เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 เฉินเสวี่ยหรูมาแล้ว

บทที่ 90 เฉินเสวี่ยหรูมาแล้ว

บทที่ 90 เฉินเสวี่ยหรูมาแล้ว


บทที่ 90 เฉินเสวี่ยหรูมาแล้ว

เพราะคดีครั้งก่อนของบ้านอี้จงไห่กับบ้านหญิงชรามีจุดน่าสงสัยมากเกินไป

คราวนี้ที่เจียจางซือรายงานว่าบ้านถูกขโมยอีกครั้ง ทางสถานีตำรวจถึงยอมให้เจิ้งเฉาหยางกับพวกมาสืบด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้น คดีลักเล็กขโมยน้อยแค่นี้ ปกติไม่ต้องถึงมือพวกเขาหรอก

คนพวกนี้เป็นตำรวจจากสำนักงานใหญ่ ไว้จัดการแต่คดีใหญ่ ๆ อย่างพวกสายลับหรือคดีฆาตกรรมเท่านั้น !

“ถ้าคิดตามนี้...ความเป็นไปได้สูงสุดก็คงเป็น...คนในบ้านตระกูลเจียขโมยเองล่ะมั้ง”

โตวเหมินกอดอกวิเคราะห์เสียงนิ่ง

“เป็นไปได้ยังไงกัน ? ใครจะบ้าขโมยของในบ้านตัวเองล่ะ ? แถมขโมยหมดเกลี้ยงไม่เหลือสักหยวน ?”

ห่าวผิงชวนที่มองโตวเหมินไม่ค่อยถูกชะตาอยู่แล้ว รีบค้านด้วยเสียงแข็ง

“นี่นายไม่เคยได้ยินเหรอว่า ขโมยที่มาจากข้างนอก ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืนยังพอระวังได้ แต่ถ้าเป็นขโมยในบ้านน่ะ ระวังยากที่สุด ?”

โตวเหมินสวนกลับทันทีพลางจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา

“ฉันว่าที่โตวเหมินพูดก็มีเหตุผลนะ”

เจิ้งเฉาหยางมองทั้งสองที่เริ่มจะปะทะกัน พลางยกมือสนับสนุนอย่างเงียบ ๆ

“เจิ้งเฉาหยาง ! !”

พอเห็นเพื่อนตัวเองเข้าข้างโตวเหมิน ห่าวผิงชวนก็ยิ่งไม่พอใจ

“ฉันก็เห็นด้วยกับโตวเหมินนะ อีกอย่างจากที่เราสอบถามมา คนในตระกูลเจียยกเว้นลูกสะใภ้แล้ว ไม่มีใครซื่อสัตย์เท่าไหร่เลย”

ฉีลาลาพูดขึ้นมาบ้าง

ไป๋หลิงก็พยักหน้าเสริม “ดูจากร่องรอยและสภาพที่เกิดเหตุแล้ว โอกาสที่เป็นคนในบ้านทำสูงที่สุดเลยล่ะ”

“หัวหน้าไป๋...แม้แต่คุณก็คิดแบบนี้เหรอ...”

ห่าวผิงชวนใบหน้าถึงกับห่อเหี่ยว ส่วนโตวเหมินกลับยิ้มอย่างภูมิใจ

“เซียงฟาง โตวเหมิน พวกนายไปสอบถามลูกชายกับลูกสะใภ้ของเจียจางซือให้ละเอียด”

“ฉีลาลา เด็ก ๆ ฝากด้วย”

เจิ้งเฉาหยางจัดแจงงานอย่างรวดเร็ว “ได้เลย พี่เฉาหยาง ยกให้ฉันเถอะ” ฉีลาลารับคำอย่างมั่นใจ เรื่องรับมือเด็กเขาถนัดนัก

“คุณตำรวจ จะพาลูกชายกับหลานชายฉันไปสอบสวนจริง ๆ เหรอ ?”

เจียจางซือเห็นตำรวจจะพาตัวเจียตงสวี่กับอีกสองคนไปสอบสวน แทนที่จะตรวจสอบคนที่อยู่ในลาน จึงรู้สึกร้อนใจขึ้นทันที

“อย่าห่วงเลยครับ แค่สอบถามตามขั้นตอน ไม่นานหรอก”

เจิ้งเฉาหยางออกมารับมือกับหญิงแก่จอมจุ้นด้วยตัวเอง

“แต่...แต่มันไม่ได้นะ ถ้าจะจับต้องจับคนอื่นสิ ใช่ ! จับหลินเย่สิ ! ต้องเป็นไอ้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้านั่นแน่ ๆ ที่ขโมยเงินฉัน !”

เจียจางซือพูดลนลานโดยไม่ทันคิด

“คุณเจียจางซือ ตำรวจทำคดีต้องดูหลักฐานนะครับ คุณกล่าวหาใครลอย ๆ แบบนี้ ถ้าพิสูจน์แล้วว่าเขาไม่ได้ทำ คุณต้องรับผิดชอบคำพูดด้วย”

เจิ้งเฉาหยางพูดเสียงเข้ม “แต่ว่า...ก็ไม่ควรพาลูกชายฉันไปนะ...”

เจียจางซือรีบพูดต่อ แม้จะรู้ดีว่าลูกชายตัวเองไม่ได้ขโมย แต่คนสมัยนี้ไม่มีใครอยากไปโรงพักหรอก

“ไม่ต้องกังวล เราแค่สอบสวน จะไม่ทำให้ลูกชายคุณลำบากหรอก”

เจิ้งเฉาหยางรับรอง

“ยาย ! ผมไปกินลูกอมที่สถานีตำรวจนะ !”

ตอนนั้นเอง ฉีลาลาก็อุ้มปังเกิงเดินนำไปก่อนเรียบร้อย ไม่รู้เขาใช้วิธีไหน ถึงทำให้เจ้าเด็กดื้อด้านอย่างปังเกิงเชื่องได้แบบนี้

สุดท้าย เจียตงสวี่ ฉินหวยหรูและปังเกิงก็ถูกพาตัวไปสถานีตำรวจ

หลินเย่ที่เห็นภาพนั้นก็ได้แต่ถอนใจ เขาคิดว่า ถ้าเจียจางซือแจ้งความ ตำรวจคงจะค้นบ้านทีละหลัง

เพื่อการนี้ เขายังส่ง 'ของขวัญ' ไปให้บ้านตระกูลหลิวและตระกูลเหยียน

แลกข้าวสารในบ้านเป็นธัญพืชหยาบแต่ไม่คิดว่าคนที่มาจะเป็นเจิ้งเฉาหยางและคนอื่น ๆ และพวกเขาไม่ทำตามแบบแผน

แผนสู้การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนของเขา ! !

ดูเหมือนวันนี้จะไม่มีละครให้ดูแล้ว.....

หลินเย่ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับบ้าน เขาเปิดฝาหม้อ เห็นข้าวสวยถ้วยหนึ่งกับหมั่นโถวนึ่งไม่กี่ลูก

หยิบข้าวสวย หมั่นโถว และกับข้าวเหลือจากเมื่อคืนออกมากิน นี่แหละอาหารเช้าของเขา

“พี่หลินเย่ มีพี่สาวคนสวยมาหานะ !”

ขณะที่หลินเย่เพิ่งกินข้าวเสร็จ เสียงเฮ่ออวี่สุ่ยก็ดังขึ้นนอกบ้าน

“ใครคือพี่สาวคนสวย ?”

หลินเย่ทำหน้ามึนงง

เฮ่ออวี่สุ่ยรีบวิ่งมาจนหอบแล้วพูดขึ้น “อยู่ข้างนอกนั่นแหละ !” หลินเย่เดินตามออกไป ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ด้านนอก

“เฮ้ย ! เถ้าแก่เฉิน...มาได้ไงเนี่ย ?”

เฉินเสวี่ยหรูทำหน้าบูดบึ้งใส่ “ก็บอกแล้วไงให้เรียกฉันว่าเสวี่ยหรู ยังจะมาเรียกเถ้าแก่อีก !”

หลินเย่รีบเปลี่ยนคำ “เสวี่ยหรู...เธอมาหาฉันมีอะไรหรือเปล่า ?”

พอเฉินเสวี่ยหรูได้ยินเขาเรียกชื่อก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย “ไม่มีธุระอะไรหรอกก็มาหาไม่ได้เหรอ ?”

“เปล่า ๆ จะมาเมื่อไหร่ก็ได้อยู่แล้ว” หลินเย่รีบโบกมือปฏิเสธ

พอได้ยินหลินเย่พูดแบบนั้น เฉินเสวี่ยหรูก็ยิ่งดีใจพลางยิ้มหวานแล้วพูดขึ้น “ไม่แกล้งนายแล้ว วันนี้ที่ร้านของฉันไม่มีอะไร เลยออกมาเที่ยวเล่นกับนายไง”

หลินเย่คิดในใจ “มาเล่นอะไรกับฉัน ? ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะพาไปเที่ยวที่ไหน...”

“เสวี่ยหรู ฉันเองก็ไม่รู้จะพาไปไหนเหมือนกันนะ”

เฉินเสวี่ยหรูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดขึ้น “งั้นไปพายเรือที่ทะเลสาบเป่ยไห่ดีมั้ย ?”

เมื่อเห็นสายตาคาดหวังของเธอ หลินเย่ก็ยิ้มแล้วพยักหน้า

“ก็ได้ รอแป๊บนะ”

เขากลับเข้าไปในห้อง หยิบคันเบ็ดออกมาจากช่องเก็บของในมิติ ก่อนจะจับแพะป่าตัวหนึ่งจากฟาร์มไปแปรรูปในโรงงาน แยกเนื้อเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเสียบไม้ทำเป็นเนื้อแพะย่างเสียบไม้

จากนั้นใส่ลงในถังไม้ใบเล็กที่มีฝาปิดพร้อมกับคันเบ็ด แล้วนำไปแขวนไว้ที่แฮนด์จักรยาน

เฉินเสวี่ยหรูเห็นถังไม้ที่หลินเย่ถือมาด้วยก็ถามขึ้น “หลินเย่ นายเอาถังไม้มาด้วยทำไมเหรอ ?”

หลินเย่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “เดี๋ยวถึงที่แล้วจะรู้เอง”

เฉินเสวี่ยหรูทำเสียง “ฮึ !” ในลำคอ

“ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ไม่อยากรู้ก็ได้ !”

“งั้น...พี่หลินเย่ หนูกลับก่อนนะ...” เฮ่ออวี่สุ่ยที่เห็นหลินเย่จะไปเที่ยวกับเฉินเสวี่ยหรูก็ทำหน้าเศร้าเล็กน้อย

“อ้าว อวี่สุ่ย ไปด้วยกันสิ” หลินเย่ชวนพร้อมกับยิ้มให้เล็กน้อย

“เอ๊ะ ? ...ไปได้เหรอคะ ?”

เฮ่ออวี่สุ่ยมองเฉินเสวี่ยหรูด้วยสายตาอยากไป “ได้สิ” เฉินเสวี่ยหรูยิ้มตอบกลับ หลินเย่อุ้มเฮ่ออวี่สุ่ยขึ้นไปนั่งบนคานจักรยานด้านหน้าพลางพูดด้วยเสียงใสขึ้น

“ไปกันเลย ! ออกไปเที่ยวด้วยกัน !”

เฉินเสวี่ยหรูหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะขึ้นนั่งซ้อนท้ายอย่างรู้งาน เธอเอื้อมมือมากอดเอวหลินเย่จากด้านหลัง ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ทั้งสามคนมาถึงทะเลสาปเป่ยไห่

หลินเย่พาหญิงสาวทั้งสองคนไปที่จุดเช่าเรือ ค่าเช่าเรือมัดจำหนึ่งหยวน ค่าเช่าชั่วโมงละหนึ่งเหมา เฉินเสวี่ยหรูกำลังจะควักเงินจ่าย แต่หลินเย่รีบยกมือห้ามไว้

“หลินเย่ ให้ฉันจ่ายเถอะ ฉันเป็นคนชวนนายออกมานะ ฉันควรเป็นคนจ่ายสิ”

หลินเย่แกล้งเชิดหน้า ตบหน้าอกตัวเองพลางพูดเสียงดังขึ้น “ฉันเป็นผู้ชายนะ ออกมาเที่ยวจะให้ผู้หญิงจ่ายเงินได้ยังไง ถ้าให้เธอเป็นคนจ่าย แล้วผู้ชายอย่างฉันก็จะเสียหน้าเปล่า ๆ !”

คำพูดโอ้อวดของเขาทำเอาเฉินเสวี่ยหรูหัวเราะจนตาหยี หลินเย่ถือโอกาสจ่ายเงินให้คนขายตั๋วเรียบร้อย หลังจากนั้นเขาก็ขึ้นเรือก่อน แล้วยื่นมือช่วยพยุงเฮ่ออวี่สุ่ยขึ้นเรือตาม พอถึงตาเฉินเสวี่ยหรู หลินเย่ก็ยื่นมือไปช่วยประคองอย่างคล่องแคล่ว

เฉินเสวี่ยหรูชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าขาวนวลแดงระเรื่อของเธอราวกับดอกท้อผลิบาน เป็นสีชมพูไล่จากแก้มไปถึงใบหู ภายใต้แสงแดดอ่อน ๆ เธอดูสวยละมุนอย่างบอกไม่ถูก

เธอเม้มปากเบา ๆ สายตาเต็มไปด้วยความเขินและความยินดี ก่อนจะวางมือลงบนฝ่ามือของหลินเย่ที่ยื่นมาให้ ผิวสัมผัสนุ่มละมุนและอบอุ่นของเธอทำเอาหัวใจเขาสะดุดไปชั่วขณะ เขารีบจับมือไว้แน่น ก่อนดึงเธอขึ้นบนเรืออย่างปลอดภัย

เมื่อขึ้นมาบนเรือได้ เฉินเสวี่ยหรูก็พูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่แฝงเสน่ห์บางอย่าง

“ขอบคุณนะ”

จบบทที่ บทที่ 90 เฉินเสวี่ยหรูมาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว