เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 59 วันจันทร์

บทที่ 59 วันจันทร์

บทที่ 59 วันจันทร์


บทที่ 59 วันจันทร์

“ป้าหว่าน นี่เงินมัดจำสิบหยวน รับไปก่อนนะ”  หลินเย่หยิบธนบัตรใบใหญ่ส่งให้ป้าหว่าน

ป้าหว่านรีบรับไว้ทันที ใบหน้ายิ้มแป้นเหมือนดอกบัวบานและรีบรับปากทันทีว่า “ไม่ต้องห่วงหลินเย่ เรื่องนี้ปล่อยให้ป้าจัดการเอง รับรองถึงที่แน่! พรุ่งนี้ป้าจะไปที่โรงเรียน จะทำให้ทั้งโรงเรียนรู้เรื่องนี้!” ป้าหว่านหัวเราะเบา ๆ พลางกระซิบต่อ

“แน่นอน นี่เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างป้ากับเหยียนปู้กุ้ยเท่านั้น ไม่มีทางโยงไปถึงตัวเธอแน่นอน”  เมื่อเห็นป้าหว่านรู้หน้าที่ดี หลินเย่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแค่ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะขอตัวกลับไป

ป้าหว่านเดินมาส่งถึงหน้าประตู รอจนหลินเย่ขี่จักรยานลับสายตาไปแล้ว ถึงได้ถอนหายใจยาวด้วยความ      โล่งอก มือของเธอรีบเช็ดเหงื่อที่ซึมเต็มหน้าผาก ตอนนี้ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าหลังเปียกโชกไปหมด

ที่ยอมช่วยหลินเย่ขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะเงินอย่างเดียว แต่เป็นเพราะตอนคุยกันเมื่อครู่ ป้าหว่านรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างจากตัวหลินเย่ แม้เขาจะยิ้มแย้มพูดจาสุภาพ แต่กลับทำให้ป้าหว่านขนลุกวาบไปทั้งตัว

“เจ้าแก่นั่น...ไปรังควานคนที่ไม่ควรยุ่งเข้าให้แล้วนะ...ครั้งนี้อย่ามาโทษฉันล่ะ...”

ป้าหว่านปิดประตูบ้าน พลางพึมพำออกมาด้วยเสียงเบา

เช้าวันนี้เอง...

เจียตงสวี่รีบมาถึงบ่อนของพี่หลงตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง

“ฮ่าๆๆ ตองสาม! จ่ายมาๆ!”

เจียตงสวี่ตื่นเต้นสุดขีด ทิ้งไพ่ลงบนโต๊ะอย่างเสียงดัง ฝ่ายเจ้ามือหน้าเสียต้องจ่ายเงินให้

ไม่ถึงชั่วโมง เขาก็กวาดเงินมาเกือบเจ็ดสิบหยวนแล้ว!

ระหว่างเล่น หัวใจของเขาเต้นอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้หยุดพักแม้แต่นาทีเดียว มือไม้นี่สั่นไปหมด ยิ่งตอนตาแรกที่ชนะหน้าแดงจนถึงลำคอ  ด้านในห้องเล็ก พี่หลงมองเจียตงสวี่ที่หลงระเริงกับชัยชนะจนลืมตัวและยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น

“พี่หลง ไอ้หมอนี่เริ่มติดเบ็ดแล้วนะ เมื่อกี้เห็นคอมันแดงด้วย แบบนี้อีกไม่นานก็เล่นหนักขึ้นเรื่อย ๆ แน่”

ลูกน้องคนหนึ่งกระซิบถามข้างหู

“ไม่ต้องรีบ ปล่อยให้มันชนะไปก่อน แพ้สักสองตาก็พอ...ยังไงเงินที่มันได้ไป เดี๋ยวก็ต้องเอาคืนมาทั้งหมดนั่นแหละ” พี่หลงแสยะยิ้มเย็นยะเยือก

วันจันทร์เช้า

เหยียนเจียเฉิงแต่งตัวหล่อเหลาสะอาดสะอ้านไปหาอวี่สวี่ตั้งแต่เช้า เมื่อวานไปขอหมั้นอย่างเป็นทางการกับบ้านฝ่ายหญิง พร้อมสินสอดแปดหยวน

วันนี้ต้องไปขอใบรับรองเพื่อไปจดทะเบียนสมรสให้เรียบร้อย ตามที่พ่อเขาสั่งนักสั่งหนา รีบทำเรื่องแต่งงานให้จบ ๆ ไปก่อนจะมีอะไรผิดพลาด โดยเฉพาะถ้าอวี่สวี่ดันไปเจอกับหลินเย่เข้า

“ฮ่า ๆ ๆ หลินเย่ วันนี้บ้านฉันจะไปจดทะเบียนแต่งงานแล้วนะ ตอนงานแต่งอย่าลืมมากินเหล้าด้วยล่ะ!”

เหยียนปู้กุ้ยพูดจาโอ้อวด เมื่อเห็นหลินเย่กำลังจะออกไปทำงาน

“ได้สิ...ไว้จะรอนับว่าบ้านตระกูลเหยียนจะมีลูกกี่คน...”

หลินเย่ยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะขึ้นจักรยานปั่นจากไปไม่รอฟังคำตอบ

“เชอะ! มีจักรยานแล้วทำเป็นอวด...ยังไงก็ขึ้นคานไปตลอดชีวิตนั่นแหละ!”

เหยียนปู้กุ้ยไม่ทันจับความหมายในคำพูดของหลินเย่ มองจักรยานด้วยสายตาอิจฉา แล้วถ่มน้ำลายด้วยความหมั่นไส้

หลินเย่เพิ่งเข้าทำงานที่โรงงานได้ไม่นาน จู่ๆ เสียงประกาศจากลำโพงโรงงานก็ดังขึ้น

[ขณะนี้มีประกาศจากฝ่ายบริหาร :  เพื่อนร่วมงานหลินเย่ แผนกจัดซื้อ ผู้ปฏิบัติงานระดับ 13 นับตั้งแต่เข้าทำงาน ก็ได้ทำงานอย่างตั้งใจ ขยันขันแข็ง ทำหน้าที่จัดซื้อวัตถุดิบจำนวนมากให้โรงงาน พร้อมทั้งได้รับความชื่นชมจากเพื่อนพนักงาน...

หลังฝ่ายบริหารพิจารณาแล้ว จึงเลื่อนตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าแผนกจัดซื้อ จากพนักงานระดับ 13 เป็นเจ้าหน้าที่บริหารระดับ 18 ดังนั้นจึงประกาศให้รับทราบทั่วถึงกัน ขอให้เพื่อนร่วมงานยึดถือเป็นแบบอย่าง ตั้งใจทำงานสร้างผลงานที่ดีต่อไป!】

“อะไรนะ? หลินเย่จากแผนกจัดซื้อได้เลื่อนเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารแล้วเหรอ?”

“เพิ่งมาทำงานที่นี่ได้ไม่ถึงครึ่งเดือนเลยนะ?”

“พวกนายไม่รู้อะไร! หลินเย่ย้ายมาจากโรงงานเหล็กที่ 3 แล้วเนื้อแกะที่พวกเรากินคราวก่อนก็เป็นของที่เขาจัดซื้อมาด้วยล่ะ!”

“นี่ได้ยินมาว่ารอบนี้ เขาจัดมาหมูป่ามาตั้งสองตัวเลยนะ!”

“จริงดิ? หมูป่าสองตัวเชียวน่ะ?”

“จะหลอกอะไรนายได้อีกล่ะ? อาทิตย์ก่อน ก่อนเลิกงาน มีคนตั้งเยอะเห็นว่าหลินเย่จัดซื้อของเข้ามาเต็มรถบรรทุกทั้งคันเลยล่ะ!”

“จริงด้วย! ไม่ใช่แค่หมูป่าสองตัว ยังมีมันและแป้งอีกตั้งหลายพันจินแน่ะ!”

“ฉันก็เห็นเหมือนกัน ของเต็มคันรถเลย!”

“สุดยอดขนาดนี้ ไม่แปลกที่ได้เลื่อนตำแหน่ง!”

“มีเจ้าหน้าที่จัดซื้อแบบนี้ เราคงได้กินเนื้อกันบ่อย ๆ ล่ะ!”

“ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารระดับ 18 เงินเดือนเท่าไหร่กันนะ?”

“เหมือนจะได้แปดสิบเก้าหยวนนะ แถมมีเงินตำแหน่งรองหัวหน้าอีก รวมแล้วคงเกินเก้าสิบหยวนแน่ๆ!”

“เยอะขนาดนี้เชียว? หลินเย่อายุน้อยแท้ ๆ ก็ขึ้นเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงแล้ว ไม่รู้มีแฟนรึยังนะ?”

“หลินเย่เงินเดือนสูงขนาดนี้...ใครที่คิดจะอิจฉาก็ไม่กล้าอิจฉาแล้วล่ะ”

“ไม่รู้ว่าตอนเที่ยงนี้โรงอาหารจะมีหมูให้กินบ้างมั้ยนะ...”

ในชั่วพริบตา เรื่องเลื่อนตำแหน่งของหลินเย่กลายเป็นหัวข้อพูดคุยไปทั่วโรงงานเหล็กที่ 1

ส่วนใหญ่ก็แสดงความยินดี สนับสนุนเขาทั้งนั้น

ทางด้านโรงเรียนประถมหงซิง

“ครูเหยียน ผอ.ให้มาเรียกไปพบที่ห้องทำงานครับ”  เหยียนปู้กุ้ยขมวดคิ้วอย่างงุนงง ทำไมเช้า ๆ ผอ.ถึงเรียกตัวนะ?

“ได้ ๆ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”

เขาไม่คิดอะไรมาก เดินตรงไปที่ห้อง ผอ. แต่พอผลักประตูเข้าไป ก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลก ๆ ทันที

ผอ.นั่งหน้าบึ้งจ้องเขาเขม็ง แถมยังมีหัวหน้าฝ่ายปกครองกับฝ่ายวิชาการนั่งอยู่ด้วย

“ผอ.เรียกผมเหรอครับ?”

เหยียนนปู้กุ้ยยิ้มแหย ๆ ทักทาย

“ครูเหยียน...ยังกล้าหัวเราะอีกเหรอ?”

ผอ.ทุบโต๊ะแล้วลุกขึ้นเสียงดังลั่น

“โรงเรียนของเราคือโรงเรียนประถมอันดับหนึ่งของเมืองนะ! ไม่คิดเลยว่าในทีมครูจะมีคนอย่างนายซ่อนอยู่!”

“จิตใจต่ำทราม ชอบนินทาว่าร้ายคนอื่น คนแบบนี้จะสอนเด็กให้คิดดีได้ยังไง?”

เหยียนปู้กุ้ยสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เหงื่อแตกพลั่ก ใจสั่นไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรผิด

“ผอ...พูดเรื่องอะไรครับ? ผมไม่เข้าใจ...”

หัวหน้าฝ่ายปกครองรีบพูดขึ้นว่า “ผอ. ใจเย็นก่อนนะครับ เรื่องนี้ยังต้องสอบสวน เดี๋ยวจะใส่ร้ายครูเหยียนเกินไป” แต่สายตาที่เขามองมา กลับเต็มไปด้วยความรังเกียจ

ทั้งโรงเรียนก็รู้เรื่องนิสัยของเหยียนปู้กุ้ยมานานแล้ว แค่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นนี้ ปกติก็แค่ขี้เหนียว งก ๆ จุกจิก

ใครจะคิด...

“ดูนี่ซะ!”

ผอ.หยิบจดหมายร้องเรียนบนโต๊ะ ฟาดลงตรงหน้าเขา เหยียนปู้กุ้ยหยิบขึ้นมาอ่าน สีหน้าดูซีดเผือดขึ้นทันที

ในนั้นเขียนถึงพฤติกรรมส่วนตัวของเขาอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นชอบเอาเปรียบเพื่อนบ้านในซื่อเหอหยวน ชอบนินทาว่าร้ายคนอื่น ใส่ร้ายคนอื่น ขอสินบนจากผู้ปกครองเด็ก...

ที่สำคัญ ทุกเรื่องมีระบุวันเวลาชัดเจน

ดูยังไงก็ไม่ใช่เรื่องแต่ง

ในจดหมายยังพูดถึงเรื่องสมรู้ร่วมคิดกับคนในชุมชน ต้องการยึดบ้านคนอื่น จนถูกถอดจากตำแหน่งผู้ดูแลชุมชนเมื่อไม่กี่วันก่อนด้วย

เรื่องนี้แค่ไปถามที่สำนักงานเขตก็รู้ว่าจริงหรือไม่ เพราะเหตุนี้เอง ผอ.ถึงโกรธขนาดนี้!  เหยียนปู้กุ้ยที่เคยพูดจาเก่งกาจ ตอนนี้ตัวสั่น พูดไม่ออก หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ

หัวหน้าฝ่ายวิชาการลุกขึ้นพูดเสียงเข้ม

“ในจดหมายยังบอกว่า นายกลับบ้านในเวลางาน เอาอุปกรณ์ของโรงเรียนกลับบ้านด้วย จริงรึเปล่า?”

เหยียนปู้กุ้ยรีบเถียง

“ท่านครับ ไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียวที่ทำแบบนี้นะ!”

แต่พอเห็นสายตาทั้งสามคนจ้องเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขาก็รีบหุบปาก ไม่กล้าพูดต่อ

หัวหน้าฝ่ายวิชาการฮึ่มเบา ๆ ก่อนพูดขึ้น

“ทำผิดก็ต้องยอมรับผิด แก้ไขตัวเอง อย่าคิดแก้ตัว หรือพูดพล่อย ๆ อีก!”

จบบทที่ บทที่ 59 วันจันทร์

คัดลอกลิงก์แล้ว