เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 12 [Stardew Valley] : ชายผู้ได้รับฉายาว่าผู้วิเศษ

EP 12 [Stardew Valley] : ชายผู้ได้รับฉายาว่าผู้วิเศษ

EP 12 [Stardew Valley] : ชายผู้ได้รับฉายาว่าผู้วิเศษ


EP 12 [Stardew Valley] : ชายผู้ได้รับฉายาว่าผู้วิเศษ

ผู้แปล วังวน

ดูเหมือนตอนนี้จะไม่มีใครอยู่ที่บาร์เลย และบริเวณใกล้เคียงกับที่ตู้เกมก็ว่างเปล่าไม่มีใครอยู่เช่นกัน หน่านเซียวตัดสินใจไปนั่งบนโซฟาสีแดงข้างเครื่องเล่นเกม พลางครุ่นคิดกับภาพถ่ายที่เขาถ่ายมา จู่ๆ ก็มีคนเขามาอยู่ยืนข้างๆเขาก่อนจะเริ่มบทสนทนากับเขา

"นี่คือภาษาของพวกจูนิโม ถ้าคุณไม่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้วิเศษ คุณก็ไม่สามารถอ่านมันได้"

เอ๊ะ! ใครกำลังพูดอยู่?

เมื่อมองขึ้นไป มีเด็กชายผมดำยืนอยู่ข้างโซฟาสีแดง

“คุณคือหน่านเสี่ยวผู้สืบทอดฟาร์มอันเงียบสงบใช่ไหม” เด็กชายผมดำกล่าว “ผมชื่อเซบาสเตียน และผมเป็นลูกชายของช่างไม้โรบิน แต่ผมไม่ชอบการเป็นช่างไม้เอาเสียเลย ผมเองเลยไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับพวกไสยศาสตร์ อะไรประมาณนั้น คุณรู้จักจูนิโมสไหม”

หน่านเสี่ยวส่ายหัว

"จูนิโมสน่าจะเป็นพวกก็อบลินประเภทหนึ่งที่อาศัยอยู่ภายในป่า จริงๆ แล้วพวกมันค่อนข้างเป็นมิตร ผมเองเคยเห็นพวกมันตอนเด็กๆ ร่างกายของพวกมันนั้นเป็นสีเขียว เรืองแสงเหมือนไฟสีเขียว แต่อยู่ดีพวกมันทั้งหมดก็หายไปอย่างไร้สาเหตุ พวกมันน่าจะพยายามซ่อนตัวจากอะไรบ้างอย่างอยู่ในตอนนี้"

"มันเกิดอะไรขึ้นกันล่ะ?"

“เพราะการปรากฏตัวของสัตว์ประหลาดจากความว่างเปล่า”

“สัตว์ประหลาดจากความว่างเปล่า?”

"ตอนแรกมันออกมาจากเหมืองก่อนที่มันจะเริ่มรุกรานเข้ามายังเมือง อีกทั้งนิสัยของพวกมันเองก็ค่อนข้างแย่ มันเลือกที่จะทำร้ายมนุษย์ก่อน  ผมเองจำได้ว่าครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ทางใต้ของป่าไซเดอร์พวกมันถูก วอยด์ ที่มีฉายาว่า ชาโดว์จับตัวไว้ ก่อนที่พวกมันจะคลั่งทำร้ายบ้านเมืองและผู้คนต้องล้มตายไปจากฝีมือของมันเป็นจำนวนมาก หมู่บ้านในระแวกนั้นแทบจะถูกทิ้งร้างและไม่มีใครกล้าเข้าใกล้บริเวณนั้นเลย”

ในเวลานั้น เอมิลี สาวผู้มีสีผมสีฟ้า เดินเข้ามาอย่างเงียบๆ แล้วพูดกับทั้งสองคนว่า "ทั้งสองคนจะพูดดังเกินไปแล้วนะรู้หรือเปล่าว่านายกเทศมนตรีไม่ชอบให้พูดถึงวอยด์ และสัตว์ประหลาดพวกนัน้น...นั้นรวมถึงป่าไซเดอร์ด้วย"

กัส ผู้ป็นเจ้าของบาร์เองก็กำลังเช็ดแว่นตาอยู่หลังเคาน์เตอร์ แม้ว่าแว่นนั้นมันจะสะอาดอยู่แล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังเช็ดต่อไปและแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรเลย

นอกจากนั้น ในตอนนี้ก็ยังไม่มีใครอยู่ในบาร์เลยด้วยซ้ำ

เซบาสเตียนเริ่มลดเสียงของเขาลงและพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังขึ้นมาว่า: "ไปที่หอคอยผู้วิเศษทางทิศตะวันตกของป่าไซเดอร์ แล้วตามหานักเวทย์ มาร์เซลี ราสโมดิส คุยกับเขาเกี่ยวกับจูนิโม เขาจะช่วยคุณได้"

เหมือนว่าหนุ่มน้อยดูจะจริงจังเอามากๆที่จะให้ฉันไปที่หอคอยเวทย์มนตร์นั้น...

หน่านเซียวเองเขายังมีอะไรที่สงสัยอยู่เล็กน้อย เขากลัวว่าเซบาสเตียนเองน่าจะโกหกเขา ดังนั้นเขากลัวว่าข้อมูลที่ได้รับมาอาจจะเชื่อถือไม่ได้และไม่เข้าใจว่าหนุ่มน้อยคนนี้ต้องการจะสื่ออะไรให้เขากันแน่

ทันใดนั้น มารีส และ เพียร์ซ ก็เดินเข้าไปในบาร์ด้วยกัน เซบาสเตียนเหลือบมองทั้งสองคนก่อนที่จะปิดปากของเขาทันทีและเดินจากไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หน่านเสี่ยวก็ลุกขึ้นและออกจากบาร์อย่างรวดเร็ว

หอคอยพ่อมดทางด้านตะวันตกของป่าไซเดอร์... มันน่าสนใจเหมือนกันนะเราจะต้องลองไปดูที่นั้น

ลึกเข้าไปในป่า หลังจากใช้เวลาเดินไปหลายชั่วโมง หน่านเซียวก็เห็นหอคอยเวทย์มนตร์จนได้

พูดตามตรง ฉันไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เห็นหอยคอยรูปทรงโบราณแบบนี้

หอคอยหินตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาเขียวขจี มีความสูงประมาณสิบห้าเมตรและมีทั้งหมดสามชั้น ผนังชั้นนอกเป็นสีของหินที่ถูกแดดแผดเผามาเป็นเวลานาน และมีเถาวัลย์สีเขียวดดเคี้ยวขึ้นไปด้านบน หน้าต่างและประตูเป็นไม้ทั้งหมด สไตล์ของมันดูเรียบง่ายมาก และดูเหมือนมันจะไม่มีช่องหน้าต่างจุดในมีกระจกกั้นเลย

แน่นอนบริเวณที่นหนานเซียวนั้นมันเป็นป่าทึบ เขาเองก็สังเกตหอคอยเวทย์ก่อนที่จะนิ่งไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง

หอหินสูงหลายร้อยขั้นมองลงไปเห็นป่าไซเดอร์ทั้งหมด กำแพงบลูสโตนนั้นกว้างใหญ่ไร้ที่ติ มีเถาวัลย์ที่ไม่รู้จักโอบล้อม บานสะพรั่งไปด้วยดอกไม้สีแดงเล็กๆ มองดูสวยงามอย่างบอกไม่ถูก

ตอนนี้ฟ้าใกล้มืดแล้ว เขาเปิดกระเป๋าเป้ออกมาก่อนที่จะถือตะเกียงออกมา เทน้ำมันลงในหม้อตะเกียงที่ประตู แล้วจุดตะเกียง

ตะเกียงก็เหมือนหิ้งห้อยที่พลิ้วไหวในยามพลบค่ำ ชายที่สวมหน้ากากมีเคราสีม่วงเข้มและดูลึกลับมากก็ปรากฎตัวขึ้นมา

หน่านเซี่ยวเดินไปคุยกับเขาด้วยความกล้าหาญ: "คุณคือ ราสโมดิสใช่ไหม ผมชื่อหน่านเสี่ยวผมมาที่นี้เพื่อที่จะถามคุณเกี่ยวกับภาษาจูนิโม"

ชายที่มีเคราสีม่วงกำลังจะเข้าไปในหอคอยเมื่อเขาได้ยินหน่านเสี่ยวพูดเช่นนั้นทำให้เขาหนิ่งไปสักพักหนึ่ง “คุณคือหนานเซียว ผู้สืบทอดฟาร์มอันเงียบสงบใช่หรือไม่” น้ำเสียงของเขาฟังดูเย็นชาเอามากๆ

“พอดีว่าผมอยากจะถามเรื่องภาษาจูนิโม—”

"อย่างงั้นก็เข้ามา"

หน่านเซียวเลือกที่จะเดินตามชายที่หนุ่มน้อยคนนั้นบอกว่าเขาเป็นผู้วิเศษ

นั้นเป็นไปอย่างที่เขาคิดไว้

สถานที่ที่ชายผู้นี้อาศัยอยู่นั้นเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ต่างๆที่มองดูแล้วลึกลับชอบกล ทางด้านซ้ายมือของประตูมีหม้อใบใหญ่ๆ อยู่ และไม่รู้ว่ามันใช้ปรุงอะไรลงไป และมีควันสีเขียวที่มีกลิ่นฉุนโพยพุ่งออกมา ดูเหมือนชายที่ได้ฉายาว่าผู้วิเศษจะไม่ได้สะทกสะท้านกับมันเลยแม้แต่น้อย ตัดภาพมาที่หน่านเซียวอดไม่ได้ที่จะจามสองครั้ง

ตราสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนถูกวาดบนพื้น เช่น "วงกลมวิเศษ" ในตำนานหรืออะไรทำนองนั้น มีการจุดเทียนตามเส้นจนมาบรรจบกัน แต่หน่านเซียวไม่รู้ว่ามันคือพิธีกรรมอะไรกันแน่ นอกจากนั้น เครื่องเรือนในบ้านก็คล้ายกับของชาวบ้านคนอื่นๆ ใน เมืองเพลิแกน เตาผิง เก้าอี้ ตู้ไม้ พรม และสิ่งอื่นๆ

พ่อมดนั่งลงด้านหน้าตราสัญลักษณ์ จ้องไปที่แสงเทียน

“ฉันชื่อราสโมดิส ผู้แสวงหาเวทย์มนตร์ลี้ลับ เป็นผู้สื่อที่เชื่อมโยงความเป็นจริงกับสิ่งเหนือธรรมชาติ จ้าวแห่งธาตุทั้งเจ็ด นักบุญอุปถัมภ์ นี้คือการสรุปง่ายหวังว่าคุณน่าจะเข้าใจแล้วว่าฉันเป็นใครใช่ไหม ภายใต้มนต์ที่อยากจะหยั่งถึงของ วงกลมเวทย์มนตร์ ฉันพยากรณ์เอาไว้แล้วว่าคุณจะต้องมาหาฉันที่นี้อย่างแน่นอน คุณเองเคยเห็นนางฟ้าสีเขียวบ้างไหม”

พยากรณ์ได้อย่างงั้นหรอ? ตามคำพยากรณ์ของผู้วิเศษ ฉันคิดว่ามันก็แค่มีสองทางเลือกคือมากับไม่มา

หน่านเซียวพยักหน้าอย่างรวดเร็ว: “ใช่ พวกลูกไฟสีเขียวเหล่านั้นหรอผมพบมันที่ศูนย์ชุมชนร้าง และพวกนั้นก็มาทิ้งคัมภีร์ให้กับผม ผมเองก็ไม่เข้าใจว่ามันใช้ทำอะไรได้กันแน่”

ราสโมดิส ดูรูปที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือของหน่านเซียวและพยักหน้า: "คัมภีร์เล่มสีทองที่มีภาษาที่ไม่รู้จัก... มันน่าจะเป็นภาษาของเอลฟ์โบราณที่เรียกตัวเองว่า 'จูนิโม' ภาษาที่ใช้เข้าใจยาก แต่ฉันควรจะถอดรหัสได้ . . . ฉันต้องอ่านบันทึกของเอลฟ์เก่า ๆ เหล่านั้น ... "

ผู้วิเศษค้นหาหนังสือโบราณกองหนึ่งอยู่ในตู้หนังสือ และลองพลิกไปพลิกมา และสุดท้ายก็พูดว่า: "นี่คือสิ่งที่เขียนอยู่บนม้วนคัมภีร์ว่า 'พวกเรา จูนิโม ยินดีช่วยเหลือมนุษยชาติ' แต่คุณต้องได้รับความไว้วางใจของเราก่อน พิสูจน์ความปรารถนาดีของคุณ! คุณต้อง—"

เขากระพริบตาอย่างเจ้าเล่ห์: “อยากรู้ว่าจะพูดอะไรต่อไปใช่ไหม?”

อะไรกันอยู่ดีๆมาตัดบทกันอย่างงี้ได้ยังไง!

หน่านเซียวก็รู้สึกหงุดหงิดแต่ทำอะไรไม่ได้ แน่นอนว่ากุญแจดอกสำคัญตอนนี้มันไม่ได้อยู่ในมือของเขา เขาเองก็ได้แต่ต้องยอมเท่านั้น

“เงื่อนไขคืออะไร?” หน่านเสี่ยวถามตรงๆออกมา

“ถ้าอยากรู้ก็ต้องช่วยสืบอะไรบางอย่างให้ฉันก่อน”

"ว่าไง?"

“ฉันสงสัยว่าเด็กบางคนในเมืองเพลิแกนเป็นสายเลือดเดียวกันกับฉัน  หาเธอหรือเขาให้เจอและพิสูจน์ว่าเขาผู้นั้นมีสายเลือดเดียวกับฉัน! ถ้าทำได้ ฉันจะบอกคุณว่ามีอะไรเขียนอยู่บนม้วนกระดาษ”

จะบ้าหรือยังไงภารกิจที่เขามอบให้มันจะไม่กว้างไปหน่อยไหม! เมืองเพลิแกนมีคนมากมายขนาดนั้น และในทางทฤษฎีแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาเจอ? หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว หน่านเซียวเองก็ขอเบาะแสเพิ่มเติมจากราสโมดิส

“เบาะแสเพิ่มเติม?”

อันที่จริงเขาหวังว่าจะได้เบาะแสเพิมเตอม ตัวอย่างเช่น รุ่นปู่ของราสโมสดิส มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้หญิงในเมืองหรืออะไรบางอย่าง...

ผู้วิเศษเหลือบมองที่ หน่านเซียวลูบเคราของเขาแล้วส่ายหัว: "ฉันรู้ว่าคุณต้องการจะถามอะไร แต่มีผู้คนมากมายในเมืองที่จะช่วยคุณได้ และมันไม่มีประโยชน์ที่ฉันจะให้คำใบ้หรือเบาะแสอะไรกับคุณเลย"

อะไร! หน่านเซียวเองถึงกับไปไม่ถูกกับสิ่งที่ราสโมดิสบอก ผู้คนมากมายมันหมายความว่าอย่างไร นี้มันมีตัวเลือกมากจนเกินไป!

จากนั้นผู้วิเศษก็เริ่มนำนิ้วของเขาขึ้นมา และเริ่มนับ: "แคโรไลน์, โจดี้, โรบิน, แพม, แจสลิน, มิเนียน..."

นี้คุณต้องการให้ฉันถูกผู้ชายของเมืองเพลิแกนรุมใช่ไหมที่เขาไปเกาะแกะผู้หญิงของชายพวกนั้น? แต่อยู่ดีๆหน่านเซียวก็แปลกใจที่ชื่อบางชื่อที่หน่านเซียวคุ้นเคย ในขณะที่คนอื่นไม่เคยได้ยินมาก่อน ผู้วิเศษชั่งโหดร้ายส่ะไม่มี! สาวร้านขายของชำ แม่บ้าน ป้าช่างไม้...ทุกคนมีโอกาสเป็นไปได้หมดร่วมถึงเด็กเสิร์ฟ. พระเจ้าฉันจะทำภารกิจนี้สำเร็จได้อย่างไรกัน

จบบทที่ EP 12 [Stardew Valley] : ชายผู้ได้รับฉายาว่าผู้วิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว