- หน้าแรก
- พลิกกระดานเวลา
- บทที่ 3 ภารกิจแรก
บทที่ 3 ภารกิจแรก
บทที่ 3 ภารกิจแรก
"สหายตัวน้อยไม่ต้องเรียกหาแล้ว ตาแก่คนนี้ฟังอยู่ตลอดนั่นแหละ ที่จริงก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ลำบากใจหรอก แต่สถานการณ์เมื่อครู่มันเหมาะที่จะประเมินเจ้าอย่างละเอียดพอดี ก็เลยถือโอกาสใช้เวลาตรวจสอบเสียหน่อย"
ในขณะที่จูเหวินเทียนกำลังเตรียมตัวจะเดินไปสวนหลังเขาด้วยอารมณ์เปลี่ยวเหงา ชายชราผมขาวหนวดเคราขาวโพลนคนเดิมก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง การแต่งกายและกิริยาท่าทางยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ครั้งนี้จูเหวินเทียนมั่นใจแล้วว่า คงมีแค่เขาเพียงคนเดียวที่มองเห็นระบบในร่างชายชราตรงหน้า เพราะเมื่อครู่มีนักเรียนหญิงห้องข้างๆ สองคนจูงมือเดินผ่านไป พวกเธอเพียงแค่ปรายตามองเขาแวบหนึ่ง โดยไม่ได้สังเกตเห็นชายชราเลยแม้แต่น้อย
"จูเหวินเทียน มาทำอะไรอยู่ตรงนี้คนเดียว? ตากแดดเล่นเหรอ?"
คนอื่นไม่เพียงแต่มองไม่เห็น แต่น่าจะไม่ได้ยินเสียงด้วย ตอนที่ชายชราพูดเมื่อครู่ นักเรียนหญิงสองคนนั้นไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เลย แถมหนึ่งในนั้นที่แซ่หานยังทักทายจูเหวินเทียนอีกต่างหาก
นักเรียนหญิงแซ่หานคนนั้นน่าจะชื่อหมิงหมิงหรืออะไรสักอย่าง อีกฝ่ายรู้จักชื่อเขา แต่จูเหวินเทียนกลับจำชื่อเธอไม่ได้แม่นยำนัก จึงได้แต่ยิ้มแก้เก้อไปอย่างนั้น
หลังจากสองสาวหัวเราะคิกคักแล้วเดินจากไป จูเหวินเทียนถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเขากำลังยืนตากแดดเปรี้ยงอยู่จริงๆ อย่างที่พวกเธอว่า เหงื่อท่วมตัวขนาดนี้เขายังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
แต่จูเหวินเทียนไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้แล้ว กว่าจะเรียกชายชราออกมาได้ เขามีคำถามเต็มท้องที่อยากจะถามอีกฝ่ายใจจะขาด
"ทำให้สหายตัวน้อยตกใจเสียแล้ว การที่เจ้าสามารถกระตุ้นการตั้งค่าได้ แสดงว่าเราสองคนมีวาสนาต่อกัน สำหรับเจ้าแล้วจะมีแต่ผลดี ดังนั้นอย่าได้กังวลใจไปเลย"
"แต่สหายตัวน้อยอย่าคิดว่าจะสบายไปตลอด หากไม่สามารถบรรลุจุดประสงค์เริ่มแรกของระบบได้ เกรงว่าผลลัพธ์จะไม่ดีต่อทั้งตัวเจ้าและตัวข้า"
"แน่นอนว่าเรื่องนี้สหายตัวน้อยไม่ต้องกังวลจนเกินไป จุดประสงค์การมีอยู่ของระบบไม่ได้มีไว้เพื่อทำร้ายใคร แต่มีไว้เพื่อช่วยเหลือผู้คน"
ยังไม่ทันที่จูเหวินเทียนจะอ้าปากถาม ชายชราผมขาวก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการขจัดความสงสัยของจูเหวินเทียน แต่ในหูของจูเหวินเทียน คำพูดเหล่านี้กลับฟังดูเหมือนการข่มขู่กลายๆ ซึ่งจุดนี้ชายชราเองก็คงคาดไม่ถึงเช่นกัน
"จากการประเมินเมื่อครู่ แม้คุณสมบัติทั้งภายในและภายนอกของสหายตัวน้อยจะแค่พอถูไถ แต่ก็ถือว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานของคนทั่วไป ไม่มีความบกพร่องร้ายแรงทางร่างกายและจิตใจ แม้ร่างกายและจิตใจจะยังไม่เติบโตเต็มที่ แต่ก็ยังมีช่องว่างให้ขัดเกลาได้อยู่บ้าง"
ตั้งแต่เริ่มพูด ชายชราก็พล่ามไม่หยุดราวกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่กำลังอบรมสั่งสอนลูกหลาน จูเหวินเทียนพยายามจะอ้าปากถามแทรกหลายครั้ง แต่ก็หาจังหวะพูดไม่ได้เลยสักนิด
อีกทั้งชายชรายังพูดจากลางๆ เหมือนไม่อยากพูดให้ชัดเจนจนหมดเปลือก เล่นเอาจูเหวินเทียนงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก
อย่างไรก็ตาม คำพูดของชายชรานั้นมีพลังโน้มน้าวใจอยู่ไม่น้อย แม้จูเหวินเทียนจะร้อนใจ แต่ก็ค่อยๆ คล้อยตามจังหวะการพูดและจมดิ่งไปกับเนื้อหาที่ชายชราพูด โดยเฉพาะตอนวิเคราะห์สถานการณ์ของตัวเขาเอง จูเหวินเทียนตั้งใจฟังเป็นพิเศษ
นี่อีกฝ่ายกำลังรังเกียจเขาอยู่หน่อยๆ หรือเปล่านะ? จูเหวินเทียนเริ่มตระหนักได้ลางๆ
"เอาล่ะ สหายตัวน้อย ข้ารู้ว่าเจ้ามีคำถามมากมาย แต่ตอนนี้สิ่งที่เจ้ารับรู้ได้นั้นมีจำกัด เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เจอกันครั้งแรกข้าจะให้โอกาสเจ้าถามได้สามข้อ"
ในที่สุดชายชราก็เมตตา ให้โอกาสจูเหวินเทียนถามคำถามสามข้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่จูเหวินเทียนรอคอยอยู่พอดี
เดิมทีชายชราก็พูดอะไรไม่เคลียร์อยู่แล้ว ขืนไม่ยอมให้จูเหวินเทียนถามบ้างก็ดูจะใจดำเกินไป หรือไม่ก็อาจตั้งใจกลั่นแกล้งและมีจุดประสงค์แอบแฝงบางอย่าง
"ขอบคุณครับ ก่อนอื่นผมอยากรู้ว่าคุณหรือระบบนี้มีลักษณะและจุดประสงค์คืออะไรกันแน่ และต้องการให้ผมร่วมมืออย่างไรบ้าง?"
จูเหวินเทียนคิดหาจังหวะถามสถานการณ์มาตลอด ดังนั้นพอได้รับโอกาส เขาจึงเรียบเรียงคำพูดไว้เรียบร้อยแล้วและถามออกไปทันที
"อื้ม คำถามตรงประเด็นดี ตรรกะความคิดก็พัฒนาขึ้น งั้นข้าจะตอบทีละข้อก็แล้วกัน"
"ด้วยระดับสิทธิ์ของเจ้าในตอนนี้ บอกได้แค่ว่าข้าไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ และไม่ใช่ภูตผีปีศาจอย่างที่เจ้าจินตนาการ ข้อมูลอื่นๆ ต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมค่อยว่ากันอีกที"
"ต่อมา เรื่องจุดประสงค์ที่ข้าปรากฏตัว ก็เพื่อยกระดับตัวเจ้าและโลกรอบตัวเจ้า ในขณะเดียวกันก็เพื่อยกระดับตัวข้าเองด้วย พูดแบบนี้ไม่รู้ว่าเจ้าจะเข้าใจไหมนะ"
"สุดท้าย เรื่องความร่วมมือ สหายตัวน้อยแค่พัฒนาตัวเองให้ดีก็ถือเป็นความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับข้าแล้ว ในทางปฏิบัติอาจต้องให้เจ้าทำเรื่องบางอย่างโดยเฉพาะเจาะจง ซึ่งจุดประสงค์ก็เพื่อการพัฒนาของเจ้าเช่นกัน จงจำข้อนี้ไว้ให้ดี"
ชายชราลูบเคราพลางเลือกใช้คำอย่างระมัดระวัง เห็นได้ชัดว่าอย่างที่เขาพูด ตอนนี้มีข้อมูลมากมายที่ไม่เหมาะจะให้จูเหวินเทียนรับรู้ ทำให้เขามีการหยุดชะงักระหว่างพูดบ้าง
"เอาล่ะ สหายตัวน้อย ข้าตอบคำถามทั้งสามข้อของเจ้าครบแล้ว ต่อไปเจ้าต้องทำตามคำไหว้วานเรื่องแรกของข้าบ้าง"
เนื่องจากระดับสิทธิ์จำกัด จูเหวินเทียนที่กำลังฟังอย่างงุนงง จู่ๆ ก็โดนประโยคนี้กระแทกใส่หน้า
"หะ? นี่ครบสามข้อแล้วเหรอ!? ผมเพิ่งถามไปแค่ประโยคเดียวนะ!"
จูเหวินเทียนถึงกับเหวอรับประทานทันที
"สหายตัวน้อย อย่างน้อยเจ้าก็เป็น...ถ้าเรียกตามภาษาพวกเจ้าก็คือนักเรียนมัธยมปลายปีสองใช่ไหม? แค่คณิตศาสตร์พื้นฐานยังไม่เข้าใจอีกรึ?"
"เอาล่ะ ตั้งใจฟังคำไหว้วานเรื่องแรกของข้าให้ดี ภายในสิบสองชั่วยามเจ้าจะต้องกลายเป็นตัวแทนวิชาประวัติศาสตร์ประจำห้องให้ได้ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะมีความชอบธรรม จงตั้งใจทำให้สำเร็จ หลังจากเสร็จเรื่องข้าจะเตรียมของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ไว้ให้"
ชายชราหาได้สนใจความสงสัยของจูเหวินเทียนไม่ เขายังคงพูดต่อไปตามใจชอบ พอพูดจบก็ไม่รอให้จูเหวินเทียนได้ทันตั้งตัว ร่างของเขาก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
"เอ่อ...ระบบ?"
"ท่านปู่ระบบ?"
"ท่านผู้เฒ่าระบบ..."
"..."
หลังจากนั้นไม่ว่าจูเหวินเทียนจะร้องเรียกอย่างไร ก็ไร้วี่แววของชายชรา ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่หลงกลไม้นี้แล้ว
"เรื่องชักจะไปกันใหญ่แล้วแฮะ!"
จูเหวินเทียนขมวดคิ้วอย่างจนปัญญา แต่ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว
"ต้องเรียบเรียงความคิดให้ดีหน่อยแล้ว"
หลังจากนั่งเหม่ออยู่ครู่หนึ่ง ท้องที่ว่างเปล่าก็เริ่มประท้วง จูเหวินเทียนจึงเดินมุ่งหน้าไปยังโรงอาหาร ระหว่างทางก็พยายามนึกย้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาเผลอหลับในห้องเรียน
อย่างแรก ความจริงที่ว่าเขามีระบบติดตัวนั้นยืนยันได้แน่นอนแล้ว ทั้งเสียงยืนยันจากระบบในตอนแรก และการปรากฏตัวของชายชราถึงสองครั้ง เรื่องแบบนี้คงไม่ใช่ภาพลวงตาแน่
อย่างที่สอง ระบบนี้ไม่เพียงแต่สามารถสื่อสารกับเขาทางจิตได้ แต่ยังสามารถจำแลงกายออกมาได้ด้วย ซึ่งร่างจำแลงนี้คนอื่นจะมองไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียง
อย่างที่สาม ตัวระบบดูเหมือนจะมีอารมณ์ความรู้สึกคล้ายมนุษย์ ไม่ใช่แค่โปรแกรมแข็งทื่อไร้ชีวิตจิตใจ