- หน้าแรก
- สุภาพบุรุษผู้ว่างงาน แห่งรัชศกเจิ้งกวน
- 191 - เข้าคุกอีกครั้ง
191 - เข้าคุกอีกครั้ง
191 - เข้าคุกอีกครั้ง
191 - เข้าคุกอีกครั้ง
รวมทั้งหวังจื้อเข้าไปด้วยแล้ว วันนี้หลี่ซูซัดคนไปสี่คน เหนื่อยไม่น้อย การต่อสู้ก็ใช้แรงอยู่เหมือนกัน
เมื่อเห็นพ่อค้าชาวต่างชาติที่ยืนตัวสั่นไม่หยุดอยู่ตรงหน้า กับหญิงชาวต่างชาติที่ยังคงแสดงสีหน้าแข็งกร้าว หลี่ซูยิ้มบางๆ แล้วชี้ไปที่พ่อค้าคนนั้น พลางกล่าวว่า
"ข้าไม่คิดจะถามชื่อเจ้า และไม่สนว่าผิดหรือถูก ข้าเพียงถามคำเดียว เจ้ารู้ตัวไหมว่าเจ้าได้ก่อเรื่องขึ้นแล้ว?"
พ่อค้าชาวต่างชาติสามารถมาค้าขายในต้าถังได้ ย่อมฟังภาษากวนจงรู้เรื่อง เขาจึงพยักหน้าด้วยความตื่นตระหนก
"ผลที่ตามมาร้ายแรงเพียงใด เจ้าก็น่าจะรู้อยู่แล้ว คนที่นอนอยู่ตรงพื้นสามคนเป็นคนของตำหนักตะวันออก เป็นข้าราชบริพารของไท่จื่อ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือขุนนางใต้บัญชาของไท่จื่อแห่งจักรวรรดิต้าถัง เจ้าเห็นแล้ว ข้าเล่นงานเขาจนหมดสภาพ ข้าเป็นผู้ลงมือ ย่อมหลีกเลี่ยงโทษไม่ได้
แต่เจ้าเองก็หนีไม่รอด เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเจ้า รวมถึงหญิงที่อยู่ข้างหลังเจ้าด้วย ไท่จื่อจะไม่มีวันปล่อยพวกเจ้าไว้แน่"
สีหน้าของพ่อค้าชาวต่างชาติยิ่งซีดขาวลงไปอีก ส่วนหญิงชาวต่างชาติก็ซีดเช่นกัน
หลี่ซูหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า "หน้าซีดไปก็เปล่าประโยชน์ รู้ไหมตอนนี้พวกเจ้าควรทำอะไร?"
พ่อค้าส่ายหน้า
หลี่ซูชี้ไปยังหวังจื้อที่นอนอยู่บนพื้นแล้วกล่าวว่า
"พวกเจ้าพาเขาไปให้เร็วที่สุด หาเสื้อผ้าชาวต่างชาติมาให้เขาเปลี่ยน เอาหนวดปลอมมาติด แล้วพวกเจ้าก็ต้องปลอมตัวเหมือนกัน จากนั้นไปหลบอยู่ที่ไหนสักแห่งให้เงียบที่สุด
ซ่อนตัวได้นานแค่ไหนก็เอาแค่นั้น จำไว้อย่าให้ใครพบ ไม่อย่างนั้นก็ตาย พยายามดูแลพี่น้องของข้าให้ดี รักษาบาดแผลให้เขา พอเรื่องซาลงแล้ว ให้เขาตามหาข้า"
พ่อค้าชาวต่างชาติรีบพยักหน้า
หลี่ซูถอนใจ "รีบไปสิ ยังจะยืนโง่อยู่อีก เจ้าทำการค้าได้อย่างไรถึงได้โง่เง่าแบบนี้?"
พ่อค้าชาวต่างชาติรีบประคองหวังจื้อที่หมดสติ ส่วนหญิงคนนั้นก็เข้ามาช่วยพยุงแขนของเขา ทั้งสามจึงรีบหายไปในตรอกมืด
หลี่ซูถอนหายใจยาว แล้วเผยรอยยิ้มขมขื่น
ก่อเรื่องอีกแล้ว และครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ก่อนหน้านี้พยายามหลีกเลี่ยงตำหนักตะวันออกทุกวิถีทาง ไม่อยากถูกดึงตัวไปใช้งาน และไม่ต้องการเป็นศัตรูกับหลี่เฉิงเฉียน
วางแผนคิดอ่านสารพัด กลับกลายเป็นว่าเหมือนโชคชะตาที่สวรรค์กำหนดไว้
แม้เคยคิดว่าตนอยู่ห่างไกลจากตำหนักตะวันออกแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังเลี่ยงไม่พ้น ต้องเผชิญหน้ากับหลี่เฉิงเฉียนอยู่ดี
ตำแหน่งขุนนางในตำหนักตะวันออกมีศักดิ์อะไร? ไม่ว่าศักดิ์ระดับใด การเล่นงานข้าราชบริพารของตำหนักตะวันออก ก็คือการตบหน้าไท่จื่อโดยตรง
ความแค้นนี้คงยากจะคลี่คลายได้
ในตรอกมืดเงียบสงัด หลี่ซูนั่งพิงกำแพงอยู่คนเดียว เงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครึ้ม
เสียงฝีเท้าที่วุ่นวายดังมาจากนอกตรอก แม่ทัพสวมเกราะสีหน้าจริงจังมายืนขวางปากตรอก บดบังแสงสว่างจนหมด
รูปลักษณ์ของหลี่ซูในเงามืดดูไม่ชัดเจน แต่กลับเห็นเพียงแค่ฟันที่ขาวสะท้อนแสงอยู่ในความมืด
ทหารจากกองซ้ายองครักษ์แห่งไท่จื่อ
"ผู้ใดก่อเหตุทำร้ายผู้คนกลางตลาด ทำร้ายข้าราชบริพารของตำหนักตะวันออก!" แม่ทัพสวมเกราะตะโกนถาม
ในตรอกมีผู้รอดชีวิตที่ยังมีสติอยู่เพียงหลี่ซูคนเดียว จึงเป็นการถามเขาอย่างชัดเจน
"ผู้ก่อเหตุ หลี่ซูแห่งหมู่บ้านไท่ผิง!"
…
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน หลี่ซูเข้าไปอยู่ในคุกของกรมอาญาอีกครั้ง
ข่าวเด็กเกเรแห่งนครฉางอันทำร้ายข้าราชบริพารของตำหนักตะวันออกแพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว
หลี่ซูเพิ่งถูกขังได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ข่าวก็แพร่ไปถึงทั้งตำหนักไท่จี๋และตำหนักตะวันออกแล้ว
ในตำหนักตะวันออก ไท่จื่อหลี่เฉิงเฉียนสีหน้าเคร่งเครียด แววตาเย็นเฉียบ กลางตำหนักมีเตียงไม้ไผ่ ที่ข้าราชบริพารผู้ถูกทำร้ายนอนอยู่ แขนขาทั้งสี่ของเขาถูกทำลาย ร้องไห้เสียงแหบแห้งด้วยความเวทนา
"ไท่จื่อ ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือบ่าวด้วยเถิด..."
ที่เรียกตนเองว่าบ่าว เพราะในตำหนักตะวันออก ตำแหน่งข้าราชบริพารคือขันที
ชายผู้นี้แซ่หูชื่ออัน เป็นบุคคลที่ไม่โดดเด่น ตำแหน่งในตำหนักตะวันออกเป็นเพียงขุนนางลำดับห้าชั้นล่าง แต่ในหมู่ขันทีก็ไม่ถือว่าเป็นคนสำคัญ
ตลอดสองปีที่ผ่านมา ฮ่องเต้หลี่ซื่อหมินไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จึงโปรดปรานเว่ยอ๋องหลี่ไท่เป็นพิเศษ
ทั้งเครื่องแสดงฐานะของเว่ยอ๋อง งบประมาณราชวัง และการก่อสร้างในจวนล้วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทียบเท่ากับไท่จื่อ
ไม่เพียงเท่านั้น หลี่ไท่ยังเป็นเพียงพระโอรสองค์เดียวที่ไม่ต้องไปปกครองแคว้นตามธรรมเนียม เป็นที่โปรดปรานอย่างมาก
ทำให้ในราชสำนักต่างวิพากษ์วิจารณ์กันถ้วนหน้า แต่หลี่ซื่อหมินกลับไม่สนใจ
คนที่มองออกล้วนรู้ว่า ตำแหน่งไท่จื่อของหลี่เฉิงเฉียนเริ่มมีภัยคุกคามแล้ว
หากหลี่เฉิงเฉียนเป็นคนสุขุมรอบคอบ ก็สมควรเลือกเก็บตัวเงียบ ไม่ว่าจะจริงใจหรือเสแสร้งก็ตาม
สมควรออกหน้าช่วยพระราชบิดาบริหารราชการแผ่นดิน แสดงความเคารพรักต่อพระราชบิดายิ่งขึ้น และดูแลห่วงใยน้องชายและพี่น้องให้มากขึ้น นั่นคือวิถีแห่งการรักษาตำแหน่งไท่จื่อ
น่าเสียดาย หลี่เฉิงเฉียนมิใช่ผู้มีสติปัญญาสุขุม เขาเลือกจะพัวพันกับขุนนางในราชสำนัก สร้างพรรคพวกของตนเอง ขจัดเว่ยอ๋อง และในชีวิตส่วนตัวก็ยิ่งตกต่ำไปเรื่อยๆ
ข้าราชบริพารตำหนักตะวันออกอย่างหูอันจึงได้รับความไว้วางใจจากหลี่เฉิงเฉียนมาก
เพราะหูอันมีความสามารถพิเศษอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือสามารถเสาะหาสตรีงามทั่วฉางอัน
ไม่ว่าสตรีคนใดมีรูปร่างหน้าตางดงาม หากถูกหูอันหมายตาไว้แล้ว จะไม่มีทางพลาด
และไม่ว่าหญิงคนนั้นจะเต็มใจหรือไม่ หูอันก็มีวิธีพานางขึ้นเตียงของไท่จื่อได้ภายในวันนั้น
ความสามารถนี้ทำให้หลี่เฉิงเฉียนรู้สึกพึงพอใจมาตลอดปีที่ผ่านมา
และในยามนี้ หูอันที่ได้รับความไว้วางใจเป็นพิเศษ แขนขาทั้งสี่กลับถูกทำลาย นอนร้องคร่ำครวญอยู่บนเตียงไม้ไผ่
สีหน้าของหลี่เฉิงเฉียนแฝงไปด้วยความโหดเหี้ยม
"เจ้าเห็นชัดใช่หรือไม่ ว่าผู้ลงมือคือหลี่ซู?" หลี่เฉิงเฉียนไม่สนใจเสียงร้องของหูอัน ถามเสียงเย็นชา
"เห็น บ่าวเห็นกับตาและประสบด้วยตนเอง เป็นความจริงแน่นอน ขอไท่จื่อทรงช่วยบ่าวด้วย บ่าวถูกทำลายร่างกายจนหมด ไม่หวังรอดชีวิต แต่หลี่ซูผู้นี้กล้าทำร้ายข้าราชบริพารของตำหนักตะวันออกต่อหน้าสาธารณชน ชัดเจนว่าไม่เคารพต่อไท่จื่อ พระองค์จะทนได้หรือ?"
สีหน้าของหลี่เฉิงเฉียนยิ่งมืดครึ้ม
หูอันไม่รู้ว่าหลี่ซูเป็นใคร แต่หลี่เฉิงเฉียนรู้ดี และรู้ยิ่งกว่าว่าหลี่ซูมีความสำคัญเพียงใดในสายพระเนตรของฮ่องเต้
หลี่ซูถูกถอดยศถอดตำแหน่ง ตอนนี้เป็นเพียงสามัญชนคนหนึ่ง แต่หลี่เฉิงเฉียนรู้ชัดว่าสามัญชนคนนี้แตะต้องไม่ได้
เพราะพระราชบิดายังต้องการความสามารถของเขา หากฆ่าเขาไป จะทำให้ฮ่องเต้พิโรธแน่นอน
แต่แค้นครั้งนี้ก็สะสมมากเกินไป หากยอมความเสีย อำนาจของตำหนักตะวันออกจะเหลืออะไร? ขุนนางทั้งหลายจะพูดกันอย่างไร?
เว่ยอ๋องหลี่ไท่คงได้หัวเราะจนปากฉีกแน่
แต่หากไม่ยอม แล้วจะจัดการอย่างไร? เรื่องนี้หากพิจารณาอย่างรอบคอบ
ต้นเหตุแท้จริงคือข้าราชบริพารของตำหนักตะวันออกไปบังคับพาหญิงชาวต่างชาติมา ถ้าเรื่องแดงขึ้นมา ฮ่องเต้จะมองเขาอย่างไร?
แต่เดิมก็มีเว่ยอ๋องที่จ้องจะชิงตำแหน่งไท่จื่ออยู่แล้ว และตอนนี้กลับเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก...
รู้สึกเหมือนตนเองถูกบีบจนถึงหน้าผา หลี่เฉิงเฉียนหันไปมองหูอันที่ร้องโหยหวนอยู่บนเตียงไม้ไผ่
อารมณ์ชั่ววูบเข้าครอบงำ เขาก้าวพรวดไปไม่กี่ก้าว แล้วเงื้อเท้าเหยียบใบหน้าและลำตัวของหูอันอย่างแรง
"ทาสต่ำต้อย! เจ้าทำให้ข้าตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำให้ข้ากลายเป็นหัวข้อซุบซิบนินทาทั้งในและนอกวัง เจ้าคิดว่าข้ายังไม่พอแย่หรือไร?"
…………
สองชั่วยามหลังจากหลี่ซูถูกคุมขังในกรมอาญา กองซ้ายองครักษ์แห่งไท่จื่อก็หามศพของหูอันออกจากตำหนักตะวันออก
นำศพมาวางไว้หน้ากรมอาญา พร้อมกับประกาศพระบัญชาไท่จื่อ
"ข้าราชบริพารในตำหนักตะวันออก หูอัน โกหกหลอกลวงไท่จื่อ บังคับหญิงชาวต่างชาติเพื่อหวังประจบประแจงจนเป็นเหตุให้เกิดการวิวาทกลางตลาด
บัดนี้ไท่จื่อทรงพิโรธอย่างยิ่ง ทรงลงทัณฑ์โบยหูอันจนถึงแก่ชีวิต
บ้านเมืองมีกฎหมาย ขอให้ขุนนางแห่งศาลอาญาตัดสินอย่างยุติธรรม"
……….