- หน้าแรก
- ทางเซียนของข้า ฝากไว้กับนาง
- บทที่ 54 เข้าสู่ดินแดนบรรพบุรุษ ถ้ำสวรรค์ห้าธาตุ
บทที่ 54 เข้าสู่ดินแดนบรรพบุรุษ ถ้ำสวรรค์ห้าธาตุ
บทที่ 54 เข้าสู่ดินแดนบรรพบุรุษ ถ้ำสวรรค์ห้าธาตุ
บทที่ 54 เข้าสู่ดินแดนบรรพบุรุษ ถ้ำสวรรค์ห้าธาตุ
สำหรับพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการกราบไหว้บรรพบุรุษ ส่วนการทดสอบนั้นเป็นเรื่องรอง
การกราบไหว้ดำเนินไปเพียงไม่นาน ภายใต้การนำของผู้อาวุโสใหญ่ เหล่าลูกหลานในตระกูลต่างทะยอยกันออกไปทำความเคารพจนครบถ้วนกระบวนการ
เมื่อผ่านไปหนึ่งชั่วยาม พิธีเซ่นไหว้จึงถือว่าเสร็จสิ้นลงและลำดับถัดไป คือช่วงเวลาที่ทุกคนต่างรอคอย การทดสอบในดินแดนบรรพบุรุษ
เสิ่นสงยืนไพล่หลังอยู่หน้ากระถางทองแดงยักษ์ กวาดสายตามองทุกคนพลางเริ่มประกาศกฎกติกาของดินแดนบรรพบุรุษตามธรรมเนียม เสียงของเขากัมปนาทดุจระฆังยักษ์ที่ดังก้องไปทั่วลานหิน:
“การทดสอบในดินแดนบรรพบุรุษ ความเป็นตายถือเป็นเรื่องส่วนตัว ผู้ที่ก้าวเข้าสู่ประตูนี้ จงจำกฎเหล็กสี่ข้อให้ขึ้นใจ...”
เขาสะบัดแขนเสื้อ พื้นที่เหนือกระถางทองแดงพลันบิดเบี้ยว ปรากฏตัวอักษรสีเลือดสี่แถวขึ้นมา:
“ข้อที่หนึ่ง ผู้เข้าสู่ค่ายกลจะถูกผนึกความทรงจำ เมื่อออกจากค่ายกล นอกจากสิ่งที่ได้รับจากการผ่านด่านแล้ว เรื่องอื่นที่เกิดขึ้นภายในจะถูกลืมเลือนสิ้น”
ทุกสิ่งที่เผชิญภายในค่ายกลอาคม เมื่อออกมาแล้วจะจำไม่ได้เลย มีเพียงพรที่ได้รับหรือผลประโยชน์อื่นเท่านั้นที่จะยังคงอยู่ ดังนั้นสำหรับทุกคนแล้ว ภายในนั้นจะไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นอาวุโส สิ่งเดียวที่ต้องทำคือทุ่มเทสุดกำลังเพื่อให้ค่ายกลยอมรับและได้รับพรจากประมุขรุ่นแรก
“ข้อที่สอง ภายในดินแดนบรรพบุรุษ ความเป็นตายคือเรื่องจริง” เสิ่นสงใช้นิ้วรวบรวมแสงสีทองจิ้มลงบนเศียรมังกรของกระถางยักษ์
รูปปั้นนูนมังกรทั้งเก้าพลันลืมตาแดงฉาน พ่นหมอกที่มีกลิ่นคาวเลือดออกมา
“หากสิ้นชีพภายในค่ายกล นั่นหมายถึงดวงวิญญาณจะสลายไปตลอดกาล”
ทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด กลั้นหายใจด้วยความระทึก การทดสอบนี้แฝงไปด้วยอันตราย
ในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บประมาณหนึ่งในสิบ แม้จะไม่มากนักแต่ก็นับว่าเสี่ยงมาก นี่คือเหตุผลที่หนานกงหว่านกังวลใจเรื่องบุตรชายคนเล็กของนาง ทว่าโชคดีที่ยามนี้เขามีเย่ชิงเซียนคอยคุ้มครอง
ด้านเสิ่นลี่เมื่อได้ยินเช่นนั้น มุมปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
เขามองเสิ่นเสียนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร เมื่อเข้าสู่ดินแดนบรรพบุรุษ เขาจะสามารถลงมือได้อย่างไร้กังวล และถึงตอนนั้น ทุกคนก็จะคิดว่าอีกฝ่ายตายเพราะอันตรายภายในดินแดนบรรพบุรุษเอง
สิ่งเดียวที่ต้องระวังคือ... เขามองไปยังเย่ชิงเซียนที่อยู่ข้างๆ พลางแค่นหัวเราะในใจ ต่อให้นางจะปกป้องไอ้ขยะนั่น แต่เมื่อเข้าไปข้างในแล้ว ทุกอย่างก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนางเพียงคนเดียว เพราะเขาก็เตรียมการไว้ไม่น้อยเช่นกัน
“ข้อที่สาม ผู้ที่ผ่านด่านจะปรากฏชื่อบนกระถางยักษ์” เสิ่นสงร่ายมุทรา อักขระสีเลือดกลายเป็นสายรุ้งทองห้าสายพุ่งทะยานขึ้นฟ้า
“ทุกครั้งที่ผ่านด่านหนึ่ง ชื่อของผู้ที่ทำคะแนนได้ห้าอันดับแรกจะปรากฏขึ้น และตระกูลจะมีรางวัลใหญ่มอบให้”
เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบลานหิน ลูกหลานหลายคนจ้องมองกระถางยักษ์ด้วยแววตาเป็นประกาย ราวกับเห็นชื่อของตนแขวนเด่นอยู่บนนั้นแล้ว
“ข้อที่สี่...” เสิ่นสงเพิ่มระดับเสียง เสาหินสูงเสียดฟ้าทั้งสิบสองต้นสั่นสะเทือนพร้อมกัน
ที่เสาต้นกลาง รูปปั้นนูนของประมุขรุ่นแรกพลันลืมตาขึ้นช้าๆ: “ผู้ที่ได้รับพรจากบรรพบุรุษ จะเป็นผู้แบกรับโชคชะตาของตระกูล!”
ประโยคนี้ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เหล่าผู้อาวุโสต่างมองไปที่เสิ่นลี่ด้วยความคาดหวัง ส่วนเสิ่นลี่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย มีดกัดกร่อนใจที่เอวทอแสงหม่น ดูราวกับผู้ชนะที่กุมชัยชนะไว้ในมือแล้ว
“ยามนี้...” เสิ่นสงรวมนิ้วเป็นกระบี่ ฟาดแสงทองลงบนประตูทองแดงมหึมา: “จงถือป้ายอาญาเข้าสู่ค่ายกล!”
ป้ายหยกหลายร้อยแผ่นพุ่งออกจากกระถางยักษ์ ตกลงสู่มือของผู้เข้าร่วมทุกคนอย่างแม่นยำ
เสิ่นเสียนลูบลวดลายเย็นเยียบของป้ายหยก พลันเหลือบเห็นป้ายของเย่ชิงเซียนที่ขอบมีแสงสีเงินประหลาดวาววับ
ตระกูลอนุญาตให้บุตรชายสายตรงพาคู่บำเพ็ญเข้าไปด้วยได้ ทว่าคนนอกเหล่านั้นอย่างมากก็แค่ได้รับการยอมรับจากค่ายกล ส่วนการจะได้รับพรจากประมุขรุ่นแรกนั้น... ตั้งแต่มีพิธีมา ไม่เคยมีคนนอกทำได้เลยสักครั้ง
“จำไว้” เสิ่นสงสำทับทิ้งท้าย “ดินแดนบรรพบุรุษมีสี่ด่าน ผ่านสามด่านนับว่าสอบผ่าน แต่มีเพียงผู้ที่เดินไปถึงจุดสุดท้ายเท่านั้น... จึงจะได้พบกับวาสนาที่แท้จริง”
ลูกหลานหลายคนต่างตื่นเต้นฮึกเหิม สำหรับสายรอง พิธีนี้คือโอกาสสำคัญที่จะเปลี่ยนฐานะในตระกูล หากทำได้จะเปรียบดั่งปลาหลีฮื้อกระโดดข้ามประตูมังกร
ส่วนสายตรงนั้น หากได้รับการยอมรับหรือได้พรจากบรรพบุรุษ ก็หมายถึงอำนาจในตระกูลที่จะมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเสิ่นลี่ สิ่งนี้สำคัญยิ่งต่อการขึ้นเป็นประมุขของเขา
“เข้าสู่ดินแดนบรรพบุรุษ!” เสิ่นสงคำรามพร้อมชูป้ายประมุขขึ้น
พริบตานั้น แสงทองสาดจ้าบดบังทัศนวิสัย กลิ่นอายอันทรงพลังแผ่ซ่านไปทั่ว
ครืนนน!
ประตูทองแดงยักษ์ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นเพียงแสงสีขาวโพลน กลิ่นอายเก่าแก่และลึกลับพุ่งมาปะทะหน้า ลูกหลานตระกูลเสิ่นทุกคนที่ถือป้ายหยกต่างรู้สึกได้ว่าร่างกายถูกแรงบางอย่างดึงดูด พุ่งหายเข้าไปในม่านหมอกสีขาวนั้นทันที
เหลือเพียงระดับสูงของตระกูลที่ยังคงอยู่ด้านนอกเพื่อคุมสถานการณ์
“หวังว่าเสียนเอ๋อร์จะกลับมาอย่างปลอดภัย” หนานกงหว่านเอ่ยด้วยความกังวล
ยามนั้นเหล่าผู้อาวุโสเริ่มวิจารณ์กัน “ตามความเห็นของข้า พรในครั้งนี้ย่อมหนีไม่พ้นลี่เอ๋อร์” ผู้อาวุโสสองลูบเคราแววตาคมปลาบ “ถึงขั้นเชิญหยกนำทางไท่ซวีออกมา เห็นได้ชัดว่าคุณชายใหญ่ให้ความสำคัญกับเขาเพียงใด”
เรื่องที่เสิ่นสิงยื่นมือช่วยเหลือนั้น ผู้อาวุโสระดับสูงต่างพอจะได้ยินมาบ้าง และพวกเขาก็ล้วนนิยมชมชอบในตัวเสิ่นสิงที่เป็นว่าที่เซียนในอนาคตผู้นี้
ผู้อาวุโสห้าพยักหน้าเห็นพ้อง “ถูกต้อง หากได้พรจากประมุขรุ่นแรก ลี่เอ๋อร์ย่อมก้าวหน้าอย่างรวดเร็วแน่นอน” ทั้งสองต่างให้ความสำคัญกับว่าที่ประมุขคนนี้ยิ่งนัก
“ไม่รู้ว่าแม่หนูชิงเซียนจะทำได้ดีเพียงใด” ผู้อาวุโสใหญ่เอ่ยด้วยความสนใจ พรสวรรค์ของนางไม่เลว อีกทั้งเพิ่งได้มรดกถ้ำเซียนมา หากทำได้ดีจนได้พรจากบรรพบุรุษ ก็นับเป็นเรื่องน่ายินดีของตระกูลเสิ่น
ทว่าผู้อาวุโสห้ากลับโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “คนนอกตระกูล อย่างมากก็แค่ได้รับการยอมรับจากค่ายกลอาคมเท่านั้นล่ะ ประวัติศาสตร์ไม่เคยมีคนนอกได้รับพรจากบรรพบุรุษมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น นางยังต้องแบกเอา...” เขาไม่ได้พูดคำว่า “ตัวถ่วง” ออกมา แต่ทุกคนในที่นั้นต่างเข้าใจความหมายดี หนานกงหว่านขมวดคิ้วเล็กน้อย
“คอยดูไปก็รู้เอง” เสิ่นสงเอ่ยตัดบท
ทุกคนต่างจ้องมองไปยังม่านแสงที่สะท้อนออกมาจากกระถางทองแดงยักษ์ ซึ่งยามนี้ยังไม่มีชื่อใครปรากฏขึ้น...
...
การทดสอบด่านแรกในดินแดนบรรพบุรุษ มีชื่อว่า ถ้ำสวรรค์ห้าธาตุ
ลูกหลานที่เข้ามาจะถูกสุ่มกระจายไปยังถ้ำสวรรค์ทั้งห้าธาตุ แต่ละถ้ำจะมีอสูรวิญญาณจำนวนมหาศาล
ผู้ทดสอบต้องล่าอสูรเพื่อชิง “ผลึกอสูร” ภายในเวลาสองวัน ยิ่งมีผลึกมาก โอกาสได้รับการยอมรับจากค่ายกลก็ยิ่งสูงและส่งผลต่อการได้รับพรในภายหลังด้วย
อสูรในแต่ละถ้ำจะมีธาตุตามชื่อถ้ำสวรรค์นั้นๆ ยามนี้จึงต้องพึ่งพาโชคของผู้ทดสอบ เพราะห้าธาตุมีการข่มกันเอง หากผู้ทดสอบที่เน้นพลังธาตุน้ำหลุดเข้าไปในถ้ำธาตุไฟ
ย่อมจะทำงานได้ง่ายดายดุจปลาได้น้ำ แต่หากเข้าถ้ำธาตุดิน ความยากจะพุ่งสูงขึ้นทันที ทว่าหากมีความแข็งแกร่งที่เหนือชั้น เรื่องการข่มธาตุก็ไม่ใช่ปัญหาเด็ดขาด
เมื่อม่านหมอกจางลง ประตูทองแดงปิดสนิท เสิ่นเสียนรู้สึกโลกหมุนคว้าง ร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยพลังอันลึกลับ เมื่อสายตาปรับสภาพได้ เขาก็พบว่าตนเองยืนอยู่ในโลกที่แปลกประหลาด— ถ้ำสวรรค์ธาตุทอง