เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51 บริจาคเงินให้กับหญิงชราหูหนวก

บทที่ 51 บริจาคเงินให้กับหญิงชราหูหนวก

บทที่ 51 บริจาคเงินให้กับหญิงชราหูหนวก


บทที่ 51 บริจาคเงินให้กับหญิงชราหูหนวก

“อี้จงไห่ นายจะให้ไปบริจาคเงินให้คนที่แอบอ้างว่าเป็นครอบครัววีรชนทำไม ? แบบนี้มันผิดเต็ม ๆ เลยนะ !”

“ใช่แล้ว ทำไมต้องบริจาคเงินให้หญิงชราหูหนวกด้วย ?”

“ก็ใช่สิ หญิงชราไม่ใช่ครอบครัววีรชน ไม่ใช่คนยากไร้ที่ต้องรับการช่วยเหลือจากรัฐด้วยซ้ำ !”

“ถูกต้อง ! ไหนบอกว่าดูแลยายอยู่แล้วไง แล้วจะมาให้พวกเราช่วยทำไมอีกล่ะ ?”

ชั่วขณะนั้น บรรยากาศในลานบ้านก็เริ่มโกลาหลขึ้นมา

จะว่าไปแล้ว ลานบ้านแห่งนี้ก็ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว... หญิงชราคนนั้นกับอี้จงไห่ก็ใช่ว่าจะมีสิทธิ์ขาดเหมือนเมื่อก่อน โดยเฉพาะถ้าเรื่องมันเกี่ยวกับเงิน ใคร ๆ ก็ไม่เต็มใจนักหรอก

“เงียบ ๆ หน่อย ! เงียบก่อน !”

อี้จงไห่ตบโต๊ะดังปัง ในที่สุดทุกคนก็เงียบลง เขาเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่า... แค่ไม่กี่วัน ชื่อเสียงและอำนาจที่เขาสั่งสมมาในลานนี้นานนับสิบปีจะลดฮวบลงขนาดนี้ !

การเรี่ยไรเงินครั้งนี้ ถึงจะอ้างชื่อสำนักงานเขตช่วยก็ตาม แต่ยังไงเขาก็ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ เพราะมันเกี่ยวพันกับศักดิ์ศรีที่เขาจะกู้กลับคืนมาในลานแห่งนี้

อี้จงไห่กวาดสายตามองคนทั้งลานอย่างเย็นชา ก่อนจะพูดขึ้นอย่างช้า ๆ

“เรื่องบริจาคเงินให้หญิงชราคนนี้ ฉันรายงานไปที่สำนักงานเขตแล้วนะ ทางนั้นเห็นว่าหญิงชราอายุมาก แถมยังพิการเป็นอัมพาตก็เลยอนุมัติให้รับบริจาคได้อย่างเป็นทางการแล้ว”

“ขนาดสำนักงานเขตยังเห็นชอบกันหมด พวกนายจะมีอะไรค้านอีกหรือ ?”

หลังจากพูดจบ คนในลานก็พากันเงียบกริบ...

แย่ละสิ... ดูท่าคราวนี้จะเลี่ยงไม่พ้น ต้องควักเงินกันจริง ๆ แล้ว

“เอ๊ะ ? ทำไมลานบ้านถึงได้เงียบผิดปกติแบบนี้ ?”

หลินเย่เดินเข้ามาตรงหน้าลานอย่างแปลกใจ ปกติตอนใกล้สองทุ่มแบบนี้ คนในลานแถวนี้จะส่งเสียงดังจอแจแล้วนี่นา แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรมากก็ได้ยินเสียงอี้จงไห่ดังมาจากลานกลางบ้าน

“ไม่ว่ายังไงก็ตาม หญิงชราคนนี้ก็เป็นผู้สูงอายุของชุมชนเรานี่นา ประเทศเราสอนให้เคารพผู้ใหญ่ ดูแลคนชราอยู่แล้ว พวกเราก็ควรทำตามสิ เอาตามนี้ละ ฉันขอเริ่มต้นเองก่อนเลย จะบริจาคให้สามหยวน !”

หลังจากพูดจบ เขาก็วางเงินสามหยวนที่เตรียมไว้นานแล้ว ลงบนโต๊ะดังแปะ ! สามหยวนเชียวนะ... ซื้อเนื้อที่ตลาดนกพิราบได้ตั้งสองชั่งแน่ะ

คนในลานต่างพากันมองอี้จงไห่อย่างเงียบ ๆ โดยไม่ได้พูดอะไรออกมา

ในใจพวกเขาก็ยอมรับว่าเขาก็พูดถูกอยู่ส่วนหนึ่ง... แต่ก็ยังรู้สึกแปลก ๆ เหมือนมีอะไรไม่ชอบมาพากล

“ลุงใหญ่... อยากบริจาคก็เรื่องของลุงสิ... พวกเราจะไม่รอดอยู่แล้วนะ...”

จู่ ๆ เสียงของเจียจางก็ดังขึ้น เธอรีบลุกขึ้นมาทันที หญิงชราหูหนวกถลึงตามองเจียจางอย่างดุร้าย และใช้ไม้เท้าชี้หน้าพูดเสียงดังขึ้น

“หญิงแซ่จาง ! ยายยังมีเรื่องต้องสะสางกับเธออีกเยอะ ! เธอยังกล้าพูดจาเหลวไหลต่อหน้ายายอีกเหรอ ?”  พอเห็นสายตาอาฆาตของหญิงชราหูหนวก เจียจางถึงกับตัวแข็ง จนไม่กล้าพูดอะไรต่ออีก

ในใจกลับสาปแช่งหญิงชราหูหนวกอย่างแค้นเคือง อยากจะกระชากเงินบริจาคมาเป็นของตัวเองเสียให้ได้

“พอแล้ว ! เจียจางนั่งลงไป !”  อี้จงไห่มองเจียจางซืออย่างรำคาญใจ  ในใจลอบด่า... หญิงคนนี้นี่ช่างไม่รู้จักกาลเทศะจริง ๆ !

“ทุกคน ! พวกเรามาเริ่มบริจาคกันต่อเถอะ... ใครจะเป็นคนต่อไปดี ?”  อี้จงไห่ยิ้มพลางพูดขึ้น

หลินเย่ที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาเล็กน้อยพลางจูงจักรยานเดินเข้ามาในลาน ทันทีที่อี้จงไห่เห็นหลินเย่กลับมา      สีหน้าก็ดูเปลี่ยนไปทันที ในใจรู้สึกเต้นแรงผิดปกติ

ซวยแล้ว... งานเข้าแน่ ๆ ! ! !

เหยียนปู้กุ้ยถึงกับยิ้มออกมา เมื่อเห็นหลินเย่ยืนอยู่ด้านหลังเงียบ ๆ ก็คิดจะเรียกเข้าไปคุย แต่หลินเย่กลับยืนเฉยไม่แสดงท่าทีใด ๆ

อี้จงไห่เองก็เห็นเหมือนกัน พอเห็นหลินเย่ไม่ออกมาต่อต้านอะไร ก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก จู่ ๆ หลิวไห่จง   ก็ไม่ยอมแพ้ ควักธนบัตรสิบหยวนออกมาวางบนโต๊ะดัง ปัง !

“ฉันบริจาคสิบหยวน !”

สิบหยวนเชียวนะ ! มากกว่าสามหยวนตั้งเยอะ ทำเอาอี้จงไห่รู้สึกเสียหน้าไปเต็ม ๆ หลิวไห่จงยิ้มอย่างปลื้มใจ คิดในใจว่าถ้าส่งรายงานไปถึงสำนักงานเขตเมื่อไร เขาคงได้คะแนนเพิ่มจากหัวหน้าแน่

“เหล่าเหยียน ! ถึงคิวบริจาคของนายล่ะ !”

อี้จงไห่เห็นเหยียนปู้กุ้ยเอาแต่แอบมองหลินเย่ ก็ขมวดคิ้วเร่งเร้าอีกฝ่าย เหยียนปู้กุ้ยหันมามองอี้จงไห่ แล้วถอนหายใจออกมา เขาควักเงินหนึ่งหยวนออกมา แต่ลังเลอยู่พักหนึ่งก็แอบเก็บคืนไปห้าสิบเฟิน

“เอ่อ... ฉันมีเงินเดือนน้อย ลูกเมียก็เยอะ ขอแค่ช่วยพอเป็นพิธีละกัน... ฉันบริจาคห้าสิบเฟินพอ” หลิวไห่จงปรายตามองอย่างดูแคลน แอบเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ

‘เฮอะ...ในลานนี้ ฉันยังใจป้ำที่สุดอยู่ดี ! ’  เมื่อสองคนนี้เปิดตัวแรงขนาดนี้ คนอื่น ๆ ในลานก็ไม่กล้าหนี ต่างจำใจต้องควักเงินตามกันไป

“ฉันบริจาคห้าหยวน !”

ชาซูรีบพูดเสียงดังขึ้น หลังจากอี้จงไห่ส่งสัญญาณตาให้ คราวนี้คนทั้งลานเริ่มบ่นในใจหนักขึ้น ทีแรกกะจะใส่แค่หนึ่งเฟิน สุดท้ายต้องเพิ่มเป็นสองเฟินอีก

“ผมบริจาคสามเฟิน !”

“บ้านผมยากจน ขอแค่สองเฟินพอ”

“ผมก็สองเฟิน !”

ไม่นานนัก ชาวบ้านในลานก็พากันเข้าแถววางเงินลงบนโต๊ะ เหลือแค่หลินเย่, สวี่ต้าม่าว กับบ้านตระกูลเจียที่ยังไม่ได้บริจาค

“สวี่ต้าม่าว นายหมายความว่าไง ? คนอื่นเขาบริจาคกันหมดแล้ว นายยังเฉยอยู่ทำไม ?”

“ใจร้อนอะไร ? บ้านตระกูลเจียก็ยังไม่บริจาคเหมือนกันนี่ !”

บ้านตระกูลเจียอะไร ?

คนทั้งลานถึงกับหันขวับไปมองแม่ลูกบ้านตระกูลเจียกับฉินหวยหรูทันที พูดก็พูดเถอะ... ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยช่วยเหลือบ้านตระกูลเจียมาตั้งหลายครั้ง ครั้งนี้จะไม่ยอมช่วยอะไรบ้างเลยหรือ ?

ถ้ารับอย่างเดียวแล้วไม่ยอมให้อะไรตอบแทน คนในลานคงไม่พอใจแน่

เจียจางโดนสายตามองพร้อมกันเป็นสิบคู่ถึงกับหน้าซีดไปทันที “พวก...พวกเราต้องบริจาคด้วยเหรอ ?”             ฉินหวยหรูถามด้วยเสียงเบาเหมือนไม่ค่อยเต็มใจ

อี้จงไห่ส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย...สวี่ต้าม่าวนี่มันช่างหาเรื่องแท้ ๆ ดันลากบ้านตระกูลเจียออกมาโดนกดดันแทน ถึงจะไม่อยากให้บ้านตระกูลเจียจ่าย แต่ถ้าไม่จ่ายจริง ๆ คนทั้งลานก็จะมองว่าบ้านนี้เป็นพวกกินฟรีแน่นอน

อี้จงไห่เหลือบตามองเจียตงสวี่แล้วพูดขึ้น “นายไปบริจาคสักสองสามหยวนสิ !”

สองสามหยวน ?

เจียตงสวี่แทบจะเป็นลม...นี่มันไม่ใช่บริจาคแล้ว นี่มันบังคับกันชัด ๆ “อาจารย์...บ้านผมจนจริง ๆ นะ !”

ปกติเขาเป็นฝ่ายรับอยู่ตลอด นี่จะให้ควักเอง ง่ายซะที่ไหน ?

อี้จงไห่หน้าดำไปทันที... ลูกศิษย์แบบนี้ไม่ช่วยอาจารย์เลยหรือไง ?

“ลำบากก็บริจาคน้อยหน่อยก็ได้”

“น้อยแค่ไหนก็ไม่มี !”

เจียจางพูดเสียงดังขึ้นมา “บ้านฉันไม่มีเงินสักเฟินเดียว !”  จะให้ฉันบริจาคให้อีแก่หูหนวกนั่นนะเหรอ ?

ฝันไปเถอะ !

อี้จงไห่จ้องเจียตงสวี่อย่างไม่พอใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาควักเงินหนึ่งหยวนจากกระเป๋าตัวเองมาวางแทน

“บ้านตระกูลเจีย บริจาคหนึ่งหยวน ! ต่อไปถึงคิวสวี่ต้าม่าว !”  สวี่ต้าม่าวทำหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ ควักห้าสิบเฟินมาปาใส่โต๊ะอย่างไม่เต็มใจ

อี้จงไห่แสยะยิ้มออกมา... แล้วพูดขึ้น “เรื่องนี้จบลงได้เสียที”

เขากำลังจะพูดคำสวยหรูสรุปงาน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงสวี่ต้าม่าวดังขึ้นมาอีกครั้ง

“หลินเย่ นายกลับมาแล้วเหรอ ? นายยังไม่ได้บริจาคให้หญิงชราหูหนวกเลยนะ จะให้เท่าไหร่ดีล่ะ ?”

หลังจากพูดจบ อี้จงไห่ถึงกับทำหน้าเสียอยู่ในใจ ‘ซวยแล้ว ! ’

คนทั้งลานเพิ่งนึกขึ้นได้พร้อมกัน ต่างพากันหันขวับไปมองหลินเย่ อี้จงไห่กัดฟันพูดออกไป “หลินเย่ ทางสำนักงานเขตอนุญาตให้เรี่ยไรเงินช่วยหญิงชรา นาย...จะบริจาคเท่าไหร่ดี ?”

หลินเย่ยักไหล่ “ฉันกับยายนั่นไม่ถูกกันนี่หว่า...จะให้ฉันบริจาคไปทำไม ? ฉันไม่โง่ซะหน่อย !”

หญิงชราหูหนวกหน้าเขียวปั๊ดทันที... ไอ้สารเลวตัวนี้ ! กล้าดียังไงถึงพูดแบบนี้ ? แถมยังไม่ยอมควักเงินจ่ายอีก ! ?

นี่มันเรื่องของสำนักงานเขตนะ ! หญิงชราหูหนวกเคาะไม้เท้าดังลั่นแล้วตะโกนด้วยเสียงเข้ม

“คนทั้งลานเขาบริจาคกันหมด นายมีสิทธิ์อะไรไม่บริจาคล่ะ ! ? ไม่ต้องให้ยายพูดนะว่านายเพิ่งหลอกเงินจาก     จงไห่ไปตั้งสี่ร้อยหยวน ! ขายายก็พิการ นายจะไม่ช่วยสักเฟินเลยเหรอ ? ไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้ว ! !”

คำพูดนี้ทำเอาคนทั้งลานเริ่มกระซิบกระซาบกันอีกครั้ง

สี่ร้อยหยวนเชียวนะ ! พวกเขาเหนื่อยทั้งปีถึงจะได้เงินแค่นี้ แต่หลินเย่แค่วันเดียวกลับได้เงินก้อนโตขนาดนี้

หญิงชราหูหนวกพูดแบบนี้ ก็เหมือนจงใจโยนหลินเย่ให้ตกเป็นเป้าให้คนทั้งลานรุม...

ต่อให้ไม่อยากบริจาคก็เถอะ...แต่ดูท่าหลินเย่จะเลี่ยงไม่ได้ซะแล้วล่ะ !

จบบทที่ บทที่ 51 บริจาคเงินให้กับหญิงชราหูหนวก

คัดลอกลิงก์แล้ว