เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ย้ายตำแหน่ง

บทที่ 3 ย้ายตำแหน่ง

บทที่ 3 ย้ายตำแหน่ง


บทที่ 3 ย้ายตำแหน่ง

“ฉันจะจัดการเรื่องเอกสารในตอนบ่ายนี้ ย้ายไปทำงานที่โรงงานเหล็ก      ที่ 1 !”

หลินเย่ครุ่นคิดอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจย้ายไปโรงงานเหล็กที่ 1 ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก... แค่เพราะที่นั่นเป็นคู่แข่งของโรงงานเหล็กที่ 3

พอเขามีฟาร์ม YY แล้ว เรื่องปากท้องกับเสบียงจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป

ไม่มีใครเข้าใจสถานการณ์ดีไปกว่าเขา... ตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป ประเทศกำลังจะเข้าสู่ภาวะขาดแคลนวัตถุดิบอย่างหนัก

ที่จริง ช่วงไม่กี่ปีมานี้ก็ยิ่งอยู่ยิ่งลำบาก ไม่อย่างนั้นรัฐบาลคงไม่ต้องออกตั๋วปันส่วนกับระบบจำกัดการแจกจ่ายเสบียงหรอก และตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป... ก็จะเข้าสู่ช่วงภัยพิบัติยาวนานถึงสามปีเต็ม

ตอนนั้นแหละ จะเป็นช่วงที่อาหารและทรัพยากรขาดแคลนหนักที่สุด...

เที่ยงวันนั้น หลินเย่กินอะไรง่าย ๆ รองท้องไปหนึ่งคำ แล้วก็เตรียมตัวออกจากบ้าน แต่ก่อนจะไปเขาก็จัดการเก็บข้าวของมีค่าใส่ไว้ในพื้นที่ของระบบให้หมด

เงินเก็บราว ๆ 2,100 หยวน ซึ่งนอกจากจะเป็นเงินที่เขากับพ่อแม่เก็บหอมรอมริบมาสองปีแล้ว ยังมีเงินสงเคราะห์จากการเสียชีวิตของพ่อแม่ด้วย

ที่เหลือก็มีตั๋วปันส่วน สมุดเบิกข้าวสาร และใบอนุญาตล่าสัตว์

สุดท้ายคือปืนล่าสัตว์หนึ่งกระบอก

สาเหตุที่หลินเย่กล้าเข้าป่าล่าหมูป่าได้ตามลำพัง และดันโชคดีล่ามาได้จริง ๆ ก็เพราะบ้านเขามีปืนนี่แหละ

หลังจากพ่อเสีย หลินเย่ที่ตอนนั้นอายุแค่สิบห้า ก็เริ่มขึ้นเขาไปล่าสัตว์เป็นครั้งคราว เพื่อพอมีเนื้อมาเสริมกับข้าวที่บ้าน แต่ตอนนั้นก็ยังกล้าแค่ล่าไก่ป่าหรือกระต่าย ยังไม่กล้าเข้าไปในป่าลึกจริง ๆ หรอก

ที่เขาเลือกทำหน้าที่จัดซื้อก็เพราะมีใบอนุญาตล่าสัตว์นั่นเอง

(หมายเหตุ: ยุคนั้นการทำใบล่าสัตว์ไม่ใช่เรื่องยาก โดยเฉพาะถ้าไปล่าสัตว์แถวชนบท แทบไม่มีใครมาสนใจว่าเรามีใบหรือเปล่า ขอแค่ใจถึงพอที่จะเข้าป่าเท่านั้น)

“เฮอะ... มีปืนอยู่ที่บ้านแท้ ๆ ยังปล่อยให้พวกสารเลวพวกนั้นรังแกได้อีก... ไม่รู้เลยว่า ‘เมื่อก่อน’ คิดอะไรอยู่ ?”

หลินเย่ลูบปืนในมือพลางบ่นให้ตัวเองในอดีตอย่างอดไม่ได้

ช่างซื่อเกินไปจริง ๆ... คนดีมักถูกรังแกก็แบบนี้แหละ !

หลังจากล็อกบ้านเรียบร้อย เขาเพิ่งเดินมาถึงลานหน้าบ้าน ก็เห็นพวกป้า ๆ อย่างป้าใหญ่ ป้าสอง และเจียจางซือกำลังนั่งเมาท์มอยอะไรกันอยู่

ทันทีที่เห็นหลินเย่ เจียจางซือก็หรี่ตาลงเล็กน้อย พลางพูดเสียงเหน็บแนมทันที

“อุ๊ย นี่ใครกันนะ ? ป่านนี้เพิ่งออกจากบ้านเหรอ ?”

“ฉันว่านะ เป็นพนักงานจัดซื้อนี่มันก็ดี ไม่ต้องตื่นเช้าตรู่ อยากนอนถึงกี่โมงก็ได้ !”

“ไม่เหมือนลูกชายฉัน เจียตงสวี่ อีกไม่นานก็จะได้เป็นช่างระดับสองแล้วนะ ต้องทำงานล่วงเวลาทุกวัน ฝึกฝีมืออย่างไม่หยุด !”

“บางคนไม่ถูกเลื่อนตำแหน่งก็เพราะมันมีเหตุผลล่ะนะ... ฮิฮิ~”

พวกป้า ๆ ที่อยู่ด้วยกันก็พากันหัวเราะเยาะเหมือนรอดูละคร

หลินเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เหลือบตามองไปรอบลานบ้านก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ขึ้นมา

“จริงครับ ผมจะไปเทียบกับลูกชายป้าของเจียตงสวี่ได้ยังไงกันล่ะ”

เจียจางซือได้ยินก็รีบยิ้มอย่างภูมิใจ แต่ในวินาทีถัดมา... รอยยิ้มของเธอก็แข็งค้างไป

“ลูกชายป้าทำงานมาแค่สี่ปี ก็สอบได้แค่ช่างระดับหนึ่ง อีกนิดก็จะได้เป็นช่างระดับสองแล้ว”

“ส่วนผม... ตอนนี้เป็นแค่เจ้าหน้าที่ระดับ 15 เงินเดือนก็พอ ๆ กับช่างระดับสามเท่านั้นเอง”

หลินเย่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเหน็บแนมเช่นเดียวกัน

ป้าคนอื่น ๆ อย่างป้าใหญ่ ป้าสอง ป้าหลิวได้ยินก็แทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ต้องรีบหุบปากกลั้นไว้ทันที ขณะมองหน้าซีด ๆ ของเจียจางซือ

เจียตงสวี่เข้าทำงานมาเกือบ 4 ปี ยังได้แค่ช่างระดับหนึ่ง ทั้งที่ความจริงช่างระดับหนึ่งถึงสามถือว่าง่ายมาก กว่าจะเริ่มยากก็คือระดับ 4 ขึ้นไป

คนทั่วไปทำงาน 4 ปี อย่างน้อยก็ต้องได้ช่างระดับสามแล้ว

ยิ่งกว่านั้น เขายังมีอาจารย์ที่เป็นถึงช่างระดับ 7 คอยสอนอยู่ด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาจารย์อย่างอี้จงไห่ไม่ยอมสอน หรือเพราะเจียตงสวี่มันโง่เกินไปกันแน่

สรุปแล้วทำงานมา 4 ปีเต็ม เพิ่งจะสอบผ่านระดับ 1 เมื่อปีที่แล้ว อย่าว่าแต่ในลานบ้านเลย ทั้งโรงงานเหล็กก็รู้จักชื่อเสียงด้าน "ไร้ฝีมือ" ของเขากันหมด

ครูฝึกหลายคนมักจะยกเขาเป็นตัวอย่าง "อย่าเลียนแบบ" ให้ศิษย์ดู หลินเย่พูดแบบนี้ก็เท่ากับ "แฉกลางลานบ้าน" นั่นแหละ !

“แก... แก ! !”

“อย่างน้อยตงสวี่ก็ยังดีกว่าแก ไอ้คนไร้หัวใจ ! ชีวิตนี้แกก็แค่เจ้าหน้าที่กระจอก ๆ อย่าหวังให้โรงงานเลื่อนตำแหน่งให้เลย ฝันไปเถอะ !”

เจียจางซือชี้หน้าด่าอย่างเดือดดาล

“จ้า ๆ ๆ ถูกทุกข้อเลยครับป้า~”

หลินเย่มีธุระสำคัญต้องไปทำตอนบ่าย เขาไม่มีเวลามาเถียงกับป้าปากจัดอย่างเจียจางซือ ยังไงวันหน้ายังมีโอกาสอีกเยอะ... ค่อยจัดการทีหลัง

เจียจางซือได้แต่มองตามแผ่นหลังของหลินเย่ด้วยความอัดอั้น คล้ายกับชกลงไปในก้อนสำลี คนอื่น ๆ ที่อยู่แถวนั้นก็มีสีหน้าแปลก ๆ... เพราะคำพูดสุดท้ายนั่นของหลินเย่ฟังดูเหมือนไม่มีอะไร

แต่กลับรู้สึกเหมือนโดนเหยียบหน้าซะงั้น...

หลินเย่เดินทางมายังโรงงานเหล็กที่ 3 และมุ่งตรงไปยังแผนกบุคคลอย่างไม่ลังเล

“หลินเย่เหรอ ? นายจะย้ายตำแหน่งไปโรงงานเหล็กที่ 1 จริงเหรอ ! ?”

เสียงอุทานดังลั่นของเสี่ยวจางจากแผนกบุคคล เรียกความสนใจจากทุกคนในห้องทันที

“มีอะไรกันหรือ ?”

หัวหน้าแผนกบุคคล จ้าวเหม่ยจวน เดินออกมาจากห้องทำงาน เห็นหลินเย่ถูกพนักงานรุมล้อม ก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย

“หัวหน้าครับ... ชายคนนี้คือหลินเย่จากแผนกจัดซื้อครับ เขายื่นใบขอย้ายไปโรงงานเหล็กที่ 1 นี่ครับ ใบคำร้องของเขา”

เสี่ยวจางรีบชี้แจง พร้อมยื่นเอกสารให้หัวหน้าดู

จ้าวเหม่ยจวนรับเอกสารมา เปิดอ่านอย่างละเอียด และพอเห็นลายเซ็นกับตราประทับของทั้งกระทรวงโลหะและเลขาธิการพรรค ดวงตาของเธอก็หรี่ลงเล็กน้อย

เธอเงยหน้ามองชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง โดดเด่นกว่าใครในห้อง

“หลิน...เย่ ? คุณคือคนนั้นใช่ไหม ที่เพิ่งล่าหมูป่าได้เมื่อไม่กี่วันก่อน ?”

จ้าวเหม่ยจวนจำเขาได้

“ใช่ครับหัวหน้า ตอนที่ผมเข้าทำงานที่นี่ ก็ได้คุณช่วยดำเนินเรื่องให้”

หลินเย่พยักหน้า ตอบด้วยรอยยิ้มสุภาพ

“แล้วทำไมถึงจะย้ายล่ะ ? คุณเพิ่งหาเนื้อหมูทั้งตัวมาให้โรงงาน ถือว่าทำคุณงามความดีอย่างมาก กำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่เลยนะ”

“จะไปตอนนี้... ไม่เสียดายบ้างเหรอ ?”

จ้าวเหม่ยจวนมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ  หลินเย่หัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนตอบตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อม

“หัวหน้าพูดติดตลกแล้วครับ ผู้อำนวยการหลี่กับหัวหน้าแผนกของผมบอกว่าผมไม่ค่อยสามัคคีกับเพื่อนบ้าน เลยตัดสินใจมอบโอกาสเลื่อนขั้นให้คนอื่นแทน”

“โรงงานเหล็กที่ 3 นี่... ระบบซับซ้อนเกินไป ผมคงไม่เหมาะ”

“ย้ายไปที่อื่นน่าจะดีกว่า”

คำพูดนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบกริบ

ทุกคนเข้าใจทันทีโดยไม่ต้องอธิบายให้มากความ ผลงานของหลินเย่ถูกยึดไป แล้วข้อหาที่ใช้ก็บิดเบี้ยวเสียจนดูออกว่า “จัดฉาก”

คนที่ได้เลื่อนตำแหน่งแทนก็คงไม่พ้นพวกใกล้ชิดกับหัวหน้าหรือผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อ

หลายคนในแผนกบุคคลมองหลินเย่ด้วยสายตาเห็นใจ... แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก เพราะรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงผู้อำนวยการหลี่ที่ไม่มีใครกล้ายุ่ง

“ก็ได้... ขอให้คุณทำงานอย่างราบรื่นที่โรงงานเหล็กที่หนึ่งนะ”

จ้าวเหม่ยจวนถอนหายใจเบา ๆ ก่อนลงชื่อในเอกสาร

“เรื่องเอกสารประวัติส่วนตัว ฝากหัวหน้าช่วยย้ายไปที่โรงงานเหล็กที่ 1 ด้วยนะครับ”

หลินเย่รับเอกสารกลับมา พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน

“ไม่ต้องห่วงเลย !”

เมื่อจัดการเรื่องเอกสารเรียบร้อย หลินเย่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ยกมือไหว้ลาจากอย่างสุภาพ เอกสารคำสั่งย้ายตำแหน่งที่ได้รับมาจากระบบทำให้การย้ายงานของเขาราบรื่นเป็นไปด้วยดีทุกขั้นตอน

ที่เขาต้องมาด้วยตัวเอง ก็เพียงเพราะต้องจัดการเรื่องเอกสารประวัติให้เรียบร้อยเท่านั้น

หลังจากติดต่ออีกสองสามแผนก เสร็จสิ้นเรื่องลายเซ็นทั้งหมด หลินเย่ก็เก็บข้าวของของตัวเองแล้วออกจากโรงงาน

เขาหันกลับไปมองประตูเก่าคร่ำของโรงงานเหล็กที่ 3 เป็นครั้งสุดท้าย...

หลินเย่หัวเราะเบา ๆ ก่อนแบกสัมภาระเดินตรงไปยังตลาดฝั่งถนนทิศตะวันออก

เป้าหมายวันนี้คือหาซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวสาร หากเจอผักหรือผลไม้ยิ่งดี

เขาจะปลูกมันไว้ในพื้นที่เกษตรของฟาร์ม YY จากนั้นก็จะไปหาซื้อหมูตัวเล็ก ๆ ไก่ เป็ด ห่าน หรือสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ จากชนบท

ตราบใดที่สามารถสร้างระบบปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ในฟาร์ม YY ให้สมบูรณ์ได้  สามปีแห่งภัยพิบัติที่กำลังจะมาถึง ก็ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงอีกต่อไป

คิดถึงตรงนี้...

หลินเย่ก็ฮัมเพลงเบา ๆ พลางเดินอย่างสบายใจ และมุ่งหน้าไปยังถนนทิศตะวันออกอย่างกระฉับกระเฉง

จบบทที่ บทที่ 3 ย้ายตำแหน่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว