- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 4 เริ่มงานที่โรงงานเหล็กที่หนึ่ง
บทที่ 4 เริ่มงานที่โรงงานเหล็กที่หนึ่ง
บทที่ 4 เริ่มงานที่โรงงานเหล็กที่หนึ่ง
บทที่ 4 เริ่มงานที่โรงงานเหล็กที่ 1
“สวัสดีสหาย ผมย้ายมาจากโรงงานเหล็กที่ 3 เพื่อมารับตำแหน่งที่นี่ นี่คือจดหมายแนะนำตัว และนี่คือเอกสารการโยกย้ายตำแหน่งครับ”
หลังจากใช้เวลากว่าชั่วโมง หลินเย่ก็นำพันธุ์พืชที่ซื้อมาปลูกในฟาร์ม YY เสร็จเรียบร้อย เขาขึ้นรถรางตรงไปยังโรงงานเหล็กที่ 1
ตรงทางเข้า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบหลินเย่อย่างเคร่งเครียด ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะรับจดหมายแนะนำตัวและเอกสาร ไปตรวจดู
หลังจากอ่านจบ ใบหน้าที่แข็งทื่อก็เริ่มคลายออกเล็กน้อย มือขวาส่งสัญญาณลงต่ำ คนที่อยู่ข้างหลังจึงลดความระแวดระวังลง
นั่นคือสัญญาณว่า “คนของเราเอง”
“สหาย ยินดีต้อนรับเข้าสู่โรงงานเหล็กที่ 1 ครับ”
“นี่เป็นครั้งแรกที่คุณมาที่นี่ใช่ไหม ให้ผมพาไปแผนกบุคคลเองดีกว่า”
เขาคืนเอกสารให้หลินเย่ แล้วยิ้มอย่างเป็นกันเอง
“รบกวนสหายด้วยครับ”
หลินเย่เหลือบมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ถือปืนในมือเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขายิ้มตอบอย่างสุภาพ เขารู้ดีว่า ที่อีกฝ่ายมาส่งเขานั้น ไม่ใช่แค่เพราะเขายังไม่คุ้นเคยกับโรงงานเหล็กที่ 1
อีกเหตุผลสำคัญก็คือ ต้องการเฝ้าระวังเขา !
หากเขามีเจตนาไม่ดี หรือเอกสารเป็นของปลอม เขาคงถูกจับตัวไว้ที่นี่ทันที
“เอ้อ จ้วงจื่อ ! นายดูแลประตูไว้ให้ดีนะ ฉันจะพาสหายคนนี้ไปที่แผนกบุคคล”
“ครับ ! หัวหน้า !”
เมื่อสั่งงานลูกน้องเสร็จ หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยก็หันมายิ้มให้หลินเย่
“เชิญตามผมมา ระหว่างทางจะเล่าเรื่องราวของโรงงานเหล็กเราสักหน่อย”
“ขอบคุณมาก คุณสูบบุหรี่ไหม ไม่ทราบว่าควรเรียกคุณว่าอะไรดี ?”
หลินเย่หยิบบุหรี่ซอง “ต้าเฉียนเหมิน” ออกมายื่นให้หนึ่งมวนอย่างสุภาพ
หัวหน้ารักษาความปลอดภัยรับไว้ทันทีแบบไม่เกี่ยงและยิ้มตอบกลับ
“ผมชื่อเฟิงเว่ยจวิน แล้วน้องชายล่ะ ?”
“ผมชื่อหลินเย่ครับ หัวหน้าเฟิง”
“ทำไมถึงย้ายจากโรงงานเหล็กที่ 3 มาที่นี่ล่ะ ?”
เฟิงเว่ยจวินถามด้วยความสงสัย
“ก็ไม่มีอะไรมากครับ ผมไปล่าหมูป่าตัวหนึ่งมาได้ ตอนนั้นโรงงานก็ออกประกาศว่าจะมีรางวัลให้ ตามระเบียบแล้ว ผมก็น่าจะได้เลื่อนขั้นกับรับรางวัลบุคคลดีเด่น...”
หลินเย่เล่าเรื่องราวของตัวเองให้เฟิงเว่ยจวินฟังคร่าว ๆ
“เฮอะ ! หัวหน้ากับผู้อำนวยการโรงงานเหล็กที่ 3 นี่มันช่างไม่รู้จักเห็นค่าคนเลย ! สมัยนี้ใครจะไปล่าหมูป่าได้ง่าย ๆ กัน คนเก่งอย่างนายกลับไม่เห็นค่าเนี่ยนะ !”
เฟิงเว่ยจวินแค่นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่ได้ต่อว่าหลินเย่ แต่ด่าผู้บริหารของโรงงานเหล็กที่ 3 เต็ม ๆ
“สหายหลินเย่ ไม่ต้องห่วง โรงงานเหล็กที่ 1 ของเราเป็นโรงงานผลิตอาวุธของทหาร รับรองไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นแน่นอน !”
เฟิงเว่ยจวินพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
หลินเย่ยิ้มออกมาเล็กน้อยและไม่ได้ตอบกลับอะไร
เรื่องแบบนี้ ใครจะกล้ารับประกันได้ ?
“สหายหลินเย่ คุณเพิ่งมาที่นี่ อย่าเพิ่งเดินไปไหนมั่วซั่ว โดยเฉพาะพวกโรงงานลับ ห้ามดูของที่ไม่ควรดู ห้ามเอาของที่ไม่ควรเอา”
“เรื่องอื่นไม่ต้องห่วง พออยู่ไปสักเดือนสองเดือน คุณก็จะเข้าใจเอง”
เฟิงเว่ยจวินอธิบายภาพรวมของโรงงานเหล็กให้ฟัง พร้อมกับให้คำเตือนเบื้องต้น
“ชั้นสองนั่นแหละ แผนกบุคคล ขึ้นไปกันเถอะ”
เมื่อเดินมาถึงหน้าตึกหลังหนึ่งที่มีภาพผู้อาวุโสแขวนอยู่ เฟิงเว่ยจวินก็ผายมือให้หลินเย่เดินตาม
“ฝั่งนี้คือแผนกบุคคล ฝั่งโน้นคือฝ่ายบัญชี ตอนสิ้นเดือนเวลาจ่ายเงินเดือน ทางโรงงานจะประกาศผ่านลำโพงเอง”
“อย่าเพิ่งมัวแต่ดูนั่นนี่ เดินต่อเถอะ” เฟิงเว่ยจวินพูดพลางเดินนำไปด้วย
สิ่งที่เขาบอกไม่ใช่ความลับอะไร คนในครอบครัวของคนงานยังรู้กันทั่ว
พวกเขาเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องหนึ่ง ซึ่งมีป้ายเขียนไว้ว่า “ลงทะเบียนพนักงานใหม่”
เฟิงเว่ยจวินเคาะประตูเบา ๆ เมื่อได้ยินเสียงเชิญเข้าไปด้านใน จึงเปิดประตูพาหลินเย่เข้าไป
“พี่ซุน มีพนักงานใหม่มารายงานตัว ผมเลยพามาส่งครับ”
เฟิงเว่ยจวินพูดกับหญิงวัยกลางคนทรงผมสั้นที่ดูทะมัดทะแมง ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเคารพ
“เว่ยจวิน ขอบใจมาก ไว้วันหลังมาทานข้าวที่บ้านพี่นะ”
“ด้วยความยินดีเลยครับ แต่ต้องมีเหล้านะ ถ้าไม่มีเหล้าผมไม่ไปนะ รอบที่แล้วผมกับหัวหน้าแผนกเพิ่งจะดื่มไปสองจอก เขาก็ไม่ให้ดื่มต่อแล้ว”
“ยังจะพูดอีก ? ไม่รู้เหรอว่าสามีฉันสุขภาพเป็นยังไง ?”
พี่ซุนที่ดูเป็นคนคล่องแคล่วหันมาถลึงตาใส่เฟิงเว่ยจวิน พูดเสียงดุอย่างไม่เกรงใจ
“แหะ ๆ ... ดูคุณพูดเข้าเถอะ เดี๋ยววันนั้นผมจะให้หัวหน้าแผนกดื่มน้อยหน่อยก็ได้... เอ๊ย ! ไม่ๆ ผมพูดผิด ! ไม่ต้องมีเหล้าก็ได้ ขอแค่มีเนื้อก็พอ ว่าตามนั้นนะครับ !”
เห็นท่าทางพี่ซุนหยิบหนังสือขึ้นมาจะขว้างใส่ เฟิงเว่ยจวินรีบเปลี่ยนคำพูดทันที
“พี่ซุน ผมขอตัวก่อนนะครับ ฝากน้องคนนี้ไว้กับพี่ด้วยแล้วกัน”
หลังพูดจบ เจ้าหมอนี่ที่ดูเป็นชายชาวเหนือใจกล้ารีบผลักหลินเย่เข้าไปด้านหน้า
“ไสหัวไปให้พ้น !”
หลินเย่ดูจากปฏิกิริยาของทั้งคู่ ก็พอเดาได้ว่าสนิทกันไม่น้อย บรรยากาศภายในห้องทำงานก็ไม่มีใครสนใจเป็นพิเศษ ต่างคนต่างทำงานของตัวเอง
“น้องชาย นี่พี่ซุน พี่ซุนเสีย หัวหน้าแผนกบุคคลของเรา เคารพเธอไว้ให้ดี ไม่งั้นพี่เขาเล่นงานนายแน่”
“เอ่อ… ครับ… สวัสดีครับพี่ซุน”
“ยังไม่รีบไสหัวออกไปอีก !”
“ครับ ! ผมไปเดี๋ยวนี้เลย !”
เฟิงเว่ยจวินหันมาขยิบตาให้อีกที ก่อนจะเดินออกไป
เมื่อเขาไปแล้ว ซุนเสียถึงหันมามองหลินเย่
“น้องชาย ไม่ต้องไปฟังหมอนั่นหรอก ในโรงงานเรียกกันตามตำแหน่งงานก็พอแล้ว”
เธอมองหลินเย่แวบแรกก็รู้สึกได้ทันทีว่าเขาเป็นคนหน้าตาดี น้ำเสียงจึงดูอ่อนโยนลงไปมาก ไม่ว่าจะยุคไหน คนหน้าตาดีมักจะได้เปรียบเสมอ
“ได้เลยครับ หัวหน้าซุน”
หลินเย่เองก็ไม่ใช่เด็กใหม่ที่ไม่รู้อะไร ยังไงก็รู้มารยาทพื้นฐาน
“หัวหน้าซุน นี่คือเอกสารย้ายตำแหน่งของผมครับ”
“อ้อ ! นายย้ายมาจากโรงงานเหล็กที่ 3 สินะ ?”
“ครับ”
“แล้วทำไมถึงขอย้ายมาที่นี่ล่ะ ?”
หลินเย่ก็เล่าเรื่องราวแบบเดิมให้ฟังอีกครั้ง
“เข้าใจแล้ว เอกสารย้ายตำแหน่งก็ไม่มีปัญหา นายจบการศึกษาระดับไหน ? แล้วอยากทำงานตำแหน่งอะไร ?”
ซุนเสียไม่ได้พูดปลอบใจหรือแสดงความเห็นอะไรเหมือนเฟิงเว่ยจวิน ด้วยประสบการณ์ของเธอ เรื่องแบบนี้เธอเคยเจอมานับไม่ถ้วน
เธอถามเข้าเรื่องตรง ๆ
เพราะในเอกสารย้ายตำแหน่งนี้ หลินเย่สามารถเลือกตำแหน่งงานใหม่ได้ แต่ต้องเป็นตำแหน่งที่ระดับเท่าเดิมเท่านั้น
“ผมจบมัธยมต้นครับ ยังอยากทำงานเป็นเจ้าหน้าที่จัดซื้อเหมือนเดิม เพราะทำมาได้สองปีแล้ว มีความคุ้นเคยกับระบบและพอมีช่องทางจัดซื้ออยู่บ้าง”
หลินเย่ตอบอย่างไม่ลังเล เขายังอยากอยู่สายงานเดิมที่ถนัดอีกต่อไป
“ก็ได้” ซุนเสียพยักหน้าพลางยิ้ม “เสี่ยวโจว จัดการออกบัตรพนักงาน เสื้อฟอร์ม แล้วก็ใบเบิกของให้เพื่อนหลินหน่อย”
เธอหันไปสั่งงาน
หลังจากเซ็นเอกสารต่าง ๆ เสร็จ หลินเย่ก็ได้รับเสื้อฟอร์มและใบเบิกของ
เสื้อผ้าในหนึ่งปีมีทั้งหมด 4 ชุด : ชุดกันหนาวหนึ่ง ชุดฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงรวมกันสองชุดและชุดหน้าร้อนอีกหนึ่งชุด
ส่วนเรื่องที่พัก เนื่องจากหลินเย่มีบ้านส่วนตัวอยู่สองห้องในเขตบ้านพักโรงงานอยู่แล้ว เขาจึงไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการเรื่องที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม
“นี่คือบัตรพนักงานของนาย ห้ามทำหายเด็ดขาด ถ้าหายต้องรีบรายงานเข้าใจไหม ?”
“จะจำขึ้นใจเลยครับหัวหน้าซุน ถึงตัวผมหาย บัตรนี่ก็จะยังอยู่ !”
“โอ๊ย ตลกเก่งอีกคนแล้วนะเรา !”
“เสี่ยวเติ้ง พาเพื่อนหลินไปที่แผนกจัดซื้อที”
หญิงสาวคนหนึ่งอายุประมาณยี่สิบกว่า ๆ ลุกขึ้น “ได้เลยค่ะ หัวหน้า สหายหลินเชิญทางนี้ค่ะ”
หญิงสาวชื่อเติ้งเสี่ยวฮวา ดูเป็นคนจริงจัง เงียบขรึม ตลอดทางก็ไม่ค่อยพูดคุยกับหลินเย่ แต่ดูแล้วเป็นคนทำงานเรียบร้อยเป๊ะทุกขั้นตอน
“หัวหน้าหวงคะ นี่คือเจ้าหน้าที่ใหม่ที่ย้ายมาประจำแผนกจัดซื้อ ตำแหน่งคือเจ้าหน้าที่จัดซื้อค่ะ”
เธอพาหลินเย่มาหยุดตรงหน้าชายร่างท้วม ใบหน้ามีแผลเป็นหนึ่งรอย ดูอายุราว 40 กว่าๆ
“อ้อ ยินดีต้อนรับๆ รอมานานแล้วล่ะว่าทางโรงงานจะส่งคนมาเสริมทีมบ้าง ฉันชื่อหวงต้าหมิง หัวหน้าแผนกจัดซื้อ ยินดีต้อนรับน้องชายเข้าสู่ทีม !”
รอยยิ้มของหวงต้าหมิงดูจริงใจ แต่พอรวมกับแผลเป็นบนหน้าแล้วก็ดูมีความน่าเกรงขามอยู่ไม่น้อย
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ หัวหน้าหวง ผมชื่อหลินเย่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ”
หลินเย่ไม่แสดงอาการกลัวแม้แต่น้อย แผลแบบนั้นดูออกได้ไม่ยากว่าน่าจะได้มาจากสนามรบ แม้ตอนนี้ร่างกายจะไม่แข็งแรงเหมือนก่อน แต่กลิ่นอายนักรบยังคงชัดเจน