- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 101 ตกลงกันไม่ได้ เจียตงสวี่หมดตัว
บทที่ 101 ตกลงกันไม่ได้ เจียตงสวี่หมดตัว
บทที่ 101 ตกลงกันไม่ได้ เจียตงสวี่หมดตัว
บทที่ 101 ตกลงกันไม่ได้ เจียตงสวี่หมดตัว
“ไม่มีความยุติธรรมเลย! ไอ้เด็กบ้านตระกุลหลิวขโมยเงินเก็บของฉัน แต่กลับไม่ยอมชดใช้!”
“เฒ่าเจีย… ตั้งแต่พ่อตายไป คนในชุมชนนี้ก็รุมรังแกฉันไม่หยุดเลย! ฉันทนไม่ไหวแล้ว… รีบมารับพวกบ้านตระกูลหลิวไปลงนรกด้วยกันเถอะ!”
เจียจางซือไม่ยอมเสียเปรียบง่าย ๆ แน่นอน เธอนั่งทรุดตัวลงกับพื้นทันที ตบขาตัวเองอย่างเสียงดังก่อนจะเริ่มโวยวายเรียกสามีของเธอที่ตายไปแล้ว ราวกับจะให้เขาลุกขึ้นมาจัดการแทน!
“สหายเจียจางซือ! การทำแบบนี้ถือว่าเผยแพร่ความเชื่อแบบงมงายของพวกลัทธินะ รู้ไหม!”
“อยากไปสถานีตำรวจกับพวกเรารึไง?!” โตวเหมินรู้ดีว่า หากจะรับมือกับหญิงปากกล้าอย่างนี้ ก็ต้องแข็งให้ยิ่งกว่า ไม่งั้นไม่มีทางเอาอยู่แน่
แกร๊ก!
เสียงหยุดกึกดังขึ้นทันทีที่เจียจางซือได้ยินว่าจะถูกพาตัวไปสถานีตำรวจ เธอหยุดโวยวายขึ้นมาทันที แต่ถึงจะหยุดแผดเสียงไปแล้ว ใบหน้าก็ยังบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ เธอเริ่มโวยวายเสียงดังจนน้ำตาไหลพราก
“คุณตำรวจ! พวกบ้านตระกูลหลิวรังแกฉันชัด ๆ เลยนะ! พวกเขาขโมยเงินเก็บบั้นปลายชีวิตของฉันไปตั้งเจ็ดร้อยกว่าหยวนแต่กลับไม่ยอมชดใช้อะไรสักหยวน!”
“ใครบอกว่าเราไม่จ่าย! แต่คุณน่ะ...จงใจจะขู่กรรโชกต่างหากล่ะ!”
หลิวกวงฉีเดินออกมาท่ามกลางเสียงซุบซิบของเพื่อนบ้านในลาน มองไปรอบ ๆ แล้วตะโกนเสียงดังขึ้น “ทุกคนก็เป็นเพื่อนบ้านกันมาหลายปีแล้ว ผมขอถามหน่อยเถอะ พวกคุณเชื่อไหมว่าบ้านตระกูลเจียมีเงินเก็บตั้งเจ็ดร้อยกว่าหยวน?”
“บ้านหลังนี้ร้องห่มร้องไห้จนแทบทุกวัน ลุงอี้จงไห่ยังเคยขอให้พวกเราร่วมกันบริจาคหลายครั้งเลย”
“น้องชายผมทำผิดก็จริง และก็ถูกตำรวจจับไปแล้ว พวกเรายินดีชดใช้ แต่บ้านตระกูลเจียก็ต้องพูดความจริง อย่าคิดจะโกง! เงินตั้งเจ็ดร้อยกว่าหยวนเนี่ยนะ? เจียตงสวี่ได้เงินเดือนแค่ยี่สิบกว่าหยวน แล้วต้องเลี้ยงคนทั้งบ้าน จะไปมีเงินเก็บเยอะขนาดนั้นได้จากไหน?” หลิวกวงฉีถือว่าเป็นคนมีการศึกษา พูดอะไรออกมาก็มีเหตุผลน่าเชื่อถือ ทำให้หลายคนในลานเริ่มเห็นด้วยกับเขา
“นั่นสิ เจียจางซือ บ้านเธอจะมีเงินเยอะขนาดนั้นได้ยังไง? ฉันว่าแค่ห้าร้อยหยวนยังไม่มีเลย บ้านตระกูลหลิวเขายอมชดใช้ให้ห้าร้อยหยวนก็บุญแล้วนะ ถ้ามีเงินเยอะขนาดนั้นจริง งั้นก็คืนเงินบริจาคที่พวกเราให้ไปตลอดหลายปีมาสิ”
“ใช่ ๆ ถ้ามีเงินแล้วจะขอรับบริจาคทำไม? แถมยังชอบให้ฉินหวยหรูมาขอข้าว มายืมของพวกเราอยู่เรื่อย ยืมไปตั้งหลายครั้งก็ไม่เคยเห็นคืนซักครั้งเลย!”
“จริงด้วย!”
“ถึงหลิวกวงเทียนจะผิดตรงที่ขโมยเงินก็เถอะ แต่บ้านตระกูลเจียก็ไม่ควรจะมาโกงกันแบบนี้!” กระแสในลานบ้านเปลี่ยนไปทันที จากที่เคยรุมด่าบ้านตระกูลหลิว กลับกลายเป็นประณามเจียจางซือที่โลภเกินเหตุ
จริง ๆ แล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่าบ้านตระกูลเจียมีเงินแค่ไหน แต่พอรู้ว่าเขาเคยรับบริจาค ทั้งที่ตัวเองก็มีเงิน ก็ไม่มีใครอยากอยู่เฉยให้โง่อีกต่อไป
ตอนนี้...พวกเขาเลยพากันซ้ำเติมทันที
“มันเกี่ยวอะไรกับพวกคุณด้วย?!”
“หุบปากกันไปให้หมดเลย! ฉันนี่แหละถูกขโมยเงินไปตั้งเจ็ดร้อยกว่าหยวน!! เงินที่พวกคุณบริจาคกันน่ะ พวกคุณเต็มใจให้เองทั้งนั้น ไม่เกี่ยวกับฉันซักหน่อย!”
เจียจางซือไม่มีทีท่าว่าจะยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย ยืนเท้าเอวมองไปทั่วลาน ก่อนจะเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้
ท่าทางของเธอเหมือนเตรียมตัวจะเปิดศึกด่ากับทุกคนที่อยู่ในลานอย่างเต็มที่
“พอได้แล้ว! เงียบกันก่อน!!”
โตวเหมินกับตำรวจอีกสองนายเริ่มทนไม่ไหว ชูมือขึ้นทั้งสองข้าง ขอให้ทุกคนเงียบลง
“เจียจางซือ เรื่องเงินชดใช้ เธอคุยกับบ้านตระกูลหลิวได้เลย ถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็ไปฟ้องร้องกันที่สถานีตำรวจ ตอนศาลตัดสิน ก็จะพิจารณาโทษของหลิวกวงเทียนเพิ่มเติมตามความเหมาะสมด้วย” โตวเหมินพูดกับเจียจางซือด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้ามีปัญหาอะไร ก็ไปที่สถานีตำรวจได้เลยนะครับ...”
หลังจากกำชับอีกสองสามประโยค ก่อนจะรีบพาตำรวจหนุ่มทั้งสองนายเดินออกไปทันที เหมือนกับอยากหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เขาถึงกับคิดว่า... ขอแค่ไม่ต้องมาที่ลานซื่อเหอหยวนแห่งนี้อีก ต่อให้ต้องไปช่วยเจิ้งเฉาหยางสืบคดีสายลับแฝงตัวอยู่ในโรงงานก็ยังจะดีกว่า
คนในลานนี้แต่ละคน ช่าง... ผีสางนางไม้ยังดูปกติกว่าเสียอีก!
“เจียจางซือ ถ้ามีอะไร เอาไว้ค่อยคุยกันตอนเย็นเถอะ” หลิวไห่จงพูดด้วยเสียงแผ่วเบา ไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว ตอนนี้เขาอยากแค่กินข้าวอร่อยสักมื้อแล้วกลับไปพักให้หายเหนื่อย
หลังพูดจบก็ไม่สนใจเสียงโวยวายของเจียจางซืออีก เขาเดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมครอบครัวทันที แต่คนในลานยังไม่แยกย้าย ต่างพากันนั่งคุยถึงเรื่องที่หลิวกวงเทียนขโมยเงินอยู่
“หลิวกวงเทียนยังไม่กลับมา...พวกคุณว่า เขาจะติดคุกมั้ย? หรือว่าบ้านตระกูลหลิวจะปล่อยเขาไปเลย?”
“ไม่น่าจะติดคุกหรอก ถ้าคิดจะชดใช้ แสดงว่ายังอยากให้เจียจางซือยกโทษให้ คงไม่อยากให้กวงเทียนติดคุกจริง ๆ”
“แล้วถ้าเจียจางซือไม่ยอมล่ะ?”
“งั้นบ้านตระกูลหลิวก็คงไม่จ่ายเงิน แล้วปล่อยให้หลิวกวงเทียนติดคุกก่อน พอออกมาก็ค่อยว่ากัน ก็เราเป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งนาน ไม่น่าจะถึงขั้นส่งเข้าคุกหรอกมั้ง?”
“ใครจะรู้ล่ะ...”
“ถ้าเข้าคุกขึ้นมาจริง ๆ ชีวิตทั้งชีวิตของชายคนนี้ก็จบเลยนะ...”
“เฮ้อ...เรื่องนี้มันก็วุ่นวายจริง ๆ นั่นแหละ!”
ตอนช่วงเย็น คนที่เลิกงานกำลังกลับบ้าน ต่างก็รู้ข่าวว่าหลิวกวงเทียนรับสารภาพแล้ว ส่วนคนอื่นในครอบครัวตระกูลหลิวก็ถูกปล่อยตัวกลับมา แต่เรื่องเงินชดใช้ กลับเถียงกันทั้งวัน ยังตกลงกันไม่ได้ หลายคนจึงมารวมตัวกันอยู่หน้าบ้านตระกูลเจีย กางหูฟังเสียงทะเลาะจากด้านใน
เสียงจากการเจรจาระหว่างบ้านตระกูลหลิวกับเจียจางซือ ดังลอดผ่านประตูออกมาอย่างชัดเจน
หลินเย่ที่เพิ่งกลับมา ก็ได้ยินเช่นกัน แม้แต่เขาเองก็ไม่คิดว่าบ้านตระกูลหลิวจะตัดสินใจรวดเร็วถึงขนาดนี้ ยอมให้หลิวกวงเทียน “รับผิดคนเดียว” ไปเต็ม ๆ
แต่เรื่องแบบนี้...
ถ้าไม่มีหลิวไห่จงบีบบังคับให้สารภาพ เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด!
ที่น่าแปลกคือ... จนป่านนี้แล้ว เจียตงสวี่ยังไม่โผล่หัวกลับบ้านเลยสักที หลินเย่ถึงกับอดสงสัยไม่ได้ว่า ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาเจียตงสวี่ไปทำบ้าอะไรอยู่?
“เฮ้ย! แจกไพ่อะไรของแกวะ เสี่ยวลิ่ว แกล้างมือรึยังห๊ะ?” เจียตงสวี่คาบบุหรี่ไว้ในปาก ดวงตาแดงก่ำจากความอ่อนล้า ก่อนจะตะโกนใส่เจ้ามือที่กำลังแจกไพ่อย่างหัวเสีย
“แจกยังไงของแกวะ!?” เจ้ามือหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“ฮ่า ๆ ตงสวี่ พักหน่อยมั้ย? ช่วงนี้ดูโชคจะไม่เข้าข้างนายเลยนะ” เสี่ยวลิ่ว เจ้ามือไพ่ที่โดนด่าไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอะไร เพียงยิ้มแห้งออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไปอย่างไม่สนใจ
“ใช่ ๆ เสี่ยวเจีย พักก่อนเถอะ เดี๋ยวจะหมดตัวจนไม่มีเงินไปเลี้ยงผู้หญิงเอานะเว้ย ฮ่า ๆ” นักพนันรุ่นใหญ่ที่พอได้เงินติดไม้ติดมือไปบ้าง ก็หัวเราะเยาะเย้ยขึ้นมาเสียงดัง พลางมองโต๊ะของเจียตงสวี่ที่ว่างเปล่าด้วยสายตาน่าสมเพช
“หึ! คิดว่าฉันไม่มีเงินรึไง?! พวกแกคอยดู เดี๋ยวฉันไปหาพี่หลง แล้วจะกลับมาเอาคืนให้หมด!” เจียตงสวี่ของขึ้นง่าย โดนแหย่นิดเดียวก็ลุกพรวดเดินหายไปทางห้องด้านข้าง
เสี่ยวลิ่วยังยิ้มอยู่เหมือนเดิม พลางแจกไพ่ต่อ นักพนันที่เพิ่งแหย่เจียตงสวี่ ก็ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เสี่ยวลิ่วแบบรู้กัน ก่อนจะเริ่มวางเดิมพันรอบใหม่
“พี่หลง! ฉันขอยืมอีกห้าสิบหยวนสิ เดี๋ยวฉันจะไปเอาคืนให้ได้แน่นอน!” ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เจียตงสวี่ก็เห็นพี่หลงกำลังนั่งเล่นอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งที่แต่งหน้าแรงจัด
ทั้งคู่กำลังหยอกล้อกันอยู่พอดี
“เฮ้ยตงสวี่ วันนี้ดวงไม่ดีเหรอ? งั้นลองจับหน้าอกของเสี่ยวชุนฮัวดูสิ เผื่อจะเปลี่ยนดวงได้ ฮ่า ๆ ๆ” พี่หลงที่หน้าตาดูโหดเหมือนอันธพาลเริ่มยิ้มกรุ้มกริ่ม แล้วผลักหญิงสาวในอ้อมแขนออกมาโชว์ของเพื่อล่อสายตา
เจียตงสวี่เห็นรูปร่างอวบอึ่มของเสี่ยวชุนฮัว ก็ถึงกับกลืนน้ำลายเสียงดัง อึก! ก่อนจะยิ้มทะเล้นแล้วเอื้อมมือไปคว้าทันที “พี่หลง ขอยืมเงินก่อนเหอะ! เดี๋ยวฉันต้องมีติดตัวไว้กลับบ้านหน่อย!”
เจียตงสวี่ยังลวนลามต่อ เขาจับหน้าอกแน่น ๆ แล้วเอามือมาแตะจมูกดมด้วยหน้าตาเคลิ้มสุด ๆ
...ถ้าไม่ติดว่าพี่หลงอยู่ตรงนี้ล่ะก็...
เจียตงสวี่คงจัดการสั่งสอน นังตัวดีนี่ไปแล้ว เพราะครั้งก่อนดันมาบอกว่าเขาไม่เก่งเท่าพี่หลง!
“ได้สิ ตามกติกาเดิม เขียนใบกู้เงินมาก่อน”
พี่หลงหยิบเงินห้าสิบหยวนออกมาจากลิ้นชัก พร้อมกระดาษหนึ่งแผ่นวางไว้บนโต๊ะ เจียตงสวี่รีบเขียนใบกู้เงิน ก่อนจะหยิบเงินใส่กระเป๋าแล้วบีบหน้าอกของเสี่ยวชุนฮัวอีกครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว...