- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 116 ความในใจของเฉินเสวี่ยหรู
บทที่ 116 ความในใจของเฉินเสวี่ยหรู
บทที่ 116 ความในใจของเฉินเสวี่ยหรู
บทที่ 116 ความในใจของเฉินเสวี่ยหรู
ในย่านหน้าเมือง ใกล้กับประตูเจิ้งหยาง มีบ้านซื่อเหอหยวนหลังหนึ่ง ตั้งอยู่เงียบ ๆ อย่างเป็นสัดส่วน
“หลินเย่ คิดซะว่าอยู่บ้านตัวเองก็แล้วกัน ไม่ต้องเกรงใจนะนั่งลงก่อนเถอะ” เฉินเสวี่ยหรูพูดอย่างอบอุ่น ขณะต้อนรับหลินเย่เข้ามาในบ้านด้วยท่าทีเป็นกันเอง
“โอเค เสวี่ยหรู เธอไม่ต้องดูแลฉันขนาดนี้ก็ได้ ทำให้ฉันรู้สึกเกรงใจ”
“จะเกรงใจอะไรล่ะ ! ครั้งก่อนนายยังพาฉันไปพายเรือเล่นในสวนสาธารณะ แถมยังเลี้ยงเนื้อแกะย่างฉันอีก วันนี้ฉันก็ขอเลี้ยงนายสักมื้อ”
หลังจากพาหลินเย่นั่งลงได้เรียบร้อยแล้ว เฉินเสวี่ยหรูก็รีบวิ่งเข้าไปในครัวด้วยท่าทางร่าเริง ก่อนจะยกอาหารกับเหล้าที่เตรียมไว้แล้วออกมาเสิร์ฟ
ระหว่างนั้น หลินเย่กวาดสายตามองไปรอบ ๆ บ้านของเธอ สมกับเป็นคุณหนูจากครอบครัวชนชั้นกลาง
บ้านสะอาดสะอ้าน แม้จะไม่ได้ตกแต่งหรูหราอลังการ แต่บรรยากาศกลับอบอุ่นและน่าอยู่ ภายในบ้านมีทั้งโซฟา โต๊ะน้ำชา วิทยุ และเครื่องเรือนครบครัน
ตามผนังยังประดับด้วยของตกแต่งต่าง ๆ ทั้งนาฬิกาแขวนผนังและกระจกลายดอก ในอากาศยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากน้ำหอมที่เฉินเสวี่ยหรูฉีดไว้
ในยุคปลาย 80 ถึงต้น 90 แค่มีน้ำหอมใช้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่บ่งบอกอะไรได้หลายอย่างแล้ว ก็พอจะมองออกล่ะนะว่า วิถีชีวิตของเธออยู่ในระดับไหน...
แต่น่าเสียดายก็ตรงที่...
“อาหารมาแล้วจ้า~! !”
ไม่นานนัก เฉินเสวี่ยหรูก็ยกอาหารหลายอย่างออกมาวางบนโต๊ะ มีปลาตุ๋นซีอิ๊ว ไก่ต้มน้ำปลา มันฝรั่งตุ๋นเนื้อ และที่พิเศษกว่านั้น... เป็ดปักกิ่งจากร้านเปี้ยนอี๋ฟาง !
ถ้านำอาหารพวกนี้ไปวางในบ้านซื่อเหอหยวนของเขา ไม่รู้ว่าจะทำให้คนน้ำลายสอไปกี่คน
“ฮิ ฮิ กินเลยเร็วเข้า เดี๋ยวของจะเย็นหมดละนะ ดูสิ ฉันยังเตรียมน้ำอัดลมไว้ให้แล้วเพราะเดี๋ยวนายต้องปั่นจักรยานกลับบ้าน” เฉินเสวี่ยหรูพูดพลางยื่นขวดน้ำอัดลมให้หลินเย่ ส่วนตัวเองก็ยกเหล้าขึ้นมาแทน
หลินเย่รับน้ำอัดลมมาด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจ เขาแอบยิ้มอยู่ในใจให้กับความใส่ใจของเธอ
“หลินเย่~ มาชนแก้วกันหน่อย !”
“เสวี่ยหรู ไม่คิดเลยว่าเธอจะทำกับข้าวเป็นด้วยนะ”
“หึ คิดว่าฉันเป็นเจ้าของร้านอย่างเดียว จะไม่เคยจับเข้าครัวเลยหรือไง ?”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ... แค่ฉันรู้สึกแปลกใจเองนั่นแหละ !”
“แล้วรสชาติเป็นยังไงบ้าง ?” เสวี่ยหรูถามพร้อมสายตาเป็นประกายรอคอยคำชม
“อร่อยมาก !”
หลินเย่ยกนิ้วโป้งให้ ก่อนจะพูดต่อว่า “ฉันว่าอาหารฝีมือเธอ...ยังอร่อยกว่าเป็ดปักกิ่งร้านเปี้ยนอี๋ฟางอีกนะ”
“โม้! ถ้างั้นทำไมนายเอาแต่กินเป็ดล่ะ ?”
“เอ่อ...”
“ฮ่า ๆ กินเถอะน่า ฉันก็รู้แหละว่าฝีมือยังไม่ดีพอหรอก เลยซื้อเป็ดมาช่วยเสริมไว้ก่อนไง...”
หลินเย่จิบน้ำอัดลมไปเรื่อย ๆ ส่วนเฉินเสวี่ยหรูก็นั่งจิบเหล้าเบา ๆ
ทั้งสองคนพูดคุยเฮฮา สลับกันยกแก้วอย่างสนุกสนาน คุยไปคุยมา เสวี่ยหรูก็ดูเหมือนจะเริ่มเมา ใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันที เธอจ้องหลินเย่แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทั้งเมาทั้งจริงใจว่า “หลินเย่...ฉันชอบนาย !”
“หะ ? อะไรนะ ?”
หลินเย่ทำหน้ามึนเต็มขั้น รู้สึกว่าตัวเองอาจจะหูฝาดไป
“ฉันบอกว่า ฉันชอบนาย”
เสวี่ยหรูปรายตามองเขา ดวงตาฉ่ำเยิ้ม ริมฝีปากยังคลี่ยิ้มอ่อน ๆ
“เสวี่ยหรู...เธอไม่ได้เมาจนพูดผิดหรอกใช่มั้ย...” หลินเย่ถามด้วยน้ำเสียงระวัง พลางมองท่าทางของเธอที่เริ่มมีอาการเมา เสวี่ยหรูเงยหน้าขึ้นมาอย่างมั่นใจ แล้วพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย
“ทำไมล่ะ ? ฉันไม่สวยเหรอ ? หรือว่านายไม่ชอบฉัน ?”
“สวยสิ...แต่ว่า...”
หลินเย่วางตะเกียบลง สีหน้าเต็มไปด้วยความลังเล เสวี่ยหรูเห็นท่าทางของเขา แววตาของเธอก็พลันหม่นลงทันทัน เธอยิ้มอย่างขื่นขมแล้วพูดว่า “ฉันรู้...เพราะฉันเคยหย่ามาแล้ว...”
“ข...ขอโทษนะ เสวี่ยหรู...ฉัน...ฉันคงแต่งงานกับเธอไม่ได้...” แม้หลินเย่จะรู้สึกดีกับเสวี่ยหรู แต่ความรู้สึกนั้นไม่ใช่แบบที่อยากใช้ชีวิตคู่ด้วย ไม่เหมือนกับอวี่สวี่ที่ใช้ดับ “ความใคร่” ส่วนกับเสวี่ยหรู...ความรู้สึกกลับคลุมเครือ อบอุ่นและซับซ้อน แต่สุดท้ายแล้ว ก็เหมือนมีแค่วาสนาแต่ไม่มีกรรมร่วมกัน
เพราะคนที่หลินเย่จะเลือกแต่งงานด้วย ต้องเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ที่ยังไม่เคยผ่านการแต่งงานมาก่อน
“ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก มันไม่ใช่ความผิดของนายเลย... ฉันต่างหาก ที่ตอนนั้นตาบอดไป...”
เสวี่ยหรูพูดเสียงเบา ดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะยกเหล้าดื่มหมดแก้ว
หยดน้ำตาไหลลงมาตามแก้มขาวนวล... เธอเข้าใจหลินเย่... เข้าใจดีเลยด้วย หลินเย่ไม่ใช่ชายชราสันโดษในชนบทหรือผู้ชายที่มีข้อจำกัดทางร่างกาย เขามีงาน มีเงิน มีความสามารถ แถมยังหล่อเหลาในยุคสมัยนี้
มีหญิงสาวมากมายให้เขาเลือกสรรตามใจชอบ
ถ้าเขาแต่งงานกับหญิงที่เคยผ่านการแต่งงานมาแล้วล่ะก็ ถึงตอนนั้นคงจะถูกคนอื่นดูถูกและนินทาจริง ๆ
“เสวี่ยหรู เราเป็นเพื่อนกันต่อไปเถอะนะ”
หลินเย่ใช้มือเช็ดน้ำตาให้เฉินเสวี่ยหรูอย่างอ่อนโยน พร้อมกับปลอบใจด้วยถ้อยคำที่นุ่มนวล
หากเขาไม่มีความรู้สึกดี ๆ ต่อเสวี่ยหรูจริง ๆ ก็คงจะเห็นเธอเป็นเพียงเครื่องมือเติมเต็มความใคร่เหมือนกับอวี่สวี่ไปแล้ว แต่เพราะเขารู้สึกดีกับเธอจริง ๆ เขาจึงไม่ทำแบบนั้น
“ไม่ ! ฉันไม่ยอม !”
เฉินเสวี่ยหรูกลั้นใจมองหลินเย่อย่างดื้อรั้น ดวงตาแดงก่ำ หน้าแดงระเรื่อดูเย้ายวนจนแทบใจละลาย
“หลินเย่ ให้เวลาฉันหน่อย ให้ฉันได้คิดดี ๆ ...”
สายตาของเสวี่ยหรูกลับดูสับสน แต่ยังจ้องมองเขาอย่างแน่วแน่ ใบหน้าของเธอแดงก่ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“นาย ! ! !”
หลินเย่ฟังความหมายในคำพูดของเสวี่ยหรูถึงกับตกใจ จ้องมองเธอด้วยความประหลาดใจ
“อะไรของนาย ! ฉันน่ะชอบนายจริง ๆ นะ...”
“...”
ที่บ้านของหลินเย่และเฉินเสวี่ยหรู
หลินเย่กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เฉินเสวี่ยหรูกลับรวบไหล่เขาไว้แน่น ก่อนจะโน้มหน้าลงมาจูบเขาด้วยริมฝีปากแดงฉ่ำ หลินเย่รู้สึกถึงความนุ่มนวลและกลิ่นเหล้าจากริมฝีปากนั้น เมื่อสบตากับดวงตาที่พร่ามัวด้วยไอน้ำของเธอ เขาก็ตอบรับด้วยความร้อนแรงอย่างเต็มใจ
ที่บ่อนพนัน
“พี่หลง พี่เชื่อผมนะ พี่เป็นพี่ใหญ่ของผม ผมจะเบี้ยวเงินใครก็ได้ แต่จะไม่เบี้ยวเงินพี่แน่นอน” เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของพี่หลง เจียตงสวี่จึงเปลี่ยนโหมดคำพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น
ในตอนนี้หัวใจของเขาสั่นระรัว หนึ่งพันเจ็ดร้อยกว่าหยวนเชียวนะ
เขาจะไปมีเงินมากมายขนาดนั้นได้ยังไง ? เขาทำได้เพียงยืมเงินอีกก้อนหนึ่ง รอให้ชนะได้เงินแล้วค่อยว่ากัน
เจียตงสวี่ตอนนี้กลายเป็นนักพนันเต็มตัวไปแล้ว
“ตงสวี่ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายลำบากใจนะ แต่ฉันก็มีพี่น้องที่รอเงินไปใช้จ่ายเหมือนกัน ฉันไม่สามารถปล่อยให้ไม่มีเงินจ่ายได้ ไม่งั้นฉันจะไปอธิบายกับน้อง ๆ ว่ายังไงล่ะ ?”
พี่หลงพูดพร้อมแสดงสีหน้าดุร้ายขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะลูบหัวเสี่ยวชุนฮวาเบา ๆ เสี่ยวชุนฮวาเองก็ตั้งใจช่วยพี่หลงจัดเสื้อผ้าและยืนเขย่งเอวอยู่ข้างหลังพยายามนวดไหล่ให้
ขณะเดียวกันก็ยิ้มเยาะเจียตงสวี่ที่นั่งตรงหน้า
“พวกนี้มันพวกไร้ประโยชน์ ไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง หัวสมองก็ไม่เอาไหนเหมือนกัน ! !”
“พี่หลง ผมบอกแล้วนะ พรุ่งนี้ผมต้องได้เงินคืนแน่นอน !”
“นายกล้ารับประกันจริงเหรอ ? แล้วถ้าแพ้ขึ้นมาจะทำยังไง ?” พี่หลงคิดในใจด้วยความเย้ยหยัน พลางดึงกางเกงขึ้นสูง ก่อนจะนึกประชดว่า ‘ถ้านายยังชนะได้อีกล่ะก็ หมู่บ้านนี้คงไม่เงียบกันมาครึ่งเดือนหรอก ! ’
ช่วงเกือบครึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาทั้งวางกับดัก ทั้งแกล้งเล่นละคร เจียตงสวี่ก็เสียเงินไปเกือบห้าร้อยหยวนแล้ว แต่ถ้าคิดว่ากำไรที่ได้จะอยู่ราว ๆ พันสองร้อยหยวน ก็ถือว่ายอมคุ้มกับความเหนื่อย เพราะสมัยนี้มีงานอะไรบ้างที่ทำแค่ครึ่งเดือนแล้วได้กำไรเกินพันหยวน ?
“...”
“ตงสวี่ คืนเงินเก่าก่อน แล้วค่อยมาเล่นใหม่ จะได้ไม่มีปัญหากับพวกน้อง ๆ”
“พี่หลง คนอื่นไม่เหมือนผมนะ... ผมเป็นน้องชายพี่ ยังไงผมก็ต้องหาเงินมาคืนพี่แน่นอนครับ”
เจียตงสวี่ไม่เคยคิดเลยว่านี่จะเป็นกับดัก เพราะพี่หลงดีกับเขามาก ทั้งพาไปเล่นพนัน ทั้งให้กู้เงิน แถมยังปล่อยให้เขาเล่นกับผู้หญิงอีกด้วย... แบบนี้แล้ว พี่หลงจะทำร้ายเขาได้ยังไง ?