เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 อาโปกินพริก!?

บทที่ 14 อาโปกินพริก!?

บทที่ 14 อาโปกินพริก!?


บทที่ 14 อาโปกินพริก!?

【ความโปรดปรานของสัตว์อสูร】: 56

【ความโปรดปรานของสัตว์อสูร】: 57

【ความโปรดปรานของสัตว์อสูร】: 59

ขณะที่ป้อนไม้ไผ่หยกวิญญาณอาโป เฉินเหวินก็เปิดระบบขึ้น และดูแผงศักยภาพของมันไปด้วย

ตามที่คาดไว้ หลังจากป้อนไม้ไผ่หยกวิญญาณให้มันแล้ว ความไว้วางใจของมันก็เพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 59 ในระยะเวลาอันสั้น

หลังจากกินไผ่หยกฯ จนอิ่มแปล้ จนในที่สุดความไว้วางใจของมันก็เพิ่มขึ้นเป็น 60

จนบางครั้งเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า การที่เขาได้อาโปมาครั้งนี้มันจะได้ประโยชน์หรือไม่?

"เฮ้อ!~ กินแล้วก็นอนขี้เซา แล้วจะเอาเวลาไหนไปกอบกู้โลก!" เฉินเหวินได้แต่ยืนเกาศีรษะแกร๊กๆ

จากนั้นเฉินเหวินลองแกล้งแหย่ อาโปในพื้นที่มิติสำหรับสัตว์อสูรอีกครั้งโดยการใช้พรสวรรค์ในการควบคุมมัน

"เฮ้..เจ้าหมีน้อย!"

จากการสื่อการกับอาโปอย่างเงียบ ๆ เฉินเหวินก็ลองเปิดใช้งาน "ศักยภาพ"ของมันดู

ทันใดนั้น! มีอักขระพันธสัญญาปรากฎขึ้นที่หน้าผากของทั้งเขาและอาโป จากการที่เขาสื่อสารกับอาโปในพื้นที่มิตินั้น ก็ปรากฏลำแสงเชื่อมโยงกันเป็นประกายเจิดจรัส จากนั้นลำแสงประหลาดก็พุ่งออกจากร่างของอาโป แล้วพุ่งทะลุเข้าไปในร่างของเฉินเหวิน

"นี่มันเป็นอาการเดียวกับที่เราทำพันธสัญญากับอาโปสำเร็จนี่นา... แต่ทว่า...พลังที่ได้รับนั้นยิ่งใหญ่กว่า"

เฉินเหวินคาดเดาว่านี่อาจจะเป็นด่านแรกของ "สายสัมพันธ์" ซึ่งมีคุณลักษณะบางอย่างร่วมกันกับสัตว์อสูรที่เลี้ยงดู

เมื่อได้รับคุณสมบัติสายสัมพันธ์ดังกล่าว เฉินเหวินรู้สึกได้ทันทีว่าความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ในตอนแรกเขารู้สึกว่าอาโปในอ้อมแขนของเขานั้นหนักพอๆ กับแตงโมลูกใหญ่ แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่ามันนั้นเบาราวกับปุยนุ่น

ในเวลาเดียวกัน อาโปรู้สึกว่าส่วนหนึ่งของพลังงานในร่างของมันถูกดูดออกไป จึงทำให้พลังวิญญาณของมันเริ่มเฉื่อยชาลง

ด้วยเหตุผลนี้ เฉินเหวินยังคงกังวลเล็กน้อยว่าอาโปจะเลิกไว้ใจ หากมันรู้ว่าเขา "ขโมย" พลังวิญญาณของมันไป!

แต่ทว่า.......

อาโปกลับไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย อาโปกลับรู้สึกดีที่เฉินเหวิน "ขโมย" พลังวิญญาณของมันไป!

เมื่อพลังวิญญาณถูกเฉินเหวินดูดไป ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับร่างกายของมันแต่อย่างใด ในขณะนี้ท้องเล็กๆ ของมันก็ค่อย ๆ พองขึ้นจากการแทะไผ่หยก ฯ

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอาโปก็คงมีความสุขอยู่กับการแทะไม้ไผ่หยกฯ .....

อาโปเป็นเพียงลูกหมีแพนด้าตัวน้อย มันยังไร้เดียงสาเกินกว่าจะรับรู้เรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัน บ้าง น้ำผึ้งร้อยดอกไม้ และไม้ไผ่หยกวิญญาณ ต่างอุดมไปด้วยพลังวิญญาณ หลังจากกินไผ่หยกเข้าไปสักพักท้องของมันก็ป่องนูนออกมาอีกครั้ง อาโปก้มมองท้องของตัวเอง จากนั้นมันก็ส่ายหน้า ไม่ขอรับไม้ไผ่หยกฯเพิ่มอีก

ทำไมท้องฉันใหญ่น่าเกลียดขนาดนี้!

"ฮ่าฮ่า~" เมื่อเฉินเหวินรู้สึกถึงความคิดของอาโป ก็อดที่จะหัวเราะออกมาดัง ๆไม่ได้ นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคนที่ไม่ชอบพุงตัวเอง.... จากนั้นเขาวางอาโปลงบนพื้นแล้วจึงนำไม้ไผ่หยกฯเข้าไปเก็บในตู้เย็นก่อนจะพาอาโปไปออกกำลังเพื่อย่อย

เฉินเหวินย่อตัวลงแล้วดึงแขนอันสั้นอวบของมันเพื่อให้มันลุกขึ้นยืน จากนั้นเขาก็จูงมือมันเดิน

ในที่สุดอาโปซึ่งมีร่างอันอวบอ้วนเหมือนกระปุกออมสินก็สามารถยืนขึ้นได้ และค่อย ๆก้าวเดิน

ศิลปะการต่อสู้ส่วนใหญ่จะได้รับการพัฒนาหากมีการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ส่วนอาโปก็เช่นเดียวกันในความคิดของเฉินเหวินนั้น มีนจะต้องเดินเหมือนมนุษย์ให้ได้มากที่สุด.....

แม้ว่าตอนนี้อาโปยังไม่ได้ใช้ลูกบอลพรสวรรค์ แต่เฉินเหวินก็คิดว่าน่าจะฝึกมันได้แน่นอน...

สิ่งแรกของการเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ ก็คือเริ่มต้นด้วยการเดินสองขา!

เนื่องจากสภาพร่างของมันที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินสองขา แต่ในทางตรงกันข้ามมันกลับอยากรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆมากกว่า ด้วยความเป็นลูกหมีแพนด้าไร้เดียงสา ประกอบกับความเอาใจใส่ดูแลของเฉินเหวินทำให้อาโปเริ่มเดินสองขาคล่องขึ้น..

อาโป: อะไรเนี่ย?

เฉินเหวิน: นี่คือโต๊ะ!

อาโป: กินได้ไหมอ่ะ?

เฉินเหวินเสียงดัง: ...ไม่ได้! แต่อาหารมักจะวางไว้ด้านบนจำไว้!

อาโป: อะไรเนี่ย?

เฉินเหวิน: นี่คือเก้าอี้!

อาโป: กินได้ไหมอ่ะ?

เฉินเหวินเสียงดัง: บ้าบอ! นี่นายจะกินทุกอย่างเลยหรือไง....อันนี้ใช้นั่งด้านบนเพื่อกินสิ่งที่อยู่บนโต๊ะ นายเข้าใจมั้ยอาโป

อาโป: แล้วนี่คืออะไรอ่ะ?

เฉินเหวิน: เค้าเรียกว่าทีวี...

อาเป่า: กินได้ไหมอ่ะ?

เฉินเหวินเสียงแข็ง: มันกินไม่ได้…

จากการสอนของเฉินเหวินอาโปเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ และเริ่มแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนกินได้ สิ่งไหนกินไม่ได้.....

สิ่งที่ทำให้อาโปค่อนข้างหงุดหงิดคือ เฉินเหวินนำทุกอย่างที่กินได้ซ่อนเอาไว้ทั้งหมด...

อาโป: ไม่มีอะไรกินเลยเหรอ? แล้วทำไมฉันจะต้องกันเหล็กด้วย!?ตะคอก

เฉินเกวินเสียงแข็ง: ก็นายเป็นสัตว์อสูรไม่ใช่มนุษย์ นายจะมากินมาม่าฉันได้ยังไงกันเล่าเจ้าเบื้อกเอ๊ย!

อาโปรู้สึกหมดหนทางเพราะมันหาของกินแทบไม่เจอเลย..

ด้วยความเหนื่อยล้า อาโปจึงรีบหาเหมาะ ๆ เพื่อนอน จากนั้นมันก็เดินเตาะแตะสองขาไปที่โซฟาห้องนั่งเล่น

เมื่อได้ที่แล้วอาโปก็นอนหงายถ่างขาอ้าซ่า และผล็อยหลับไปบนโซฟา... เฉินเหวินมองไปที่ท่านอนเสมือนเด็กน้อยไร้เดียงสาของมัน เขาจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาอย่างเงียบ ๆ และถ่ายรูปมัน

เฉินเหวินวางโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าแล้วหาผ้าห่มจากห้องนอนมาห่มให้มัน......

เครื่องปรับอากาศถูกเปิดอยู่ในห้องนั่งเล่น ในขณะที่อาโปกำลังหลับสบาย

หากสัตว์อสูรที่กินเหล็กไม่เพียงพอ จะมีผลต่อการนอนหลับของมันนั่นเอง....

อาโปนอนดิ้นไปดิ้นมาเพียงไม่กี่นาทีมันก็เตะขา และเตะผ้าห่มออกไป

เฉินเหวินห่มผ้าให้มันอีกครั้ง และหลังจากนั้นไม่นานมันก็ถีบผ้าห่มออกอีก เขาต้องคอยจัดท่านอนให้มันเพราะกลัวมันจะตกโซฟา ...

เมื่อเห็นอาโปนอนดิ้นไปดิ้นมา เฉินเหวินก็นั่งลงข้างๆ เล่นโทรศัพท์ไปพร้อมๆ กับคอยกันมันตกที่นอน

พื้นที่มิติสัตว์อสูรนั้นมหัศจรรย์มาก ซึ่งมันจะสามารถเร่งการเติบโตของสัตว์อสูรได้

เมื่อเปิดโทรศัพท์ เฉินเหวินหยิบรูปถ่ายของอาโปสองสามรูปแล้วส่งไปยังกลุ่ม "ครอบครัวเฉิน"

เฉินหม่า: "เฮ้...เหวินเหวิน นี่คือสัตว์อสูรที่นายทำพันธสัญญาด้วยเหรอ ทำไมฉันไม่เคยเห็นสัตว์อสูรหน้าตาแบบนี้มาก่อน แต่มันน่ารักมาก!"

ป๊าเฉิน: "ไหน ส่งรูปมาดูหน่อยสิ!"

เฉินเหวินส่งรูปอาโปให้ทุกคนดูย่างรวดเร็ว

แม่เฉิน: "พ่อของลูกตอนเป็นเด็กก็ผอมเหมือนเสาไฟฟ้า หน้าตาก็เหมือนลิง โตเป็นหนุ่มก็ยัง? แล้วเจ้าตัวนี้ตอนเล็ก ๆมันน่ารัก แม่กลัวว่าพอมันโตขึ้นจะน่าเกลียดน่ะสิ"

เฉินหม่า: "เฉินเหวิน มันมีว่าชื่ออะไร? แล้วมันชอบกินอะไร? วันหลังฉันจะซื้อเข้าไปให้..."

เฉินเหวิน: "มันเรียกว่าสัตว์อสูรกินเหล็ก สามารถกินดินได้ หรือเรียกอีกอย่างว่าแพนด้ายักษ์ มันชอบกินไม้ไผ่ แต่ที่บ้านมีอยู่แล้ว นายก็ซื้ออย่างอื่นมาละกัน"

ขนาดกินเหล็กกินดินได้ แสดงว่ามันกินได้ทุกอย่าง จริงไหม?

แม่เฉิน: "ตกลง!"

หลังจากนั้นไม่นานแม่เฉินก็ส่งข้อความมาอีก

เฉินหม่า: "มันกินพริกได้มั้ย! ที่บ้านฉันทำสวนพริก?"

เฉินเหวินแสดงสีหน้าสับสนทันที กับคำถามของ เฉินหม่า

สัตว์อสูรที่กินเหล็กนั้นค่อนข้างหายาก และเฉินเหวินไม่สามารถหาคำตอบบนอินเทอร์เน็ตได้ ดังนั้นเฉินเหวินจึงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนที่จะพิมพ์ข้อความตอบกลับอย่างช้าๆ

เฉินเหวิน: "มันอาจจะไม่ควรกินพริกแห้ง อืมม..หรือว่ามันคงพริกเขียวได้มั้ง"

แต่หน้าตามันเหมือนสัตว์เลี้ยงในท้องถิ่นของมณฑลซีฉวน ดังนั้นการกินอาหารรสเผ็ดได้หรือไม่นั้นจึงไม่มีข้อมูลแน่ชัด?

เมื่อเฉินเหวินตอบอย่างนั้นแม่เฉินเลยไปซื้อของดังกล่าว

ในตอนเย็น พ่อและแม่ของเฉินเหวินกลับมาพร้อมกับถุงเนื้อ ผัก และผลไม้สองถุงใหญ่ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีพริกเขียวสด....

ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในห้อง หลังจากวางกระเป๋า พ่อและแม่ของเฉินเหวินก็รีบตรงไปที่โซฟาเพื่อดูเจ้าแพนด้าน้อยกินเหล็ก

"ว้าว~ น่ารักจัง! เฉินเหวิน แสดงว่าการถ่ายภาพลูกนั้นแย่มากเลยนะ ถ่ายมาซะหน้าตาหน้าเกลียดเชียว!"

"มันช่างเป็นสัตว์อสูรที่หน้าตาน่ารักจริงๆ!"

"..."

เฉินเหวินรู้สึกว่าพ่อแม่ของเขากลายเอฟซีของมันไปแล้ว และพวกเขาก็ชมแล้วชมอีกว่ามันน่ารัก แต่ทว่า....ไม่รู้ว่ามันจะมีพฤติกรรมที่น่ารักหรือไม่?

และสำหรับอาโปนั้นแท้จริงมันไว้วางใจเขาได้สักแค่ไหนกัน?

อาจเป็นเพราะนอนเหลับเต็มอิ่มหรืออาจเป็นเพราะเสียงพ่อกับแม่ของเฉินเหวินดังขึ้น อาโปจึงค่อยๆ ขยี้ตาตื่นอย่างงงๆ

อาโปนั้นถูกเลี้ยงดูโดยจูหวู่ ดังนั้นมันจึงไม่ตื่นคน เมื่อเห็นพ่อกับแม่ของเฉินเหวินมันก็หาวต่อราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นมันก็พยายามเตะขาอันสั้นของมันเพื่อที่จะลุกขึิ้น

อย่างไรก็ตาม มันยังไม่ได้เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ขั้นสูงของ ดังนั้นมันจึงยังไม่สามารถลุกขึ้นได้หลังจากเตะขาสั้น ๆ ขึ้นไปในอากาศสองครั้ง

จากความน่ารักของมันที่ได้ใจพ่อและแม่ของเฉินเหวินไปทันที....

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเฉินหม่าที่อยากจะเจอ และกอดอาโปตัวเป็น ๆเร็ว ๆ

เฉินเหวินรีบแนะนำพ่อและแม่ของเขาให้อาโปรู้จัก....

เมื่อรู้ว่าพวกเขาเป็นญาติของเฉินเหวิน อาโปจึงไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก แต่เมื่อมันได้ยินว่าทั้งสองจะให้อะไรมันกิน มันก็เปลี่ยนสีหน้าทันที ปีนลงจากโซฟาแล้วกอดน่องของพวกเขาอย่างว่าง่าย...

.

แม่ของเฉินเหวินรีบเข้าไปกอดมันเหมือนเด็กและลูบหัวมันอย้างเอ็นดู เธอเรียกมันว่า "เด็กดี"

เฉินเหวินดีใจมากที่พ่อแม่ชอบอาโป ท้ายที่สุดแล้วภาระหน้าที่สำคัญในการเลี้ยงดูอาโปนั้นคงต้องตกเป็นภาระของพ่อแม่เขาจริงๆ

มันยังเด็กอยู่จริงๆ

แล้วมันจะกินพริกได้อย่างไรกัน?

แต่ทว่า.....

เมื่ออาโปเห็นพริกเขียว...น้ำลายมันก็ไหล

ด้วยความตกละของมันหลังจากกัดพริกเข้าไป อาโปก็น้ำตาพรั่งพรูราวกับสายน้ำ มันรีบเป่าลมออกจากปากแล้วรีบกินน้ำไปหลายขวดกว่าอาการเผ็ดจะทุเลาลง

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มันจะระมัดระวังตัวไม่กล้าแตะต้องของที่ไม่เคยกินอีก.....

จบบทที่ บทที่ 14 อาโปกินพริก!?

คัดลอกลิงก์แล้ว