- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 103 ตรวจสอบโรงงานเหล็ก
บทที่ 103 ตรวจสอบโรงงานเหล็ก
บทที่ 103 ตรวจสอบโรงงานเหล็ก
บทที่ 103 ตรวจสอบโรงงานเหล็ก
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าม้าพยศที่หลุดจากบังเหียน ในพริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งเดือน
ตลอดช่วงเวลานี้ บรรยากาศในลานซื่อเหอหยวนสงบเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด อาจเพราะเรื่องที่หลิวกวงเทียนถูกศาลพิพากษาตัดสินให้จำคุก ทำให้ทุกคนในลานเงียบมากขึ้น แม้แต่เจียจางซือที่ปกติเอะอะโวยวายสามวันครั้ง ห้าวันครั้ง ก็พลันเงียบสงบลง วันๆ ไม่เย็บพื้นรองเท้าอยู่ในบ้าน ก็ยืนคุยกับพวกป้าๆในลานบ้าน
แต่ทุกครั้งที่สายตาเธอเหลือบไปเห็นป้าสอง ใบหน้าก็จะกระตุกเบา ๆ เพราะไม่ว่าอย่างไร หลิวกวงเทียนที่ต้องติดคุก ก็มาจากต้นเหตุของบ้านตระกูลเจียนั่นเอง
ช่วงนี้ในลานมีเรื่องเดียวที่พอจะเป็นข่าวได้ก็คือ ‘อี้จงไห่กลับมาจากโรงพยาบาลแล้ว’ แต่ที่เขากลับมาในตอนนี้ ก็ไม่ได้เป็นช่างฝีมือระดับสูงผู้หยิ่งทะนงในอดีตอีกต่อไป
สิ่งที่ได้กลับมาคือชายผู้พิการที่ไม่สามารถใช้มือได้เต็มร้อยอีกต่อไป งานหนักแค่ไหนก็ไม่สามารถใช้งานได้ วันที่อี้จงไห่กลับมาถึงลานบ้าน มีคนมากมายจำเขาแทบไม่ได้เลย
เส้นผมที่เคยเป็นสีดำสนิท ตอนนี้กลับขาวโพลนไปทั้งศีรษะ ร่างกายก็ซูบผอมลงไปอย่างน่าตกใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครา ดูเหมือนแก่ลงไปอีก 20–30 ปีในพริบตาเดียว ดวงตาที่เคยคมกริบและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม กลับกลายเป็นความว่างเปล่า ราวกับไม่มีชีวิตชีวาใด ๆ เหลืออยู่เลย
ในวันถัดมาหลังกลับไปโรงงาน หัวหน้าโรงงานหยางกับหัวหน้าสายงานเรียกเขาไปคุย
ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาไปคุยอะไรกัน แต่มีคนเห็นอี้จงไห่เดินออกมาจากห้องทำงานด้วยท่าทางหลังค่อม เหมือนวิญญาณได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว
จากเดิมที่เคยเป็นช่างฝีมือระดับ 5 เงินเดือนหกสิบเอ็ดหยวนเจ็ดเฟิน ตอนนี้กลับถูกโยกย้ายไปเป็นคนดูแลโกดังในฝ่ายสนับสนุน เงินเดือนเหลือเพียงยี่สิบสามหยวนห้าสิบเฟิน
“ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้!!!”
หลังจากกลับถึงลานซื่อเหอหยวน อี้จงไห่ก็ไม่ยอมออกมาเดินในลานอีกเลย เอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้าน
เพราะตอนนี้ เขารู้สึกได้ชัดเจนว่า สายตาที่คนในลานมองเขานั้น ไม่ใช่ความเคารพหรือเกรงใจอีกต่อไป แต่คือความดูแคลน เย้ยหยัน และสะใจ
แม้แต่เจียตงสวี่ ลูกศิษย์ที่เขาเคยทุ่มเทฝึกสอนมาตลอด ก็ยังเริ่มตีตัวออกห่างหลังเขาถูกโยกไปเฝ้าโกดัง
แม้ยังไม่ตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับศิษย์โดยตรง แต่อี้จงไห่ก็สัมผัสได้ถึงความห่างเหินที่ก่อตัวขึ้น
หากปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไปตงสวี่ยังจะยอมเลี้ยงดูเขาตอนแก่ชราอยู่อีกไหม?
สิ่งเดียวที่เขายังเหลืออยู่ตอนนี้ ก็คือความรู้ในหัว ที่ยังพอใช้ชี้แนะเจียตงสวี่ได้บ้าง
“ชุ่ยฮวา ฉันหิวแล้ว !!” เสียงตะโกนของหญิงชราดังขึ้นมาจากลานหลังบ้านอีกครั้ง
หลังจากดูแลอี้จงไห่เสร็จ ป้าใหญ่ก็ต้องไปจัดการดูแลหญิงชราหูหนวกต่อ พูดได้เต็มปากว่า คนที่ดูโทรมที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่หญิงชราที่นอนติดเตียง ไม่ใช่อี้จงไห่ที่เสียมือไป แต่เป็นป้าใหญ่ เกาชุ่ยฮวานั่นเอง
ที่หนักที่สุดก็คือ หญิงชราถึงจะมีคนคอยดูแลกลับยังไม่รู้จักพอ สามวันดีสี่วันไข้ อยากกินเนื้อก็ร้องตะโกนเสียงดังลั่น ถ้ารับใช้ไม่ถูกใจก็จะด่าทอสารพัด ไม่เกรงใจใคร
เพียงแค่ครึ่งเดือนที่ผ่านมา ป้าใหญ่ก็แทบจะหมดแรงอดทนแล้ว
ส่วนทางด้านหลินเย่
เขาเพิ่งได้รับโทรเลขตอบกลับจากหลินเจียนกั๋ว เรื่องการขนส่ง สำหรับหลินเจียนกั๋วแล้วถือว่าไม่ใช่เรื่องยากอะไร แม้ตอนก่อตั้งประเทศ เขาจะยกกิจการทั้งหมดในจีนให้กับทางการไปแล้ว แต่สายสัมพันธ์และทรัพยากรในประเทศก็ยังมีอยู่มากมาย ใช้เวลาแค่ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ก็สามารถวางเส้นทางขนส่งจากท่าเรือเทียนจินมายังเมืองหลวงได้สำเร็จ
แน่นอนว่า เส้นทางขนส่งทางเรือนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเปล่าๆ แต่เป็นเพราะหลินเจียนกั๋วได้ตั้งบริษัทเดินเรือขึ้นมาในต่างประเทศ สามารถขนสินค้าจากฟากฝั่งมหาสมุทรส่งมายังจีนได้ หรือจะนำของจากจีนไปขายยังต่างประเทศก็ได้ ทุกอย่างเป็นธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย
เพียงแต่ว่าช่วงนี้เขาจะต้องคอยส่งของให้กับหลานชายคนเดียวในเมืองหลวงอยู่เรื่อยๆ พอมีบริษัทเดินเรือของหลินเจียนกั๋วนี้แล้ว หลินเย่ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องแหล่งเสบียงอีกต่อไป
ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา
เขายังเข้าไปรับรางวัลจากระบบอยู่สองครั้ง แต่โชคไม่ค่อยดีนัก ได้แค่เงินหรือไม่ก็ของใช้ในชีวิตประจำวันธรรมดาๆ สิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกสนใจจริงๆ คืออาวุธปืนสองกระบอก
หนึ่งคือปืนพกติดกล่องเก็บเสียง อีกกระบอกคือปืนกลอัตโนมัติ พร้อมแม็กกาซีนอย่างละสามอัน พอมีปืนสองกระบอกนี้ติดตัว ความปลอดภัยของหลินเย่ก็เพิ่มขึ้นมาอีกระดับ มันมีประสิทธิภาพมากกว่าปืนล่าสัตว์ของเขาที่ต้องใส่ลูกกระสุนใหม่ทุกครั้งหลังยิงด้วยซ้ำ
ณ โรงงานเหล็กที่ 3
ภายในห้องทำงานของผู้อำนวยการ
“หัวหน้าหลี่ ตอนนี้คนงานเริ่มไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ สามสี่วันก็มีคนไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่สหภาพแรงงาน บอกว่าโรงงานหักเอาเสบียงอาหารของพวกเขาไป”
เฉินกัง เลขานุการของสหภาพแรงงานพูดพลางยื่นแฟ้มที่เต็มไปด้วยจดหมายร้องเรียน
หัวหน้าหลี่ฝืนยิ้มก่อนจะพูดแก้ตัวขึ้น “ท่านเลขานุการ เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงเลยครับ ช่วงนี้อาหารขาดแคลนมาก ผมจะกล้าเอาอาหารของพี่น้องคนงานไปได้ยังไง เดือนนี้แม้แต่ห้องรับรองแขก พวกเราก็จัดเลี้ยงแค่ครั้งเดียวเองนะครับ”
“แต่เรื่องอาหารในโรงอาหารนี่ พอปรับปรุงได้ไหม? มีคนงานบ่นว่าแค่ไปช้าหน่อยก็ไม่มีข้าวให้กินแล้ว
ถ้าคนงานกินไม่อิ่ม แล้วจะเอาแรงที่ไหนไปสร้างชาติล่ะครับ?”
เฉินกังพูดเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อีกอย่าง ช่วงนี้โรงอาหารมีแต่ผักกาด หัวไชเท้าและมันฝรั่ง แม้แต่เศษเนื้อก็ไม่มีให้เห็นเลยนะครับ...”
เฉินกังเองก็เข้าใจดีว่า การจัดหาสินค้าในตอนนี้มันยากแค่ไหน แต่เมื่อมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาบ่อยๆ เขาก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แถมเรื่องนี้ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายจัดซื้อโดยตรง
จะให้เขาลงมือเองทุกอย่างมันก็ไม่ใช่
“ผมสั่งฝ่ายจัดซื้อให้ไปหามาแล้วครับ แต่มันไม่มีของให้ซื้อจริงๆ...”
หัวหน้าหลี่ส่ายหน้าด้วยความจนปัญญา
หัวหน้าฝ่ายประสานงานก็พูดขึ้น “ใช่ครับ ตอนนี้ทั่วประเทศผลผลิตลดฮวบ จะให้หัวหน้าหลี่ไปหาของกินมาเพิ่มก็ยากจริงๆ” แม้จะฟังดูเหมือนเป็นการช่วยพูดให้ แต่แท้จริงแล้วก็เหมือนแฝงความนัยตำหนิเบาๆ
เฉินกังขมวดคิ้วทันที ตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ยากหน่อยก็ไม่ทำแล้วหรือไงครับ?!! ถ้าอย่างนั้นทำไมโรงงานเหล็กที่ 1 ถึงจัดซื้อเนื้อได้ล่ะ? ผมไปตรวจสอบมาแล้ว พวกเขาซื้อหมูมาได้ถึงพันชั่ง แถมยังเป็นการซื้อเพิ่มนอกโควตาจากโรงฆ่าสัตว์เลยด้วย”
“ไม่กี่วันก่อน ท่านเฮ่อจากกระทรวงโลหะยังชมโรงงานนั้นอยู่เลย ชมว่าแผนกจัดซื้อของเขาทำงานได้ดีมาก...”
สีหน้าของผู้อำนวยการหยางที่เดิมทีดูนิ่งเฉยก็เริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันที ที่ได้ยินว่าท่านเฮ่อไปเยือนโรงงานเหล็ก ที่ 1 โรงงานเหล็กที่ 3 เองก็มีแผนกผลิตชิ้นส่วนทางทหาร
คำสั่งผลิตชิ้นส่วนจากหน่วยงานทหารล้วนส่งตรงจากกระทรวงโลหะ หากผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเริ่มให้ความสำคัญกับโรงงานเหล็กที่ 1 มากกว่า ก็ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับโรงงานเหล็กที่ 3
เพราะเมื่อคำสั่งงานถูกส่งให้โรงงานอื่นมากขึ้น โรงงานของพวกเขาก็จะมีงานทำน้อยลงตามไปด้วย
“ท่านเลขานุการ ท่านเฮ่อไปโรงงานเหล็กที่ 1 แล้ว เมื่อไรจะมาโรงงานของเราบ้างครับ?”
ผู้อำนวยการหยางถามด้วยความกังวล
เขารับผิดชอบด้านการผลิตโดยตรง เรื่องนี้จึงสำคัญกับเขามาก
เฉินกังสวนกลับอย่างไม่ไว้หน้า
“ฮึ่ม!! แล้วโรงงานคุณเดือนนี้ผลิตงานได้ตามเป้ารึยังล่ะ?”
“โรงงานเหล็กที่ 1 ทำผลงานเกินเป้าเลยนะครับ! ทำให้ฝ่ายผู้บริหารเบื้องบนนั้นพอใจ ท่านเฮ่อเลยลงพื้นที่ไปชมด้วยตัวเอง!”
“ผมตรวจสอบมาแล้ว เพราะฝ่ายจัดซื้อไม่สามารถหาของได้ครบ คนงานถึงกินไม่อิ่ม แล้วจะให้มีกำลังผลิตได้ยังไงล่ะครับ?” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เฉินกังก็หันไปจ้องที่หัวหน้าหลี่ที่ดูแลด้านจัดซื้อ