- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 90 เฉินเสวี่ยหรูมาแล้ว
บทที่ 90 เฉินเสวี่ยหรูมาแล้ว
บทที่ 90 เฉินเสวี่ยหรูมาแล้ว
บทที่ 90 เฉินเสวี่ยหรูมาแล้ว
เพราะคดีครั้งก่อนของบ้านอี้จงไห่กับบ้านหญิงชรามีจุดน่าสงสัยมากเกินไป
คราวนี้ที่เจียจางซือรายงานว่าบ้านถูกขโมยอีกครั้ง ทางสถานีตำรวจถึงยอมให้เจิ้งเฉาหยางกับพวกมาสืบด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้น คดีลักเล็กขโมยน้อยแค่นี้ ปกติไม่ต้องถึงมือพวกเขาหรอก
คนพวกนี้เป็นตำรวจจากสำนักงานใหญ่ ไว้จัดการแต่คดีใหญ่ ๆ อย่างพวกสายลับหรือคดีฆาตกรรมเท่านั้น !
“ถ้าคิดตามนี้...ความเป็นไปได้สูงสุดก็คงเป็น...คนในบ้านตระกูลเจียขโมยเองล่ะมั้ง”
โตวเหมินกอดอกวิเคราะห์เสียงนิ่ง
“เป็นไปได้ยังไงกัน ? ใครจะบ้าขโมยของในบ้านตัวเองล่ะ ? แถมขโมยหมดเกลี้ยงไม่เหลือสักหยวน ?”
ห่าวผิงชวนที่มองโตวเหมินไม่ค่อยถูกชะตาอยู่แล้ว รีบค้านด้วยเสียงแข็ง
“นี่นายไม่เคยได้ยินเหรอว่า ขโมยที่มาจากข้างนอก ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืนยังพอระวังได้ แต่ถ้าเป็นขโมยในบ้านน่ะ ระวังยากที่สุด ?”
โตวเหมินสวนกลับทันทีพลางจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา
“ฉันว่าที่โตวเหมินพูดก็มีเหตุผลนะ”
เจิ้งเฉาหยางมองทั้งสองที่เริ่มจะปะทะกัน พลางยกมือสนับสนุนอย่างเงียบ ๆ
“เจิ้งเฉาหยาง ! !”
พอเห็นเพื่อนตัวเองเข้าข้างโตวเหมิน ห่าวผิงชวนก็ยิ่งไม่พอใจ
“ฉันก็เห็นด้วยกับโตวเหมินนะ อีกอย่างจากที่เราสอบถามมา คนในตระกูลเจียยกเว้นลูกสะใภ้แล้ว ไม่มีใครซื่อสัตย์เท่าไหร่เลย”
ฉีลาลาพูดขึ้นมาบ้าง
ไป๋หลิงก็พยักหน้าเสริม “ดูจากร่องรอยและสภาพที่เกิดเหตุแล้ว โอกาสที่เป็นคนในบ้านทำสูงที่สุดเลยล่ะ”
“หัวหน้าไป๋...แม้แต่คุณก็คิดแบบนี้เหรอ...”
ห่าวผิงชวนใบหน้าถึงกับห่อเหี่ยว ส่วนโตวเหมินกลับยิ้มอย่างภูมิใจ
“เซียงฟาง โตวเหมิน พวกนายไปสอบถามลูกชายกับลูกสะใภ้ของเจียจางซือให้ละเอียด”
“ฉีลาลา เด็ก ๆ ฝากด้วย”
เจิ้งเฉาหยางจัดแจงงานอย่างรวดเร็ว “ได้เลย พี่เฉาหยาง ยกให้ฉันเถอะ” ฉีลาลารับคำอย่างมั่นใจ เรื่องรับมือเด็กเขาถนัดนัก
“คุณตำรวจ จะพาลูกชายกับหลานชายฉันไปสอบสวนจริง ๆ เหรอ ?”
เจียจางซือเห็นตำรวจจะพาตัวเจียตงสวี่กับอีกสองคนไปสอบสวน แทนที่จะตรวจสอบคนที่อยู่ในลาน จึงรู้สึกร้อนใจขึ้นทันที
“อย่าห่วงเลยครับ แค่สอบถามตามขั้นตอน ไม่นานหรอก”
เจิ้งเฉาหยางออกมารับมือกับหญิงแก่จอมจุ้นด้วยตัวเอง
“แต่...แต่มันไม่ได้นะ ถ้าจะจับต้องจับคนอื่นสิ ใช่ ! จับหลินเย่สิ ! ต้องเป็นไอ้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้านั่นแน่ ๆ ที่ขโมยเงินฉัน !”
เจียจางซือพูดลนลานโดยไม่ทันคิด
“คุณเจียจางซือ ตำรวจทำคดีต้องดูหลักฐานนะครับ คุณกล่าวหาใครลอย ๆ แบบนี้ ถ้าพิสูจน์แล้วว่าเขาไม่ได้ทำ คุณต้องรับผิดชอบคำพูดด้วย”
เจิ้งเฉาหยางพูดเสียงเข้ม “แต่ว่า...ก็ไม่ควรพาลูกชายฉันไปนะ...”
เจียจางซือรีบพูดต่อ แม้จะรู้ดีว่าลูกชายตัวเองไม่ได้ขโมย แต่คนสมัยนี้ไม่มีใครอยากไปโรงพักหรอก
“ไม่ต้องกังวล เราแค่สอบสวน จะไม่ทำให้ลูกชายคุณลำบากหรอก”
เจิ้งเฉาหยางรับรอง
“ยาย ! ผมไปกินลูกอมที่สถานีตำรวจนะ !”
ตอนนั้นเอง ฉีลาลาก็อุ้มปังเกิงเดินนำไปก่อนเรียบร้อย ไม่รู้เขาใช้วิธีไหน ถึงทำให้เจ้าเด็กดื้อด้านอย่างปังเกิงเชื่องได้แบบนี้
สุดท้าย เจียตงสวี่ ฉินหวยหรูและปังเกิงก็ถูกพาตัวไปสถานีตำรวจ
หลินเย่ที่เห็นภาพนั้นก็ได้แต่ถอนใจ เขาคิดว่า ถ้าเจียจางซือแจ้งความ ตำรวจคงจะค้นบ้านทีละหลัง
เพื่อการนี้ เขายังส่ง 'ของขวัญ' ไปให้บ้านตระกูลหลิวและตระกูลเหยียน
แลกข้าวสารในบ้านเป็นธัญพืชหยาบแต่ไม่คิดว่าคนที่มาจะเป็นเจิ้งเฉาหยางและคนอื่น ๆ และพวกเขาไม่ทำตามแบบแผน
แผนสู้การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนของเขา ! !
ดูเหมือนวันนี้จะไม่มีละครให้ดูแล้ว.....
หลินเย่ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับบ้าน เขาเปิดฝาหม้อ เห็นข้าวสวยถ้วยหนึ่งกับหมั่นโถวนึ่งไม่กี่ลูก
หยิบข้าวสวย หมั่นโถว และกับข้าวเหลือจากเมื่อคืนออกมากิน นี่แหละอาหารเช้าของเขา
“พี่หลินเย่ มีพี่สาวคนสวยมาหานะ !”
ขณะที่หลินเย่เพิ่งกินข้าวเสร็จ เสียงเฮ่ออวี่สุ่ยก็ดังขึ้นนอกบ้าน
“ใครคือพี่สาวคนสวย ?”
หลินเย่ทำหน้ามึนงง
เฮ่ออวี่สุ่ยรีบวิ่งมาจนหอบแล้วพูดขึ้น “อยู่ข้างนอกนั่นแหละ !” หลินเย่เดินตามออกไป ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ด้านนอก
“เฮ้ย ! เถ้าแก่เฉิน...มาได้ไงเนี่ย ?”
เฉินเสวี่ยหรูทำหน้าบูดบึ้งใส่ “ก็บอกแล้วไงให้เรียกฉันว่าเสวี่ยหรู ยังจะมาเรียกเถ้าแก่อีก !”
หลินเย่รีบเปลี่ยนคำ “เสวี่ยหรู...เธอมาหาฉันมีอะไรหรือเปล่า ?”
พอเฉินเสวี่ยหรูได้ยินเขาเรียกชื่อก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย “ไม่มีธุระอะไรหรอกก็มาหาไม่ได้เหรอ ?”
“เปล่า ๆ จะมาเมื่อไหร่ก็ได้อยู่แล้ว” หลินเย่รีบโบกมือปฏิเสธ
พอได้ยินหลินเย่พูดแบบนั้น เฉินเสวี่ยหรูก็ยิ่งดีใจพลางยิ้มหวานแล้วพูดขึ้น “ไม่แกล้งนายแล้ว วันนี้ที่ร้านของฉันไม่มีอะไร เลยออกมาเที่ยวเล่นกับนายไง”
หลินเย่คิดในใจ “มาเล่นอะไรกับฉัน ? ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะพาไปเที่ยวที่ไหน...”
“เสวี่ยหรู ฉันเองก็ไม่รู้จะพาไปไหนเหมือนกันนะ”
เฉินเสวี่ยหรูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดขึ้น “งั้นไปพายเรือที่ทะเลสาบเป่ยไห่ดีมั้ย ?”
เมื่อเห็นสายตาคาดหวังของเธอ หลินเย่ก็ยิ้มแล้วพยักหน้า
“ก็ได้ รอแป๊บนะ”
เขากลับเข้าไปในห้อง หยิบคันเบ็ดออกมาจากช่องเก็บของในมิติ ก่อนจะจับแพะป่าตัวหนึ่งจากฟาร์มไปแปรรูปในโรงงาน แยกเนื้อเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเสียบไม้ทำเป็นเนื้อแพะย่างเสียบไม้
จากนั้นใส่ลงในถังไม้ใบเล็กที่มีฝาปิดพร้อมกับคันเบ็ด แล้วนำไปแขวนไว้ที่แฮนด์จักรยาน
เฉินเสวี่ยหรูเห็นถังไม้ที่หลินเย่ถือมาด้วยก็ถามขึ้น “หลินเย่ นายเอาถังไม้มาด้วยทำไมเหรอ ?”
หลินเย่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “เดี๋ยวถึงที่แล้วจะรู้เอง”
เฉินเสวี่ยหรูทำเสียง “ฮึ !” ในลำคอ
“ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ไม่อยากรู้ก็ได้ !”
“งั้น...พี่หลินเย่ หนูกลับก่อนนะ...” เฮ่ออวี่สุ่ยที่เห็นหลินเย่จะไปเที่ยวกับเฉินเสวี่ยหรูก็ทำหน้าเศร้าเล็กน้อย
“อ้าว อวี่สุ่ย ไปด้วยกันสิ” หลินเย่ชวนพร้อมกับยิ้มให้เล็กน้อย
“เอ๊ะ ? ...ไปได้เหรอคะ ?”
เฮ่ออวี่สุ่ยมองเฉินเสวี่ยหรูด้วยสายตาอยากไป “ได้สิ” เฉินเสวี่ยหรูยิ้มตอบกลับ หลินเย่อุ้มเฮ่ออวี่สุ่ยขึ้นไปนั่งบนคานจักรยานด้านหน้าพลางพูดด้วยเสียงใสขึ้น
“ไปกันเลย ! ออกไปเที่ยวด้วยกัน !”
เฉินเสวี่ยหรูหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะขึ้นนั่งซ้อนท้ายอย่างรู้งาน เธอเอื้อมมือมากอดเอวหลินเย่จากด้านหลัง ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ทั้งสามคนมาถึงทะเลสาปเป่ยไห่
หลินเย่พาหญิงสาวทั้งสองคนไปที่จุดเช่าเรือ ค่าเช่าเรือมัดจำหนึ่งหยวน ค่าเช่าชั่วโมงละหนึ่งเหมา เฉินเสวี่ยหรูกำลังจะควักเงินจ่าย แต่หลินเย่รีบยกมือห้ามไว้
“หลินเย่ ให้ฉันจ่ายเถอะ ฉันเป็นคนชวนนายออกมานะ ฉันควรเป็นคนจ่ายสิ”
หลินเย่แกล้งเชิดหน้า ตบหน้าอกตัวเองพลางพูดเสียงดังขึ้น “ฉันเป็นผู้ชายนะ ออกมาเที่ยวจะให้ผู้หญิงจ่ายเงินได้ยังไง ถ้าให้เธอเป็นคนจ่าย แล้วผู้ชายอย่างฉันก็จะเสียหน้าเปล่า ๆ !”
คำพูดโอ้อวดของเขาทำเอาเฉินเสวี่ยหรูหัวเราะจนตาหยี หลินเย่ถือโอกาสจ่ายเงินให้คนขายตั๋วเรียบร้อย หลังจากนั้นเขาก็ขึ้นเรือก่อน แล้วยื่นมือช่วยพยุงเฮ่ออวี่สุ่ยขึ้นเรือตาม พอถึงตาเฉินเสวี่ยหรู หลินเย่ก็ยื่นมือไปช่วยประคองอย่างคล่องแคล่ว
เฉินเสวี่ยหรูชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าขาวนวลแดงระเรื่อของเธอราวกับดอกท้อผลิบาน เป็นสีชมพูไล่จากแก้มไปถึงใบหู ภายใต้แสงแดดอ่อน ๆ เธอดูสวยละมุนอย่างบอกไม่ถูก
เธอเม้มปากเบา ๆ สายตาเต็มไปด้วยความเขินและความยินดี ก่อนจะวางมือลงบนฝ่ามือของหลินเย่ที่ยื่นมาให้ ผิวสัมผัสนุ่มละมุนและอบอุ่นของเธอทำเอาหัวใจเขาสะดุดไปชั่วขณะ เขารีบจับมือไว้แน่น ก่อนดึงเธอขึ้นบนเรืออย่างปลอดภัย
เมื่อขึ้นมาบนเรือได้ เฉินเสวี่ยหรูก็พูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่แฝงเสน่ห์บางอย่าง
“ขอบคุณนะ”