เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 ช่วยบีบบังคับให้หลินเย่บริจาคเงิน

บทที่ 52 ช่วยบีบบังคับให้หลินเย่บริจาคเงิน

บทที่ 52 ช่วยบีบบังคับให้หลินเย่บริจาคเงิน


บทที่ 52 ช่วยบีบบังคับให้หลินเย่บริจาคเงิน

“ยายแก่ แกมาหอนอะไรแถวนี้ ? เงินสี่ร้อยหยวนที่ได้ไปน่ะ ก็เพราะอี้จงไห่มันขอให้ตำรวจมาค้นบ้านฉัน แล้วตกลงเรื่องค่าชดเชยกันต่อหน้าตำรวจชัด ๆ”

“ถ้าแกยังจะใส่ร้ายว่าฉันโกงเงินอี้จงไห่อีกล่ะก็ ฉันจะไปแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทแน่ !”

หลังจากพูดจบ สีหน้าของหญิงชราหูหนวกก็เปลี่ยนสีในทันที

แต่หลินเย่ไม่หยุดแค่นั้น ยังซัดต่อไม่ยั้ง “ยายแก่หน้าไม่อาย แอบอ้างว่าเป็นครอบครัววีรชน แถมยังโกหกว่ามรดกตกทอดของบ้านถูกขโมย พอจับได้ว่าเป็นอี้จงไห่ที่ขโมย แกกลับบอกว่า ‘จำผิด’ งั้นเหรอ ?”

“ตอนนั้นปล่อยพวกแกกลับมาแล้ว แกก็ดันกลับคำอีก จะให้ฉันไปเชิญตำรวจมาไหมล่ะ ? ถ้าแกกล้ากลับคำต่อหน้าตำรวจอีกครั้ง ฉันนี่แหละจะบริจาคให้ดู !”

คำพูดของหลินเย่ทำเอาหญิงชราหูหนวกทั้งโกรธทั้งอายจนพูดไม่ออก ตัวสั่นแทบอยากลุกขึ้นมาตบ แต่ตอนนี้นอนเป็นผักอยู่ ได้แต่ถลึงตามองหลินเย่แทน จริง ๆ เธออยากบิดเบือนความจริง บอกให้คนเข้าใจว่าเงินสี่ร้อยหยวนถูกหลอกไป จะได้ถือเรื่องศีลธรรมสอนหลินเย่ซะหน่อย

แต่ดันซวยที่ไอ้หนุ่มนี่มันไม่กลัวตำรวจ แถมขู่จะเรียกตำรวจตลอดเวลาอีก ถ้าตำรวจมา เธอจะมีที่ยืนอีกเหรอ ?

“ช่างมันเถอะ ยังไงนายก็รวยขนาดนี้แล้ว จะบริจาคให้ยายแก่คนนี้หน่อยไม่ได้รึไง ?”

หญิงชราหูหนวกหน้าด้านพูดขึ้นมาอย่างไม่อาย “ยังไงฉันก็เป็นผู้ใหญ่ที่เห็นนายโตมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้นายทั้งรวยทั้งหาเงินเก่ง แค่ไปตกปลายังได้ตั้งหลายสิบหยวนเลยนี่ ?”

“จริงด้วย ตกปลาทีได้เงินตั้งหลายสิบหยวน บริจาคหน่อยจะเป็นไรไป ?”

เจียจางรีบผสมโรงอีกคน

คราวก่อนหลินเย่เอาปลาที่ตกได้ไปขายหมด ไม่ยอมแบ่งให้คนในชุมชนเลย

โดยเฉพาะบ้านยาย นี่แค้นอยู่ไม่หาย

“หลายสิบหยวนเลยเหรอ !”

“ตายล่ะ หลินเย่หาเงินเก่งขนาดนี้เชียว ?”

“เดี๋ยวนี้จะซื้อเนื้อยังต้องแย่งกันแต่เช้า หลินเย่ทั้งล่าสัตว์ทั้งตกปลา ไม่ขาดเงินแน่ ๆ”

“นั่นสิ น่าจะบริจาคออกมาหน่อย...”

คำพูดของเจียจางทำให้คนในลานพากันมองหลินเย่ด้วยสายตาอิจฉา ตั้งหลายสิบหยวนเชียวนะ เท่ากับเงินเดือนคนงานธรรมดาตั้งเดือนนึง !

แถมพอฟัง ๆ ดูก็เหมือนหญิงชราหูหนวกจะมีเหตุผลอยู่บ้าง หลินเย่หาเงินเก่งขนาดนี้ จะบริจาคหน่อยก็ไม่น่าเสียหาย...

“ยายแก่ แกนี่ตลกจริง ๆ ถ้าบอกว่าไม่ต้องพูดถึงความจริงแล้วจะคุยอะไรล่ะ ? คุยเรื่องบาปบุญรึไง ?”

หลินเย่มองหญิงชราหูหนวกอย่างเย็นชา พูดเสียงดูแคลนว่า “อีกอย่าง เงินที่ฉันหามาได้ด้วยความสามารถของตัวเอง จะให้แกฟรี ๆ ทำไม ?”

“ตอนที่ฉันลำบาก ไม่เห็นพวกแกจะยอมช่วยซักแดง แถมยังจ้องจะฮุบบ้านฉันอีกต่างหาก พอพวกแกเจอเวรกรรมเข้าหน่อย ก็อยากให้ฉันบริจาคให้เนี่ยนะ ? ฝันไปเถอะ”

“เงินของฉัน ต่อให้เอาไปโยนทิ้ง ก็ไม่มีวันให้ยายแก่แอบอ้างเป็นครอบครัววีรชนอย่างแกหรอก !”  หญิงชรา        หูหนวกโดนด่าแทบกระอัก หน้าแดงก่ำ หน้าอกกระเพื่อมแรงด้วยความโกรธ

“ใจเย็น ๆ ยาย ใจเย็น ๆ เดี๋ยวจะไม่สบายไปนะ”

อี้จงไห่เห็นหญิงชราหูหนวกเหมือนจะเป็นลม ก็รีบเข้าไปลูบหลังปลอบประโลม

“หลินเย่ เรื่องนี้ทางสำนักงานเขตเค้าก็เสนอให้บริจาคนะ นายไม่ยอมบริจาคแบบนี้ เท่ากับไม่เห็นหัวทางชุมชนเลยนะ” พูดไปก็จนใจ เพราะถูกหญิงชราหูหนวกจ้องเขม็ง จนต้องยกสำนักงานเขตมาอ้าง

หลินเย่หัวเราะอย่างใจเย็น “ฮึ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าสำนักงานเขตจะให้บริจาคเงินให้คนที่เพิ่งโดนประจานกลางถนนแบบนี้”

“ฉันว่าคงเป็นแกมากกว่าที่กลัวต้องรับผิดชอบที่ทำยายหูหนวกพิการ เลยไปทำตัวน่าสงสารขอความเห็นใจที่สำนักงานเขต”

“สำนักงานเขตเห็นว่ายายแก่อายุเยอะ เลยอนุญาตให้มาเรี่ยไรในชุมชนแทน” หลินเย่กอดอก มองอี้จงไห่ด้วยรอยยิ้มอย่างเย็นชา

สีหน้าอี้จงไห่พลันเปลี่ยนไป มองหลินเย่อย่างตกใจ  นี่... ไอ้หมอนี่รู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง ? หรือว่าแอบไปที่สำนักงานเขตมาแล้ว ! ?

หลินเย่เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของอี้จงไห่ ก็ยิ่งมั่นใจว่าตัวเองเดาถูกแน่  ยุคนี้เขาพอรู้อยู่บ้างว่าข้าราชการคิดอ่านกันยังไง ถ้าเป็นยุคหลังนะ แค่เพิ่งโดนประจานไปไม่ทันไร หญิงชราหูหนวกก็พิการแล้ว ต่อให้ไม่อยากรับผิดชอบ ก็ต้องมีสักหน่วยงานช่วยออกค่าใช้จ่ายบ้างล่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะโดนสังคมด่า

แต่ยุคนี้ ? พิการเพราะโดนลากไปประจานเหรอ ? ก็สมควรแล้ว ไม่มีใครรับผิดชอบหรอก

แถมทางสำนักงานเขตก็ไม่มีทางมาบังคับให้คนอื่นออกเงินช่วย จะมีก็แค่ขอความร่วมมือ แบบบริจาคตามจิตศรัทธาเท่านั้นแหละ

หลินเย่จึงจ้องหน้าอี้จงไห่ พูดอย่างไม่แยแสว่า

“อี้จงไห่ งั้นพรุ่งนี้ฉันไปถามที่สำนักงานเขตเองก็ได้ ว่าถ้าไม่อยากบริจาค...ผิดตรงไหน ?” อี้จงไห่หน้าแดงซ่าน เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก ได้แต่ฝืนยิ้มกลบเกลื่อน

“เอ่อ...ไม่อยากบริจาคก็ไม่เป็นไร...”

ว่าแล้วก็รีบทำเสียงขึงขังใส่

“หลินเย่ นายนี่มันไม่รู้อะไร ! ที่ฉันทำไปก็เพื่อให้คนของสำนักงานเขตเห็นว่า ในชุมชนของเรายังรักใคร่กลมเกลียว เคารพผู้ใหญ่ เป็นชุมชนต้นแบบไง !”

“ถ้าทำดี ๆ อาจจะได้กลับไปเป็น ‘ชุมชนตัวอย่าง’ ก็ได้ !”

“นายทำตัวแบบนี้ ไม่แคร์ชื่อเสียงของชุมชนเลยรึไง ?” หลังจากพูดไปพูดมา อี้จงไห่เองก็เริ่มเชื่อคำพูดของตัวเองขึ้นมาจริง ๆ เสียงเลยดังขึ้นกว่าเดิม

หลินเย่แค่นหัวเราะอย่างเย็นชา

“ฮึ...หน้าไม่อายจริง ๆ อี้จงไห่ นายนี่มันไร้ยางอายสุด ๆ”

“เพื่อจะได้สมบัติบ้านหญิงชราถึงกับยอมเป็นลูกชายให้เธอ พอตอนนี้เกิดเรื่อง ก็อยากให้ทั้งชุมชนช่วยบริจาคเงินให้อีก ! และยังมีหน้ามาพูดเรื่องชุมชนต้นแบบอีก...อี้จงไห่ นายเหลือความละอายใจอยู่บ้างมั้ย ?”

คำพูดนี้ทำเอาอี้จงไห่ถึงกับหน้าดำหน้าแดง กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด

“จริงด้วย ! อี้จงไห่เคยบอกเองนี่ ว่าจะดูแลหญิงชราหูหนวกจนตายไม่ใช่เหรอ ? แล้วทำไมพอมีเรื่อง กลับให้พวกเราช่วยบริจาคเงินล่ะ ?”

“บ้านฉันยังลำบากจะตาย สามเดือนมานี้ไม่ได้กินเนื้อสักคำ ยังจะต้องเสียเงินให้หญิงชราหูหนวกอีก ?”

“นั่นสิ !”

เสียงกระซิบกระซาบของคนในชุมชนดังขึ้นทันที

อี้จงไห่รีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“อย่าพูดไร้สาระไปหน่อยเลย หญิงชราหูหนวกเป็นคนแก่ที่สุดในชุมชน พวกเราเป็นรุ่นหลานไม่ควรดูแลเหรอ ?”

หลินเย่แค่นหัวเราะ

“จะดูแลก็ดูแลไปสิ ยังไงนายก็เป็นลูกชายของยายอยู่แล้วนี่ พอตายไป สมบัติก็ตกถึงมือนายหมด แล้วจะให้           พวกเราบริจาคด้วยอีกทำไม ?”

“ตอนนี้ให้เราช่วยออกเงิน แล้วพอยายตาย นายจะเอาสมบัติมาแบ่งพวกเรารึไง ?”

“จริงของหลินเย่ ! หญิงชราหูหนวกไม่ได้เกี่ยวอะไรกับบ้านฉันเลย พอตายไปก็ไม่มีอะไรถึงมือฉัน จะให้ช่วยออกเงินทำไม ?”

“ใช่ ๆ อี้จงไห่ งั้นตกลงไหมล่ะ ? ถ้าช่วยดูแลหญิงชราหูหนวก สมบัติต้องแบ่งกันนะ ?”

“จะให้ช่วย ก็ต้องแบ่งสมบัติด้วยสิ !”

หลังจากผ่านไปไม่นาน ชาวบ้านในลานทุกคนต่างก็เริ่มหันมาไล่บี้อี้จงไห่กันใหญ่

จบบทที่ บทที่ 52 ช่วยบีบบังคับให้หลินเย่บริจาคเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว