เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 แม่สื่อไปสร้างปัญหาที่โรงเรียน

บทที่ 60 แม่สื่อไปสร้างปัญหาที่โรงเรียน

บทที่ 60 แม่สื่อไปสร้างปัญหาที่โรงเรียน


บทที่ 60 แม่สื่อไปสร้างปัญหาที่โรงเรียน

หัวหน้าฝ่ายวิชาการจ้องหน้าอย่างเย็นชาแล้วพูดขึ้น

“ครูเหยียน...ถ้าตรวจสอบเรื่องที่คุณทำให้กระจ่าง ข้อหาไม่กระตือรือร้นในการสร้างสังคมนิยม กล่าวหาว่าคุณเป็นพวกระบอบเก่าก็ได้ !”

คำพูดนี้ทำเอาเหยียนปู้กุ้ยถึงกับหน้าซีดเผือด ใจแทบร่วงไปถึงตาตุ่ม  ช่วงนี้ทางการทั่วประเทศกำลังกวาดล้างพวกระบอบเก่าอย่างหนัก

ยิ่งโรงเรียนที่เป็นสถานที่สำคัญ หากถูกจับได้ว่ามีพฤติกรรมเช่นนี้ ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่โดนลงโทษธรรมดา แต่ถึงขั้นถูกไล่ออก ตัดอนาคตได้เลย !

“เห็นว่านายทำงานที่นี่มาก็ตั้ง 7-8 ปีแล้วนะ คราวนี้จะลงโทษแค่ 'ทำผิดร้ายแรง' ก็พอ !”

“กลับไปแล้วอย่าบ่น อย่าปากพล่อย ไม่งั้นไม่มีใครช่วยนายได้แน่ !”

หัวหน้าฝ่ายปกครองเสริมด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ครับ...ผมเข้าใจแล้ว...”

เหยียนปู้กุ้ยทำหน้าเศร้าสร้อย ก้มหน้าเดินออกจากห้องผอ.อย่างหมดอาลัยตายอยาก

อีกด้านหนึ่ง

เจี่ยตงสวี่ออกจากบ้านด้วยใบหน้าระรื่น เดินไปทำงานพร้อมอาจารย์อี้จงไห่และคนอื่น ๆ  สมัยนี้ ไม่มีใครเต็มใจเดินไปไหนกับอี้จงไห่อีก นอกจากเจี่ยตงสวี่คนนี้ที่ยังคงเคารพและรู้คุณ

“ในยามลำบากถึงจะเห็นน้ำใจคนจริง !”

อี้จงไห่เองก็ยิ่งพอใจและให้ความสำคัญกับศิษย์ผู้นี้ ที่รู้จักกตัญญู และตอบแทนบุญคุณ

“ตงสวี่ เห็นหน้าบานเชียวนะ บ้านมีข่าวดีรึไง ?”

อี้จงไห่ถามพลางยิ้มออกมา เมื่อเห็นศิษย์ของตนดูอารมณ์ดีผิดปกติมาตั้งแต่เช้า  “เปล่าหรอกครับอาจารย์...ก็แค่จะถึงวันรับเงินเดือนนี่ล่ะ อารมณ์ดีเป็นธรรมดา”

เจี่ยตงสวี่ไม่มีทางบอกว่า เมื่อวานเขาเพิ่งเล่นพนันได้เงินมาอีกกว่าร้อยหยวน  เล่นพนันแค่สองวัน ฟันกำไรมากว่าสองร้อยหยวนแล้ว ! เงินที่หาในบ่อนมันง่ายกว่าทำงานในโรงเหล็กตั้งเยอะ !

ถ้าไม่ติดว่าต้องมีงานประจำเพื่อไม่ให้คนสงสัยเรื่องเงินทองล่ะก็...

เขาคงลาออกไปเล่นพนันอย่างเดียวแล้ว ทั้งเหนื่อยน้อยกว่า รายได้เยอะกว่า ไม่ต้องโดนด่าอีกด้วย !

คิดแล้วก็ค่อย ๆ ลูบเงินในกระเป๋ากางเกงที่เพิ่งได้มา กะว่าเลิกงานเย็นนี้จะไปหา 'พี่หลง' อีกสักรอบแน่นอน !

“อืม...ใช่ ใกล้วันรับเงินเดือนแล้วจริง ๆ จะได้ซื้อเนื้อกลับไปให้ป้าใหญ่กินให้หายอยาก”

อี้จงไห่พูดด้วยความหวัง

บ้านของเขาเองก็รอวันรับเงินเดือนเหมือนกัน ช่วงนี้จนกรอบเต็มที “เย็นนี้ผมจะซื้อเลยครับ ผมให้ฉินหวยหรู เอาบัตรคิวไปรอซื้อรอบสิบโมงเช้า”

เจี่ยตงสวี่พูด

“ดีแล้วล่ะ สมัยนี้ของขาดแคลน จะซื้อเนื้อได้สักชิ้นก็ยังยาก”

อี้จงไห่ถอนหายใจ

เนื้อสัตว์สมัยนี้ขายตามโควตา โรงค้าแบ่งรอบขายหลายรอบ แถมแต่ละรอบได้ของไม่เยอะ

ต่อคิวก็ใช่ว่าจะซื้อได้ทุกครั้ง

สองคนคุยกันไปเรื่อย จนเดินไปถึงโรงเหล็ก เตรียมทำงานประจำวัน แต่เจี่ยตงสวี่กลับคิดวนแต่เรื่องพนันตอนเย็น...

ที่โรงเรียนประถมหงซิง

หลังจัดการเรื่องเหยียนปู้กุ้ยเสร็จ ผอ.กับหัวหน้าฝ่ายทั้งสองก็กำลังคุยเรื่องอื่นต่อ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

“เข้ามา !”

พอเห็นเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ผอ.ก็ถามขึ้น

“มีอะไรรึ ?”

เจ้าหน้าที่ทำความเคารพก่อนรายงานว่า “ผอ.ครับ ที่หน้าประตูโรงเรียนมีแม่สื่อมาหาครูเหยียน บอกว่าครู        เหยียนผิดกฎแรงมาก เขาว่าครูเหยียนแอบใส่ร้ายคนอื่น ทำให้ชื่อเสียงแม่สื่อพังยับ เลยมาหาเรื่องถึงที่นี่ อยากขอคำชี้แจงจากครูเหยียนให้ได้...”

พอฝ่ายรักษาความปลอดภัยเล่าจบ ผอ.และฝ่ายอื่น ๆ ก็ถึงกับหน้าเหวอไปพร้อมกัน พ่อแม่เด็กบุกโรงเรียนอาจจะพอเข้าใจได้ แต่แม่สื่อบุกโรงเรียนแบบนี้... ไม่เคยมีมาก่อนแน่ !

ทั้งโรงเรียนหรือจะทั้งวงการศึกษายังไม่เคยมีเรื่องขนาดนี้ !

“รีบไปดู ! ปล่อยให้แม่สื่อคนนั้นโวยวายหน้าโรงเรียนไม่ได้เด็ดขาด เด็ก ๆ กำลังเรียนอยู่ !”

หัวหน้าฝ่ายปกครองลุกขึ้น ด้วยสีหน้าบึ้งตึง

เพี๊ยะ !

ผอ.โรงเรียนทุบโต๊ะดัง "ปัง ! " ด้วยความโมโห ก่อนสั่งเสียงเข้มขึ้น  “ไปเรียกเหยียนปู้กุ้ยมาด้วย ! ฉันอยากฟังว่าเขาจะอธิบายยังไง !”

จากนั้น ผอ.และหัวหน้าฝ่ายทั้งสองก็รีบมุ่งหน้าไปยังหน้าประตูโรงเรียน ขณะที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยไปตามตัวเหยียนปู้กุ้ย

ข่าวนี้ไปถึงหูเหยียนปู้กุ้ย ทำเอาเขาแทบจะร้องไห้ออกมา ใครจะคิดล่ะว่าแม่สื่อหว่านต้าเหนียงจะบุกมาถึงโรงเรียน ! !

ทันทีที่ทั้งสามเดินลงจากตึกเรียน ภาพที่เห็นก็คือหน้าโรงเรียนมีฝูงคนมุงดูแน่นขนัด ทั้งครู นักเรียน รวมถึงผู้ปกครองอีกไม่น้อย

ภาพนี้ทำให้สีหน้าของผอ., หัวหน้าฝ่ายวิชาการ และฝ่ายปกครอง มืดครึ้มลงอีก

“ทุกคนช่วยตัดสินให้หน่อยเถอะค่ะ...คนทำอาชีพอย่างฉัน เรื่องชื่อเสียงมันสำคัญที่สุด !”

“ฉันแนะนำลูกสาวชาวบ้านให้กับชายหนุ่มคนหนึ่ง ทั้งสองคนยังไม่ทันได้เจอหน้ากันเลยด้วยซ้ำ แต่ครูเหยียนของโรงเรียนนี้กลับแอบไปพูดจาใส่ร้าย จนฝ่ายหญิงเข้าใจผิดไม่กล้าไปนัดดูตัว”

“สุดท้ายก็ถูกหลอกไปดูตัวกับลูกชายเขาแทน...”

“เขาว่ากันว่า...จะทำลายวัดสิบแห่งยังไม่เท่าทำลายงานแต่งหนึ่งงาน”

“ไม่คิดเลยนะ ว่าครูโรงเรียนจะทำเรื่องเลวทรามขนาดนี้ แย่งคนดูตัวในบ้านเดียวกันด้วยวิธีแบบนี้ !”

“เพราะเขาคนเดียว ชื่อเสียงฉันพังหมด ! แม่เธอหาว่าฉันหลอกลวง ส่งลูกสาวเธอเข้าไปในกองไฟ ลูกสาวเธอมาด่าฉันถึงหน้าบ้าน !”

“ตอนนี้ไม่มีใครจ้างฉันไปเป็นแม่สื่ออีกแล้ว !”

หว่านต้าเหนียงร้องไห้ปานจะขาดใจ เสียงดังจนคนทั้งตลาดได้ยินแล้วเช็ดน้ำตาอย่างไม่หยุด แสดงความคับแค้นใจออกมาสุดตัว ถ้าส่งไปเล่นหนัง รับบทนางเอกน่าจะคว้ารางวัลแน่นอน !

“อะไรนะ ? โรงเรียนนี้มีครูแบบนี้ด้วยเหรอ ?”

“ใครจะคิดล่ะ...ทำลายคู่รักแบบนี้ มันบาปนะ ! ลูกชายฉันห้ามเรียนกับครูคนนี้เด็ดขาด”

“ใช่ ใช่...ฉันรู้จักนะ ครูเหยียน สอนภาษาจีนชั้นป.1 ไง”

“ฉันก็รู้จัก...ใส่แว่น ดูเรียบร้อยแท้ ๆ ไม่นึกเลยจะทำเรื่องต่ำช้าแบบนี้”

“จริง ! ทำลายงานแต่งของหนุ่มสาว แถมยังทำลายชื่อเสียงแม่สื่อเธอด้วย”

“ไม่แปลกใจเลยที่แม่สื่อจะโกรธ คนเขาหาเช้ากินค่ำนะ จะไม่ให้โมโหได้ยังไง ?”

“เสี่ยวหมิง จำไว้นะลูก อย่าเอาอย่างครูคนนี้เด็ดขาด”

“แม่...แต่ครูภาษาจีนของผมก็คือครูเหยียน...”

“อะไรนะ ? เดี๋ยวแม่ไปขอย้ายห้องเดี๋ยวนี้แหละ !”

“เรื่องอะไรเนี่ย...ไม่น่าเชื่อจริง ๆ ...”

เสียงบ่น เสียงตำหนิจากผู้ปกครองและครูคนอื่น ๆ ดังระงมไปทั่ว

“ทุกคนช่วยหลีกทางด้วย !”

“ขอทางหน่อยค่ะ !”

“ผอ.มาแล้ว !”

เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยจัดการเปิดทางจนโล่ง

ผอ., หัวหน้าฝ่ายวิชาการ, หัวหน้าฝ่ายปกครอง และตัวต้นเรื่อง เหยียนปู้กุ้ย เดินมาถึงหน้าประตูโรงเรียน

“แม่ นั่นไง ครูเหยียน...”

“เชอะ ! หน้าตาเจ้าเล่ห์จริง ๆ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี”

“คนดีที่ไหนจะทำเรื่องชั่วขนาดนี้ล่ะ !”

“นั่นสิ !”

เหยียนปู้กุ้ยก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด ไม่กล้าสบตาใคร แม้แต่เพื่อนร่วมงานก็มองเขาด้วยสายตาดูแคลน

ผอ.เดินไปพูดกับหว่านต้าเหนียงอย่างใจเย็น

“คุณป้า ผมเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนนี้ มีอะไรค่อย ๆ พูดกับผมนะครับ เข้าไปคุยกันในห้องผอ.ก็ได้ จะได้ไม่รบกวนการเรียนของเด็ก ๆ”

แต่เหมือนหว่านต้าเหนียงจะไม่ได้ยินสิ่งที่ผอ.พูดเลย สายตาเธอมองตรงไปที่เหยียนปู้กุ้ยทันที เธอพุ่งเข้าไปคว้าแขนเหยียนปู้กุ้ยแน่นและพูดด้วยเสียงสั่นเครือแต่เปี่ยมด้วยความแค้นว่า “เหยียนปู้กุ้ย ! อวี่สวี่ที่ฉันแนะนำให้หลินเย่นะ เขาอยู่บ้านเดียวกับนาย นายยังจะกล้าตัดหน้าอีกเหรอ ?”

“อยากตัดหน้าก็ไม่ว่า แต่นี่ถึงกับใส่ร้ายหลินเย่ ทำให้แม่ของอวี่สวี่เข้าใจผิด ด่าฉันต่อหน้าชาวบ้านหาว่าฉันจะพาลูกเธอไปตกนรกทั้งเป็น !”

“ฮือ ๆ ๆ นายทำลายชื่อเสียงฉันจนหมดสิ้น ! ไม่มีใครมาจ้างฉันอีกแล้ว ! ฉันไปทำอะไรให้ นายถึงต้องเล่นงานฉันลับหลังแบบนี้ ? ! ทำไมต้องทำร้ายกันขนาดนี้ ! ! !”

หว่านต้าเหนียงจับแขนเขาแน่น พูดไปก็ร้องไห้ไป น้ำตาไหลพรากไม่หยุด  ทำเอาคนดูรอบ ๆ มองเหยียนปู้กุ้ยด้วยสายตาสมเพชปนดูแคลน

คนแบบนี้...สมควรเป็นครูจริงหรือ ?

จบบทที่ บทที่ 60 แม่สื่อไปสร้างปัญหาที่โรงเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว