- หน้าแรก
- นี่เจ้าย้ายแดนศักดิ์สิทธิ์มาไว้ที่นี่งั้นรึ
- ตอนที่ 24 วงแหวนวิญญาณที่สอง
ตอนที่ 24 วงแหวนวิญญาณที่สอง
ตอนที่ 24 วงแหวนวิญญาณที่สอง
ตอนที่ 24 วงแหวนวิญญาณที่สอง
เห็นการประลองวิญญาณจบลง เชียนเหรินเสวี่ยก็รีบวิ่งเข้ามาหาพวกเขา
ยังไม่ทันที่หลินเป่ยหยาจะได้ทักทายแม่นางฟ้าตัวน้อย เขาก็รู้สึกถึงแรงกระแทกที่หัวเข่าอย่างจัง โชคดีที่มีชุดเกราะคุ้มกัน หลินเป่ยหยาจึงไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย
แต่ความงุนงงในใจไม่จางหายไปไหน เขาได้แต่ยืนบื้อ มองแม่นางฟ้าตัวน้อยที่กำลังหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธ
"ฮึ! ที่ผ่านมาตอนสู้กับข้า เจ้าออมมือมาตลอดเลยใช่ไหม? นี่เจ้าดูถูกคุณหนูอย่างข้าเหรอ?"
"หา?"
แม้ในใจจะบ่นว่ายัยนี่ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย แต่เขาก็พอจะเข้าใจสาเหตุที่นางโกรธ สมองรีบประมวลผลหาทางออก แล้วปั้นข้อแก้ตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"เสวี่ยเอ๋อร์ ข้าไม่ได้ออมมือนะ สภาวะแบบนั้นข้าเพิ่งจะบรรลุเมื่อไม่นานมานี้เอง เมื่อก่อนข้าทำไม่ได้จริงๆ"
"งั้นเหรอ?"
เชียนเหรินเสวี่ยจ้องหน้าเปื้อนยิ้มของหลินเป่ยหยาอย่างจับผิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร คำอธิบายของเขาก็ช่วยให้อารมณ์ของนางดีขึ้นมาก
เห็นน้องสาวตัวเองโดนหลอกง่ายๆ ด้วยคำพูดไม่กี่คำจนหายโกรธเป็นปลิดทิ้ง เหลยอิ๋งที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้แต่กุมขมับถอนหายใจ
แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่ได้คิดจะแฉความจริง ทำเพียงส่งสายตาดุๆ ไปให้เจ้าตัวแสบ
หลินเป่ยหยาผู้มีความผิดติดตัวได้แต่เกาหัวยิ้มแหยๆ ส่งสายตาขอบคุณไปให้เหลยอิ๋ง
ทั้งสองถือว่าสนิทกันได้เพราะการประลอง ตลอดครึ่งปีต่อมา หลินเป่ยหยามักจะประลองกับเหลยอิ๋งบ่อยครั้ง ซึ่งช่วยยกระดับทักษะการต่อสู้ของทั้งคู่ได้อย่างมาก
ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ไม่ละเลยการฝึกฝนสายตา พลังวิญญาณและประสาทสัมผัสทั้งห้าพัฒนาขึ้นอย่างมั่นคง
ค่ำคืนนั้น หลินเป่ยหยานั่งสมาธิสวมชุดคลอทตามปกติ และคอขวดระดับ 19 ก็แตกออกอย่างเงียบเชียบ ส่งเขาเข้าสู่ระดับว่าที่อัคราจารย์วิญญาณอย่างเป็นธรรมชาติ
"จะได้วงแหวนวิญญาณที่สองแล้ว! ตื่นเต้นชะมัด!"
ตลอดหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา หลินเป่ยหยากินวาฬกาวหมื่นปีชิ้นนั้นจนหมดเกลี้ยง เพื่อช่วยในการขัดเกลาร่างกาย เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าเด็กรุ่นเดียวกันมาก หรือแม้แต่วิญญาณจารย์ระดับเดียวกันก็เทียบไม่ติด เป้าหมายในครั้งนี้ของเขาคือ... วงแหวนวิญญาณพันปี
เมื่อเขาดูดซับวงแหวนวิญญาณพันปีสำเร็จ เขาจะบอกความจริงเรื่องสรรพคุณของวาฬกาวกับเชียนเต้าหลิว
เขาเชื่อว่าเมื่อตาแก่รู้ถึงความมหัศจรรย์ของมัน ท่านต้องหาวาฬกาวมาให้หลานสาวกินแน่ และถึงตอนนั้น เขาก็คงได้อานิสงส์ไปด้วย
ด้วยความคาดหวัง หลินเป่ยหยาหลับสบายจนถึงรุ่งเช้า
หลังอาหารเช้า เขาไปเจอเชียนเหรินเสวี่ยและเหลยอิ๋งที่ศาลาในสวน
"อะไรนะ? เจ้าถึงระดับ 20 แล้วเหรอ? เร็วเกินไปแล้วมั้ง?"
ทั้งสองอายุเกือบ 8 ขวบเท่ากัน เชียนเหรินเสวี่ยที่มีพรสวรรค์สูงส่งก็ฝึกฝนจนถึงระดับ 28 แล้ว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่องว่างระหว่างนางกับหลินเป่ยหยากำลังหดแคบลงเรื่อยๆ
ส่วนเหลยอิ๋งดูจะตกใจยิ่งกว่าเชียนเหรินเสวี่ย ด้วยพลังวิญญาณตั้งต้นระดับ 9 นางก็นับว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับสองคนตรงหน้า นางรู้สึกเหมือนความมั่นใจกำลังถูกบดขยี้อย่างรุนแรง
"สัตว์ประหลาดชัดๆ"
"ใช่ๆ! ฝึกถึงระดับ 20 ได้เร็วขนาดนี้ สัตว์ประหลาดชัดๆ!"
เชียนเหรินเสวี่ยพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของพี่สาวอย่างกระตือรือร้น แต่กลับโดนเหลยอิ๋งมองค้อนขวับ
"ข้าหมายถึงพวกเจ้าทั้งคู่นั่นแหละ ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว!"
"เอ๋? ข้า... เอ้อ..."
แม่นางฟ้าตัวน้อยไปไม่เป็น นางอยากจะเถียงแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าพลังวิญญาณของนางสูงกว่าหลินเป่ยหยาเสียอีก ใบหน้าเล็กๆ แดงก่ำด้วยความเขินอาย
ท่าทางน่ารักน่าชังนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากหลินเป่ยหยาและเหลยอิ๋งได้เป็นอย่างดี
"เป่ยหยา เจ้าวางแผนจะไปหาวงแหวนวิญญาณเลยไหม? ความแตกต่างระหว่างวงแหวนพันปีกับร้อยปีมันมหาศาลนะ พี่อิ๋งอิ๋งขอเตือนว่าอย่าเสี่ยงดีกว่า"
"ข้ารู้ครับพี่อิ๋งอิ๋ง แต่ข้ายังอยากจะลองดู ชุดคลอทช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกายข้าได้ตั้ง 10% แหนะ"
"เฮ้อ... เอาเถอะ งั้นขอให้เจ้าโชคดีแล้วกัน"
รู้ว่าห้ามหลินเป่ยหยาไม่ได้ เหลยอิ๋งก็เลิกเซ้าซี้ แต่แววตาที่เป็นห่วงยังคงฉายชัด
สิ่งนี้ทำให้หลินเป่ยหยารู้สึกอบอุ่นใจ เพราะเขาเป็นเด็กกำพร้าทั้งสองชาติภพ ในขณะเดียวกัน เขาก็ยิ่งมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่สดใสให้กับพวกนาง เพื่อให้เชียนเต้าหลิวเชื่อในสรรพคุณของวาฬกาว วงแหวนวิญญาณพันปีคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้
"ข้าจะไปหาตาแก่ดูว่าท่านจะจัดให้ข้าไปล่าวงแหวนวิญญาณเมื่อไหร่"
"โอเค เดี๋ยวข้าให้คนไปลาโรงเรียนให้เจ้าเอง"
"อื้อ ขอบใจนะ"
ด้วยหัวใจที่พองโต หลินเป่ยหยาเดินมุ่งหน้าสู่วิหารเทพทูตสวรรค์
หลายเดือนก่อน เขาได้เลือกเป้าหมายในการล่าวงแหวนวิญญาณไว้แล้ว วงแหวนที่สองควรได้จากสัตว์วิญญาณประเภทวัว และเขาก็เจอกับสายพันธุ์ที่เหมาะสมสุดๆ ในสารานุกรม
โคเกราะทองคำ สัตว์วิญญาณวัวที่มีลำตัวสีทองอร่ามราวกับสวมเกราะ เข้ากับธีมโกลด์เซนต์ของเขาขนาดนี้ จะไม่เลือกได้ยังไง?
มาถึงหน้าเทวรูปเทพเจ้า เชียนเต้าหลิว สาวกผู้ภักดี ยังคงคุกเข่าสวดภาวนาอยู่เบื้องหน้ารูปปั้น
สัมผัสได้ถึงการมาของหลินเป่ยหยา ชายชราค่อยๆ ลืมตาขึ้น เมื่อสัมผัสถึงคลื่นพลังวิญญาณในตัวเด็กหนุ่ม รอยยิ้มพึงพอใจก็ปรากฏขึ้น
"โอ้? พลังวิญญาณเจ้าถึงระดับ 20 แล้วสินะ จะไปล่าวงแหวนวิญญาณงั้นรึ?"
"ครับท่านมหาปุโรหิต ข้าเพิ่งทะลวงระดับเมื่อคืนนี้เอง"
พยักหน้ารับรู้ เชียนเต้าหลิวค่อยๆ หุบยิ้ม สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง
"เป่ยหยา ข้ารู้ว่าร่างกายเจ้าแข็งแกร่งกว่าวิญญาณจารย์ระดับเดียวกันมาก แต่วงแหวนวิญญาณพันปีก็ยังเสี่ยงเกินไป เจ้าต้องคิดให้ดีๆ นะ"
"ข้าคิดมาดีแล้วครับท่านมหาปุโรหิต ขีดจำกัด 764 ปี ก็เป็นผลมาจากการลองผิดลองถูกของคนรุ่นก่อน แล้วทำไมข้าจะสร้างมาตรฐานใหม่บ้างไม่ได้ล่ะครับ?"
โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย หลินเป่ยหยาตอบกลับด้วยความคิดของตน ซึ่งทำให้เชียนเต้าหลิวมองเขาด้วยความชื่นชมอีกครั้ง และไม่คิดจะห้ามปรามการตัดสินใจของเขาอีก
"ดี พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนพาเจ้าไปล่าวงแหวนวิญญาณ ไปเตรียมตัวซะ"
"ขอบคุณครับท่านมหาปุโรหิต"
มองดูแผ่นหลังของหลินเป่ยหยาที่เดินจากไป แววตาของเชียนเต้าหลิวเต็มไปด้วยความชื่นชมและความกังวล เด็กหนุ่มคนนี้มีความสำคัญต่อหลานสาวเขามาก หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น หลานสาวเขาคงใจสลายแน่นอน
คิดได้ดังนั้น ครั้งนี้เขาไม่คิดจะส่งคนธรรมดาไปดูแลหลินเป่ยหยา แต่เขาเรียกหา พรหมยุทธ์ลำดับที่เจ็ด พรหมยุทธ์ปราบมาร
"พี่ใหญ่ มีเรื่องอันใดหรือ?"
"เจ้าหนูเป่ยหยาจะไปเอาวงแหวนวิญญาณที่สอง ครั้งนี้เจ้าไปดูแลเขาด้วยตัวเองเลย!"
"วงแหวนที่สอง? จำเป็นขนาดนั้นเลยหรือ?"
ในหอบูชาพรหมยุทธ์มียอดฝีมือมากมาย ส่งระดับมหาปราชญ์วิญญาณไปก็ถมเถแล้วสำหรับวงแหวนที่สอง พรหมยุทธ์ปราบมารรู้สึกว่าเชียนเต้าหลิวขี่ช้างจับตั๊กแตนไปหน่อย
เข้าใจความคิดของน้องร่วมสาบาน เชียนเต้าหลิวส่ายหน้าช้าๆ
"น้องเจ็ด เจ้าไม่เข้าใจ เจ้าหนูนั่นตั้งใจจะดูดซับวงแหวนที่สองระดับ พันปี"
"อะไรนะ? เจ้าเด็กนั่นรนหาที่ตายรึ?"
"ไม่หรอก ถ้าวัดกันที่ความแข็งแกร่งของร่างกายอย่างเดียว เจ้าหนูนั่นเทียบเท่าระดับปรมาจารย์วิญญาณแล้ว ข้าแค่ส่งเจ้าไปกันพลาดเฉยๆ"
"นี่มัน..."
เขาไม่ค่อยได้เจอหลินเป่ยหยาบ่อยนัก เคยเห็นแค่ไม่กี่ครั้งตอนแอบคุ้มกันเชียนเหรินเสวี่ย พอได้ยินว่าเด็กที่มีพลังวิญญาณระดับว่าที่อัคราจารย์วิญญาณ กลับมีร่างกายแข็งแกร่งเทียบเท่าระดับปรมาจารย์วิญญาณ จะไม่ให้เขาตกใจได้ยังไง?
ผ่านไปครู่ใหญ่ พรหมยุทธ์ปราบมารระงับอารมณ์ตื่นเต้น แล้วพยักหน้าอย่างจริงจังให้เชียนเต้าหลิว
"เข้าใจแล้วพี่ใหญ่ ไว้ใจข้าได้เลย ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าหนูนั่นเป็นอะไรไปเด็ดขาด"
ตอนนี้ เขาเข้าใจถึงความน่ากลัวของพรสวรรค์เด็กคนนี้แล้ว หากให้เวลาเติบโต เขาจะต้องกลายเป็นกำลังสำคัญของเชียนเหรินเสวี่ยแน่นอน ดังนั้นเขาไม่รังเกียจที่จะลงแรงปูทางให้เด็กคนนี้
"อืม งั้นข้าก็วางใจ อ้อ เรื่องวงแหวนวิญญาณ ให้ฟังความเห็นเจ้าหนูนั่นเป็นหลักนะ วิญญาณยุทธ์ของเขาพิเศษ จะมองด้วยสายตาปกติไม่ได้"
"ได้เลย"
จบตอน