เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 เริ่มงานที่โรงงานเหล็กที่หนึ่ง

บทที่ 4 เริ่มงานที่โรงงานเหล็กที่หนึ่ง

บทที่ 4 เริ่มงานที่โรงงานเหล็กที่หนึ่ง


บทที่ 4 เริ่มงานที่โรงงานเหล็กที่ 1

“สวัสดีสหาย ผมย้ายมาจากโรงงานเหล็กที่ 3 เพื่อมารับตำแหน่งที่นี่ นี่คือจดหมายแนะนำตัว และนี่คือเอกสารการโยกย้ายตำแหน่งครับ”

หลังจากใช้เวลากว่าชั่วโมง หลินเย่ก็นำพันธุ์พืชที่ซื้อมาปลูกในฟาร์ม YY เสร็จเรียบร้อย เขาขึ้นรถรางตรงไปยังโรงงานเหล็กที่ 1

ตรงทางเข้า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบหลินเย่อย่างเคร่งเครียด ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะรับจดหมายแนะนำตัวและเอกสาร     ไปตรวจดู

หลังจากอ่านจบ ใบหน้าที่แข็งทื่อก็เริ่มคลายออกเล็กน้อย มือขวาส่งสัญญาณลงต่ำ คนที่อยู่ข้างหลังจึงลดความระแวดระวังลง

นั่นคือสัญญาณว่า “คนของเราเอง”

“สหาย ยินดีต้อนรับเข้าสู่โรงงานเหล็กที่ 1 ครับ”

“นี่เป็นครั้งแรกที่คุณมาที่นี่ใช่ไหม ให้ผมพาไปแผนกบุคคลเองดีกว่า”

เขาคืนเอกสารให้หลินเย่ แล้วยิ้มอย่างเป็นกันเอง

“รบกวนสหายด้วยครับ”

หลินเย่เหลือบมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ถือปืนในมือเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขายิ้มตอบอย่างสุภาพ เขารู้ดีว่า ที่อีกฝ่ายมาส่งเขานั้น ไม่ใช่แค่เพราะเขายังไม่คุ้นเคยกับโรงงานเหล็กที่ 1

อีกเหตุผลสำคัญก็คือ ต้องการเฝ้าระวังเขา !

หากเขามีเจตนาไม่ดี หรือเอกสารเป็นของปลอม เขาคงถูกจับตัวไว้ที่นี่ทันที

“เอ้อ จ้วงจื่อ ! นายดูแลประตูไว้ให้ดีนะ ฉันจะพาสหายคนนี้ไปที่แผนกบุคคล”

“ครับ ! หัวหน้า !”

เมื่อสั่งงานลูกน้องเสร็จ หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยก็หันมายิ้มให้หลินเย่

“เชิญตามผมมา ระหว่างทางจะเล่าเรื่องราวของโรงงานเหล็กเราสักหน่อย”

“ขอบคุณมาก คุณสูบบุหรี่ไหม ไม่ทราบว่าควรเรียกคุณว่าอะไรดี ?”

หลินเย่หยิบบุหรี่ซอง “ต้าเฉียนเหมิน” ออกมายื่นให้หนึ่งมวนอย่างสุภาพ

หัวหน้ารักษาความปลอดภัยรับไว้ทันทีแบบไม่เกี่ยงและยิ้มตอบกลับ

“ผมชื่อเฟิงเว่ยจวิน แล้วน้องชายล่ะ ?”

“ผมชื่อหลินเย่ครับ หัวหน้าเฟิง”

“ทำไมถึงย้ายจากโรงงานเหล็กที่ 3 มาที่นี่ล่ะ ?”

เฟิงเว่ยจวินถามด้วยความสงสัย

“ก็ไม่มีอะไรมากครับ ผมไปล่าหมูป่าตัวหนึ่งมาได้ ตอนนั้นโรงงานก็ออกประกาศว่าจะมีรางวัลให้ ตามระเบียบแล้ว ผมก็น่าจะได้เลื่อนขั้นกับรับรางวัลบุคคลดีเด่น...”

หลินเย่เล่าเรื่องราวของตัวเองให้เฟิงเว่ยจวินฟังคร่าว ๆ

“เฮอะ ! หัวหน้ากับผู้อำนวยการโรงงานเหล็กที่ 3 นี่มันช่างไม่รู้จักเห็นค่าคนเลย ! สมัยนี้ใครจะไปล่าหมูป่าได้ง่าย ๆ กัน คนเก่งอย่างนายกลับไม่เห็นค่าเนี่ยนะ !”

เฟิงเว่ยจวินแค่นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่ได้ต่อว่าหลินเย่ แต่ด่าผู้บริหารของโรงงานเหล็กที่ 3 เต็ม ๆ

“สหายหลินเย่ ไม่ต้องห่วง โรงงานเหล็กที่ 1 ของเราเป็นโรงงานผลิตอาวุธของทหาร รับรองไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นแน่นอน !”

เฟิงเว่ยจวินพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

หลินเย่ยิ้มออกมาเล็กน้อยและไม่ได้ตอบกลับอะไร

เรื่องแบบนี้ ใครจะกล้ารับประกันได้ ?

“สหายหลินเย่ คุณเพิ่งมาที่นี่ อย่าเพิ่งเดินไปไหนมั่วซั่ว โดยเฉพาะพวกโรงงานลับ ห้ามดูของที่ไม่ควรดู ห้ามเอาของที่ไม่ควรเอา”

“เรื่องอื่นไม่ต้องห่วง พออยู่ไปสักเดือนสองเดือน คุณก็จะเข้าใจเอง”

เฟิงเว่ยจวินอธิบายภาพรวมของโรงงานเหล็กให้ฟัง พร้อมกับให้คำเตือนเบื้องต้น

“ชั้นสองนั่นแหละ แผนกบุคคล ขึ้นไปกันเถอะ”

เมื่อเดินมาถึงหน้าตึกหลังหนึ่งที่มีภาพผู้อาวุโสแขวนอยู่ เฟิงเว่ยจวินก็ผายมือให้หลินเย่เดินตาม

“ฝั่งนี้คือแผนกบุคคล ฝั่งโน้นคือฝ่ายบัญชี ตอนสิ้นเดือนเวลาจ่ายเงินเดือน ทางโรงงานจะประกาศผ่านลำโพงเอง”

“อย่าเพิ่งมัวแต่ดูนั่นนี่ เดินต่อเถอะ” เฟิงเว่ยจวินพูดพลางเดินนำไปด้วย

สิ่งที่เขาบอกไม่ใช่ความลับอะไร คนในครอบครัวของคนงานยังรู้กันทั่ว

พวกเขาเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องหนึ่ง ซึ่งมีป้ายเขียนไว้ว่า “ลงทะเบียนพนักงานใหม่”

เฟิงเว่ยจวินเคาะประตูเบา ๆ เมื่อได้ยินเสียงเชิญเข้าไปด้านใน จึงเปิดประตูพาหลินเย่เข้าไป

“พี่ซุน มีพนักงานใหม่มารายงานตัว ผมเลยพามาส่งครับ”

เฟิงเว่ยจวินพูดกับหญิงวัยกลางคนทรงผมสั้นที่ดูทะมัดทะแมง ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเคารพ

“เว่ยจวิน ขอบใจมาก ไว้วันหลังมาทานข้าวที่บ้านพี่นะ”

“ด้วยความยินดีเลยครับ แต่ต้องมีเหล้านะ ถ้าไม่มีเหล้าผมไม่ไปนะ รอบที่แล้วผมกับหัวหน้าแผนกเพิ่งจะดื่มไปสองจอก เขาก็ไม่ให้ดื่มต่อแล้ว”

“ยังจะพูดอีก ? ไม่รู้เหรอว่าสามีฉันสุขภาพเป็นยังไง ?”

พี่ซุนที่ดูเป็นคนคล่องแคล่วหันมาถลึงตาใส่เฟิงเว่ยจวิน พูดเสียงดุอย่างไม่เกรงใจ

“แหะ ๆ ... ดูคุณพูดเข้าเถอะ เดี๋ยววันนั้นผมจะให้หัวหน้าแผนกดื่มน้อยหน่อยก็ได้... เอ๊ย ! ไม่ๆ ผมพูดผิด ! ไม่ต้องมีเหล้าก็ได้ ขอแค่มีเนื้อก็พอ ว่าตามนั้นนะครับ !”

เห็นท่าทางพี่ซุนหยิบหนังสือขึ้นมาจะขว้างใส่ เฟิงเว่ยจวินรีบเปลี่ยนคำพูดทันที

“พี่ซุน ผมขอตัวก่อนนะครับ ฝากน้องคนนี้ไว้กับพี่ด้วยแล้วกัน”

หลังพูดจบ เจ้าหมอนี่ที่ดูเป็นชายชาวเหนือใจกล้ารีบผลักหลินเย่เข้าไปด้านหน้า

“ไสหัวไปให้พ้น !”

หลินเย่ดูจากปฏิกิริยาของทั้งคู่ ก็พอเดาได้ว่าสนิทกันไม่น้อย บรรยากาศภายในห้องทำงานก็ไม่มีใครสนใจเป็นพิเศษ ต่างคนต่างทำงานของตัวเอง

“น้องชาย นี่พี่ซุน พี่ซุนเสีย หัวหน้าแผนกบุคคลของเรา เคารพเธอไว้ให้ดี ไม่งั้นพี่เขาเล่นงานนายแน่”

“เอ่อ… ครับ… สวัสดีครับพี่ซุน”

“ยังไม่รีบไสหัวออกไปอีก !”

“ครับ ! ผมไปเดี๋ยวนี้เลย !”

เฟิงเว่ยจวินหันมาขยิบตาให้อีกที ก่อนจะเดินออกไป

เมื่อเขาไปแล้ว ซุนเสียถึงหันมามองหลินเย่

“น้องชาย ไม่ต้องไปฟังหมอนั่นหรอก ในโรงงานเรียกกันตามตำแหน่งงานก็พอแล้ว”

เธอมองหลินเย่แวบแรกก็รู้สึกได้ทันทีว่าเขาเป็นคนหน้าตาดี น้ำเสียงจึงดูอ่อนโยนลงไปมาก ไม่ว่าจะยุคไหน คนหน้าตาดีมักจะได้เปรียบเสมอ

“ได้เลยครับ หัวหน้าซุน”

หลินเย่เองก็ไม่ใช่เด็กใหม่ที่ไม่รู้อะไร ยังไงก็รู้มารยาทพื้นฐาน

“หัวหน้าซุน นี่คือเอกสารย้ายตำแหน่งของผมครับ”

“อ้อ ! นายย้ายมาจากโรงงานเหล็กที่ 3 สินะ ?”

“ครับ”

“แล้วทำไมถึงขอย้ายมาที่นี่ล่ะ ?”

หลินเย่ก็เล่าเรื่องราวแบบเดิมให้ฟังอีกครั้ง

“เข้าใจแล้ว เอกสารย้ายตำแหน่งก็ไม่มีปัญหา นายจบการศึกษาระดับไหน ? แล้วอยากทำงานตำแหน่งอะไร ?”

ซุนเสียไม่ได้พูดปลอบใจหรือแสดงความเห็นอะไรเหมือนเฟิงเว่ยจวิน ด้วยประสบการณ์ของเธอ เรื่องแบบนี้เธอเคยเจอมานับไม่ถ้วน

เธอถามเข้าเรื่องตรง ๆ

เพราะในเอกสารย้ายตำแหน่งนี้ หลินเย่สามารถเลือกตำแหน่งงานใหม่ได้ แต่ต้องเป็นตำแหน่งที่ระดับเท่าเดิมเท่านั้น

“ผมจบมัธยมต้นครับ ยังอยากทำงานเป็นเจ้าหน้าที่จัดซื้อเหมือนเดิม เพราะทำมาได้สองปีแล้ว มีความคุ้นเคยกับระบบและพอมีช่องทางจัดซื้ออยู่บ้าง”

หลินเย่ตอบอย่างไม่ลังเล เขายังอยากอยู่สายงานเดิมที่ถนัดอีกต่อไป

“ก็ได้” ซุนเสียพยักหน้าพลางยิ้ม “เสี่ยวโจว จัดการออกบัตรพนักงาน เสื้อฟอร์ม แล้วก็ใบเบิกของให้เพื่อนหลินหน่อย”

เธอหันไปสั่งงาน

หลังจากเซ็นเอกสารต่าง ๆ เสร็จ หลินเย่ก็ได้รับเสื้อฟอร์มและใบเบิกของ

เสื้อผ้าในหนึ่งปีมีทั้งหมด 4 ชุด : ชุดกันหนาวหนึ่ง ชุดฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงรวมกันสองชุดและชุดหน้าร้อนอีกหนึ่งชุด

ส่วนเรื่องที่พัก เนื่องจากหลินเย่มีบ้านส่วนตัวอยู่สองห้องในเขตบ้านพักโรงงานอยู่แล้ว เขาจึงไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการเรื่องที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม

“นี่คือบัตรพนักงานของนาย ห้ามทำหายเด็ดขาด ถ้าหายต้องรีบรายงานเข้าใจไหม ?”

“จะจำขึ้นใจเลยครับหัวหน้าซุน ถึงตัวผมหาย บัตรนี่ก็จะยังอยู่ !”

“โอ๊ย ตลกเก่งอีกคนแล้วนะเรา !”

“เสี่ยวเติ้ง พาเพื่อนหลินไปที่แผนกจัดซื้อที”

หญิงสาวคนหนึ่งอายุประมาณยี่สิบกว่า ๆ ลุกขึ้น “ได้เลยค่ะ หัวหน้า สหายหลินเชิญทางนี้ค่ะ”

หญิงสาวชื่อเติ้งเสี่ยวฮวา ดูเป็นคนจริงจัง เงียบขรึม ตลอดทางก็ไม่ค่อยพูดคุยกับหลินเย่ แต่ดูแล้วเป็นคนทำงานเรียบร้อยเป๊ะทุกขั้นตอน

“หัวหน้าหวงคะ นี่คือเจ้าหน้าที่ใหม่ที่ย้ายมาประจำแผนกจัดซื้อ ตำแหน่งคือเจ้าหน้าที่จัดซื้อค่ะ”

เธอพาหลินเย่มาหยุดตรงหน้าชายร่างท้วม ใบหน้ามีแผลเป็นหนึ่งรอย        ดูอายุราว 40 กว่าๆ

“อ้อ ยินดีต้อนรับๆ รอมานานแล้วล่ะว่าทางโรงงานจะส่งคนมาเสริมทีมบ้าง ฉันชื่อหวงต้าหมิง หัวหน้าแผนกจัดซื้อ ยินดีต้อนรับน้องชายเข้าสู่ทีม !”

รอยยิ้มของหวงต้าหมิงดูจริงใจ แต่พอรวมกับแผลเป็นบนหน้าแล้วก็ดูมีความน่าเกรงขามอยู่ไม่น้อย

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ หัวหน้าหวง ผมชื่อหลินเย่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ”

หลินเย่ไม่แสดงอาการกลัวแม้แต่น้อย แผลแบบนั้นดูออกได้ไม่ยากว่าน่าจะได้มาจากสนามรบ แม้ตอนนี้ร่างกายจะไม่แข็งแรงเหมือนก่อน แต่กลิ่นอายนักรบยังคงชัดเจน

จบบทที่ บทที่ 4 เริ่มงานที่โรงงานเหล็กที่หนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว