เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 101  ตกลงกันไม่ได้ เจียตงสวี่หมดตัว

บทที่ 101  ตกลงกันไม่ได้ เจียตงสวี่หมดตัว

บทที่ 101  ตกลงกันไม่ได้ เจียตงสวี่หมดตัว


บทที่ 101  ตกลงกันไม่ได้ เจียตงสวี่หมดตัว

“ไม่มีความยุติธรรมเลย! ไอ้เด็กบ้านตระกุลหลิวขโมยเงินเก็บของฉัน แต่กลับไม่ยอมชดใช้!”

“เฒ่าเจีย… ตั้งแต่พ่อตายไป คนในชุมชนนี้ก็รุมรังแกฉันไม่หยุดเลย! ฉันทนไม่ไหวแล้ว… รีบมารับพวกบ้านตระกูลหลิวไปลงนรกด้วยกันเถอะ!”

เจียจางซือไม่ยอมเสียเปรียบง่าย ๆ แน่นอน เธอนั่งทรุดตัวลงกับพื้นทันที ตบขาตัวเองอย่างเสียงดังก่อนจะเริ่มโวยวายเรียกสามีของเธอที่ตายไปแล้ว ราวกับจะให้เขาลุกขึ้นมาจัดการแทน!

“สหายเจียจางซือ! การทำแบบนี้ถือว่าเผยแพร่ความเชื่อแบบงมงายของพวกลัทธินะ รู้ไหม!”

“อยากไปสถานีตำรวจกับพวกเรารึไง?!” โตวเหมินรู้ดีว่า หากจะรับมือกับหญิงปากกล้าอย่างนี้ ก็ต้องแข็งให้ยิ่งกว่า ไม่งั้นไม่มีทางเอาอยู่แน่

แกร๊ก!

เสียงหยุดกึกดังขึ้นทันทีที่เจียจางซือได้ยินว่าจะถูกพาตัวไปสถานีตำรวจ เธอหยุดโวยวายขึ้นมาทันที แต่ถึงจะหยุดแผดเสียงไปแล้ว ใบหน้าก็ยังบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ เธอเริ่มโวยวายเสียงดังจนน้ำตาไหลพราก

“คุณตำรวจ! พวกบ้านตระกูลหลิวรังแกฉันชัด ๆ เลยนะ! พวกเขาขโมยเงินเก็บบั้นปลายชีวิตของฉันไปตั้งเจ็ดร้อยกว่าหยวนแต่กลับไม่ยอมชดใช้อะไรสักหยวน!”

“ใครบอกว่าเราไม่จ่าย! แต่คุณน่ะ...จงใจจะขู่กรรโชกต่างหากล่ะ!”

หลิวกวงฉีเดินออกมาท่ามกลางเสียงซุบซิบของเพื่อนบ้านในลาน มองไปรอบ ๆ แล้วตะโกนเสียงดังขึ้น “ทุกคนก็เป็นเพื่อนบ้านกันมาหลายปีแล้ว ผมขอถามหน่อยเถอะ พวกคุณเชื่อไหมว่าบ้านตระกูลเจียมีเงินเก็บตั้งเจ็ดร้อยกว่าหยวน?”

“บ้านหลังนี้ร้องห่มร้องไห้จนแทบทุกวัน ลุงอี้จงไห่ยังเคยขอให้พวกเราร่วมกันบริจาคหลายครั้งเลย”

“น้องชายผมทำผิดก็จริง และก็ถูกตำรวจจับไปแล้ว พวกเรายินดีชดใช้ แต่บ้านตระกูลเจียก็ต้องพูดความจริง       อย่าคิดจะโกง! เงินตั้งเจ็ดร้อยกว่าหยวนเนี่ยนะ? เจียตงสวี่ได้เงินเดือนแค่ยี่สิบกว่าหยวน แล้วต้องเลี้ยงคนทั้งบ้าน จะไปมีเงินเก็บเยอะขนาดนั้นได้จากไหน?” หลิวกวงฉีถือว่าเป็นคนมีการศึกษา พูดอะไรออกมาก็มีเหตุผลน่าเชื่อถือ ทำให้หลายคนในลานเริ่มเห็นด้วยกับเขา

“นั่นสิ เจียจางซือ บ้านเธอจะมีเงินเยอะขนาดนั้นได้ยังไง? ฉันว่าแค่ห้าร้อยหยวนยังไม่มีเลย บ้านตระกูลหลิวเขายอมชดใช้ให้ห้าร้อยหยวนก็บุญแล้วนะ ถ้ามีเงินเยอะขนาดนั้นจริง งั้นก็คืนเงินบริจาคที่พวกเราให้ไปตลอดหลายปีมาสิ”

“ใช่ ๆ ถ้ามีเงินแล้วจะขอรับบริจาคทำไม? แถมยังชอบให้ฉินหวยหรูมาขอข้าว มายืมของพวกเราอยู่เรื่อย ยืมไปตั้งหลายครั้งก็ไม่เคยเห็นคืนซักครั้งเลย!”

“จริงด้วย!”

“ถึงหลิวกวงเทียนจะผิดตรงที่ขโมยเงินก็เถอะ แต่บ้านตระกูลเจียก็ไม่ควรจะมาโกงกันแบบนี้!” กระแสในลานบ้านเปลี่ยนไปทันที จากที่เคยรุมด่าบ้านตระกูลหลิว กลับกลายเป็นประณามเจียจางซือที่โลภเกินเหตุ

จริง ๆ แล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่าบ้านตระกูลเจียมีเงินแค่ไหน แต่พอรู้ว่าเขาเคยรับบริจาค ทั้งที่ตัวเองก็มีเงิน ก็ไม่มีใครอยากอยู่เฉยให้โง่อีกต่อไป

ตอนนี้...พวกเขาเลยพากันซ้ำเติมทันที

“มันเกี่ยวอะไรกับพวกคุณด้วย?!”

“หุบปากกันไปให้หมดเลย! ฉันนี่แหละถูกขโมยเงินไปตั้งเจ็ดร้อยกว่าหยวน!! เงินที่พวกคุณบริจาคกันน่ะ พวกคุณเต็มใจให้เองทั้งนั้น ไม่เกี่ยวกับฉันซักหน่อย!”

เจียจางซือไม่มีทีท่าว่าจะยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย ยืนเท้าเอวมองไปทั่วลาน ก่อนจะเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้

ท่าทางของเธอเหมือนเตรียมตัวจะเปิดศึกด่ากับทุกคนที่อยู่ในลานอย่างเต็มที่

“พอได้แล้ว! เงียบกันก่อน!!”

โตวเหมินกับตำรวจอีกสองนายเริ่มทนไม่ไหว ชูมือขึ้นทั้งสองข้าง ขอให้ทุกคนเงียบลง

“เจียจางซือ เรื่องเงินชดใช้ เธอคุยกับบ้านตระกูลหลิวได้เลย ถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็ไปฟ้องร้องกันที่สถานีตำรวจ      ตอนศาลตัดสิน ก็จะพิจารณาโทษของหลิวกวงเทียนเพิ่มเติมตามความเหมาะสมด้วย” โตวเหมินพูดกับเจียจางซือด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ถ้ามีปัญหาอะไร ก็ไปที่สถานีตำรวจได้เลยนะครับ...”

หลังจากกำชับอีกสองสามประโยค ก่อนจะรีบพาตำรวจหนุ่มทั้งสองนายเดินออกไปทันที เหมือนกับอยากหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เขาถึงกับคิดว่า... ขอแค่ไม่ต้องมาที่ลานซื่อเหอหยวนแห่งนี้อีก ต่อให้ต้องไปช่วยเจิ้งเฉาหยางสืบคดีสายลับแฝงตัวอยู่ในโรงงานก็ยังจะดีกว่า

คนในลานนี้แต่ละคน ช่าง... ผีสางนางไม้ยังดูปกติกว่าเสียอีก!

“เจียจางซือ ถ้ามีอะไร เอาไว้ค่อยคุยกันตอนเย็นเถอะ” หลิวไห่จงพูดด้วยเสียงแผ่วเบา ไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว ตอนนี้เขาอยากแค่กินข้าวอร่อยสักมื้อแล้วกลับไปพักให้หายเหนื่อย

หลังพูดจบก็ไม่สนใจเสียงโวยวายของเจียจางซืออีก เขาเดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมครอบครัวทันที แต่คนในลานยังไม่แยกย้าย ต่างพากันนั่งคุยถึงเรื่องที่หลิวกวงเทียนขโมยเงินอยู่

“หลิวกวงเทียนยังไม่กลับมา...พวกคุณว่า เขาจะติดคุกมั้ย? หรือว่าบ้านตระกูลหลิวจะปล่อยเขาไปเลย?”

“ไม่น่าจะติดคุกหรอก ถ้าคิดจะชดใช้ แสดงว่ายังอยากให้เจียจางซือยกโทษให้ คงไม่อยากให้กวงเทียนติดคุกจริง ๆ”

“แล้วถ้าเจียจางซือไม่ยอมล่ะ?”

“งั้นบ้านตระกูลหลิวก็คงไม่จ่ายเงิน แล้วปล่อยให้หลิวกวงเทียนติดคุกก่อน พอออกมาก็ค่อยว่ากัน ก็เราเป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งนาน ไม่น่าจะถึงขั้นส่งเข้าคุกหรอกมั้ง?”

“ใครจะรู้ล่ะ...”

“ถ้าเข้าคุกขึ้นมาจริง ๆ ชีวิตทั้งชีวิตของชายคนนี้ก็จบเลยนะ...”

“เฮ้อ...เรื่องนี้มันก็วุ่นวายจริง ๆ นั่นแหละ!”

ตอนช่วงเย็น คนที่เลิกงานกำลังกลับบ้าน ต่างก็รู้ข่าวว่าหลิวกวงเทียนรับสารภาพแล้ว ส่วนคนอื่นในครอบครัวตระกูลหลิวก็ถูกปล่อยตัวกลับมา แต่เรื่องเงินชดใช้ กลับเถียงกันทั้งวัน ยังตกลงกันไม่ได้ หลายคนจึงมารวมตัวกันอยู่หน้าบ้านตระกูลเจีย กางหูฟังเสียงทะเลาะจากด้านใน

เสียงจากการเจรจาระหว่างบ้านตระกูลหลิวกับเจียจางซือ ดังลอดผ่านประตูออกมาอย่างชัดเจน

หลินเย่ที่เพิ่งกลับมา ก็ได้ยินเช่นกัน แม้แต่เขาเองก็ไม่คิดว่าบ้านตระกูลหลิวจะตัดสินใจรวดเร็วถึงขนาดนี้ ยอมให้หลิวกวงเทียน “รับผิดคนเดียว” ไปเต็ม ๆ

แต่เรื่องแบบนี้...

ถ้าไม่มีหลิวไห่จงบีบบังคับให้สารภาพ เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด!

ที่น่าแปลกคือ... จนป่านนี้แล้ว เจียตงสวี่ยังไม่โผล่หัวกลับบ้านเลยสักที หลินเย่ถึงกับอดสงสัยไม่ได้ว่า ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาเจียตงสวี่ไปทำบ้าอะไรอยู่?

“เฮ้ย! แจกไพ่อะไรของแกวะ เสี่ยวลิ่ว แกล้างมือรึยังห๊ะ?” เจียตงสวี่คาบบุหรี่ไว้ในปาก ดวงตาแดงก่ำจากความอ่อนล้า ก่อนจะตะโกนใส่เจ้ามือที่กำลังแจกไพ่อย่างหัวเสีย

“แจกยังไงของแกวะ!?” เจ้ามือหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“ฮ่า ๆ ตงสวี่ พักหน่อยมั้ย? ช่วงนี้ดูโชคจะไม่เข้าข้างนายเลยนะ” เสี่ยวลิ่ว เจ้ามือไพ่ที่โดนด่าไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอะไร เพียงยิ้มแห้งออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไปอย่างไม่สนใจ

“ใช่ ๆ เสี่ยวเจีย พักก่อนเถอะ เดี๋ยวจะหมดตัวจนไม่มีเงินไปเลี้ยงผู้หญิงเอานะเว้ย ฮ่า ๆ” นักพนันรุ่นใหญ่ที่พอได้เงินติดไม้ติดมือไปบ้าง ก็หัวเราะเยาะเย้ยขึ้นมาเสียงดัง พลางมองโต๊ะของเจียตงสวี่ที่ว่างเปล่าด้วยสายตาน่าสมเพช

“หึ! คิดว่าฉันไม่มีเงินรึไง?! พวกแกคอยดู เดี๋ยวฉันไปหาพี่หลง แล้วจะกลับมาเอาคืนให้หมด!” เจียตงสวี่ของขึ้นง่าย โดนแหย่นิดเดียวก็ลุกพรวดเดินหายไปทางห้องด้านข้าง

เสี่ยวลิ่วยังยิ้มอยู่เหมือนเดิม พลางแจกไพ่ต่อ นักพนันที่เพิ่งแหย่เจียตงสวี่ ก็ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เสี่ยวลิ่วแบบรู้กัน ก่อนจะเริ่มวางเดิมพันรอบใหม่

“พี่หลง! ฉันขอยืมอีกห้าสิบหยวนสิ เดี๋ยวฉันจะไปเอาคืนให้ได้แน่นอน!” ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เจียตงสวี่ก็เห็นพี่หลงกำลังนั่งเล่นอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งที่แต่งหน้าแรงจัด

ทั้งคู่กำลังหยอกล้อกันอยู่พอดี

“เฮ้ยตงสวี่ วันนี้ดวงไม่ดีเหรอ? งั้นลองจับหน้าอกของเสี่ยวชุนฮัวดูสิ เผื่อจะเปลี่ยนดวงได้ ฮ่า ๆ ๆ”  พี่หลงที่หน้าตาดูโหดเหมือนอันธพาลเริ่มยิ้มกรุ้มกริ่ม แล้วผลักหญิงสาวในอ้อมแขนออกมาโชว์ของเพื่อล่อสายตา

เจียตงสวี่เห็นรูปร่างอวบอึ่มของเสี่ยวชุนฮัว ก็ถึงกับกลืนน้ำลายเสียงดัง อึก! ก่อนจะยิ้มทะเล้นแล้วเอื้อมมือไปคว้าทันที “พี่หลง ขอยืมเงินก่อนเหอะ! เดี๋ยวฉันต้องมีติดตัวไว้กลับบ้านหน่อย!”

เจียตงสวี่ยังลวนลามต่อ เขาจับหน้าอกแน่น ๆ แล้วเอามือมาแตะจมูกดมด้วยหน้าตาเคลิ้มสุด ๆ

...ถ้าไม่ติดว่าพี่หลงอยู่ตรงนี้ล่ะก็...

เจียตงสวี่คงจัดการสั่งสอน นังตัวดีนี่ไปแล้ว เพราะครั้งก่อนดันมาบอกว่าเขาไม่เก่งเท่าพี่หลง!

“ได้สิ ตามกติกาเดิม เขียนใบกู้เงินมาก่อน”

พี่หลงหยิบเงินห้าสิบหยวนออกมาจากลิ้นชัก พร้อมกระดาษหนึ่งแผ่นวางไว้บนโต๊ะ เจียตงสวี่รีบเขียนใบกู้เงิน ก่อนจะหยิบเงินใส่กระเป๋าแล้วบีบหน้าอกของเสี่ยวชุนฮัวอีกครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว...

จบบทที่ บทที่ 101  ตกลงกันไม่ได้ เจียตงสวี่หมดตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว