เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 61 เหยียนปู้กุ้ยทำความสะอาดห้องน้ำ หลินเย่ถูกติดตาม

บทที่ 61 เหยียนปู้กุ้ยทำความสะอาดห้องน้ำ หลินเย่ถูกติดตาม

บทที่ 61 เหยียนปู้กุ้ยทำความสะอาดห้องน้ำ หลินเย่ถูกติดตาม


บทที่ 61 เหยียนปู้กุ้ยทำความสะอาดห้องน้ำ หลินเย่ถูกติดตาม

“ม...ไม่...ไม่ใช่ฉัน...ฉันไม่ได้ทำ...”

เหยียนปู้กุ้ยตอนนี้หน้าซีดเผือดจนแทบหมดสติ มือไม้เย็นเฉียบ สมองขาวโพลนไปหมด  ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าแม่สื่อหว่านต้าเหนียงจะกล้ามาเปิดเผยเรื่องอื้อฉาวกลางโรงเรียนแบบนี้ ! !

เขาถูกประจานต่อหน้าคนทั้งโรงเรียน เรื่องแย่งคู่ดูตัวจากเพื่อนบ้าน เล่นเอาเขาอับอายจนหน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอาย แต่กลับไม่รู้จะอธิบายยังไงดี

จะบอกว่า...ไม่ใช่เขาใส่ร้ายหลินเย่ แต่เป็นลูกชายตัวดี ?  หรือจะบอกว่าเรื่องดูตัวอวี่อสวี่เป็นฝ่ายบ้านผู้หญิงเสนอมาเอง ไม่ใช่เขาคิดจะตัดหน้า ?

ใครจะเชื่อกันล่ะ ! !

แถมต่อให้โยนความผิดให้ลูกชาย แต่ตัวเขาเป็นพ่อ เป็นครู กลับสั่งสอนลูกตัวเองยังไม่ได้ ใครจะมองว่าเขาไม่ผิดได้ลง ?

“เหยียนปู้กุ้ย ! ฉันผิดหวังในตัวนายมาก ! !”

ผอ.โรงเรียนตะคอกเสียงดัง ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ

“นึกว่านายแค่ฐานะลำบาก เลยชอบฉวยโอกาสเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ที่ไหนได้...นิสัยกลับเลวร้ายกว่าที่คิดอีก !”

พอเห็นรอบ ๆ เริ่มมีทั้งผู้ปกครอง นักเรียน และครูพากันซุบซิบหนักขึ้น

ผอ.รีบออกมาปกป้องชื่อเสียงโรงเรียนทันที

“นายไม่คู่ควรจะเป็นครูอีกต่อไป ! ! ไปกวาดล้างห้องน้ำซะ ! ! !”

หลังพูดจบ คำสั่งของผอ. เสียง "ดี ! ! " ก็ดังขึ้นทันที บรรดาผู้ปกครองถึงกับตบมือสนับสนุน คนอย่างนี้จะให้สอนลูกหลานได้ยังไง ใครจะไว้ใจ ? !

“ผอ.ครับ ฟังผมก่อน เรื่องมันไม่ใช่อย่างนั้นนะ...”

เหยียนปู้กุ้ยหน้าเหมือนถูกฟ้าผ่า ตัวสั่นเทาอยากจะแก้ตัวเต็มที่

“หลักฐานชัดขนาดนี้ นายยังจะเถียงอะไรอีก ?”

หัวหน้าฝ่ายปกครองพูดขึ้นเสียงเข้ม ชี้หน้าเหยียนปู้กุ้ย

“ใช่!! คนแบบนี้จะเป็นครูได้ยังไง”

“ลูกฉันห้ามเรียนกับเขาอีก !”

“เห็นด้วย ! ไม่ควรให้เขาสอนต่อไป !”

“สนับสนุนผอ. ! เอาออกไปเลย ! !”

เสียงสนับสนุนผอ.ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นกระแสใหญ่  ถึงแม้เรื่องนี้จะไม่ถึงขั้นผิดกฎหมาย แต่ในสายตาของผู้ปกครอง เขาสมควรถูกไล่ออกทันที

เหยียนปู้กุ้ยยืนแข็งทื่อ ตัวเย็นเฉียบเหมือนถูกน้ำแข็งสาด มองไปทางหว่านต้าเหนียงและคนรอบข้างที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง ผอ.ไม่รอช้า จึงตัดสินใจทันที หัวหน้าฝ่ายทั้งสองก็พยักหน้าเห็นด้วย

แถมยังให้เงินปลอบใจหว่านต้าเหนียง 5 หยวน เพื่อขอร้องให้เธอเลิกก่อเรื่องในโรงเรียน หลังจากนั้น ฝ่ายบริหารรีบเรียกประชุมฉุกเฉินและพร้อมประกาศผ่านเสียงตามสายทันที

"ไม่...ฉันไม่ได้ทำนะ..."

เสียงประกาศยังไม่ทันจบ นักเรียนและครูก็พากันมองมาทางเหยียนปู้กุ้ยและพูดคุยกันอย่างไม่หยุด เขาทั้งอับอาย ทั้งโกรธจัดจนหน้ามืดตาลาย

“แค่ก ! ! !”

กระอักเลือดพรวดใหญ่ ก่อนจะล้มหมดสติลงกับพื้น ไม่มีใครสนใจจะช่วยเลยแม้แต่คนเดียว สุดท้ายต้องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยพาส่งโรงพยาบาล

เขาฟื้นขึ้นมาอีกที ก็เป็นช่วงบ่ายแล้ว

หัวหน้าฝ่ายปกครองเดินมายื่น ‘หนังสือแจ้งเปลี่ยนตำแหน่ง’ ให้เขาถึงมือ นี่เป็นมติของผอ.และฝ่ายบริหารที่ลงความเห็นกันเรียบร้อยแล้ว

(สมัยนี้ แม้ครูจะทำผิด ผอ.ก็ต้องทำตามขั้นตอน ไม่ใช่ตัดสินใจเองล้วน ๆ )

ครั้งนี้เหยียนปู้กุ้ยหมดอนาคตแล้วจริง ๆ ต้องไปกวาดล้างห้องน้ำแน่นอน ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง

เว้นแต่ว่า...เขาจะลาออกเอง

แต่จะลาออกได้ยังไง ?

ทั้งบ้านยังรอเงินเดือนเขาอยู่ เงินจากลูกชายที่เป็นคนงานชั่วคราวก็แทบไม่พอใช้ ต่อให้ต้องกวาดล้างห้องน้ำ       ก็ยังได้เงินเดือนประจำสิบเจ็ดหยวนครึ่งรวมเบี้ยเลี้ยงแล้วก็ประมาณยี่สิบหยวน

ยังไงก็ดีกว่าตกงาน...

“อาซาซาซาซา...”

เหยียนปู้กุ้ยถึงกับน้ำตาไหลออกมาจริง ๆ ครั้งนี้ ในใจเต็มไปด้วยความเสียใจและหงุดหงิดสุด ๆ ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะเป็นแบบนี้ เขาคงไม่ยอมให้เหยียนเจียเฉิงนัดดูตัวกับอวี่สวี่แน่นอน

หรือไม่อย่างนั้น... หลังจากที่ทำลายการนัดดูตัวของหลินเย่เสร็จ เขาก็ควรจะยอมจ่ายค่าจ้างแม่สื่ออีกหน่อย ให้หว่านต้าเหนียงไปเป็นแม่สื่อให้กับฝ่ายครอบครัวตระกูลอวี่แทน ถ้าเป็นอย่างนั้น อย่างน้อยก็จะถือเป็นการดูตัวตามปกติ ไม่ใช่ไปตัดหน้าแบบนี้...

บ่ายวันนั้น ที่บ้านหว่านต้าเหนียง

“ป้าหว่าน ทำได้ดีมาก !”

“นี่เป็นเงินที่ตกลงกันไว้”

หลินเย่ยื่นเงินยี่สิบห้าหยวนให้กับหว่านต้าเหนียง “ส่วนที่เกินมาอีกห้าหยวน ถือเป็นค่าลำบากพิเศษ”

หว่านต้าเหนียงยิ้มออกมาแก้มแทบปริ รับเงินมาพลางพูดด้วยความดีใจว่า “ขอบคุณนะ ขอบคุณจริง ๆ       หลินเย่... ถ้ามีงานแบบนี้อีก มาหาฉันได้เลยนะ !”

“เงินก็ให้ไปแล้ว แต่ข้างนอกห้ามพูดอะไรไม่เข้าท่าเด็ดขาด จำไว้ให้ดี” หลินเย่พูดเสียงเรียบ ๆ พลางหยิบแท่งเหล็กข้างประตูขึ้นมาอย่างไม่รีบร้อน

สายตาของหว่านต้าเหนียงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น จังหวะที่หลินเย่ออกแรงเบา ๆ แท่งเหล็กก็โค้งงอราวกับของเล่น “จ...จำได้แล้ว หลินเย่วางใจได้เลย เรื่องนี้ฉันจะเก็บไว้ในใจตลอดชีวิตแน่นอน !”

หว่านต้าเหนียงพูดด้วยเสียงสั่น มองไปทางหลินเย่ด้วยแววตาหวาดกลัว พลางพยักหน้ารับคำไม่หยุด

“ดีมาก งั้นฉันไปก่อนล่ะ”

หลินเย่ยังพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเดิม พอพูดจบก็เดินออกไปจากบ้าน หลังจากหลินเย่พ้นประตูไป หว่านต้าเหนียงถึงกับทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนเพิ่งรอดตายและทั่วทั้งร่างกายถึงได้คลายความเกร็งลง...

...

หลินเย่เดินออกจากบ้าน เหลือบตามองรอบ ๆ อย่างสบาย ๆ เวลานี้คนในตรอกมีไม่มาก เขาจึงเดินออกไปข้างนอก วันนี้ตั้งใจจะไปกินข้าวกลางวันข้างนอก อยากลองกินตับทอดกับซาลาเปาเซตคู่ของเมืองสี่เก้าซังสักหน่อย ส่วนน้ำเต้าหู้หมักน่ะเหรอ ? ใครจะไปกินของประหลาดนั่นกัน !

ได้ยินมาว่าแม้แต่ในอนาคตของเมืองสี่เก้าซัง เจ้าน้ำเต้าหู้หมักนี่ก็ยังไม่สูญพันธุ์ เพราะมีแต่พวกคนต่างถิ่นที่     ไม่รู้จักกลัวเท่านั้นแหละที่ดื่มกัน

ข้างทางมีร้านของกินตั้งหลายร้าน หลินเย่เลือกนั่งร้านหนึ่งแบบไม่คิดมาก อาหารยุคนี้ไม่ได้มีสารพัดอย่างเหมือนยุคหลัง เด็กเสิร์ฟยกตับทอดมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมก็โชยมาแตะจมูกทันที

พอเห็นตับทอดน้ำซุปข้นสีทองกับเครื่องในเงินแท้ ๆ หลินเย่ถึงกับน้ำลายไหล ตักเข้าปากคำแล้วคำเล่า

แถมยังมีซาลาเปาไส้หมูตุ๋นอีกลูก จิ้มจิ๊กโฉ่ว (น้ำส้มสายชูดำ) กินไปเรื่อย ๆ อย่างมีความสุข

พอกินอิ่มก็ควักเงินหนึ่งหยวนหนึ่งเหมา กับคูปองอาหารอีกสองใบจ่าย

แพงจริง ๆ !

เมื่อก่อนสองอย่างนี้รวมกันยังไม่ถึงเจ็ดเหมาเลย แต่ตอนนี้ขึ้นราคาเกือบเท่าตัวแล้ว ดูท่าว่าเพราะของขาดแคลน ทำให้ราคาอาหารกับเนื้อสัตว์ขยับขึ้นตาม ร้านอาหารกับแผงลอยก็เลยขึ้นราคาด้วย คนส่วนใหญ่ซื้อข้าวสารหรือเนื้อจากร้านค้าสหกรณ์ไม่ได้ ก็ต้องไปตลาดนักพิราบหรือตลาดลับ เพื่อซื้อของแพงแทน

“ต่อไปถ้าไม่จำเป็น จะไม่ไปตลาดลับอีกแล้ว”

หลินเย่คิดในใจอย่างมั่นคงหลังจากกินข้าวเสร็จ เพราะอีกไม่นาน ราคาของตลาดลับต้องทะยานสูงขึ้นจนพวกเบื้องบนสั่งกวาดล้างแน่ เพื่อควบคุมตลาดไม่ให้ของแพงเกินไป ถ้าเกิดพลาดไปตลาดลับแล้วเจอตรวจสอบขึ้นมา คงซวยแน่นอน !

เขาสลัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวออกแล้วลุกขึ้น เตรียมเดินเล่นต่อ แถวนี้ใกล้กับถนนตงจื่อเหมิน แต่พอหันหลังกลับ หลินเย่ก็เห็นว่าห่างออกไปราวสิบกว่าเมตร มีผู้ชายวัยกลางคนสองคนท่าท่างดูพิรุธอย่างชัดเจน

เพราะตอนที่เขาหันกลับไป ทั้งสองคนถึงกับแอบหลบอย่างมีพิรุธ

“หืม ?”

หลินเย่รู้สึกสะดุดใจขึ้นมาทันที แต่เพราะคนบนถนนเยอะ เลยไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดมากไปหรือเปล่า เขาจึงเดินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในใจก็แอบระวัง สอดส่องสิ่งผิดปกติด้านหลังอยู่ตลอด

หลินเย่เดินเล่นไปเรื่อย ๆ เหมือนนักท่องเที่ยว มือใหม่ สำรวจร้านโน้นร้านนี้ ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าย่านเป่ยซินเฉียวไปจนถึงร้านหนังสือซินฮัว

แล้วก็จริงอย่างที่สงสัย...

ชายสองคนนั้นยังเดินตามเขาไม่ใกล้ไม่ไกลตลอดทาง

สองคนนั้นตามมาทำไมกัน ?

เพราะตอนซื้อของ ทำให้ใครบางคนสนใจ ? หรือเป็นพวกสายลับที่อยากแก้แค้นเรื่องของพ่อเขา ?

หรืออาจจะเป็นพวกโจรข้างถนน ?

จบบทที่ บทที่ 61 เหยียนปู้กุ้ยทำความสะอาดห้องน้ำ หลินเย่ถูกติดตาม

คัดลอกลิงก์แล้ว