เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 86 ดับไฟกลิ่นธูป

บทที่ 86 ดับไฟกลิ่นธูป

บทที่ 86 ดับไฟกลิ่นธูป


บทที่ 86 ดับไฟกลิ่นธูป

เดิมทีหลินเย่ตั้งใจจะกวาดเอาเงินและตั๋วของทั้งบ้านตระกูลเหยียนและบ้านตระกูลหลิวให้หมด

แต่พอคิดดูให้ดี เมื่อคืนทั้งสามคนเพิ่งร่วมมือกันเล่นงานเขา พยามให้เขาชดใช้ค่าเสียหายให้บ้านตระกูลเจีย แค่ผ่านไปหนึ่งคืน ทั้งสามบ้านถูกขโมยพร้อมกัน คนที่ฉลาดหน่อยก็คงต้องเริ่มสงสัยเขาแน่นอน

เพื่อความปลอดภัย หลินเย่จึงตัดสินใจเว้นบ้านตระกูลหลิวกับบ้านตระกูลเหยียนไปก่อน อย่างไรก็ตาม ยังมีเวลาเหลืออีกเยอะ เพราะสุดท้ายเงินพวกนั้นก็ต้องเป็นของเขาอยู่ดี... ไม่ต้องรีบ

แต่เรื่องที่เขาเพิ่งเจอมากลับทำให้เขาอารมณ์เสียไม่น้อย โดยเฉพาะวิธีซ่อนเงินของฉินหวยหรู นี่มันทำให้เขาหงุดหงิดมากจริงๆ

เดิมทีหลินเย่ตั้งใจจะกลับไปที่หลังบ้าน แต่เปลี่ยนใจเดินไปลานหน้าบ้านแทนเพื่อตามหาคนมาดับไฟก่อน      พอจุดธูปเสร็จ กลิ่นหอมนั้นก็ทำให้คนทั้งสองในห้องหลับสนิทเหมือนเด็กทารก

เมื่อเห็นเหยียนเจียเฉิงกับอวี่สวี่นอนแยกผ้าห่มกัน เสื้อผ้าก็ยังใส่ครบ แถมยังนอนเว้นระยะห่างเหมือนคนแปลกหน้า หลินเย่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

ถ้าบ้านตระกูลเหยียนคิดจะให้เหยียนเจียเฉิงสืบทอดเชื้อสายตระกูลต่อไป คงแทบเป็นไปไม่ได้เลยจริง ๆ แต่ว่าทั้งคู่แต่งงานกันแล้ว ทำไมถึงนอนห่างกันไกลขนาดนั้นนะ ?

ด้วยความหวังดี หลินเย่เลยจึงช่วยพลิกตัวเหยียนเจียเฉิงให้นอนหันหน้าไปทางอวี่สวี่ เพื่อจะให้สองสามีภรรยาได้สบตากันเพิ่มความรู้สึกใกล้ชิดกันบ้าง

คืนวันนี้อวี่ลี่ฝันอีกแล้ว...

เธอฝันถึงหลินเย่... ฝันว่าเขากำลังขี่ม้าเคียงข้างเธอบนทุ่งหญ้า แต่แปลกเรื่องที่เธอฝันกลับรู้สึกมีความสุขมากทั้งที่รู้ว่ามันไม่ควรจะเป็นแบบนี้ โดยเฉพาะเมื่อเหยียนเจียเฉิงก็อยู่ไม่ไกล แค่หันหัวมาก็เห็นเธอกับหลินเย่ขี่ม้าอยู่

เมื่อเห็นภาพสามีภรรยานอนในห้องเคียงข้างกันอย่างมีความสุข หลินเย่ก็รู้สึกพอใจไม่น้อย ความรู้สึกที่ได้ช่วยคนอื่นนี่มันดีจริง ๆ

เมื่อเห็นใบหน้าอวี่สวี่แดงระเรื่อ หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่ยังมีรอยยิ้มแห่งความสุขขณะหลับสนิท หลินเย่        ก็เดินออกไปด้วยสีหน้าพอใจ

แถมก่อนจะออกไป เขายังแอบทิ้งของบางอย่างไว้ให้เหยียนเจียเฉิงอีกเล็กน้อยด้วย ก่อนจะกลับบ้าน หลินเย่แวะไปที่บ้านหลังนั้นอีกครั้ง เขานำกล่องที่เจียจางซือใช้ซ่อนเงินไปวางไว้ในบ้านของตระกูลหลิว

ในตอนพรุ่งนี้เมื่อบ้านตระกูลเจียรู้ว่าเงินในบ้านหายไป แล้วบังเอิญเจอกล่องซ่อนเงินของตัวเองอยู่ที่บ้านตระกูลหลิว......

เหตุการณ์นั้น คงจะวุ่นวายวุ่นวายกันน่าดูเลย... ท่าทางจะมีการคุยกันอย่างสนุกสนาน

ดีเลย ! พรุ่งนี้ต้องเตรียมเมล็ดแตงโม ถั่วลิสง กับน้ำหวานให้พร้อม นั่งดูละครกันสนุก ๆ แบบเต็มอิ่ม ไม่ให้พลาดเด็ดขาด !

หลินเย่กลับถึงบ้านอย่างสบายใจ นั่งนับสมบัติที่ขนมาจากบ้านตระกูลเจียอย่างร่าเริง รวมเงินแล้วได้ทั้งหมด 1,132 หยวน 8 เหมา นอกจากนี้ยังมีตั๋วต่าง ๆ และแหวนทองอีกหนึ่งวงอยู่ด้วย

ไม่มีศีลธรรมใดมาผูกมัด อยากทำอะไรก็ทำตามใจ… แบบนี้มันช่างสบายใจจริง ๆ !

หลินเย่รู้สึกผ่อนคลายจนเผลอหลับไปอย่างสบาย

กระทั่งเช้าวันถัดมา

อวี่สวี่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเมื่อยล้าไปทั่วร่างกาย ขาทั้งสองข้างแทบยืนไมไหว แต่กลับรู้สึกโล่งสบายอย่างประหลาด ความรู้สึกแปลก ๆ แบบนี้ ทำให้เธอหลงใหลจนไม่อยากให้มันจบลงเลย โดยเฉพาะสภาพจิตใจ และความกดดันที่แบกมาตลอดเหมือนปลิวหายไปทั้งก้อน ทำให้ทั้งตัวเบาสบายกว่าที่เคย

“นี่...ฉันเป็นอะไรไป ?”

“หรือว่าจะเป็นเพราะความฝันนั่น...”

อวี่สวี่เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมา ใบหน้าของเธอร้อนวูบแดงระเรื่อ ดวงตาคลอด้วยน้ำตา แต่พอหันไปเห็นเหยียนเจียเฉิงที่ยังหลับอยู่ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาและขุ่นเคืองทันที

เธอลุกขึ้นจากเตียงอย่างลำบาก ทำเอายิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก เพราะความรู้สึกในตัวเธอตอนนี้...มันชัดเจนเกินกว่าจะเป็นแค่ความฝัน

อวี่สวี่เดินไปที่หน้ากระจกในห้อง มองใบหน้าของตัวเองที่แดงเรื่อเหมือนดอกท้อ หัวใจเธอเริ่มเต้นแรงด้วยความหวาดหวั่น... หรือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้มันไม่ได้เป็นแค่ความฝันจริง ๆ ! ?

เมื่อคิดเช่นนั้น ก็ทำให้เธอตกใจสุดขีด รีบหันไปมองเหยียนเจียเฉิงที่ยังนอนกรนคร่อก ๆ อยู่บนเตียง แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ทั้งสะใจและเหมือนได้แก้แค้นไปพร้อมกัน

ก็เพราะผู้ชายคนนี้แหละ...ที่หลอกแม่เธอ หลอกลวงทั้งชีวิตของเธอจนพังยับเยิน

ว่าแต่...เมื่อคืนคนที่ปลอบใจเธอ จะใช่เหยียนเจียเฉิงจริง ๆ เหรอ ?

อวี่สวี่ยิ้มอย่างดูแคลน ก่อนจะบิดหน้าหนีไป...

ผู้ชายแบบนี้ที่ยังยืนตรงไม่ได้… กลางคืนยังไม่กล้าสบตาเธอ จะเรียกว่าผู้ชายได้ยังไงกัน ? ถ้าหยานเจียเฉิงมีปัญญาถึงขนาดนั้น ป่านนี้ก็คงกล้าพูดกับเธอเสียงดังแน่ !

จริง ๆ แล้ว ก็เพราะเขารู้ว่าตัวเองมีปัญหา

บางทีอาจเพราะรู้ตัวว่ามีปัญหา หยานเจียเฉิงเลยแอบไปโรงพยาบาลบ่อย ๆ ในช่วงนี้ และยังไปหาหมอจีนโบราณด้วย พอตกกลางคืนก็ไม่กล้าสบตาเธอเลย เวลาจะพูดจะจาอะไรก็เหมือนคนตัวลีบกลัวจะถูกจับผิด

กลัวว่าอวี่สวี่จะทนไม่ไหวจนป่าวประกาศให้คนทั้งลานซื่อเหอหยวนรู้ว่า...เขา ใช้การไม่ได้ ถ้าเรื่องนี้คนในลาน    รู้ไปละก็...เขาคงหมดหน้าหมดตาไปอย่างแน่นอน !

"เพี๊ยะ ! "

หลังจากอวี่สวี่ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จและจนร่างกายดีขึ้น ไม่รู้สึกปวดเมื่อยเท่าไหร่แล้ว เธอเดินมองเหยียนเจียเฉิงที่ยังนอนอุตุอยู่บนเตียง แล้วก็ตบหน้าเขาไปฉาดใหญ่แบบไม่ลังเล

“ใครวะ ! !”

เหยียนเจียเฉิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ลูบแก้มตัวเองด้วยความเจ็บ หันมามองอย่างโมโห อย่าคิดว่าเขาจะยอมให้เมียข่มได้ตลอดนะ...พักนี้นิสัยเขาเริ่มแย่ลงทุกวัน

จะไม่ให้แย่ได้ยังไง...เป็นชายหนุ่มแน่นคนหนึ่งที่แต่งงานแล้วกลับใช้งานไม่ได้ ต้องไล่หาหมอวันเว้นวัน ใครมันจะไม่หงุดหงิดกันบ้างล่ะ ?

“หืม ? ยังไม่ตื่นอีกเหรอ ? วันนี้วันหยุดนะ บ่ายนี้ไปบ้านแม่ของฉันด้วยนะ”  อวี่สวี่พูดด้วยเสียงเย็นชา ก่อนจะส่งสายตามองเขาอย่างเฉยเมย

พอเหยียนเจียเฉิงเห็นว่าเป็นเมียตัวเอง เขาก็ทำตัวเหมือนลูกโป่งแฟบทันที ก้มหน้าเสียงอ่อย ๆ

“ได้ครับ อวี่สวี่...ฉันรู้แล้ว...”

วันนี้ทั้งลานซื่อเหอหยวนไม่มีใครต้องไปทำงาน นอกจากป้าใหญ่ที่ต้องรีบไปส่งข้าวให้ลุงอี้จงไห่ที่โรงพยาบาลแต่เช้า ส่วนคนอื่น ๆ ก็นั่งเม้าท์มอยกันในลาน เล่นหมากรุก แทะเมล็ดแตงโมกันตามปกติ

แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงดังลั่น...

“อ๊ากกกกกกกก ! ! !”

เสียงแหลมแสบแก้วหูของเจียจางซือดังลั่น ทะลุทะลวงบรรยากาศอันเงียบสงบของลานซื่อเหอหยวน

“เสียงเจียจางซือแน่ ๆ บ้านตระกูลเจียเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย ?”

“ไป ๆ ๆ รีบไปดูกันเร็ว !”

“ตั้งแต่เช้าเชียว...แหกปากเหมือนผีร้องไห้ สมกับที่เป็นเจียจางซือจริง ๆ”

“ก็นั่นน่ะสิ...แต่ก็ดีเหมือนกันนะ ได้ดูละครหลังกินข้าวเช้าฟรี ๆ ฮ่า ๆ”

ชาวบ้านในลานซื่อเหอหยวนต่างพากันโผล่ออกมาจากบ้าน ไม่นานก็พากันมายืนออกันเต็มหน้าประตูบ้านตระกูลเจีย ส่วนหลินเย่...ยืนอยู่ด้านหลังสุดในกลุ่มคน มือข้างหนึ่งล้วงถุงเมล็ดแตงโม อีกข้างหนึ่งถือขวดน้ำหวานที่เพิ่งซื้อมาพร้อมชมละครอย่างสบายใจ

"ตงสวี่ เกิดอะไรขึ้นเหรอ ? "

“นั่นนะสิ ได้ยินเสียงแม่แกโวยวายลั่นตั้งแต่เช้าแล้ว เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?”

"เจียจางซือเป็นอะไรไปอีกล่ะ ? "

ทุกคนต่างพากันซุบซิบถามไถ่ด้วยความสงสัย เมื่อเห็นเจียจางซือนั่งฟุบร้องไห้อย่างหนัก ราวกับเสียลูกชายไป

เจียตงสวี่กับฉินหวยหรูที่หน้าตาดูเคร่งเครียด ก้มๆ เงยๆ ค้นของทั่วบ้าน จนไม่มีใครสนใจคนที่ยืนดูอยู่ข้างนอกเลย

“ไอ้ชาติชั่วหน้าไหนมันทำกัน ! !”

“ขโมยเงินเก็บของฉันไปหมดเลย ! ! นั่นมันเป็นเงินที่ฉันเก็บไว้ใช้ตอนแก่เชียวนะ...”

เจียจางซือตบต้นขาตัวเองพลางร้องไห้คร่ำครวญ น้ำตาไหลพราก ร้องลั่นจนคนที่ได้ยินพากันอดเวทนาไม่ได้

เรียกได้ว่า...ใครได้ยินก็อดสะเทือนใจไม่ได้ ใครเห็นก็แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่...

พอเห็นว่าหน้าบ้านมีคนมุงกันเต็มไปหมด เจียจางซือก็รีบลุกขึ้นมาจากพื้นพร้อมกับร้องไห้โวยวายลั่นไปทั่ว

“บอกมา ! ! ใครมันขโมยเงินเก็บของฉันไป ? !”

“เอามาคืนเดี๋ยวนี้นะ นั่นมันเงินทั้งชีวิตของฉันเลยนะ ! !”

จบบทที่ บทที่ 86 ดับไฟกลิ่นธูป

คัดลอกลิงก์แล้ว