- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 60 แม่สื่อไปสร้างปัญหาที่โรงเรียน
บทที่ 60 แม่สื่อไปสร้างปัญหาที่โรงเรียน
บทที่ 60 แม่สื่อไปสร้างปัญหาที่โรงเรียน
บทที่ 60 แม่สื่อไปสร้างปัญหาที่โรงเรียน
หัวหน้าฝ่ายวิชาการจ้องหน้าอย่างเย็นชาแล้วพูดขึ้น
“ครูเหยียน...ถ้าตรวจสอบเรื่องที่คุณทำให้กระจ่าง ข้อหาไม่กระตือรือร้นในการสร้างสังคมนิยม กล่าวหาว่าคุณเป็นพวกระบอบเก่าก็ได้ !”
คำพูดนี้ทำเอาเหยียนปู้กุ้ยถึงกับหน้าซีดเผือด ใจแทบร่วงไปถึงตาตุ่ม ช่วงนี้ทางการทั่วประเทศกำลังกวาดล้างพวกระบอบเก่าอย่างหนัก
ยิ่งโรงเรียนที่เป็นสถานที่สำคัญ หากถูกจับได้ว่ามีพฤติกรรมเช่นนี้ ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่โดนลงโทษธรรมดา แต่ถึงขั้นถูกไล่ออก ตัดอนาคตได้เลย !
“เห็นว่านายทำงานที่นี่มาก็ตั้ง 7-8 ปีแล้วนะ คราวนี้จะลงโทษแค่ 'ทำผิดร้ายแรง' ก็พอ !”
“กลับไปแล้วอย่าบ่น อย่าปากพล่อย ไม่งั้นไม่มีใครช่วยนายได้แน่ !”
หัวหน้าฝ่ายปกครองเสริมด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ครับ...ผมเข้าใจแล้ว...”
เหยียนปู้กุ้ยทำหน้าเศร้าสร้อย ก้มหน้าเดินออกจากห้องผอ.อย่างหมดอาลัยตายอยาก
อีกด้านหนึ่ง
เจี่ยตงสวี่ออกจากบ้านด้วยใบหน้าระรื่น เดินไปทำงานพร้อมอาจารย์อี้จงไห่และคนอื่น ๆ สมัยนี้ ไม่มีใครเต็มใจเดินไปไหนกับอี้จงไห่อีก นอกจากเจี่ยตงสวี่คนนี้ที่ยังคงเคารพและรู้คุณ
“ในยามลำบากถึงจะเห็นน้ำใจคนจริง !”
อี้จงไห่เองก็ยิ่งพอใจและให้ความสำคัญกับศิษย์ผู้นี้ ที่รู้จักกตัญญู และตอบแทนบุญคุณ
“ตงสวี่ เห็นหน้าบานเชียวนะ บ้านมีข่าวดีรึไง ?”
อี้จงไห่ถามพลางยิ้มออกมา เมื่อเห็นศิษย์ของตนดูอารมณ์ดีผิดปกติมาตั้งแต่เช้า “เปล่าหรอกครับอาจารย์...ก็แค่จะถึงวันรับเงินเดือนนี่ล่ะ อารมณ์ดีเป็นธรรมดา”
เจี่ยตงสวี่ไม่มีทางบอกว่า เมื่อวานเขาเพิ่งเล่นพนันได้เงินมาอีกกว่าร้อยหยวน เล่นพนันแค่สองวัน ฟันกำไรมากว่าสองร้อยหยวนแล้ว ! เงินที่หาในบ่อนมันง่ายกว่าทำงานในโรงเหล็กตั้งเยอะ !
ถ้าไม่ติดว่าต้องมีงานประจำเพื่อไม่ให้คนสงสัยเรื่องเงินทองล่ะก็...
เขาคงลาออกไปเล่นพนันอย่างเดียวแล้ว ทั้งเหนื่อยน้อยกว่า รายได้เยอะกว่า ไม่ต้องโดนด่าอีกด้วย !
คิดแล้วก็ค่อย ๆ ลูบเงินในกระเป๋ากางเกงที่เพิ่งได้มา กะว่าเลิกงานเย็นนี้จะไปหา 'พี่หลง' อีกสักรอบแน่นอน !
“อืม...ใช่ ใกล้วันรับเงินเดือนแล้วจริง ๆ จะได้ซื้อเนื้อกลับไปให้ป้าใหญ่กินให้หายอยาก”
อี้จงไห่พูดด้วยความหวัง
บ้านของเขาเองก็รอวันรับเงินเดือนเหมือนกัน ช่วงนี้จนกรอบเต็มที “เย็นนี้ผมจะซื้อเลยครับ ผมให้ฉินหวยหรู เอาบัตรคิวไปรอซื้อรอบสิบโมงเช้า”
เจี่ยตงสวี่พูด
“ดีแล้วล่ะ สมัยนี้ของขาดแคลน จะซื้อเนื้อได้สักชิ้นก็ยังยาก”
อี้จงไห่ถอนหายใจ
เนื้อสัตว์สมัยนี้ขายตามโควตา โรงค้าแบ่งรอบขายหลายรอบ แถมแต่ละรอบได้ของไม่เยอะ
ต่อคิวก็ใช่ว่าจะซื้อได้ทุกครั้ง
สองคนคุยกันไปเรื่อย จนเดินไปถึงโรงเหล็ก เตรียมทำงานประจำวัน แต่เจี่ยตงสวี่กลับคิดวนแต่เรื่องพนันตอนเย็น...
ที่โรงเรียนประถมหงซิง
หลังจัดการเรื่องเหยียนปู้กุ้ยเสร็จ ผอ.กับหัวหน้าฝ่ายทั้งสองก็กำลังคุยเรื่องอื่นต่อ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามา !”
พอเห็นเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ผอ.ก็ถามขึ้น
“มีอะไรรึ ?”
เจ้าหน้าที่ทำความเคารพก่อนรายงานว่า “ผอ.ครับ ที่หน้าประตูโรงเรียนมีแม่สื่อมาหาครูเหยียน บอกว่าครู เหยียนผิดกฎแรงมาก เขาว่าครูเหยียนแอบใส่ร้ายคนอื่น ทำให้ชื่อเสียงแม่สื่อพังยับ เลยมาหาเรื่องถึงที่นี่ อยากขอคำชี้แจงจากครูเหยียนให้ได้...”
พอฝ่ายรักษาความปลอดภัยเล่าจบ ผอ.และฝ่ายอื่น ๆ ก็ถึงกับหน้าเหวอไปพร้อมกัน พ่อแม่เด็กบุกโรงเรียนอาจจะพอเข้าใจได้ แต่แม่สื่อบุกโรงเรียนแบบนี้... ไม่เคยมีมาก่อนแน่ !
ทั้งโรงเรียนหรือจะทั้งวงการศึกษายังไม่เคยมีเรื่องขนาดนี้ !
“รีบไปดู ! ปล่อยให้แม่สื่อคนนั้นโวยวายหน้าโรงเรียนไม่ได้เด็ดขาด เด็ก ๆ กำลังเรียนอยู่ !”
หัวหน้าฝ่ายปกครองลุกขึ้น ด้วยสีหน้าบึ้งตึง
เพี๊ยะ !
ผอ.โรงเรียนทุบโต๊ะดัง "ปัง ! " ด้วยความโมโห ก่อนสั่งเสียงเข้มขึ้น “ไปเรียกเหยียนปู้กุ้ยมาด้วย ! ฉันอยากฟังว่าเขาจะอธิบายยังไง !”
จากนั้น ผอ.และหัวหน้าฝ่ายทั้งสองก็รีบมุ่งหน้าไปยังหน้าประตูโรงเรียน ขณะที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยไปตามตัวเหยียนปู้กุ้ย
ข่าวนี้ไปถึงหูเหยียนปู้กุ้ย ทำเอาเขาแทบจะร้องไห้ออกมา ใครจะคิดล่ะว่าแม่สื่อหว่านต้าเหนียงจะบุกมาถึงโรงเรียน ! !
ทันทีที่ทั้งสามเดินลงจากตึกเรียน ภาพที่เห็นก็คือหน้าโรงเรียนมีฝูงคนมุงดูแน่นขนัด ทั้งครู นักเรียน รวมถึงผู้ปกครองอีกไม่น้อย
ภาพนี้ทำให้สีหน้าของผอ., หัวหน้าฝ่ายวิชาการ และฝ่ายปกครอง มืดครึ้มลงอีก
“ทุกคนช่วยตัดสินให้หน่อยเถอะค่ะ...คนทำอาชีพอย่างฉัน เรื่องชื่อเสียงมันสำคัญที่สุด !”
“ฉันแนะนำลูกสาวชาวบ้านให้กับชายหนุ่มคนหนึ่ง ทั้งสองคนยังไม่ทันได้เจอหน้ากันเลยด้วยซ้ำ แต่ครูเหยียนของโรงเรียนนี้กลับแอบไปพูดจาใส่ร้าย จนฝ่ายหญิงเข้าใจผิดไม่กล้าไปนัดดูตัว”
“สุดท้ายก็ถูกหลอกไปดูตัวกับลูกชายเขาแทน...”
“เขาว่ากันว่า...จะทำลายวัดสิบแห่งยังไม่เท่าทำลายงานแต่งหนึ่งงาน”
“ไม่คิดเลยนะ ว่าครูโรงเรียนจะทำเรื่องเลวทรามขนาดนี้ แย่งคนดูตัวในบ้านเดียวกันด้วยวิธีแบบนี้ !”
“เพราะเขาคนเดียว ชื่อเสียงฉันพังหมด ! แม่เธอหาว่าฉันหลอกลวง ส่งลูกสาวเธอเข้าไปในกองไฟ ลูกสาวเธอมาด่าฉันถึงหน้าบ้าน !”
“ตอนนี้ไม่มีใครจ้างฉันไปเป็นแม่สื่ออีกแล้ว !”
หว่านต้าเหนียงร้องไห้ปานจะขาดใจ เสียงดังจนคนทั้งตลาดได้ยินแล้วเช็ดน้ำตาอย่างไม่หยุด แสดงความคับแค้นใจออกมาสุดตัว ถ้าส่งไปเล่นหนัง รับบทนางเอกน่าจะคว้ารางวัลแน่นอน !
“อะไรนะ ? โรงเรียนนี้มีครูแบบนี้ด้วยเหรอ ?”
“ใครจะคิดล่ะ...ทำลายคู่รักแบบนี้ มันบาปนะ ! ลูกชายฉันห้ามเรียนกับครูคนนี้เด็ดขาด”
“ใช่ ใช่...ฉันรู้จักนะ ครูเหยียน สอนภาษาจีนชั้นป.1 ไง”
“ฉันก็รู้จัก...ใส่แว่น ดูเรียบร้อยแท้ ๆ ไม่นึกเลยจะทำเรื่องต่ำช้าแบบนี้”
“จริง ! ทำลายงานแต่งของหนุ่มสาว แถมยังทำลายชื่อเสียงแม่สื่อเธอด้วย”
“ไม่แปลกใจเลยที่แม่สื่อจะโกรธ คนเขาหาเช้ากินค่ำนะ จะไม่ให้โมโหได้ยังไง ?”
“เสี่ยวหมิง จำไว้นะลูก อย่าเอาอย่างครูคนนี้เด็ดขาด”
“แม่...แต่ครูภาษาจีนของผมก็คือครูเหยียน...”
“อะไรนะ ? เดี๋ยวแม่ไปขอย้ายห้องเดี๋ยวนี้แหละ !”
“เรื่องอะไรเนี่ย...ไม่น่าเชื่อจริง ๆ ...”
เสียงบ่น เสียงตำหนิจากผู้ปกครองและครูคนอื่น ๆ ดังระงมไปทั่ว
“ทุกคนช่วยหลีกทางด้วย !”
“ขอทางหน่อยค่ะ !”
“ผอ.มาแล้ว !”
เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยจัดการเปิดทางจนโล่ง
ผอ., หัวหน้าฝ่ายวิชาการ, หัวหน้าฝ่ายปกครอง และตัวต้นเรื่อง เหยียนปู้กุ้ย เดินมาถึงหน้าประตูโรงเรียน
“แม่ นั่นไง ครูเหยียน...”
“เชอะ ! หน้าตาเจ้าเล่ห์จริง ๆ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี”
“คนดีที่ไหนจะทำเรื่องชั่วขนาดนี้ล่ะ !”
“นั่นสิ !”
เหยียนปู้กุ้ยก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด ไม่กล้าสบตาใคร แม้แต่เพื่อนร่วมงานก็มองเขาด้วยสายตาดูแคลน
ผอ.เดินไปพูดกับหว่านต้าเหนียงอย่างใจเย็น
“คุณป้า ผมเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนนี้ มีอะไรค่อย ๆ พูดกับผมนะครับ เข้าไปคุยกันในห้องผอ.ก็ได้ จะได้ไม่รบกวนการเรียนของเด็ก ๆ”
แต่เหมือนหว่านต้าเหนียงจะไม่ได้ยินสิ่งที่ผอ.พูดเลย สายตาเธอมองตรงไปที่เหยียนปู้กุ้ยทันที เธอพุ่งเข้าไปคว้าแขนเหยียนปู้กุ้ยแน่นและพูดด้วยเสียงสั่นเครือแต่เปี่ยมด้วยความแค้นว่า “เหยียนปู้กุ้ย ! อวี่สวี่ที่ฉันแนะนำให้หลินเย่นะ เขาอยู่บ้านเดียวกับนาย นายยังจะกล้าตัดหน้าอีกเหรอ ?”
“อยากตัดหน้าก็ไม่ว่า แต่นี่ถึงกับใส่ร้ายหลินเย่ ทำให้แม่ของอวี่สวี่เข้าใจผิด ด่าฉันต่อหน้าชาวบ้านหาว่าฉันจะพาลูกเธอไปตกนรกทั้งเป็น !”
“ฮือ ๆ ๆ นายทำลายชื่อเสียงฉันจนหมดสิ้น ! ไม่มีใครมาจ้างฉันอีกแล้ว ! ฉันไปทำอะไรให้ นายถึงต้องเล่นงานฉันลับหลังแบบนี้ ? ! ทำไมต้องทำร้ายกันขนาดนี้ ! ! !”
หว่านต้าเหนียงจับแขนเขาแน่น พูดไปก็ร้องไห้ไป น้ำตาไหลพรากไม่หยุด ทำเอาคนดูรอบ ๆ มองเหยียนปู้กุ้ยด้วยสายตาสมเพชปนดูแคลน
คนแบบนี้...สมควรเป็นครูจริงหรือ ?