- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 87 เหตุการณ์ลักทรัพย์ในบ้านตระกูลเจีย
บทที่ 87 เหตุการณ์ลักทรัพย์ในบ้านตระกูลเจีย
บทที่ 87 เหตุการณ์ลักทรัพย์ในบ้านตระกูลเจีย
บทที่ 87 เหตุการณ์ลักทรัพย์ในบ้านตระกูลเจีย
“อะไรนะ ! !”
“เงินในบ้านตระกูลเจียโดนขโมยเหรอ ? !”
“แปลก...ทำไมฉากนี้มันคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนนะ ? อ้อ...บ้านอี้จงไห่กับบ้านหญิงชราหูหนวกก็เคยโดนมาแล้วนี่นา”
“ตอนนั้นตำรวจยังบอกเลยว่าเป็นพวกโจรเร่ร่อนฝีมือดี”
“เฮอะ...ถ้าเป็นโจรจริง ๆ ก็ช่างไม่เลือกเป้าหมายเสียเลย ขโมยบ้านอี้จงไห่กับหญิงชราก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เล่นขโมยบ้านตระกูลเจีย จะมีอะไรให้ขโมยนักเชียว ?”
“นั่นสิ...เจียตงสวี่ได้เงินเดือนแค่ยี่สิบหยวนกว่า ๆ และต้องเลี้ยงคนในบ้านอีก ก่อนหน้านี้บ้านตระกูลเจียยังต้องมาขอข้าวขอน้ำจากพวกเราอยู่เลย...”
คนในลานซื่อเหอหยวนต่างพากันพูดคุยกัน ใคร ๆ ก็ไม่เชื่อว่าบ้านตระกูลเจียจะมีของให้ขโมยได้
แต่พวกหนุ่ม ๆ อย่างชาซู สวี่ต้าม่าว หลิวกวงฉี กลับไม่สนใจอะไรนัก เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าบ้านตระกูลเจียจะ มีเงินสักเท่าไหร่เชียว ?
แถมเห็นเจียจางซือที่ปกติเจ้าอารมณ์ ขี้โวยวาย คราวนี้กลับร้องไห้หนักขนาดนี้ ก็พากันยืนดูอย่างสะใจ
“เจียจางซือ...หรือว่าเธอจำผิด เอาเงินไปซ่อนไว้ที่อื่นแล้วลืมรึเปล่า ?” หลิวไห่จงเดินออกมาทำทีเป็นผู้ดูแลมาดดูเข้มขรึมแล้วพูดขึ้น
“ไม่มีทาง ! ฉันเก็บเงินไว้ที่เดิมมาตลอดหลายปี จะจำผิดได้ยังไง ? !”
“ต้องมีคนแอบย่องเข้าบ้านเราแล้วขโมยเงินเราไปแน่ ๆ !”
เจียจางซือร้องไห้พลางกวาดตามองไปรอบ ๆ พยายามมองหาเจ้าขโมยตัวจริงในกลุ่มคน ไม่นานสายตาของเธอก็จ้องมาที่หลินเย่...นึกถึงเรื่องที่เคยมีปากเสียงกัน เริ่มสงสัยว่าเงินตัวเองอาจโดนหลินเย่ขโมยไป
“หลินเย่ ! นายเป็นคนขโมยเงินของฉันไปใช่ไหม ? !” เจียจางซือจ้องหลินเย่อย่างเขม็งราวกับดวงตาจะลุกเป็นไฟ
ขณะที่เจียตงสวี่กับฉินหวยหรูที่หาของในบ้านไม่เจอก็เดินออกมา เมื่อได้ยินเสียงของเจียจางซือก็มองไปที่หลินเย่เช่นกัน หลินเย่หัวเราะออกมาอย่างดูแคลนก่อนจะสวนกลับทันที
“เจียจางซือ... สมองของเธอไม่ดีหรือเปล่า เป็นบ้าอะไรตั้งแต่เช้า ? พูดจาเพ้อเจ้ออะไรไร้สาระแบบนี้ ?”
“เธอกับลูกสะใภ้ก็อยู่บ้านกันทั้งวัน หัวขโมยขั้นเทพก็ยังเข้าไปไม่ได้หรอก !”
“อีกอย่างนะ...ฉันแทบไม่ได้เหยียบเข้าไปในบ้านของเธอเลย แค่เดินผ่านไปมาก็ยังไม่อยากเห็นหน้าเธอด้วยซ้ำ!” หลินเย่พูดสวนกลับไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย
“จริงด้วย เจียจางซือกับฉินหวยหรูอยู่บ้านทั้งวัน ใครจะเข้ามาขโมยได้ล่ะ ?”
“ฉันว่าเธอคงลืมเองมากกว่า...ซ่อนเงินไว้แล้วจำไม่ได้”
“ก็มีสิทธิ์นะ...ไม่รู้ซ่อนไว้กี่ที่ ถ้าหาไม่เจอคงช้ำใจตายแน่ !”
“หลินเย่ไม่เคยไปบ้านตระกูลเจียเลย วัน ๆ ก็อยู่แต่บ้านของตัวเอง เจียจางซือนี่ก็พูดมั่วจริง ๆ”
“ใช่แล้ว ! หลินเย่หาเงินเก่งจะตาย จะผันตัวมาเป็นขโมยเงินแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ ของบ้านตระกูลเจียทำไมกัน ?”
ชาวบ้านพากันหัวเราะออกมา รู้สึกว่าหลินเย่พูดถูก ไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะเป็นขโมยจริง
เจียจางซือโกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าหลินเย่แต่ก็เถียงอะไรไม่ออกมา แต่เพราะคิดดูแล้ว...หลินเย่อาจไม่มีโอกาสจะขโมยเงินของเธอจริง ๆ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลินเย่แทบไม่ได้เข้าไปลานกลางบ้านเลย ยกเว้นเวลาประชุมและที่สำคัญคือที่เธอซ่อนเอาไว้...ต่อให้เป็นเจียตงสวี่กับฉินหวยหรูก็ไม่รู้ แล้วหลินเย่จะไปรู้ได้ยังไง ?
“เจียจางซือ...กลับไปหาดี ๆ อีกทีไหม ? หรือว่าเผลอเปลี่ยนที่ซ่อนเงินแล้วลืมเอง ?”
หลิวไห่จงพูดย้ำอีกครั้ง ทำทีเป็นหวังดีเสนอแนะ
“ฉัน...ฉันจะกลับไปดูอีกทีก็ได้...”
เจียจางซือเริ่มลังเล รีบพาร่างอ้วนกลมของเธอกลับเข้าไปในบ้านทันที เจียตงสวี่สีหน้าก็แย่ไม่แพ้กัน เพราะเขารู้ดี...บ้านของตัวเองโดนขโมยเข้าไปจริง ๆ
ที่แน่ ๆ เงินที่เขาได้มาจากบ่อนพนัน...ก็หายเกลี้ยงไปด้วยนี่แหละ !
“ว่าแต่...พวกคุณคิดว่าเจียจางซือเก็บเงินไว้เท่าไหร่กัน ?”
“น่าจะเยอะอยู่นะ ตอนลุงเจียตายน่ะ โรงงานก็จ่ายเงินเยียวยามาไม่น้อย”
“แต่ก็ผ่านมานานแล้ว เงินเหล่านั่นจะเหลืออีกเท่าไหร่กัน ?”
“เจียตงสวี่เองก็หาเงินได้ทุกเดือนนะ”
“จะหาอะไรได้ล่ะ? แถมต้องเลี้ยงทั้งแม่ขี้เกียจและเมียลูกอีก”
“ถ้าบ้านตระกูลเจียมีเงินมากขนาดนั้น ตอนนั้นลุงอี้คงไม่ต้องมาประกาศขอรับบริจาคหรอก !”
“ก็ใช่...ฉินหวยหรูยังต้องมาขอยืมข้าวของของชาวบ้านอยู่บ่อย ๆ เลยนี่นา...”
ชาวบ้านในลานซื่อเหอหยวนต่างก็อดสงสัยไม่ได้...
บ้านตระกูลเจียมีเงินเก็บอยู่เท่าไหร่กันแน่ ?
เพราะบ้านนี้เป็นบ้านหลังเดียวในลานที่มีจักรเย็บผ้า ใคร ๆ ก็อดคิดไม่ได้ว่าต้องมีเงินไม่น้อยแน่ หลิวไห่จงที่ได้ยินเสียงซุบซิบกันก็ก้าวออกมาก่อนจะพูดขึ้น
“ตอนที่เจียตงสวี่แต่งงาน ซื้อจักรเย็บผ้านั่นก็คงใช้เงินค่าชดเชยของลุงเจียไปไม่น้อย...อีกอย่าง เจียตงสวี่ก็แค่ช่างระดับหนึ่ง เงินเดือนก็ไม่มาก...ฉันเดาว่าเจียจางซือจะมีเงินเหลือสักร้อยหยวนเท่านั้นแหละ !”
พอได้ยินเช่นนั้น หลายคนก็พยักหน้าเห็นด้วย
จักรเย็บผ้ากับตั๋วซื้อนั่นราคาไม่น้อย บ้านตระกูลเจียคงใช้เงินส่วนใหญ่ไปกับมันหมดแล้ว แต่ในกลุ่มคนดูนั้น เหยียนปู้กุ้ยกลับแอบคิดในใจ ดวงตาเขาเปล่งเป็นประกายขึ้นพร้อมกับกำลังคำนวณตัวเลขอย่างรวดเร็ว
“คุณ...คุณว่าเจียจางซือมีเงินอยู่เท่าไหร่กันแน่ ?” ป้าสามถามด้วยความอยากรู้
“อย่างน้อย ๆ ก็ไม่ต่ำกว่าสามร้อยหยวนแน่...” เหยียนปู้กุ้ยตอบด้วยเสียงเบาราวกับมั่นใจเต็มที่
“อะไรนะ ? ! เยอะขนาดนั้น คุณไม่คิดผิดแน่นะ ?”
ป้าสามถึงกับเบิกตากว้างขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าบ้านตระกูลเจียจะมีเงินมากขนาดนี้ เพราะบ้านนั้นดูไม่ได้ร่ำรวยอะไรเลย “เชื่อฉันเถอะ ไม่ผิดหรอก อย่างน้อยต้องมีสองร้อยหยวนขึ้นไปแน่...”
เหยียนปู้กุ้ยพูดพรางตาหรี่ลง พลางสายตามีแววเจ้าเล่ห์
“ตอนลุงเจียตาย โรงงานจ่ายค่าชดเชยมาเยอะ แถมเงินเก็บเดิมของลุงเจียอีก ส่วนจักรเย็บผ้า...จริง ๆ แล้วเป็นตั๋วที่อี้จงไห่ช่วยหามาให้เจียตงสวี่ต่างหาก...”
“ไหนจะเงินบริจาคของพวกเราอีก บ้านตระกูลเจียน่ะรวยแน่นอน !” เหยียนปู้กุ้ยยังรู้อีกว่าเจียจางซือมีแหวนทองอีกหนึ่งวงด้วย เป็นของลุงเจียที่แม่เคยให้เป็นสมบัติตกทอด แต่เจียจางซือไม่ยอมให้ฉินหวยหรูตอนแต่งงาน แถมยังเก็บเอาไว้เองจนทุกวันนี้
“ที่แท้บ้านตระกูลเจียมีเงินตั้งเยอะ ?”
“งั้นอี้จงไห่ที่ชอบชวนพวกเราระดมเงินบริจาคให้บ้านตระกูลเจีย...มันคิดไม่ซื่อชัด ๆ !” ป้าสามได้ยินแล้วถึงกับโมโหพลางด่าขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ “ทำไงได้...ก็อี้จงไห่หวังจะให้เจียตงสวี่เลี้ยงมันยามแก่ไง”
เหยียนปู้กุ้ยหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ “อีกอย่าง...เงินที่พวกเราร่วมกันบริจาคตอนนั้น สุดท้ายอี้จงไห่ก็เป็นคนออก แถมยังขอค่าดำเนินการตั้งสามเหมาอีกนะ !”
“จริงด้วยสิ !”
ป้าสามนึกออกแล้วก็หายโกรธลง เพราะคิดไปคิดมา บ้านตัวเองก็ไม่ได้ขาดทุนอะไร
“ฮือ...ฮือ...หมดแล้ว...หายหมดเลย...”
“ไอ้ชาติชั่วตัวไหนมันขโมยเงินบ้านฉันไปหมด !” เสียงเจียจางซือดังลั่นออกมาอีกครั้ง เธอวิ่งร้องไห้กลับออกมาหน้าบ้าน เมื่อกี้เธอเพิ่งค้นดูในบ้านทั้งหมด หาในทุกที่ที่เคยซ่อนเงิน แม้แต่รื้อบ้านจนกลับหัวก็ยังไม่เจอสักหยวนเดียว... เงินก็หาย ตั๋วแลกของก็หาย แม้แต่เงินที่ติดตัวก็ยังไม่เหลือ...
เจียจางซือมั่นใจได้ว่า บ้านของเธอถูกขโมยจริง ๆ และขโมยไปหมดเกลี้ยง ! !
ตอนนี้ แม้แต่หนูมาที่บ้านเธอ ก็ต้องกลับไปพร้อมน้ำตา