- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 118 ความแตกต่างของอวี่สวี่
บทที่ 118 ความแตกต่างของอวี่สวี่
บทที่ 118 ความแตกต่างของอวี่สวี่
บทที่ 118 ความแตกต่างของอวี่สวี่
“ไม่ ! ฉันไม่ได้ข่มขู่... ฉันกำลังอ้อนวอน...”
“หลินเย่ ขอให้ฉันพูดให้จบก่อนนะ ฉันแค่อยากมีงานทำเท่านั้น สถานการณ์ครอบครัวฉันมัน... ฮือ ฮือ...”
พูดมาถึงตรงนี้ อวี่สวี่รู้สึกถึงความเสียใจและสำนึกผิดอย่างลึกซึ้ง น้ำเสียงสั่นเครือพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เหยียนเจียเฉิงโดนไล่ออกจากงานแล้ว ตอนนี้ไม่มีงานทำเลย พวกเราทั้งครอบครัวกำลังจะอดตายกันหมด”
ในตอนนี้อวี่สวี่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าหลินเย่ บั้นท้ายใหญ่และเอวของเธอก่อตัวเป็นส่วนโค้งที่สมบูรณ์แบบ
ใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาดูน่าสงสารจับใจ นี่ทำให้หลินเย่ที่เพิ่งจะเกิดอารมณ์คุกรุ่นมาจากบ้านเฉินเสวี่ยหรูแต่ไม่มีที่ระบาย รู้สึกคอแห้งผากขึ้นมา แต่เขาก็ยังคงข่มอารมณ์ไว้ พูดอย่างเย็นชา
"ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้"
“งั้น... นายช่วยให้ฉันมีงานทำได้ไหม ? ฉันจะช่วยซักผ้า ทำกับข้าว ทำความสะอาดบ้าน หรือซื้อของก็ได้หมดเลย”
อวี่สวี่มีแผนอยู่ในใจ สิ่งที่เธอต้องการที่สุดคือให้หลินเย่ช่วยหางานให้ทำ แต่เมื่อหลินเย่ไม่ยอม เธอจึงต้องถอยออกมาเลือกทางอื่น ด้วยการพูดคุยกับคนในตระกูลเหยียน เพื่อขอช่วยหลินเย่หางานจับฉ่ายทำแทน
“ไม่ต้องหรอก ฉันเป็นผู้ชายโสด การให้เธอเข้ามาทำงานบ้านที่นี่มันไม่เหมาะสม” หลินเย่ยังคงปฏิเสธอวี่สวี่ อย่างเย็นชา
“ครอบครัวเราจะบอกทุกคนให้ชัดเจน จะไม่ทำให้ชื่อเสียงของนายเสียหาย ทุกคนก็รู้สถานการณ์ของครอบครัวฉันดี ไม่มีใครมานินทาแน่นอน...”
เมื่ออวี่สวี่เห็นหลินเย่ปฏิเสธอีกครั้ง เธอเดินเข้ามาอีกสองก้าวแล้วคุกเข่าลงกราบด้วยน้ำตาคลอเบ้า ขอร้องอย่างอ้อนวอน เพราะเธอแทบไม่มีทางเลือกอีกแล้วกับสถานการณ์ที่ยากลำบากของบ้านตระกูลเหยียนเช่นนี้
เธอก็เพิ่งรู้หลังจากแต่งงานมา จะบอกว่า ยากจนจนแทบจะไม่มีอะไรเหลือเลยก็ว่าได้ แถมเสาหลักของบ้านอย่างเหยียนปู้กุ้ยยังต้องมาทำงานกวาดล้างห้องน้ำ ส่วนเหยียนเจียเฉิงตอนนี้ก็โดนไล่ออกจากงาน ครอบครัวนี้ยากจนจนแทบจะต้องไปขอทานแล้ว แต่อีกอย่างเธอก็ยังอายที่จะกลับไปบ้านแม่
เพราะในยุคสมัยนี้ ถ้าลูกสาวที่แต่งงานออกไปแล้ว แม้จะกลับไปเยี่ยมบ้านแม่บ้างเป็นบางครั้งก็ยังพอรับได้ แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะพึ่งพาบ้านแม่เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวสามีตลอดไป
และบ้านของอวี่สวี่เองก็ไม่ได้มีฐานะทางการเงินที่ดีแบบนั้นด้วย
แต่หลินเย่ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจว่า “น้องสะใภ้ เธอขอร้องยังไงฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้ ฉันก็ต้องแต่งงานมีภรรยา เธอมาซักผ้าทำกับข้าวให้ฉันที่บ้าน แล้วต่อไปฉันจะอธิบายกับภรรยาของฉันยังไง ?”
“หลินเย่ ได้โปรดช่วยฉันหน่อยได้ไหม ? ฉันรู้ว่าคราวก่อนเป็นความผิดของฉัน...”
“เรื่องเก่า ๆ ไม่ต้องพูดถึงก็ได้ เธอเองก็ไม่ได้ผิดอะไร ชายยังไม่แต่งงาน หญิงก็ยังโสด เธอมีสิทธิ์เลือกคนที่อยากอยู่ด้วยเอง...”
จริง ๆ แล้วหลินเย่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องถูกแย่งแฟนเท่าไหร่ นอกจากตอนนั้นจะรู้สึกไม่ค่อยดีบ้าง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือเจ็บใจอะไรมากนัก ยิ่งไปกว่านั้น...ความบริสุทธิ์ของอวี่สวี่ก็ถูกเขาทำลายต่อหน้าเหยียนเจียเฉิงไปแล้วด้วย จึงยิ่งไม่สนใจเรื่องอื่นมากนัก
“ฮือ ฮือ... แล้วฉันจะทำยังไงดี...”
การที่หลินเย่ปฏิเสธ ทำให้อวี่สวี่หมดหวังกับชีวิตในวันข้างหน้าไปอีก “ถ้าจะร้องไห้ก็ไปร้องข้างนอกเถอะ เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน จะคิดว่าฉันแกล้งเธออีก” หลินเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
หากไม่เห็นว่าอวี่สวี่ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดจริง ๆ ไม่ใช่แค่แกล้งทำ เขาคงไล่เธอออกไปตั้งนานแล้ว
หลินเย่ลุกขึ้น ดึงตัวอวี่สวี่ที่ยังคุกเข่าร้องไห้ขึ้นมา ก่อนจะเดินไปเปิดประตูเพื่อส่งเธอออกไป
“อย่า ! หลินเย่ ฉันขอร้อง ช่วยฉันที...”
อวี่สวี่กอดหลินเย่จากด้านหลัง ขัดขวางไม่ให้เขาเปิดประตู พร้อมอ้อนวอนด้วยท่าทางถ่อมตัว ความนุ่มนวลที่สัมผัสได้จากแผ่นหลัง ทำให้หลินเย่พลันนึกถึงคืนวันแต่งงานของอวี่สวี่ ที่เธอสวมชุดแดงสดใส
“หลินเย่... ถ้านายช่วยฉัน ฉันก็จะช่วยนายเช่นกัน”
อวี่สวี่รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่หนักขึ้นของหลินเย่ ในใจจึงรู้สึกดีใจและกอดเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม “หลินเย่ ความจริงตอนที่ฉันเจอนายครั้งแรก ฉันก็เสียใจแล้วจริง ๆ นะ ! !”
“หลังแต่งงานกับตระกูลเหยียนมา ฉันไม่เคยมีวันไหนที่ไม่เสียใจเลย ฉันเกลียดเหยียนปู้กุ้ย และก็เกลียดเหยียนเจียเฉิง...”
“หลินเย่ ฉันรู้ว่านายคงเกลียดตระกูลเหยียนเหมือนกัน จึงไม่อยากช่วย แต่...นายไม่คิดจะแก้แค้นตระกูลเหยียนบ้างเหรอ...”
“ออกไป...”
ในดวงตาของอวี่สวี่ปรากฏความสะใจจากการแก้แค้นขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอมองหลินเย่ด้วยสายตาเย้ายวน
พูดทีละคำว่า "ให้ ! สะ ! ใภ้ ! บ้าน ! เหยียน ! ต้อง ! อับ ! อาย ! " พูดจบ อวี่สวี่ก็สบตากับหลินเย่อย่างกล้าหาญ
“พี่สะใภ้แบบนี้นะ ทำฉันโมโหมากเลยนะ”
หลินเย่วางมือใหญ่บนศีรษะอวี่สวี่พร้อมพูด “งั้นฉันต้องทำยังไง นายถึงจะไม่โกรธล่ะ ? จะทำยังไงให้หายโกรธ ?”
อวี่สวี่กล้าหาญเขย่งปลายเท้า แล้วกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูหลินเย่
หลินเย่ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าอวี่สวี่จะมีด้านนี้ด้วย
แน่นอนว่า ผู้หญิงที่มีความแตกต่างในตัวตน สามารถกระตุ้นความปรารถนาของผู้ชายได้ดีที่สุด
“ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม ? เดี๋ยวฉันเลี้ยงผลไม้เธอสักหน่อย” หลินเย่นั่งลงบนเก้าอี้ หยิบผลไม้สีแดงสดออกมา แต่กลับไม่ได้ให้เธอนั่งบนเก้าอี้ด้วย
ถือเป็นการลงโทษเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับเขา
“เอ่อ...เอาเป็นว่าไม่ต้องแล้วกัน ผลไม้แพงเกินไป ฉันจะกินอย่างอื่นแทน” อวี่สวี่ไม่เคยเห็นผลไม้แบบนี้มาก่อน เลยรู้สึกกลัว ๆ ไม่กล้ากินลงไป
"ให้เธอก็รีบกินสิ ทำไม ? ไม่เชื่อฟังก็ออกไป" หลินเย่ไม่ใช่คนเหมือนเหยียนเจียเฉิงที่ขี้ขลาดและตามใจผู้หญิงง่าย ๆ
เมื่อได้ยินคำพูดตรงไปตรงมานี้ อวี่สวี่ไม่ได้โกรธอะไร เธอกลับรู้สึกใจเต้นแรงไปด้วยความหลงใหลในความเด็ดขาดนั้น “จริงสิ ฉันก็แค่อยากช่วยนายประหยัดเงินแท้ ๆ นายกลับไม่รู้คุณค่า ฉันกินเองก็ได้”
พูดจบ อวี่สวี่หน้าแดงระเรื่อ พลางมองหลินเย่อย่างยั่วยวน
เพราะไม่มีเก้าอี้ให้ เธอจึงต้องมานั่งคุกเข่า แล้วยกผลไม้สีแดงสดเข้าปาก
“อื้ม...อื้ม...อื้ม...”
ด้วยฐานะของครอบครัวอวี่สวี่ จะเอาเงินที่ไหนมากินผลไม้แบบนี้ได้ ช่วงแรกเธอยังรู้สึกไม่ชิน แต่ไม่นานก็หลับตาลงแล้วค่อย ๆ ลิ้มรสอย่างตั้งใจ
“ลืมตาสิ มองมาที่ฉัน” หลินเย่ตบบนหัวอวี่สวี่เบา ๆ แล้วพูด
อวี่สวี่ลืมตาที่เปียกชื้นจากน้ำตาพร้อมเงยหน้าขึ้นมามองหลินเย่ด้วยสายตาเต็มไปด้วยการขอบคุณ หลินเย่มองไปยังบ้านตระกูลเหยียนพร้อมกับมองอวี่สวี่ที่กำลังกินผลไม้ด้วย ริมฝีปากของเขายกมุมขึ้นเล็กน้อย
อวี่สวี่ไม่คิดว่าผลไม้นี้จะมีน้ำเยอะขนาดนี้ พอเคี้ยว น้ำผลไม้ก็พุ่งเต็มปาก
“อย่าทิ้งนะ ผลไม้นี้มีคุณค่าทางโภชนาการ กินให้หมดเลย” อวี่สวี่จึงแอบมองหลินเย่ด้วยสายตาเอือม ๆ แล้วกลืนเอาน้ำผลไม้ลงไปหมด
ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ประตูบ้านของหลินเย่ก็เปิดออกในที่สุด หลังจากมองสถานการณ์ข้างนอกแล้ว อวี่สวี่ก็ออกจากบ้านหลินเย่อย่างระมัดระวัง
“ไอ้ผู้ชายสารเลว ! ของคนอื่นไม่รู้จักรักษาเลย !” อวี่สวี่สบถออกมาอย่างแรง เมื่อเดินมาถึงลานกลางบ้าน ก็พอดีเจอกับเจียตงสวี่ที่กำลังรีบเดินกลับบ้านด้วยท่าทางรีบร้อน
เจียตงสวี่เหมือนไม่เห็นอวี่สวี่ สายตาของเขาว่างเปล่า เดินกลับบ้านด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน
“เขาเป็นอะไรไปกันนะ... ?”
อวี่สวี่รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พยายามเดินกลับบ้านตระกูลเหยียนด้วยท่าทางปกติที่สุด
“อวี่สวี่ หลินเย่บอกกับเธอยังไงบ้าง ?”
“ทำไมไปนานจัง ?”
ทั้งป้าสามและเหยียนเจียเฉิงที่เพิ่งกลับมาจากสำนักงานชุมชน พอเห็นอวี่สวี่กลับมาก็รีบถามทันที แต่คำถามของแต่ละคนกลับต่างกันไป เมื่อสบตาเหยียนปู้กุ้ยกับป้าสามที่เต็มไปด้วยความหวัง รวมถึงเหยียนเจียเฉิงที่เหมือนกำลังถามไถ่ในใจ อวี่สวี่กลับยิ้มอย่างลับ ๆ
รู้สึกเหมือนกับได้รับความพึงพอใจหลังแก้แค้นได้สำเร็จ ! แต่เธอกลับตอบเสียงเรียบว่า “ฉันคุยกับหลินเย่นานมาก กว่าเขาจะยอมให้ลองทำอะไรให้ เขาเพิ่งอนุญาตให้ฉันช่วยทำความสะอาดบ้านเมื่อกี้นี้เอง ถ้าเขาพอใจ พรุ่งนี้อาจให้ฉันช่วยล้างจานต่อ แต่หลินเย่บอกว่า ต้องให้เราอธิบายให้คนในชุมชนให้ชัดเจนด้วยนะ”
“ถ้ามีใครพูดจาไม่ดี จนกระทบชื่อเสียงของเขา เขาก็จะไม่ให้ฉันทำงานอีกแน่...”
อวี่สวี่พูดต่ออย่างมีเหตุผล
เธอวางแผนเตรียมหาข้ออ้างไว้ล่วงหน้าแล้ว ยิ่งแสดงท่าทีแข็งกร้าวมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้หลินเย่ดูเหมือนเป็นคนพูดยากมากขึ้นเท่านั้น แบบนี้คนในบ้านตระกูลเหยียนถึงจะเชื่อว่าเธอไม่ได้ยอมเขาไปง่าย ๆ