เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ฮอตยิ่งกว่าดาราเกาหลี!

บทที่ 15 ฮอตยิ่งกว่าดาราเกาหลี!

บทที่ 15 ฮอตยิ่งกว่าดาราเกาหลี!


บทที่ 15 ฮอตยิ่งกว่าดาราเกาหลี!

วันต่อมา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เริ่มเรียนวิชาฝึกสัตว์อสูร.......

ภายใต้สายตาอิจฉาริษยาของนักเรียนคนอื่น ทำให้เฉินเหวินต้องเข้าไปทางด้านประตูหลัง....

วิทยาเขตหยูโช อยู่ติดกับวิทยาเขตทั่วไป และมีพื้นที่เล็กกว่าวิทยาเขตทั่วไปเล็กน้อย แต่มีสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่และอาคารเรียนอีกหลายอาคาร

อาคารเรียนมีห้องพยาบาล ห้องต่อสู้ ห้องฝึกอบรม และห้องอื่นๆ เพื่อทำการเรียนการสอนแก่บีสมาสเตอร์อีกหลายระดับ ซึ่งการซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกนั้นต้องใช้เงินมหาศาล

อย่างไรก็ตาม วิทยาเขตขนาดใหญ่ดังกล่าวทำการเรียนการสอนแก่บีสมาสเตอร์เพียงสองห้องเท่านั้น

เฉินเหวินรู้สึกภูมิใจที่เขาสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐได้ เพราะถ้าเขาไปเรียนโรงเรียนเอกชน ครอบครัวของเขาจะต้องเสียค่าเล่าเรียนมากกว่า 100,000 หยวนต่อปีอย่างแน่นอน

ขอบคุณประเทศ! ขอบคุณรัฐบาล!

ヽ(▽)ノ

ในระหว่างเดินเข้ามานั้นเขาแทบไม่เจอเพื่อนโรงเรียนเก่าที่รู้จักเลย เขาจึงเดินเข้ามายังห้องเรียน "ชั้นเรียนฝึกสัตว์อสูรปีสอง"

ซึ่งมันแตกต่างจากห้องเรียนทั่วไป คือห้องเรียนของชั้นเรียนบีสมาสเตอร์นั้นกว้างขวางมาก และมีพื้นที่สำหรับสัตว์อสูรอยู่ข้างที่นั่ง ดังนั้นจึงเป็นการดีที่จะเรียนไปด้วยกัน

เมื่อเข้าไปในห้องเรียน เฉินเหวินก็มองไปรอบๆ

ขณะนี้มีคนจำนวนมากอยู่ในห้องเรียนแล้ว นอกจากนักเรียนที่สวมชุดเครื่องแบบนักเรียนมัธยมต้นอันดับ 1 แล้ว ก็ยังมีสัตว์อสูรอีกจำนวนมากเดินกันขวักไขว่

ชั่วขณะหนึ่ง ภาษามนุษย์และภาษาสัตว์ปะปนกัน เสียงดังอื้ออึง!

นักเรียนส่วนใหญ่รวมตัวกันที่ด้านหลังซ้ายในขณะนี้ ราวกับว่าพวกเขาต่างกำลังเฝ้าดูสัตว์อสูรที่มีศักยภาพของคนอื่น

แม้ว่าเฉินเหวินก็สนใจเช่นกัน แต่เขาพยายามมองหาเหอเซิ่งก่อน

ในที่สุดเขาก็เหลือบไปเห็นเหอเซิ่งนั่งอยู่แถวสุดท้ายทางด้านขวา...... จากนั้นเขาก็ทำการเรียกอาโปออกมา.....

เขาไม่รู้ว่าจะหาเก้าอี้ที่ไหนให้อาโป เพราะส่วนใหญ่เก้าอี้จะมีเจ้าของกันหมดแล้ว

เมื่อเห็นว่ายังมีที่ว่างข้างๆ เหอเซิ่งอยู่ตัวหนึ่ง เฉินเหวินจึงเดินไปพร้อมกับกระเป๋านักเรียนบนหลังของเขา

เมื่อเห็นเฉินเหวินกำลังเดินมา เหอเซิ่งซึ่งกำลังนั่งกอดสัตว์อสูรของเขาอยู่บนตัก และพูดว่า "เฮ้..เฉินเหวิน นายก็เอาเจ้าหมีน้อยนั่งบนตักสิ!"

เฉินเหวินยกเก้าอี้และถามด้วยความประหลาดใจ "ของนายก็หมีงั้นเหรอ?"

เหอเซิ่งชี้ไปที่ลูกหมีสีน้ำตาลและพูดว่า: "เดิมทีฉันอยากจะเรียกมันว่า"เจ้าหมีผู้ยิ่งใหญ่" แล้วสักวันนายเองก็จะต้องเรียกฉันว่

า"พี่เหอเซิ่งผู้ยิ่งใหญ่เช่นกัน คอยดู........."

เฉินเหวินรีบโบกมือและพูดว่า "เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!"

“นายอิจฉาฉันเหรอ!”

เหอเซิ่งมองเฉินเหวินเชิดและพูดว่า "มันแน่นอนอยู่แล้วเพื่อน มันต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ฉันจึงตั่งชื่อมันว่าเซิ่งเอ๋อ....."

"ในกรณีนี้…"

เฉินเหวินแตะคาง แสดงรอยยิ้มขี้เล่นและพูดว่า"เอาละ ๆต่อจากนี้ไปฉันจะเรียกนายว่า พี่เหอเซิ่งผู้ยิ่งใหญ่พอใจมั้ย เพื่อที่ฉันจะได้เป็นเพื่อนกับเซิ่งเอ๋อ"

“เจ้าเบื๊อก! นายต้องเรียกฉันด้วยความเต็มใจสิ ไม่ใช่เพราะอยากมันเพื่อนกับหมีของฉัน!”เหอเซิ่งเสียงแข็งตะคอก

ขณะที่พูด เหอเซิ่งก็ผลักเฉินเหวินโดยไม่รู้ตัว!

เหอเซิ่งรู้สึกเสียใจทันทีที่เขาทำเช่นนั้น....

เนื่องจากความแข็งแกร่งของเฉินเหวินเพิ่มมากขึ้นหลังจากการทำพันธสัญญาเมื่อวานนี้ ดังนั้นการผลักแค่นี้จึงไม่สามารถทำให้เขาลงไปกองบนพื้นได้! เหอเซิ่งถึงกับตกตะลึง เพราะด้วยรูปร่างอันใหญ่โตของเขาที่ผลักเฉินเหวินอย่างเต็มแรงจะไม่ทำให้เฉินเหวินเซเลยแม้แต่น้อย....

จากนั้นเหอเซิ่งจึงใช้มือขวาผลักเฉินเหวินเต็มแรงอีกครั้ง.....

แต่ทว่า.....เฉินเหวินเพียงแค่แกว่งตัวไป มาเล็กน้อยจากนั้นก็ยืนนิ่ง!

เหอเซิ่งพูดด้วยความประหลาดใจว่า: "ฉันเองก็มีพละกำลังเพิ่มมากขึ้นหลังจากทำพันธสัญญาเช่นกัน แต่ทำไมฉันถึงผลักนายไม่ล้ม!"

หลังจากได้ยินสิ่งนี้ เฉินเหวินยิ้มและพูดว่า "เอาน่ะ...นายเองก็ทำพันธสัญญากับเจ้าหมีน้อยเช่นเดียวกับฉัน หากมันโตขึ้น ร่างกายนายก็จะแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน"

เหอเซิ่งพยักหน้าและพูดอย่างอยากรู้อยากเห็น: "ไหนนายลองเรียกเจ้าหมีกินเหล็กของนายมาดูซิ!"

"อืม...ได้สิ!"

เฉินเหวินพยักหน้าและเรียกอาโปทันที

ทันใดนั้น....มีลำแสงสว่างวาบ ปรากฎขึ้นบนโต๊ะเรียนของเฉินเหวินทันที

จากนั้นก็ปรากฎร่างของอาโปลูกหมีแพนด้าน้อยหน้าตาน่ารัก

มันมีขนสีขาวราวกับปุยนุ่น มีแต้มสีดำที่ดวงตาจึงทำให้มันดูง่วงนอนตลอดเวลา บวกกับพุงป่อง ๆขาว ๆ หน้ากลมๆ ของมัน

ดังนั้นทันทีที่อาโปปรากฎตัวขึ้น มันจึงดึงดูดความสนใจของฝูงชนในชั้นเรียน...

โดยเฉพาะสาวๆ หลายคนตาลุกวาว.....

จากนั้นฝูงชนที่อยู่ด้านหลังก็ต่างวิ่งกรูกันอย่างเร่งรีบเพื่ิอเข้าไปมุงดู

"อ่า~ น่ารักจัง ฉันชอบ!"

"สัตว์อสูรชนิดนี้คือตัวอะไร ทำไมฉันไม่เห็นมันเมื่อวานนี้"

"มันคือตัวอะไร~"

"ฉันอยากได้อ่ะ!"

"เจ้าตัวนี้ชื่ออะไรอ่ะฉันอยากได้บ้าง?"

"..."

เหอเซิ่งมองไปที่สาว ๆที่มาห้อมล้อมเฉินเหวิน จากนั้นเขาก็วางเซิ่งเอ๋อ ลงบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็รีบย้ายโต๊ะออกจากที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อมองไปที่เฉินเหวินที่อยู่ในรายล้อมของสาว ๆ เหอเซิ่งตบที่หน้าอกตัวเองเบา ๆแล้วพูดว่า "น่ากลัวจัง! ดีนะที่ฉันขี้เหร่ ไม่งั้นต้องตกในสภาพนั้นแน่เลย มันน่ากลัวมาก"

เซิ่งเอ๋อแหงนหน้ามองเหอเซิ่งอย่างงง ๆ จากนั้นมันก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อ

ในช่วงกลางของห้องเรียน หลีซิ่วหยูมองย้อนกลับไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น จากนั้นมองไปทางอื่น และเธอยังคงแสดงศักยภาพของสุนัขอัคคีของเธอต่อไป

ฟู่หยุนเฟยซึ่งแต่เดิมกำลังถูกห้อมล้อมของฝูงชน ก็ได้แต่ยืนเฝ้าดูเพื่อนร่วมชั้นของเขาแยกย้ายกันไปอย่างเร่งรีบเพื่อไปมุงดู

เฉินเหวินต่อ จากนั้นเขาเผยรอยยิ้มอันเยือกเย็นบนใบหน้าทันที....

ฮู่กวาน ที่อยู่ข้างๆ เขาถามด้วยความสับสน: "พี่เฟย เจ้าสัตว์อสูรตัวนั้นคืออะไร ทำไมฉันถึงไม่เคยอ่านเจอในตำราเรียน"

“ฉันจะไปรู้เรื่องสัตว์ขยะแบบนั้นได้ยังไง” ฟู่หยุนเฟยเสียงแข็งตอบ

เมื่อได้ยินฟู่หยุนเฟยพูดด้วยอารมณ์โมโห ทำให้ฝูงชนต่างก็หันหลังให้แล้วเดินจากไป.....

อย่างไรก็ตามฮู่กวานกับฟู่หยุนเฟยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยวัยเด็ก จึงมีความสนิทสนมกันพอสมควร

ฮู่กวานถาม: "มันเป็นใคร มันมีอะไรน่าสนใจ? หรือมันจะมีสัตว์อสูรที่หายาก และไม่ธรรมดากันแน่!”

เด็กชายสองสามคนที่อยู่ด้านข้างก็ส่งเสียงต่ำเช่นกัน

"ใช่มันต้องไม่ธรรมดา!"

“ใช่! อย่าไปสนใจเลย หมีขาวดำมันจะทำอะไรได้อีกนอกจากน่ารัก ชักช้า อืดอาด”

"..."

บางคนต้องการประจบฟู่หยุนเฟย ในขณะที่บางคนไม่พอใจที่เฉินเหวินดึงดูดความสนใจของสาวๆ

อัตราส่วนของเพศชายต่อเพศหญิงในห้องเรียนของบีสมาสเตอร์นั้นไม่สมดุลกัน ซึ่งมีเด็กผู้หญิงเพียงสิบสาคน ส่วนเด็กชายมีถึงสิบห้าคน !

อีกด้านหนึ่งท่ามกลางในฝูงชน......

อาโปนั้นไม่กลัวคน แต่มันกลับกลัวฝูงชนที่กำลังรายล้อมรอบตัวของมัน มันเอามือปิดตาและขดตัวอยู่บนโต๊ะ เหลือแต่หางสั้นๆ ขยับไปมา

ด้วยเหตุนี้จึงมีเด็กสาวหลายคนที่พยายามลูบขนอันหนานุ่มของมัน อีกทั้งพยายามที่จะอุ้มมันให้จงได้

เมื่อมองไปที่ฝูงชนที่สั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น และเสียงกรีดร้องราวกับดาราเกาหลี เฉินเหวินไตร่ตรองว่าจะเรียกเก็บเงินค่าตัวอาโปดีหรือไม่?

ใครแตะห้าสิบ ใครถ่ายรูปร้อยหยวน....

ครอบครัวของเขาแม้ฐานะปานกลางแต่ก็ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังอะไร และเฉินเหวินเองก็รู้สึกว่าเขาต้องหาเงินพิเศษเพื่อไม่ต้องรบกวนพ่อแม่มากเกินไป และมิฉะนั้นเขาจะไม่สามารถซื้อไผ่หยกวิญญาณที่ราคาค่อนข้างสูงได้ มิฉะนั้นมันจะทำให้การเติบโตของอาโปล่าช้า

เมื่อเฉินเหวินกำลังคิดว่าจะเก็บค่าถ่ายรูปอาโป ทันใดนั้น.... ครูชายวัยกลางคนก็เดินเข้ามาในห้องเรียนพร้อมกับบัญชีรายชื่อ

ทันใดนั้นเสียงอันอื้ออึงของนักเรียนก็สงบลง และกลับไปนั่งที่อย่างเชื่อฟัง

หลังจากนั้นไม่นาน เสียงระฆังก็ดังขึ้น และวิชาแรกของบีสมาสเตอร์ก็เริ่มขึ้น

ครูชายวัยกลางคนเคาะกระดานดำแล้วเขียนคำว่า "หลิว หมิงเฉิง" ลงไป

“ครูเป็นครูประจำชั้นของวิชาเฝ้าดูสัตว์อสูรของพวกเธอ และนี่คือชื่อของครู ในอีกสองปีข้างหน้า ครูจะสอนการฝึกสัตว์อสูรให้พวกเธอ”

หลังจากแนะนำตัวเอง สีหน้าของเขาก็จริงจัง

"ตอนครูเดินเข้ามาในห้องเรียนและเห็นพวกเธอเสียงดังและไม่เป็นระเบียบเลย !"

"ในชั้นเรียนทั้งหมด มีคน 28 คน และไม่มีใครนั่งประจำที่โต๊ะเพื่อทำสมาธิเลย พวกเธอคิดว่าการทำสมาธิไม่สำคัญหลังจากปลุกพรสวรรค์หรือ?"

"พลังทางจิตวิญญาณเป็นรากฐานของบีสมาสเตอร์"

“หากไม่มีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าพวกเธอจะฝึกสัตว์อสูรหรือสั่งให้มันต่อสู้ มันก็จะไร้ซึ่งศักยภาพอย่างแท้จริง!”

“บางทีวันนี้พวกเธออาจจะดีใจที่ได้เจอทั้งเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ครูเข้าใจ แต่พรุ่งนี้พวกเธอจะต้องไม่เป็นเช่นนี้เข้าใจมั้ย?”

หลิว หมิงเฉิงมองฝูงชนด้านล่างด้วยสายตาที่จริงจัง แล้วพูดอย่างเย็นชา: "เพราะถ้าเรื่องแค่นี้พวกเธอยังทำไม่ได้ ครูยังมองไม่ออกเลยว่าพวกเธอจะมีโอกาสที่จะได้เป็นบีสมาสเตอร์หรือไม่ และถ้าเป็นเช่นนั้นก็จงอย่าใช้ทรัพยากรของประเทศให้สิ้นเปลือง!"

ทันใดนั้นทุกคนต่างก็เงียบลง!

หลังจากนั้น ครูหลิวเหมิงเฉิงก็ปล่อยให้นักเรียนได้ทำความรู้จักกัน......

จบบทที่ บทที่ 15 ฮอตยิ่งกว่าดาราเกาหลี!

คัดลอกลิงก์แล้ว