- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 102 ศาลตัดสินจำคุก
บทที่ 102 ศาลตัดสินจำคุก
บทที่ 102 ศาลตัดสินจำคุก
บทที่ 102 ศาลตัดสินจำคุก
"เหล่าหลิว เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ทำใจให้สบายเถอะ! คิดซะว่าเราเสียเงินฟาดเคราะห์ไป!"
"ยังดีที่ได้หนังสือยอมความจากบ้านเจียมา ถึงจะช่วยให้กวงเทียนออกมาได้.........."
หลังจากการต่อรองราคากันมาตลอดบ่ายและทั้งคืน ในที่สุดบ้านหลิวก็ยอมจ่ายเจ็ดร้อยหยวน
นอกเหนือจากค่าชดเชยแล้ว ก็คือการให้บ้านเจียเขียนหนังสือยอมความฉบับหนึ่ง
“หึ! ก็ไม่ใช่เพราะเจ้าลูกนอกคอกนั่นก่อเรื่องขึ้นมารึไง ทำให้ฉันต้องขายขี้หน้าไปหมด” “ตอนนี้คนทั้งโรงงานกับคนทั้งลานบ้านรู้กันหมดแล้วว่าลูกชายของฉันเป็นคนขโมย”
หลิวไห่จงโกรธจัด พึมพำสบถด้วยความไม่พอใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าหลิวกวงเทียนอาจจะโดนบีบให้สารภาพ ทั้งที่ลูกชายเขาไม่ได้เป็นคนขโมยจริง ๆ
ในใจเขา คงมีแค่หลิวกวงฉีคนเดียวที่เป็นลูกแท้ ๆ หลิวกวงฉีจบมัธยมปลาย ในอนาคตจะต้องเป็นผู้นำ เขาพูดอะไรก็ต้องถูกเสมอ ส่วนหลิวกวงเทียนนั้นปากแข็ง พอถูกตีสองสามที เดี๋ยวก็ยอมรับความจริงเองแหละ
“เฮ้อ... กวงเทียนก็ไม่เอาไหนจริง ๆ ทำไมไปขโมยของคนอื่นได้ลงคอ”
“กลับมาแล้วต้องสั่งสอนให้เขารู้จักผิดชอบชั่วดี” ป้าสองพูดออกมาด้วยความโมโหและผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด
“อืม!”
หลิวไห่จงมีสีหน้าบูดบึ้ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น
เช้าวันรุ่งขึ้น
หลิวไห่จงกับภรรยาถือจดหมายยอมความจากบ้านตระกูลเจียไปที่สถานีตำรวจ เมื่อส่งจดหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้แล้ว หลิวไห่จงจึงรีบถามอย่างใจจดใจจ่อ
“คุณตำรวจครับ ลูกชายผมจะได้ออกจากคุกเมื่อไหร่?”
“คดีนี้ถูกส่งไปศาลแล้ว เนื่องจากจำนวนเงินที่เกี่ยวข้องนั้นเยอะพอสมควร จึงมีโทษจำคุกอย่างน้อยสามปี” เจ้าหน้าที่ตำรวจตอบอย่างใจเย็น
“อะไรนะ?”
“สามปีเลยเหรอ?!!”
“บ้านตระกูลเจียเขาเขียนจดหมายยอมความแล้ว ทำไมลูกผมยังโดนลงโทษอีก?” หลิวไห่จงกับป้าสองตกใจอย่างมาก ลงทุนจ่ายเงินไปตั้งมากมายแต่หลิวกวงเทียนก็ยังโดนตัดสินจำคุก
“เพราะเขาทำผิดกฎหมาย”
“จดหมายยอมความช่วยลดโทษได้แค่บางส่วนเท่านั้น” ตำรวจมองด้วยสายตาไม่พอใจ เหมือนไม่อยากจะอธิบายกับคนที่ไม่เข้าใจเรื่องง่าย ๆ แบบนี้
“ถ้าคนทำผิดแค่ยื่นจดหมายยอมความก็จบ พวกเราตำรวจก็ไม่ต้องทำงานกันแล้ว”
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้...”
หลิวไห่จงกับป้าสองสบตากันด้วยความหวาดกลัว พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะจบแบบนี้
หลิวกวงฉีไม่ได้บอกหรือไง ว่าถ้าบ้านตระกูลเจียนั้นยอมความ กวงเทียนก็จะไม่เป็นอะไร? “คุณตำรวจ ลูกชายฉันทำผิดพลาดไปแล้ว ในเมื่อบ้านตระกูลเจียเขาก็ไม่เอาเรื่องแล้ว คุณช่วยปล่อยเขาหน่อยได้ไหม?”
ป้าสองร้องไห้ตาแดงก่ำ ขอร้องด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“คิดว่ากฎหมายจะเหมือนกฎในบ้านพวกคุณเหรอ? ใครสั่งให้ปล่อยก็ปล่อยได้แบบนั้น เขาทำผิดต้องถูกลงโทษ ไม่อย่างนั้นในอนาคตจะมีเรื่องวุ่นวายใหญ่กว่านี้”
ตำรวจมองหลิวไห่จงและภรรยาอย่างเย็นชาก่อนพูดเสียงเข้ม
“...พอเถอะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกคุณก็กลับไปได้แล้ว”
ตำรวจปัดมือแบบไม่สนใจ
“คุณ จะทำยังไงดี? ถ้าหลิวกวงเทียนติดคุก ชีวิตนี้ก็คงจบกัน” ป้าสองพูดด้วยความกังวลใจ หลิวไห่จงทำหน้าเศร้า สีหน้าเปลี่ยนไปหลายรอบ ก่อนกัดฟันพูดด้วยเสียงเย็นชา
“ก็สมควรได้รับแบบนี้แหละ! ถือซะว่าไม่เคยมีลูกคนนี้ เรากลับไปกันเถอะ!” หลังพูดจบ หลิวไห่จงดึงมือป้าสองที่น้ำตาไหลพรากออกจากสถานีตำรวจ
เมื่อกลับถึงลานบ้าน ทุกคนเห็นใบหน้าของหลิวไห่จงดูมืดครึ้มพร้อมกับป้าสองที่ดวงตาแดงก่ำร้องไห้ออกมา แต่กลับไม่เห็นหลิวกวงเทียนมาด้วย คนอื่นก็พากันซุบซิบพูดคุยอย่างตื่นเต้น
“เฮ้ หลิวไห่จง! พวกคุณไปสถานีตำรวจไปรับกวงเทียนมาไม่ใช่เหรอ? แล้วเขาล่ะ?”
“ใช่ แล้วป้าสองร้องไห้ ทำไมล่ะ?”
“เกิดอะไรขึ้น? ไม่ใช่ว่าตำรวจไม่ยอมปล่อยเขาหรอกนะ?”
“ไม่น่าจะใช่นะ! เจียจางซือเขียนจดหมายยอมความให้กวงเทียนแล้วนี่นา?”
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” คนในลานถามด้วยน้ำเสียงแสร้งแสดงความห่วงใย แต่คำพูดพวกนี้เหมือนมีดแทงใจหลิวไห่จงกับป้าสองโดยตรง
“ฮือ...ฮือ...”
ป้าสองร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ เธอร้องตะโกนด้วยน้ำเสียงแทบขาดใจว่า “กวงเทียนไม่ได้กลับมาด้วยแล้วจริงๆ!”
“ตำรวจบอกว่า... ตอนนี้หลิวกวงเทียนถูกส่งตัวขึ้นศาลแล้ว กำลังจะถูกตัดสินโทษเร็ว ๆ นี้ อย่างน้อยก็ต้อง ติดคุกสามปี”
“อะไรนะ!!!”
หลิวกวงเทียนต้องติดคุกอย่างน้อยสามปี!!!
ข่าวนี้ทำให้คนทั้งลานสะเทือนใจอย่างรุนแรง ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าในเมื่อบ้านตระกูลเจียเขียนจดหมายยอมความแล้วแต่หลิวกวงเทียนกลับยังต้องติดคุกอยู่ดี?!
หลินเย่มองคนในลานที่มีสีหน้าตกตะลึง ก่อนจะส่ายหน้าอย่างหมดหนทาง เขาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าใจขึ้น
“คนยุคนี้ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจกฎหมายเลย”
ไม่มีใครรู้หรอกว่า… ถ้าหลิวไห่จงรู้ความจริงในภายหลัง ว่าหลิวกวงเทียนไม่ได้เป็นคนขโมย แต่ถูกบีบบังคับให้รับผิดจนต้องติดคุก เขาจะเสียใจขนาดไหนกัน...
หลินเย่ไม่ได้สนใจเสียงวิจารณ์ในลาน เขาจูงรถจักรยานของตัวเองเดินออกจากลานไป และตรงไปยังที่ทำการไปรษณีย์เพื่อดูว่า หลินเจียนกั๋วได้ส่งโทรเลขมาหรือเปล่า ในยุคนั้นการสื่อสารไม่สะดวกเอาเสียเลย
ในช่วงบ่าย
ตำรวจนายหนึ่งพาคนใส่เครื่องแบบเข้ามาที่ลานซื่อเหอหยวน “คุณตำรวจ พวกคุณมาทำอะไรที่นี่เหรอ?” ป้าสามถามด้วยความสงสัย “สวัสดีครับสหาย กวงเทียนพักอยู่ในลานบ้านหลังนี้ใช่ไหม?” ตำรวจถามขึ้นมา
“ใช่ ๆ ค่ะ”
“คุณตำรวจ หลิวกวงเทียนอยู่ลานบ้านนี่ เขาไม่ได้ถูกจับไปแล้วเหรอ? เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” ป้าอีกคนถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
คนในลานที่กำลังคุยกันอยู่ก็หันมามุงดู หลังจากนั้นตำรวจชี้ไปที่ชายใส่เครื่องแบบอยู่ข้าง ๆ พร้อมอธิบายขึ้น “นี่คือเจ้าหน้าที่ศาลนะครับ มารายงานผลการตัดสินคดีของหลิวกวงเทียน
ขอถามว่าคนในบ้านหลินกวนเทียนมีใครอยู่บ้าง?”
“อ้อ อ้อ มีค่ะ แม่ของหลิวกวงเทียนอยู่บ้าน เดี๋ยวฉันไปเรียกให้คุณเลย” พอได้ยินข่าวนี้ ป้าสามก็รีบวิ่งไปยังหลังลานด้วยท่าทีตื่นเต้นร้อนรน
คนในลานหลายคนต่างพากันกรูกันออกมาดู ก่อนจะรีบเดินนำเจ้าหน้าที่ตำรวจกับเจ้าหน้าที่ศาลเข้าไปด้าน ในลานด้วยสีหน้าตื่นเต้น ทั้งอยากรู้อยากเห็น บ้างก็ซุบซิบกันไม่หยุดว่าเกิดอะไรขึ้นอีก คราวนี้ใครจะซวยต่อจากหลิวกวงเทียนกันอีก ?
ไม่นานนัก พอป้าสองได้ยินข่าวก็รีบตามป้าสามมาที่ลานกลางบ้าน ขณะนั้น มีเพื่อนบ้านที่ไม่ได้ไปทำงานพากันมารวมตัวกันจำนวนมาก
“ผู้หญิงคนนี้นี่ใช่แม่ของหลิวกวงเทียนหรือเปล่าครับ?” เจ้าหน้าที่ศาลถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ป้าสองตาแดงก่ำรู้สึกช็อกจนแทบหมดแรง
ดวงตาของป้าสองบวมแดง น้ำเสียงสั่นเครือเหมือนคนหมดแรง เธอพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะพูดถามด้วยความกังวลว่า “ฉัน… คุณเจ้าหน้าที่… ลูกชายของฉันเป็นยังไงบ้าง? เขาจะ... เขาจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่?”
เจ้าหน้าที่หยิบเอกสารคำพิพากษาออกมาก่อนจะพูดขึ้น “เนื่องจากหลิวกวงเทียนถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลักทรัพย์และจำนวนเงินที่ขโมยมานั้นมีมาก แต่พิจารณาอายุของกวงเทียนและความยินยอมของผู้เสียหาย
ศาลจึงตัดสินให้จำคุกเป็นเวลาสองปีสามเดือน”
“อ้า!”
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างพากันตกใจมาก! แม้จะได้ยินข่าวเมื่อตอนเช้าว่า หลิวกวงเทียนจะติดคุก แต่พอได้ฟังคำตัดสินจากศาลจริง ๆ ก็ยังรู้สึกงงอยู่
ตัดสินเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?! แค่ขโมยเงินบ้านตระกูลเจียหลังเดียวนั้น ก็โดนตัดสินติดคุกได้จริง ๆ หรือ?
แล้วถ้าบ้านตระกูลเจียเป็นฝ่ายขโมยของคนอื่นขึ้นมา... แบบนี้จะถูกจับไปติดคุกบ้างไหมนะ?
“โอ๊ยยย...” เสียงบ่นกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้นในลาน สีหน้าของหลายคนเต็มไปด้วยความสับสนและไม่เข้าใจ บางคนถึงกับเริ่มตั้งคำถามกับความยุติธรรมในยุคนี้อย่างเงียบ ๆ อยู่ในใจ…
ป้าสองรับคำพิพากษามาด้วยมือสั่น ก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น หลายคนที่อยู่รอบๆ ตัวเธอเริ่มรู้สึกสงสาร ต่างก็พากันถอนใจด้วยความเห็นใจชะตากรรมของชายหนุ่ม เมื่อสองสามวันที่แล้วชายหนุ่มคนนี้ยังดูแข็งแรงสดใสอยู่เลย
แต่มาวันนี้...เขากลับต้องถูกจับเข้าคุกเสียแล้ว...