- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 91 ท่องเที่ยวทะเลสาบพร้อมย่างเนื้อแพะ
บทที่ 91 ท่องเที่ยวทะเลสาบพร้อมย่างเนื้อแพะ
บทที่ 91 ท่องเที่ยวทะเลสาบพร้อมย่างเนื้อแพะ
บทที่ 91 ท่องเที่ยวทะเลสาบพร้อมย่างเนื้อแพะ
หลินเย่พายเรืออย่างช้า ๆ มุ่งหน้าไปยังกลางทะเลสาบ
สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านเส้นผมของเฉินเสวี่ยหรู เธอแอบชำเลืองมองเขา แก้มที่ยังระเรื่อไม่จางเหมือนกำลังเก็บงำความรู้สึกบางอย่างของผู้หญิงไว้ในใจ
“พี่หลินเย่ ดูสิ ในทะเลสาบมีปลาด้วย!”
“พี่เสวี่ยหรู ตรงนั้นสวยจังเลย ดอกไม้นั่นยังไม่โรยเลยด้วย”
เสียงเจื้อยแจ้วตื่นเต้นของเฮ่ออวี่สุ่ยที่เพิ่งเคยล่องเรือชมทะเลสาบเป็นครั้งแรก ทำให้บรรยากาศดูสดใสขึ้น
เฉินเสวี่ยหรูก็คลายความรู้สึกอึดอัดในใจลงไปบ้าง เธอยิ้มและหยอกล้อกับเฮ่ออวี่สุ่ยอย่างสนุกสนาน
“หลินเย่ พอแล้ว ๆ หยุดพายก่อน ที่นี่วิวสวยดี พักกันแป๊บนึงเถอะนะ!”
เมื่อมาถึงกลางทะเลสาบ เฉินเสวี่ยหรูก็ให้หลินเย่หยุดพักเพื่อชมวิวรอบ ๆ ไปด้วยกัน เขาวางไม้พายลงแล้วหยิบคันเบ็ดที่เตรียมไว้ขึ้นมา
เฉินเสวี่ยหรูกับเฮ่ออวี่สุ่ยรีบหันมามองเขาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น พอเห็นหลินเย่ผูกสายเบ็ดเสร็จ เฉินเสวี่ยหรูก็อุทานขึ้นอย่างแปลกใจ “จะตกปลาเอากลางทะเลสาบแบบนี้เลยเหรอ?”
หลินเย่หันมามองเธอด้วยสีหน้าเรียบๆ “เปล่าหรอก ฉันจะตกเสือ!”
“ฮิ ฮิ ฮิ”
เฮ่อหยู่สุ่ยอดหัวเราะออกมาไม่ได้ จึงรีบยกมือปิดปากกลั้นขำ เฉินเสวี่ยหรูทำหน้าบึ้งเบา ๆ แล้วเชิดหน้าพูดแบบงอน ๆ “ปากเสียจริง!”
หลินเย่หยิบตับแกะจากถังไม้ พร้อมกับมีดสั้น แล้วค่อย ๆ หั่นตับเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อใช้เป็นเหยื่อตกปลา
สองสาวนั่งมองเขาอย่างตั้งใจโดยไม่ละสายตาแม้แต่นิดเดียว
พอเหยื่อตกปลาลงไปในน้ำ สองสาวก็หันไปจ้องผิวน้ำพร้อมกัน ตอนขึ้นเรือมา เฮ่ออวี่สุ่ยนั่งเบียดอยู่ในอ้อมอกของเฉินเสวี่ยหรู
ในทะเลสาบมีปลาอยู่ก็จริง แต่เพราะมีคนมาตกบ่อย ปลาจึงเหลือน้อยลงมาก หลินเย่นั่งรออยู่นาน แต่ก็ยังไม่มีปลาตัวไหนมากินเบ็ดเลย
“หลินเย่ ตกปลาไม่เก่งรึไง?” เฉินเสวี่ยหรูยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “พี่เสวี่ยหรู พี่หลินเย่ตกปลาเก่งมากเลยนะ แค่ตรงนี้มันไม่มีปลาเองแหละ!”
เฮ่ออวี่สุ่ยรีบออกตัวแทน
“เจ้าเด็กคนนี้”
เฉินเสวี่ยหรูยกมือขึ้นกดนิ้วจิ้มหน้าผากเฮ่ออวี่สุ่ย พลางยิ้มขำก่อนจะพูดขึ้นว่า “จ้า ๆ ๆ พี่หลินเย่ของหนูเก่งที่สุดเลย คนตกปลาไม่ได้ผิดหรอก ผิดที่ปลาต่างหากที่หายไปหมด”
พอได้ยินคำพูดนั้นเข้า หลินเย่จะทนอยู่เฉยได้ยังไง!
ทีแรกก็อยากโชว์ฝีมือตกปลาให้ดู แต่ดันไม่มีปลามากินเหยื่อซะงั้น ในเมื่อเป็นแบบนี้...งั้นไม่ต้องเก็บแล้ว!
“ผ่าาาา”
วินาทีต่อมา หลินเย่ก็ดึงเบ็ดขึ้นพร้อมกับปลาตัวโตที่ติดเบ็ดขึ้นมาด้วย น้ำหนักราว ๆ สองสามจิน (ประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม)
“ว้าว! ได้ปลาแล้ว พี่หลินเย่เก่งจังเลย!!” เฮ่ออวี่สุ่ยเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น จากนั้นก็ปรบมือรัว ๆ พร้อมกับปรบมือชื่นชมอย่างไม่หยุด
“เอ๊ะ...ตกได้จริงด้วยเหรอเนี่ย...”
เฉินเสวี่ยหรูเองก็ถึงกับตกใจ เพราะเธอมาที่ทะเลสาบนี้บ่อยมาก เห็นคนมาตกปลากันทั้งวัน แต่แทบไม่ค่อยมีใครได้ปลาสักตัว
หลินเย่เงยหน้าขึ้นพร้อมกับส่งสายตาด้วยความภูมิใจให้เธอทันที เฉินเสวี่ยหรูเห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกฮึดขึ้นมา “หึ ถ้ามั่นใจขนาดนั้น ก็ลองตกได้อีกสักตัวสิ ถ้าทำได้จะยอมรับว่าเก่งจริง!”
เธอพูดท้าทายขึ้นมา
“งั้นก็ดูให้ดีล่ะ”
หลินเย่ยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนจะสะบัดคันเบ็ดลงน้ำอีกครั้ง!
“ฟรุ๊บบบบ———”
ครั้งนี้ไม่ต้องรอนาน แค่ไม่กี่นาที หลินเย่ก็ตกปลาได้อีกตัว และที่สำคัญ ตัวนี้ใหญ่กว่าตัวเมื่อกี้เห็น ๆ น่าจะสักสี่ห้าจินเลยทีเดียว (ราว 2–2.5 กิโลกรัม)
“นายมันเก่งจริง!!” เฉินเสวี่ยหรูกัดฟันพูด ขณะที่สายตาหลินเย่มองมาอย่างกับจะถามว่า “เป็นไงล่ะ?”
“ฮิ ฮิ ฮิ...”
เฮ่ออวี่สุ่ยเห็นแบบนั้นถึงกับหัวเราะออกมาอย่างสดใส แม้หลินเย่จะพยายามถ่อมตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เขาก็ตกปลาได้ถึงสี่ตัว เล่นเอาเฉินเสวี่ยหรูก็ต้องอึ้งไปเลย
จริง ๆ จุดประสงค์ของหลินเย่ไม่ใช่การตกปลา เขาตกอยู่พักหนึ่งก็เปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อย ๆ พายเรือชมวิวเล่น สองสาวเองก็เริ่มสนุก บางทีก็แย่งคันเบ็ดไปลองตกปลาบ้าง บางทีก็ขอช่วยพายเรือบ้าง
ทั้งสามคนจึงเล่นหัวกันไป ชมวิวริมทะเลสาบไปอย่างเพลิดเพลิน โดยไม่รู้ตัว เวลาก็ล่วงเลยจนถึงเกือบเที่ยงวัน หลินเย่เก็บอุปกรณ์เรียบร้อย ก่อนจะพายเรือกลับไปยังจุดคืนเรือ
จากนั้นเขาก็ลูบท้องตัวเองเบา ๆ แล้วพูดขึ้น “หิวกันแล้วล่ะสิ ไปเถอะ! ไปหาอะไรกินกัน!”
เฉินเสวี่ยหรูถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้ “จะไปกินที่ไหนกันเหรอ? ฉันรู้จักร้านอาหารรัฐแห่งหนึ่งนะ เชฟเขาทำกับข้าวอร่อยมากเลย ลองไปกินดูกันมั้ย?”
แต่หลินเย่ส่ายหน้าแล้วยิ้ม “วันนี้ไม่เข้าร้านอาหารหรอก”
“แล้วจะไปที่ไหนล่ะ?” เฉินเสวี่ยหรูรีบถาม
เฮ่ออวี่สุ่ยเองก็ชะเง้อมองหลินเย่ขึ้นมาด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่พูดอะไร เพียงแค่จับมือเฉินเสวี่ยหรูไว้แน่น
“ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เอง” หลินเย่พูดพลางยกถังไม้ที่มีปลาขึ้นมาและเดินนำหน้าไปก่อน สองสาวก็เดินตามไปอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับความสงสัยที่แฝงไปด้วยความตื่นเต้น
เฉินเสวี่ยหรูเห็นเส้นทางเดินยิ่งเงียบ จนเริ่มเข้าสู่เขตป่าเล็ก ๆ ก่อนจะตะโกนถามขึ้น
“หลินเย่ นี่มันเข้าป่าลึกแล้วนะ จะกินอะไรกันเนี่ย?”
แต่หลินเย่ก็ไม่ตอบอะไร เดินนำต่อไปจนถึงใจกลางป่า “พวกเธอเล่นกันแถวนี้แหละ เดี๋ยวอาหารเสร็จแล้วจะเรียก” หลังพูดจบเขาก็เดินเข้าไปในพุ่มไม้ แล้วกลับออกมาพร้อมฟืนเต็มอ้อมแขน
หลินเย่ก่อกองฟืนขึ้นมาหนึ่งกองและใช้กิ่งแห้งติดไฟอย่างรวดเร็ว พอกองไฟติด เขาก็ใช้ดินกลบไฟบางส่วนเพื่อให้ไฟเบาลง แล้วระหว่างที่รอไฟคลายความร้อน เขาก็ไปหาก้อนหินมาวางก่อเป็นเตาย่างง่าย ๆ
หลังจากนั้น หลินเย่ก็ขุดเอาถ่านที่กลบไว้ในกองฟืนออกมา
เฉินเสวี่ยหรูกับเฮ่ออวี่สุ่ยไม่ได้เล่นซนเหมือนก่อน ทั้งสองคนยืนดูเขาทำเตาปิ้งอย่างใจจดใจจ่อ จนเมื่อหลินเย่หยิบไม้เสียบเนื้อแพะออกมาจากลังไม้ เฉินเสวี่ยหรูก็แทบเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
“จะย่างเนื้อเหรอหลินเย่!?”
หลินเย่ยิ้มแล้วพยักหน้า
“ใช่ครับ! เนื้อแพะย่างนี่แหละ หอมมากนะ ฉันแอบไปเรียนวิธีย่างมาจากเพื่อนคนหนึ่ง”
“ซู่ ซู่~~”
เขาทาน้ำมันถั่วลิสงบนเนื้อเสียบไม้ให้ทั่ว พอไฟเริ่มได้ที่ก็ค่อย ๆ โรยเครื่องปรุง กลิ่นหอมของเนื้อย่างลอยฟุ้งมาทันที เฉินเสวี่ยหรูกับเฮ่ออวี่สุ่ยถึงกับกลืนน้ำลาย แล้วถามด้วยเสียงสั่นขึ้น
“หอมมากเลย! หลินเย่ เสร็จรึยัง?”
“พี่หลินเย่ สุกยังคะ?” เฮ่ออวี่สุ่ยก็ยืนตัวแข็งกลั้นน้ำลายไว้แทบไม่อยู่ หลินเย่พลางหัวเราะออกมาเบาๆ
“ใกล้แล้ว ๆ อีกแป๊บเดียวก็ได้กินแล้ว”
อีกไม่นาน เนื้อแพะย่างชุดแรกก็พร้อมเสิร์ฟ เขาแบ่งให้สองสาวคนละสิบไม้ โดยใส่พริกให้น้อยที่สุด
ส่วนของตัวเขาเองนั้นเผ็ดแบบโหดสุด ๆ
“อื้มม! อร่อยมาก!!”
“พี่หลินเย่ ย่างเก่งมากเลย!”
“มีอีกมั้ย! หนูขอกินอีกสิบไม้นะ!”
“ฉัน... ฉันก็อยากได้อีก!”
สองสาวกินกันอย่างเอร็ดอร่อยจนแทบลืมดื่มน้ำ พร้อมกับลืมชื่นชมฝีมือการปรุงของหลินเย่
“มา มา ดื่มน้ำอัดลมดับเผ็ดกันหน่อย...” ถึงจะใส่พริกน้อย แต่สองสาวก็เผ็ดจนปากแดง “ซี้ด ๆ” อยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังไม่หยุดกิน
หลินเย่หยิบน้ำอัดลมมาแจกคนละขวด แล้วก็ดื่มเข้าไปหลังจากกินเนื้อแพะเสียบไม้รสเผ็ดจัด
สุดยอด!!!
หลังจากนั้น หลินเย่ก็จัดการปลาตัวใหญ่หนักสี่จินที่ตกได้ไว้ เตรียมทำปลาย่างต่ออีกหนึ่งชุด...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา... ทั้งสามคนนอนก็แผ่ร่างบนสนามหญ้า ท้องป่องแน่นไปด้วยอาหารอร่อยพร้อมกับ แสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข