- หน้าแรก
- ข้ามีสุดยอดระบบสังหารในพริบตา
- บทที่ 63 บอสใหญ่แสงสีทองส่องประกาย
บทที่ 63 บอสใหญ่แสงสีทองส่องประกาย
บทที่ 63 บอสใหญ่แสงสีทองส่องประกาย
บทที่ 63 บอสใหญ่แสงสีทองส่องประกาย
การสังหารองครักษ์เงาที่มีระดับพลังใกล้เคียงกัน ทำให้ได้รับค่าประสบการณ์อย่างงาม เพียงครู่เดียวก็ได้มาหลายหมื่นแต้มแล้ว
ตัง! ขณะที่อู๋เทียนกำลังจะสังหารคนที่เจ็ด ดาบใหญ่เล่มหนึ่งก็เข้าปะทะอย่างรุนแรงจนเขาต้องถอยร่นไปกว่าหนึ่งจ้าง
“ปรมาจารย์วิญญาณยุทธ์ขั้นสาม! ไม่เลวจริงๆ!” อู๋เทียนมองผู้มาใหม่ด้วยความสนใจ เขาคือหัวหน้าหน่วยองครักษ์เงาที่แข็งแกร่งที่สุด แม้จะใช้ความเร็วสามเท่า แต่ก็ยังตามเขาทัน
เนี่ยฮุยเสียงเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “อู๋เทียน ในที่สุดเจ้าก็เจอคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อ! ข้ายอมรับว่าเจ้าเก่งกาจ แต่เขาคือหัวหน้าหน่วยองครักษ์เงา ระดับปรมาจารย์วิญญาณยุทธ์ขั้นสาม! เจ้าไม่มีทางเอาชนะได้! เตรียมตัวตายได้เลย!”
อู๋เทียนเพียงยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างดูแคลน
หัวหน้าหน่วยองครักษ์เงาขมวดคิ้ว “เด็กน้อยช่างโอหังนัก! ปล่อยให้เจ้ากำเริบมานานพอแล้ว ต่อไปนี้คือความตาย!”
ร่างของเขาวูบหายไป ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอู๋เทียนพร้อมกับดาบใหญ่ที่ฟาดฟันลงมา
ตูม! อู๋เทียนหลบได้ทันท่วงที แต่พื้นหินบริเวณนั้นกลับถูกฟันจนเป็นร่องลึก อู๋เทียนอาศัยจังหวะนั้นวูบร่างไปด้านหลังแล้วฟันดาบสวนกลับไป
“ลูกไม้ตื้นๆ” หัวหน้าหน่วยองครักษ์เงาแค่นเสียงหยัน พลิกตัวกลับมาใช้ดาบใหญ่รับการโจมตี
ปัง! ปราณแท้ปะทะกันอย่างรุนแรง
แคร่ก! ดาบใหญ่ในมือของหัวหน้าหน่วยองครักษ์เงาพลันแตกสลาย!
“อะไรกัน!” เขาสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำสิ่งใด แสงสีม่วงสายหนึ่งก็พาดผ่านลำคอ ร่างของเขาพลันแข็งทื่อ
อู๋เทียนค่อยๆ ลดดาบมังกรดำลง เลือดสดสายหนึ่งพุ่งออกจากลำคอของหัวหน้าหน่วยองครักษ์เงา เขากุมบาดแผล จ้องมองอู๋เทียนอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เจ้า... เจ้า...”
โครม! ร่างสูงใหญ่ล้มลงกับพื้นแน่นิ่ง
ติ๊ง!
“ขอแสดงความยินดี! ผู้เล่นอู๋เทียนใช้ทักษะสังหารในพริบตาสำเร็จ! สังหารบอสหัวหน้าหน่วยองครักษ์เงา (ปรมาจารย์วิญญาณยุทธ์ขั้นสาม) ได้รับค่าประสบการณ์ 100,000 เงิน 20,000 ตำลึง วัสดุหลอมศาสตราขั้นปฐพี ‘แม่เหล็กเฮยสือ’ สามก้อน อาวุธโจมตีระดับลี้ลับ ‘ดาบจันทรามายา’...”
“ขอแสดงความยินดี! ผู้เล่นอู๋เทียนเลื่อนระดับเป็นปรมาจารย์วิญญาณยุทธ์ขั้นสอง!”
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นไม่หยุด การสังหารบอสทำให้เขาได้รับรางวัลมากมาย และที่สำคัญที่สุดคือ เขาได้เลื่อนระดับแล้ว!
เนี่ยฮุยเสียงและองครักษ์เงาที่เหลือต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก ปรมาจารย์วิญญาณยุทธ์ขั้นสามกลับถูกสังหารในพริบตา!
“ดีมาก! ต่อไปก็ตาพวกเจ้า!” อู๋เทียนยิ้มอย่างอำมหิต
ร่างของเขาวูบหายไปอีกครั้ง ปรากฏขึ้นพร้อมกับคมดาบที่ทะลวงหัวใจองครักษ์เงาที่เหลือทีละคนอย่างง่ายดาย
“เป็น... เป็นไปได้อย่างไร!” เนี่ยฮุยเสียงหน้าซีดเผือด องครักษ์เงาทั้งสิบคนถูกสังหารสิ้น โดยที่อู๋เทียนไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
“เนี่ยฮุยเสียง เจ้าทำร้ายเสี่ยวฮุ่ย ต่อไปคือเจ้า!” อู๋เทียนจ้องมองมันด้วยสายตาเย็นชา
“ไม่! เจ้าฆ่าข้าไม่ได้! ข้าคือคุณชายตระกูลเนี่ย!” เนี่ยฮุยเสียงหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ
“ตระกูลเนี่ยรึ? ฮึ่ม! หลังจากฆ่าเจ้า ตระกูลเนี่ยก็คือรายต่อไป!” อู๋เทียนพุ่งเข้าใส่ทันที
“อย่า!” เนี่ยฮุยเสียงหันหลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต แต่ด้วยความตื่นตระหนกจึงสะดุดล้มลง คลานหนีอย่างน่าสมเพช
“ไปตายซะ!” อู๋เทียนเงื้อดาบมังกรดำขึ้นสูง เตรียมฟันลงไป
ตูม!
ก่อนที่คมดาบจะถึงตัวเนี่ยฮุยเสียง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นขวางไว้ ปัดป้องปราณดาบอันบ้าคลั่งของอู๋เทียนได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังสะท้อนพลังกลับมาจนอู๋เทียนต้องตีลังกากลางอากาศหลายตลบจึงจะทรงตัวได้
“บังอาจ! อู๋เทียน เจ้ากล้าดีอย่างไรมาทำร้ายคนของตระกูลเนี่ย!” ผู้มาใหม่ตวาดลั่น
อู๋เทียนเพ่งมองอย่างระมัดระวัง ผู้ที่มาคือเจ้าตระกูลเนี่ย เนี่ยอวิ๋นเทียน บิดาของเนี่ยฮุยเสียงนั่นเอง
“ท่านพ่อ! ท่านมาแล้ว! ข้าเกือบตายแล้ว...”
“บัดซบ! บอสใหญ่ระดับปรมาจารย์วิญญาณยุทธ์ขั้นเจ็ด แถมยังเปล่งประกายสีทอง! หากสังหารได้คงได้ของดีน่าดู น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังทำไม่ได้” อู๋เทียนครุ่นคิดในใจ
“ที่แท้ก็ท่านเจ้าตระกูลเนี่ย ขออภัยที่ล่วงเกิน” อู๋เทียนประสานมือคารวะอย่างเสแสร้ง
“ฮึ่ม! อู๋เทียน อายุก็ยังน้อยแต่กลับกระหายเลือดนัก! อย่าคิดว่ามีสถานะศิษย์สำนักฉีเทียนแล้วข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้!” เนี่ยอวิ๋นเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเปี่ยมจิตสังหาร
อู๋เทียนไม่พอใจ “ท่านเจ้าตระกูล ในเมืองผิงหยางนี้ มีแต่คนตระกูลเนี่ยเท่านั้นรึที่ฆ่าคนได้? บุตรชายท่านจะฆ่าข้า แล้วข้าต้องยืนนิ่งๆ ให้มันฆ่ารึ?”
“บังอาจ! เด็กเมื่อวานซืนกล้าต่อปากต่อคำ! ดูท่ากฎของสำนักฉีเทียนจะหย่อนยานเกินไป! เช่นนั้นวันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าแทนพวกเขาเอง!” เนี่ยอวิ๋นเทียนพลิกฝ่ามือเตรียมลงมือ
“ท่านเจ้าตระกูล! ท่านเป็นถึงผู้นำตระกูล กลับคิดจะรังแกเด็กหนุ่มเช่นนี้ ไม่กลัวถูกหัวเราะเยาะรึ?” พลันเสียงทรงอำนาจเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังอู๋เทียน