงเรื่องนี้ และเธอไม่ค่อยไปบาร์เพื่อพูดคุยกับผู้คน มันเลยทำให้ยากที่จะทำความรู้จักกับเธอและรู้เรื่องราวของเธอไปมากกว่านี้

เพนนีเป็นลูกสาวของแพม คุณป้าที่ติดเหล้าซึ่งกำลังตกงานอยู่นั้นเธอเองเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังมานานแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเพนนีเกิดกับใคร แพมเองก็ชอบไปเรื่อยเปื่อยตอนที่เธอเมา แต่ถ้าใครพูดถึงพ่อของเพนนี เธอเองจะกลับมามีสติและหันหน้าหนีไปในทันที

หลังจากลองตรวจประวัติข้อมูลเชิงลึกดู ลีอาห์และเพนนีก็ถูกตัดออกไปเช่นกัน

กัสเจ้าของโรงเตี๊ยมทำให้หนานเซียวมีข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น เกี่ยวกับลีอาห์เธอนั้นเป็นคนนอกชุมชน เธอเคยอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่พร้อมกับอดีตแฟนหนุ่มของเธอ หลังจากเลิกรากับแฟนหนุ่ม เธอก็มาอยู่ที่สตาร์ดิวส์วอลเล่ห์ เพื่อทำงานศิลปะเพียงลำพัง ดังนั้นจึงเธอน่าจะไม่ใช่ลูกของผู้วิเศษอย่างแน่นอน

พ่อของเพนนีเองก็ยังไม่มีใครรู้ว่าเขาไปอยู่ไหน แต่เธอดูเหมือนจะไม่สนใจเรื่องเกี่ยวกับเวทย์มนต์เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งเธอก็ยังไม่มีสีผมสีน้ำเงินอีกด้วย อีกทั้งประวัติของแพมเธอเคยเป็นคนขับรถมาก่อนและเธอก็ตั้งท้องเพนนีมาจากที่อื่นแค่มาคลอดที่นี้เท่านั้นซึ่งจากการเชื่อมโยงนี้เขาน่าจะไม่ใช่ลูกหลานของผู้วิเศษ

เหลือแค่สองคน นั่นเซบาสเตียนหรืออบิเกล? สองคนนี้น่าสงสัย

เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนนี้ไปไหนมาไหนด้วยกัน ว่ากันความสัมพันธ์ทางสายเลือดนั้นสามารถสื่อผ่านกันโดยใช้เพียงจิตใจสื่อหากันได้เลย

ผู้วิเศษเองเขามีพลังเหนือธรรมชาติ ซึ่งมันก็ไม่น่าแปลกการที่เขาจะมีทั้งลูกชายและลูกสาวก็อาจเป็นไปได้

ยังไงก็มาเริ่มกันที่แม่ของทั้งทั้งสอง โรบินป้าช่างไม้และแคโรไลน์ป้าขายของชำ พวกเขาต้องรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นพ่อของลูก

หน่านเสี่ยวตัดสินใจคุยกับโรบินป้าช่างไม้ก่อน

ทันทีที่เขาเปิดประตูและเดินเข้าไปในร้านของป้าช่างไม้ เขาเห็นโรบินยืนอยู่บนเคาน์เตอร์ เธอหันหลังกลับไปที่ประตู โดยไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่

ในร้านช่างไม้ช่างเงียบสงัด และมีเธออยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น

เซบาสเตียนสามีของเธอเป็นนักชีววิทยาและทำงานภาคสนามตลอดทั้งวัน ลูกสาวมารุเองน่าจะไปที่คลินิกอยู่ในตอนนี้ซึ่งเธอทำงานเป็นนางพยาบาล สำหรับลูกชายของเธอ เซบาสเตียน แม้ว่าเขาจะอยู่ที่บ้านแต่เขาเป็นคนชอบเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร

ติ้งตง กริ่งประตูดังขึ้น

เมื่อได้ยินเสียงกริ่งประตู จู่ๆ โรบินก็รู้สึกประหม่า เธอจับไหล่ แขนสั่นเล็กน้อย ราวกับแกะขาวตัวเล็ก ๆ ที่กำลังจะถูกเฉือด

“ลูอิส วันนี้ฉันยังไม่พรอม...” น้ำเสียงของเธอดูน่าสงสารและอ้อนวอน

ในขณะนั้น เธอหันกลับมาและทันใดนั้นก็เห็นหน่านเซียว ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ: “อ่าวคุณเองหรอ?”

ทำไมเธอถึงได้ดูหวาดกลัวเช่นนั้นกัน!

หน่านเซียวถึงกับอึ้งไปสักพักก่อนที่จะงุนงงกับสิ่งที่เขาได้ยิน ก่อนที่จะหันหน้าไปข้างๆเพื่อครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

ทำไมเธอถึงเรียกชื่อนายกเทศมนตรีล่ะ? นี่แสดงให้เห็นว่าคนที่เธอคาดว่าจะมาน่าจะเป็นนายกเทศมนตรีลูอิสที่มาหาเธอ แต่กลับกลายเป็นว่ามีบางอย่างผิดพลาดไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ เธอเองก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เกิดอะไรขึ้น? เธอทักคนผิดอย่างงั้นหรอ

ดูสิงที่เธอทำสิ เธอทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น?

หน่านเซียวจำได้ทันทีว่าเมื่อเขามาถึง สตาร์ดิววอล์เล่ห์ เป็นครั้งแรก โรบินเป็นคนไปรับเขาจากสถานีและพูดว่า "... นายกเทศมนตรีลูอิสขอให้ฉันมารับคุณและพาคุณไปที่บ้านใหม่ของคุณ เขาอยู่รอที่นั่นเพื่อทำความสะอาดแล้ว..." เป็นต้น

แล้วปัญหาก็มาถึง!

1. ทำไมคุณถึงส่งโรบินถึงมารับฉันที่สถานี

2. นายกเทศมนตรีทำไมเขาถึงต้องการทำความสะอาดบ้านให้ฉัน?

ก่อนจะมาที่สตาร์ดิวส์วอลเล่ห์ ฟาร์มแห่งนี้ถูกทิ้งร้าง กระท่อมที่ปู่ของฉันก็ตั้งอยู่โดดเดียว หรือว่าที่นั้นมีหลักฐานสำคัญอะไรบางอย่าง? การที่ลูอิสขอให้โรบินมารับอาจจะเพื่อประวิงเวลาก็เป็นได้ เขาอาจอยู่ในบ้านไม้เพื่อทำความสะอาดจริง ๆ เพื่อทำลายหลักฐานบางอย่าง!

ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น - นายกเทศมนตรีและโรบินต้องมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างกันแน่!

เมื่อคิดอย่างรอบคอบแล้ว ทั้งสองคนก็พูดติดตลกว่าในวันนั้นเกี่ยวกับบ้านของฉัน น้ำเสียงเจ้าชู้นั่น เหมือนกับว่าเขาพยายามปิดปังอะไรอยู่ มีสิ่งเดียวที่จะตอบข้อสงสัยนี้ได้คือการหาหลักฐาน

หน่านเสี่ยวตัดสินใจเดินตรงเข้าไป “เซบาสเตียนเป็นลูกชายของนายกเทศมนตรีหรือเปล่า” เขาตั้งใจปรับน้ำเสียงโดยคิดว่าเขาถูกโคนันเข้าสิง การแสดงออกของเขาสงบและดวงตาของเขาเย็นชา และโรบินไม่สามารถปฏิเสธได้เลย

โรบินตื่นตระหนกทันที “ป่าวสักหน่อย ไม่ใช่” เธอปฏิเสธเสียงแข็งก่อนกลอกตาไปมา “มันไม่เกี่ยวอะไรกับนายกเทศมนตรี”

“จริงเหรอ อย่างงั้นเขาก็น่าจะเป็นลูกชายของ ผู้วิเศษมาร์ซูรี ราสโมดิสใช่หรือไม่”

"..."

เมื่อเห็นใบหน้าที่พันกันของโรบิน หน่านเซียวก็เริ่มมั่นใจว่าสิ่งที่เขาคาดเดานั้นน่าจะถูกต้อง มันทำให้เขาจะต้องรีบปิดเกม: "อย่ากังวลไป ผมตะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร แค่ผู้วิเศษอยากรู้ว่าเขามีลูกชายหรือไม่อยู่ในเมืองเพลิแกนแห่งนี้"

“ฉันเองก็ไม่แน่ใจ” โรบินพูดอย่างลำบากใจ “เรื่องมันนานมากแล้ว ฉันจำไม่ได้”

ไม่เป็นไรถ้าคุณไม่ปฏิเสธ หน่านเซียวคิด ตราบใดที่เขาสามารถได้ขวดยาแปลภาษานั้นมา เขาก็ไม่สนใจมากนัก

ฉันกำลังจะกลับไปที่หอคอยเวทย์มนตร์เพื่อส่งมอบภารกิจ ทันใดนั้นก็เกิดความโกลาหลขึ้นภายนอก

เซบาสเตียนรีบวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกและตะโกน: "ปิดประตู! ปิดประตู! มีคนสู้กันอยู่ข้างนอก! ปิแอร์บ้าไปแล้ว!"

การต่อสู้?

เร่งรีบออกไปดู มีควันก็พัดมาจากทางใต้ และร้านขายของชำของปิแอร์ก็เหมือนจะเกิดไฟไหม้ขึ้นมา

จบบทที่ EP 13 (Stardew Valley) ลูกของผู้วิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว