- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 51 บริจาคเงินให้กับหญิงชราหูหนวก
บทที่ 51 บริจาคเงินให้กับหญิงชราหูหนวก
บทที่ 51 บริจาคเงินให้กับหญิงชราหูหนวก
บทที่ 51 บริจาคเงินให้กับหญิงชราหูหนวก
“อี้จงไห่ นายจะให้ไปบริจาคเงินให้คนที่แอบอ้างว่าเป็นครอบครัววีรชนทำไม ? แบบนี้มันผิดเต็ม ๆ เลยนะ !”
“ใช่แล้ว ทำไมต้องบริจาคเงินให้หญิงชราหูหนวกด้วย ?”
“ก็ใช่สิ หญิงชราไม่ใช่ครอบครัววีรชน ไม่ใช่คนยากไร้ที่ต้องรับการช่วยเหลือจากรัฐด้วยซ้ำ !”
“ถูกต้อง ! ไหนบอกว่าดูแลยายอยู่แล้วไง แล้วจะมาให้พวกเราช่วยทำไมอีกล่ะ ?”
ชั่วขณะนั้น บรรยากาศในลานบ้านก็เริ่มโกลาหลขึ้นมา
จะว่าไปแล้ว ลานบ้านแห่งนี้ก็ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว... หญิงชราคนนั้นกับอี้จงไห่ก็ใช่ว่าจะมีสิทธิ์ขาดเหมือนเมื่อก่อน โดยเฉพาะถ้าเรื่องมันเกี่ยวกับเงิน ใคร ๆ ก็ไม่เต็มใจนักหรอก
“เงียบ ๆ หน่อย ! เงียบก่อน !”
อี้จงไห่ตบโต๊ะดังปัง ในที่สุดทุกคนก็เงียบลง เขาเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่า... แค่ไม่กี่วัน ชื่อเสียงและอำนาจที่เขาสั่งสมมาในลานนี้นานนับสิบปีจะลดฮวบลงขนาดนี้ !
การเรี่ยไรเงินครั้งนี้ ถึงจะอ้างชื่อสำนักงานเขตช่วยก็ตาม แต่ยังไงเขาก็ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ เพราะมันเกี่ยวพันกับศักดิ์ศรีที่เขาจะกู้กลับคืนมาในลานแห่งนี้
อี้จงไห่กวาดสายตามองคนทั้งลานอย่างเย็นชา ก่อนจะพูดขึ้นอย่างช้า ๆ
“เรื่องบริจาคเงินให้หญิงชราคนนี้ ฉันรายงานไปที่สำนักงานเขตแล้วนะ ทางนั้นเห็นว่าหญิงชราอายุมาก แถมยังพิการเป็นอัมพาตก็เลยอนุมัติให้รับบริจาคได้อย่างเป็นทางการแล้ว”
“ขนาดสำนักงานเขตยังเห็นชอบกันหมด พวกนายจะมีอะไรค้านอีกหรือ ?”
หลังจากพูดจบ คนในลานก็พากันเงียบกริบ...
แย่ละสิ... ดูท่าคราวนี้จะเลี่ยงไม่พ้น ต้องควักเงินกันจริง ๆ แล้ว
“เอ๊ะ ? ทำไมลานบ้านถึงได้เงียบผิดปกติแบบนี้ ?”
หลินเย่เดินเข้ามาตรงหน้าลานอย่างแปลกใจ ปกติตอนใกล้สองทุ่มแบบนี้ คนในลานแถวนี้จะส่งเสียงดังจอแจแล้วนี่นา แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรมากก็ได้ยินเสียงอี้จงไห่ดังมาจากลานกลางบ้าน
“ไม่ว่ายังไงก็ตาม หญิงชราคนนี้ก็เป็นผู้สูงอายุของชุมชนเรานี่นา ประเทศเราสอนให้เคารพผู้ใหญ่ ดูแลคนชราอยู่แล้ว พวกเราก็ควรทำตามสิ เอาตามนี้ละ ฉันขอเริ่มต้นเองก่อนเลย จะบริจาคให้สามหยวน !”
หลังจากพูดจบ เขาก็วางเงินสามหยวนที่เตรียมไว้นานแล้ว ลงบนโต๊ะดังแปะ ! สามหยวนเชียวนะ... ซื้อเนื้อที่ตลาดนกพิราบได้ตั้งสองชั่งแน่ะ
คนในลานต่างพากันมองอี้จงไห่อย่างเงียบ ๆ โดยไม่ได้พูดอะไรออกมา
ในใจพวกเขาก็ยอมรับว่าเขาก็พูดถูกอยู่ส่วนหนึ่ง... แต่ก็ยังรู้สึกแปลก ๆ เหมือนมีอะไรไม่ชอบมาพากล
“ลุงใหญ่... อยากบริจาคก็เรื่องของลุงสิ... พวกเราจะไม่รอดอยู่แล้วนะ...”
จู่ ๆ เสียงของเจียจางก็ดังขึ้น เธอรีบลุกขึ้นมาทันที หญิงชราหูหนวกถลึงตามองเจียจางอย่างดุร้าย และใช้ไม้เท้าชี้หน้าพูดเสียงดังขึ้น
“หญิงแซ่จาง ! ยายยังมีเรื่องต้องสะสางกับเธออีกเยอะ ! เธอยังกล้าพูดจาเหลวไหลต่อหน้ายายอีกเหรอ ?” พอเห็นสายตาอาฆาตของหญิงชราหูหนวก เจียจางถึงกับตัวแข็ง จนไม่กล้าพูดอะไรต่ออีก
ในใจกลับสาปแช่งหญิงชราหูหนวกอย่างแค้นเคือง อยากจะกระชากเงินบริจาคมาเป็นของตัวเองเสียให้ได้
“พอแล้ว ! เจียจางนั่งลงไป !” อี้จงไห่มองเจียจางซืออย่างรำคาญใจ ในใจลอบด่า... หญิงคนนี้นี่ช่างไม่รู้จักกาลเทศะจริง ๆ !
“ทุกคน ! พวกเรามาเริ่มบริจาคกันต่อเถอะ... ใครจะเป็นคนต่อไปดี ?” อี้จงไห่ยิ้มพลางพูดขึ้น
หลินเย่ที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาเล็กน้อยพลางจูงจักรยานเดินเข้ามาในลาน ทันทีที่อี้จงไห่เห็นหลินเย่กลับมา สีหน้าก็ดูเปลี่ยนไปทันที ในใจรู้สึกเต้นแรงผิดปกติ
ซวยแล้ว... งานเข้าแน่ ๆ ! ! !
เหยียนปู้กุ้ยถึงกับยิ้มออกมา เมื่อเห็นหลินเย่ยืนอยู่ด้านหลังเงียบ ๆ ก็คิดจะเรียกเข้าไปคุย แต่หลินเย่กลับยืนเฉยไม่แสดงท่าทีใด ๆ
อี้จงไห่เองก็เห็นเหมือนกัน พอเห็นหลินเย่ไม่ออกมาต่อต้านอะไร ก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก จู่ ๆ หลิวไห่จง ก็ไม่ยอมแพ้ ควักธนบัตรสิบหยวนออกมาวางบนโต๊ะดัง ปัง !
“ฉันบริจาคสิบหยวน !”
สิบหยวนเชียวนะ ! มากกว่าสามหยวนตั้งเยอะ ทำเอาอี้จงไห่รู้สึกเสียหน้าไปเต็ม ๆ หลิวไห่จงยิ้มอย่างปลื้มใจ คิดในใจว่าถ้าส่งรายงานไปถึงสำนักงานเขตเมื่อไร เขาคงได้คะแนนเพิ่มจากหัวหน้าแน่
“เหล่าเหยียน ! ถึงคิวบริจาคของนายล่ะ !”
อี้จงไห่เห็นเหยียนปู้กุ้ยเอาแต่แอบมองหลินเย่ ก็ขมวดคิ้วเร่งเร้าอีกฝ่าย เหยียนปู้กุ้ยหันมามองอี้จงไห่ แล้วถอนหายใจออกมา เขาควักเงินหนึ่งหยวนออกมา แต่ลังเลอยู่พักหนึ่งก็แอบเก็บคืนไปห้าสิบเฟิน
“เอ่อ... ฉันมีเงินเดือนน้อย ลูกเมียก็เยอะ ขอแค่ช่วยพอเป็นพิธีละกัน... ฉันบริจาคห้าสิบเฟินพอ” หลิวไห่จงปรายตามองอย่างดูแคลน แอบเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ
‘เฮอะ...ในลานนี้ ฉันยังใจป้ำที่สุดอยู่ดี ! ’ เมื่อสองคนนี้เปิดตัวแรงขนาดนี้ คนอื่น ๆ ในลานก็ไม่กล้าหนี ต่างจำใจต้องควักเงินตามกันไป
“ฉันบริจาคห้าหยวน !”
ชาซูรีบพูดเสียงดังขึ้น หลังจากอี้จงไห่ส่งสัญญาณตาให้ คราวนี้คนทั้งลานเริ่มบ่นในใจหนักขึ้น ทีแรกกะจะใส่แค่หนึ่งเฟิน สุดท้ายต้องเพิ่มเป็นสองเฟินอีก
“ผมบริจาคสามเฟิน !”
“บ้านผมยากจน ขอแค่สองเฟินพอ”
“ผมก็สองเฟิน !”
ไม่นานนัก ชาวบ้านในลานก็พากันเข้าแถววางเงินลงบนโต๊ะ เหลือแค่หลินเย่, สวี่ต้าม่าว กับบ้านตระกูลเจียที่ยังไม่ได้บริจาค
“สวี่ต้าม่าว นายหมายความว่าไง ? คนอื่นเขาบริจาคกันหมดแล้ว นายยังเฉยอยู่ทำไม ?”
“ใจร้อนอะไร ? บ้านตระกูลเจียก็ยังไม่บริจาคเหมือนกันนี่ !”
บ้านตระกูลเจียอะไร ?
คนทั้งลานถึงกับหันขวับไปมองแม่ลูกบ้านตระกูลเจียกับฉินหวยหรูทันที พูดก็พูดเถอะ... ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยช่วยเหลือบ้านตระกูลเจียมาตั้งหลายครั้ง ครั้งนี้จะไม่ยอมช่วยอะไรบ้างเลยหรือ ?
ถ้ารับอย่างเดียวแล้วไม่ยอมให้อะไรตอบแทน คนในลานคงไม่พอใจแน่
เจียจางโดนสายตามองพร้อมกันเป็นสิบคู่ถึงกับหน้าซีดไปทันที “พวก...พวกเราต้องบริจาคด้วยเหรอ ?” ฉินหวยหรูถามด้วยเสียงเบาเหมือนไม่ค่อยเต็มใจ
อี้จงไห่ส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย...สวี่ต้าม่าวนี่มันช่างหาเรื่องแท้ ๆ ดันลากบ้านตระกูลเจียออกมาโดนกดดันแทน ถึงจะไม่อยากให้บ้านตระกูลเจียจ่าย แต่ถ้าไม่จ่ายจริง ๆ คนทั้งลานก็จะมองว่าบ้านนี้เป็นพวกกินฟรีแน่นอน
อี้จงไห่เหลือบตามองเจียตงสวี่แล้วพูดขึ้น “นายไปบริจาคสักสองสามหยวนสิ !”
สองสามหยวน ?
เจียตงสวี่แทบจะเป็นลม...นี่มันไม่ใช่บริจาคแล้ว นี่มันบังคับกันชัด ๆ “อาจารย์...บ้านผมจนจริง ๆ นะ !”
ปกติเขาเป็นฝ่ายรับอยู่ตลอด นี่จะให้ควักเอง ง่ายซะที่ไหน ?
อี้จงไห่หน้าดำไปทันที... ลูกศิษย์แบบนี้ไม่ช่วยอาจารย์เลยหรือไง ?
“ลำบากก็บริจาคน้อยหน่อยก็ได้”
“น้อยแค่ไหนก็ไม่มี !”
เจียจางพูดเสียงดังขึ้นมา “บ้านฉันไม่มีเงินสักเฟินเดียว !” จะให้ฉันบริจาคให้อีแก่หูหนวกนั่นนะเหรอ ?
ฝันไปเถอะ !
อี้จงไห่จ้องเจียตงสวี่อย่างไม่พอใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาควักเงินหนึ่งหยวนจากกระเป๋าตัวเองมาวางแทน
“บ้านตระกูลเจีย บริจาคหนึ่งหยวน ! ต่อไปถึงคิวสวี่ต้าม่าว !” สวี่ต้าม่าวทำหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ ควักห้าสิบเฟินมาปาใส่โต๊ะอย่างไม่เต็มใจ
อี้จงไห่แสยะยิ้มออกมา... แล้วพูดขึ้น “เรื่องนี้จบลงได้เสียที”
เขากำลังจะพูดคำสวยหรูสรุปงาน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงสวี่ต้าม่าวดังขึ้นมาอีกครั้ง
“หลินเย่ นายกลับมาแล้วเหรอ ? นายยังไม่ได้บริจาคให้หญิงชราหูหนวกเลยนะ จะให้เท่าไหร่ดีล่ะ ?”
หลังจากพูดจบ อี้จงไห่ถึงกับทำหน้าเสียอยู่ในใจ ‘ซวยแล้ว ! ’
คนทั้งลานเพิ่งนึกขึ้นได้พร้อมกัน ต่างพากันหันขวับไปมองหลินเย่ อี้จงไห่กัดฟันพูดออกไป “หลินเย่ ทางสำนักงานเขตอนุญาตให้เรี่ยไรเงินช่วยหญิงชรา นาย...จะบริจาคเท่าไหร่ดี ?”
หลินเย่ยักไหล่ “ฉันกับยายนั่นไม่ถูกกันนี่หว่า...จะให้ฉันบริจาคไปทำไม ? ฉันไม่โง่ซะหน่อย !”
หญิงชราหูหนวกหน้าเขียวปั๊ดทันที... ไอ้สารเลวตัวนี้ ! กล้าดียังไงถึงพูดแบบนี้ ? แถมยังไม่ยอมควักเงินจ่ายอีก ! ?
นี่มันเรื่องของสำนักงานเขตนะ ! หญิงชราหูหนวกเคาะไม้เท้าดังลั่นแล้วตะโกนด้วยเสียงเข้ม
“คนทั้งลานเขาบริจาคกันหมด นายมีสิทธิ์อะไรไม่บริจาคล่ะ ! ? ไม่ต้องให้ยายพูดนะว่านายเพิ่งหลอกเงินจาก จงไห่ไปตั้งสี่ร้อยหยวน ! ขายายก็พิการ นายจะไม่ช่วยสักเฟินเลยเหรอ ? ไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้ว ! !”
คำพูดนี้ทำเอาคนทั้งลานเริ่มกระซิบกระซาบกันอีกครั้ง
สี่ร้อยหยวนเชียวนะ ! พวกเขาเหนื่อยทั้งปีถึงจะได้เงินแค่นี้ แต่หลินเย่แค่วันเดียวกลับได้เงินก้อนโตขนาดนี้
หญิงชราหูหนวกพูดแบบนี้ ก็เหมือนจงใจโยนหลินเย่ให้ตกเป็นเป้าให้คนทั้งลานรุม...
ต่อให้ไม่อยากบริจาคก็เถอะ...แต่ดูท่าหลินเย่จะเลี่ยงไม่ได้ซะแล้วล่ะ !