เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 เริ่มการฝึกสัตว์อสูร!

บทที่ 16 เริ่มการฝึกสัตว์อสูร!

บทที่ 16 เริ่มการฝึกสัตว์อสูร!


บทที่ 16 เริ่มการฝึกสัตว์อสูร!

การเปิดภาคเรียนใหม่ของเหล่าบีสมาสเตอร์นั้นไม่ได้แตกต่างจากชั้นเรียนทั่วไปมากนัก

การแนะนำตนเอง, ทำการสอน, รับหนังสือเรียน, แจกสื่อการสอน...

หลังจากผ่านกระบวนการทั้งหมดแล้ว ครึ่งวันเช้าก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หลังอาหารกลางวัน ทุกคนงีบหลับ และจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างเงียบๆ ในห้องเรียน

เมื่อใกล้ถึงเวลาเข้าเรียน ทุกคนมาที่สนามเด็กเล่นก่อนเวลา และต่างเรียกสัตว์อสูรของตนออกมา

อาโปยังคงได้ความสนใจจากเด็กชายและเด็กหญิงในชั้นเรียนเช่นเคย

หลังจากระฆังดังขึ้น ครูสาวสวยในชุดวอร์มที่มีนกหวีดคล้องคอก็วิ่งเหยาะๆ มาหาของพวกเขา

เมื่อพิจารณาจากใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ และมีชีวิตชีวาของเธอแล้ว ครูคนนี้อาจอายุมากกว่าพวกเขาไม่กี่ปี และเธอน่าจะเป็นครูคนใหม่

“ทุกคนเข้าแถวก่อน เด็กผู้หญิงอยู่ข้างหน้า เด็กผู้ชายอยู่ข้างหลัง ซ้ายต่ำและขวาสูงเป็นสองแถว และสัตว์อสูรยืนอยู่ข้างหน้า”

ตามคำสั่งของครูคนใหม่ นักเรียนบีสมาสเตอร์ของมัธยมปลายปีสองเข้าแถวอย่างรวดเร็ว

มันดูจะวุ่นวายพร้อมกับเสียงอื้ออึงเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ เมื่อนักเรียนเข้าแถวกันเป็นระเบียบแล้ว แต่เหล่าสัตว์อสูรไม่สามารถอยู่นิ่งได้ พวกมันเดินไปมากันอย่างขวักไขว่

แน่นอน บางตัวก็ยืน บางตัวก็เดิน!

อาโปพระเอกในวันนี้มันไม่ทำตัววุ่นวาย เพียงแค่นั่งขยี้ตาบนสนามหญ้า แค่นั้นก็มีแต่คนชื่นชมแม้กระทั่งครูสาว....

เมื่อสัมผัสความนุ่มของสนามหญ้า มันก็เคลิ้มอยากจะนอนด้วยซ้ำ

ครูสาวไม่ได้ตำหนิเขาแต่อย่างใด แต่พูดว่า: "จงควบคุมสัตว์อสูรของเธอให้ดี"

จากนั้นเธอก็เริ่มแนะนำตัวเอง: "สวัสดีทุกคน ครูชื่อซูซิน และครูก็เป็นคนูสอนวิชาฝึกสัตว์อสูรของพวกเธอ"

หลังจากการแนะนำสั้น ๆ ครูซูซินก็เริ่มการฝึกครั้งแรก...

“ส่วนใหญ่สัตว์อสูรของทุกคนยังเป็นเด็ก ดังนั้นหลักสูตรการฝึกขั้นต้นจึงเป็นการฝึกเพื่อพัฒนาความใกล้ชิด”

“แต่ก่อนเริ่มฝึก มาวอร์มร่างกายส่วนล่างกันก่อน”

เมื่อฟังคำพูดของครูสาวนักเรียนทุกคนรู้สึกว่าคำเหล่านี้ค่อนข้างคุ้นเคย เเพราะก่อนจะเรียนอะไรก็ต้องวอร์มร่างกายก่อน

วินาทีต่อมา ครูซูซินพูดเสียงดัง: "ให้นักเรียน และสัตว์อสูร วิ่งเหยาะๆ ห้ารอบสนามเด็กเล่น"

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นในกลุ่ม...

"ห้ารอบ สนามเด็กเล่นควรวิ่งรอบละ 400 เมตร ใช่ไหม วิ่ง 2,000 เมตรเพื่ออุ่นเครื่อง"

“สาวๆ ของเราสอบเข้ามหาลัยได้แค่วิ่งระยะไกล 1,000 เมตรเท่านั้น!”

"การสอบเข้ามหาลัยชายของเราแค่ 1,500 ม. ไม่ใช่เหรอ"

"..."

หากกล่าวถึงดินแดนลี้ลับ สมรรถภาพทางกายย่อมแข็งแกร่งขึ้นมากอย่างแน่นอน หากวิ่งในระยะทาง 200 กิโลเมตร

แต่มันอาจจะเป็นเรื่องที่ยากสำหรับนักเรียนหญิงกับแค่ 2,000 เมตร

เมื่อเผชิญกับเสียงร่ำไห้ของนักเรียนด้านล่าง ครูสาวก็ไม่ได้แสดงอาการใด ๆ

“ก็เพราะพวกเธอไม่ใช่นักเรียนมัธยมปลายธรรมดา ๆ พลังของสัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญาไว้มันจะช่วยปรับปรุงสมรรถภาพทางกายของพวกเธอ เพราะฉะนั้นระยะทางสองกิโลเมตรเป็นเพียงการอุ่นเครื่องเท่านั่น”

หลังจากพูดจบเธอก็ยัดนกหวีดเข้าปาก

ปี๊บ! ปี๊บ!

หลังจากเป่านกหวีดสองครั้ง เธอพูดว่า: "เริ่มการวอร์มอัพ!"

แต่ไม่ว่าครูสาวจะพูดอย่างไรเหล่านักเรียนก็ทำได้เพียงลากสัตว์อสูรของตนวิ่งไปรอบ ไปอย่างอ่อนแรง

ครูซูซินพูดถูก หลังจากได้รับการทำพันธสัญญาพวกเขาจะได้รับพลังวิญญาณเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นการวอร์มเพียงสองกิโลเมตรก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขา

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะวิ่งกันได้อย่างง่าย ๆ

“เฮ้...เจ้าปูยักษ์ อย่าเดินขวางทาง!”

“เจ้าแกะเขาดาบ หยุดกินหญ้าซะทีเค้าไปถึงไหนกันแล้ว!”

"เจ้าเบื๊อก! จะปวดขรี้อะไรตอนนี้ฟะ! "ครูขามันไม่ยอมวิ่งอ่ะค่ะ!"

"โกเฟอร์ อย่าขุดรู ไอ้บ้าตามฉันมา เจ้านั่นไม่ใช่นายแกนะ!"

"..."

นักเรียนเพิ่งผ่านการทำพันธสัญญากันเมื่อวานนี้เพราะฉะนั้น ความสนิทสนมกับสัตว์อสูรของตนอาจยังไม่มากนัก

แน่นอนว่ามีนักเรียนบางคนที่ทำได้ดี

หลังจากเสียงนกหวีดดังขึ้น ฟู่หยุนเฟยและ เซียวเฟิงหูก็พุ่งออกไปราวกับลูกธนูที่แหลมคม

ตามมาทันทีคือ หลี่ซิ่วหยู และนักเรียนคนอื่น ๆ อีกหลายคน

เฉินเหวิน และ เหอเซิ่งต่างจับลูกหมีน้อยของตัวเองและเริ่มวิ่งตามกันไป แต่ทว่าเจ้าหมีสีน้ำตาลและ เจ้าหมีกินเหล็กต่างก็ไม่รู้จักความเร็ว จึงได้แต่เดินต้วมเตี้ยมทีละก้าวเหมือนเด็กหัดเดิน ดังนั้นพวกเขาจึงรั้งท้ายของทีมอย่างรวดเร็ว

ทั้งสองไม่รีบร้อน พวกเขาคุยกันระหว่างวิ่ง...

ท้ายที่สุดมันก็เป็นแค่การวอร์มอัพ.... ไม่เป็นไร!

อาโป และ เซิ่งเอ๋อ ยังคงเป็นลูกหมีตัวน้อย และพวกมันก็เหนื่อยหอบหลังจากวิ่งสี่รอบ

เซิ่งเอ๋อเริ่มเดินช้าลงและ หอบอย่างหนัก....

อาโปแย่กว่านั้นคือมันล้มตัวลงนอนลงบนพื้นอย่างหมดแรง

เมื่อเห็นว่าอาโปกำลังจะหลับ เฉินเหวินรีบให้กำลังใจมัน: "พยายามเข้าอาโป รอบสุดท้ายแล้ว!"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ อาโปก็ไม่ได้ฮึดสู้แต่อย่างใด จากนั้นตาของมันก็เริ่มปิดลงอย่างช้าๆ

เฉินเหวินไม่มีทางเลือกนอกจากต้องใช้คำขู่

"อาโป ถ้านายยอมแพ้ ฉันจะให้นายกินพริกเป็นอาหารเย็นแน่!"

เมื่อนึกถึงความฉุนที่ติดปลายลิ้นของมันเมื่อคืนนี้ อาโปก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที

หลังจากกินพริกเมื่อคืนนี้ ลิ้นของมันดูเหมือนชา และตายด้านไปพักใหญ่ ซึ่งอาโปจำจนขึ้นใจว่าจะไม่แตะต้องมันอีกต่อไป

เมื่อมองไปที่เฉินเหวินอย่างขมขื่น อาโปก็ฮึดสู้อีกครั้ง เดินและคลานเฮือกสุดท้าย

เมื่อเห็นอาโปรวบรวมพลังพร้อมกับการก้าวเดินอีกครั้ง เหอเซิ่งจึงถามด้วยความสงสัย: "เฮ้ย..เฉินเหวินเจ้าสัตว์อสูรกินเหล็กนั้นมันกลัวพริกงั้นเหรอ ดีๆ ฉันจะได้เอามาขู่เซิ่งเอ๋อเวลามันดื้อบ้าง"

เฉินเหวินยักไหล่และไม่พูดอะไร.......

เมื่อคืนหลังจากที่อาโปกินพริกเข้าไป จากนั้นมันก็ไม่เข้าใกล้พริกอีกเลย

ซึ่งจากการปรากฏตัวของงูธนูเผยก็ให้เห็นจุดอ่อนของมันโดยตรง....

ไม่นานรอบสุดท้ายก็ใกล้เข้ามาแล้วเหอเซิ่ง เซิ่งเอ๋อ และเฉินเหวินก็จบ 20 เมตรสุดท้าย

อาโป มองกลับไปที่เฉินเหวิน ราวกับขอร้อง และอยากตะโกนว่า

มันเหนื่อยจริงๆ

เฉินเหวินชำเลืองมองเพื่อนร่วมชั้นสองสามคนที่ยังอยู่ข้างหลัง พยักหน้าและพูดว่า "ฉันจะไม่หนี.."

จบคำพูดของเฉินเหวิน แต่ทันใดนั้น...แขนขาของอาโป ก็หยุดเคลื่อนไหวทันที

“ฉันบอกว่าฉันจะไม่หนี แต่ฉันไม่ได้บอกว่าฉันจะไม่ขยับ!”

“อาโป ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!”

อาโป ได้ยินคำพูดนั้นลืมตาขึ้นและมองไปที่ เฉินเหวินด้วยสายตาที่เจ็บปวด

“คืนนี้ฉันจะให้ของอร่อยๆ กับนาย!”

เมื่อได้ยินถึงอาหารอร่อยๆ อาโปก็น้ำลายไหล และรู้สึกว่ามันมีแรงอีกครั้ง

“อาโป เดินต่อไปเถอะ!”

ในขณะที่สื่อสารกับอาโปเฉินเหวินทำท่าทางเดินขณะเดิน

การเดินสองขาที่บ้านไม่ใช่เรื่องยากสำหรับอาโป เพราะจากที่นอนมาที่โต๊ะอาหารเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น แต่นี่......

หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว อาโปรู้สึกว่าการเดินช้าๆ เป๋ไปเป๋มาจะง่ายกว่าสำหรับมัน ดังนั้นมันจึงยืนขึ้นพร้อมกับประคองต้นขาของเฉินเหวิน

เมื่อเห็นเช่นนี้ เฉินเหวินวางมือลงและจับมือสั้นๆ ไว้......

จากนั้นหนึ่งคนและหนึ่งหมีก็จับมือกันเดินไปที่เส้นชัย.....

ดังนั้น นักเรียนในชั้นเรียน บีสมาสเตอร์ได้ออกกำลังกายอุ่นเครื่อง 2,000 เมตรเรียบร้อยแล้ว

พวกที่วิ่งเสร็จเร็วก็นั่งลง ส่วนพวกที่เพิ่งวิ่งเสร็จยืนก้าวขาสั่นๆ สิ่งเดียวที่เหมือนกันคือสายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่เพื่อนร่วมชั้นและสัตว์อสูรของตนที่ยังวิ่งมาไม่ถึง.....

เฉินเหวิน และอาโปจึงกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนอย่างไม่ต้องสงสัย

ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาเคยเห็นปูก้ามดาบยักษ์ แกะเขาดาบ โกเฟอร์ และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ในหนังสือเรียน และตอนนี้สัตว์อสูรทุกชนิดที่อยู่ในตำราก็ปรากฏแก่สายตาทุกคนแล้ว

สัตว์อสูรที่กินเหล็กนั้นหายากมากและหลายคนเพิ่งเห็นมันในวันนี้ครั้งแรก.....

เมื่อเห็นอาโป ยืนขึ้นในขณะที่พยุงขาของเฉินเหวิน สาวๆ ก็ส่งเสียงเชียร์ทันที....

“อาโปสู้ !”

ขณะที่อาโป เดินโซซัดโซเซไปที่เส้นชัย ผู้คนจำนวนมากก็หันมาให้ความสนใจกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ

และส่งเสียงอุทานออกมา "กรี๊ดดดดด!อาโปเก่งที่สุดเลย..."

ความจริงแล้วการจะทำให้สัตว์อสูรสี่ขาลุกยืน และเดินได้ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะพวกมันจะเลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์เพื่อความอยู่รอด.....

อย่างไรก็ตาม หากโลกแห่งความเป็นจริงถ้าท่องเที่ยวเจอแพนด้ายักษ์นอนบนกิ่งไม้ก็จะอุทานด้วยความตื่นเต้นกับความน่ารักของมัน

แต่ทว่า......ในโลกคู่ขนานเช่นนี้ แพนด้ายักษ์เป็นสัตว์ทีี่ไม่มีใครรู้จักมาก่อน และมีมีในตำราเรียน!

ฉะนั้นแล้ว....ทุกอิริยาบถขออาโปก็ย่อมอยู่ในความสนใจของสาวๆ......เป็นเรื่องธรรมดา

เมื่อได้ยินคำอุทานของสาว ๆ เฉินเหวินก็หัวเราะ

แต่อย่างไรก็ตามคะแนนระบบไม่เป็นศูนย์อีกต่อไป

จบบทที่ บทที่ 16 เริ่มการฝึกสัตว์อสูร!

คัดลอกลิงก์แล้ว