- หน้าแรก
- เจ้าเมืองแห่งโลกโปเกมอน
- บทที่ 30 การพบพาน
บทที่ 30 การพบพาน
บทที่ 30 การพบพาน
บทที่ 30 การพบพาน
"มิลามี..."
เหล่าจิลามีกะพริบตาขึ้นมองลูเซียน ดวงตาของพวกมันยังคงสั่นระริกและรื้นด้วยน้ำตา
"ข้าชื่อลูเซียน"
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางย่อตัวลงสบตา เขาพยายามแสดงออกถึงความอบอุ่นแทนที่จะใช้อำนาจกดข่ม พวกมันยังไม่ตอบรับในทันที แต่หันไปซุบซิบกันเอง หนวดเล็ก ๆ กระดิกไปมาพร้อมเสียงร้องจิ๊จ๊ะ
"จิลา?"
"มิลามี..."
"จิลา-จิลา!"
เสียงร้องแหลมเล็กถกเถียงกันวุ่นวาย ลูเซียนรออย่างใจเย็นด้วยสีหน้าสงบนิ่ง เขารู้ดีว่าความเชื่อใจไม่อาจบังคับกันได้ แต่มันต้องเกิดจากการตัดสินใจของพวกมันเอง
จิลามีโปเกมอนชินชิลล่าแสนน่ารักแห่งภูมิภาคอิชชู ขึ้นชื่อเรื่องรักความสะอาด ในโลกก่อนที่เขาเคยเห็น พวกมันมักจะใช้หางปัดกวาดฝุ่นละอองจนสะอาดเอี่ยม สิ่งมีชีวิตที่ใสซื่อเช่นนี้ กลับต้องมาพัวพันกับความขัดแย้งเพียงเพราะพวกเราไปทำลายบ้านของพวกมัน
ในที่สุด ทั้งห้าตัวก็หันกลับมาหาเขา
"จิลา!"
พวกมันร้องประสานเสียง ดวงตาเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น
ลูเซียนเลิกคิ้วขึ้น
"พวกเจ้าตกลงงั้นหรือ?"
"จิลา!"
พวกมันพยักหน้าหงึกหงักพร้อมกัน
ความจริงพวกมันไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว แต่ที่สำคัญกว่าคือลูเซียนดูไม่ใช่คนโกหก หากสิ่งที่เขาสัญญาเป็นจริง เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง พวกมันจะได้อยู่ในป่าไม้ผลที่อุดมสมบูรณ์ มีอาหารรสหวานให้กินไม่ขาดสาย ได้สร้างรังและวิ่งเล่นบนกิ่งไม้ด้วยกัน แค่คิดหัวใจดวงน้อยก็พองโต
ลูเซียนลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เขาเรียกไลลา ผู้มีหน้าที่รักษาพยาบาลของนิคมมาดูแลจิลามีที่บาดเจ็บ ก่อนจะสั่งให้คนอื่น ๆ กลับไปทำงานต่อ
ชาวบ้านเริ่มเดินเข้ามาใกล้อย่างระแวดระวัง ทว่าเมื่อเห็นโปเกมอนตัวน้อยไม่มีท่าทีดุร้ายแล้ว พวกเขาก็เริ่มผ่อนคลายลง
"พวกมันจะไม่ทำร้ายเราอีก"
ลูเซียนยืนยัน
"จนกว่าจะถึงฤดูใบไม้ผลิ พวกมันจะอาศัยอยู่ร่วมกับเรา"
ทุกคนที่ได้ยินต่างพยักหน้ารับโดยไม่มีใครคัดค้าน เพราะลึก ๆ แล้วพวกเขารู้ดีว่าขวานในมือพวกเขานั่นเองที่เป็นตัวทำลายบ้านของพวกมัน ไม่นานนัก จังหวะการทำงานที่หนักแน่นก็กลับมาอีกครั้ง ต้นไม้ล้มลงทีละต้นจนป่าเริ่มบางตา เหล่าจิลามีนั่งดูบ้านหลังเก่าที่ค่อย ๆ หายไปอย่างหงอยเหงาในตอนแรก ทว่าลูเซียนก็ต้องประหลาดใจที่ความเศร้านั้นอยู่ได้ไม่นาน เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ดวงตาสดใสของพวกมันก็เริ่มมองไปรอบ ๆ อย่างซุกซน ทั้งกระท่อมไม้ ทุ่งนา และมนุษย์ที่เดินกันขวักไขว่ ดูเหมือนนิสัยร่าเริงตามธรรมชาติจะช่วยฉุดพวกมันให้ออกจากความโศกเศร้า และเริ่มสนใจชีวิตใหม่ที่แปลกตาแทน
...
ถ่านในเตาพิงคุโชนส่งความอบอุ่นไปทั่วกระโจม บนโต๊ะมีจิลามีห้าตัวนั่งล้อมวงแทะอัลมอนด์อบแห้งอย่างเอร็ดอร่อย ข้างกันนั้นมีถ้วยชาดำรสหวานส่งกลิ่นหอมกรุ่น
"จิลา~!" (อุ่นจังเลย~!)
"จิลา!" (อร่อยจัง!)
"มิลามี..." (สบายจังเลย...)
การได้กินของอร่อยและอยู่ในที่พักที่ทั้งอุ่นและสะอาดท่ามกลางฤดูหนาวที่แสนลำบากและขาดแคลนอาหาร เป็นสิ่งที่พวกมันไม่เคยจินตนาการถึงตอนอยู่ในป่ามาก่อนเลย ใบหน้าเล็กๆ ของพวกมันเอิบอิ่มไปด้วยความสุข ราวกับเพิ่งได้รับเงินชดเชยค่ารื้อถอนก้อนโตมายังไงยังงั้น
ลูเซียน: "..."
มินิริว: "..."
ลูเซียนทำได้เพียงจ้องมอง ในใจอยากจะตะโกนถามเหลือเกินว่า
'เฮ้! อุดมการณ์ของพวกเจ้าหายไปไหนหมดแล้ว?'
แต่เมื่อมองดูจิลามีเขาก็นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ ผืนป่าภายนอกนั้นกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยทรัพยากร มันไม่มีทางเป็นของจิลามีเพียงกลุ่มเดียวแน่
การตัดไม้จะยังดำเนินต่อไป เพราะบ้านยังต้องการไม้ซุง และฟืนก็จำเป็นต่อการประทังชีวิตในหน้าหนาว และที่ไหนที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ โปเกมอนก็ย่อมอาศัยอยู่ที่นั่น หากเป็นเช่นนี้ ความขัดแย้งแบบวันนี้ย่อมต้องเกิดขึ้นอีก
ลูเซียนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้น เขาสั่งให้มินิริวอยู่ช่วยเฝ้าเหล่าจิลามี จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ตัดไม้
ที่นั่น ชาวบ้านและยูกิคาบูริกำลังกวัดแกว่งขวานเข้าจังหวะกัน ต้นไม้ใหญ่ส่งเสียงลั่นก่อนจะล้มครืนเสียงดังสนั่นไปทั่วป่า
"ฝ่าบาท!"
อัศวินนายหนึ่งสังเกตเห็นลูเซียนและรีบเข้ามาทำความเคารพ
ลูเซียนพยักหน้าพลางมองไปที่ชายป่า
"ช่วงที่ตัดไม้หลายวันมานี้ พวกเจ้าเจออสุรกายป่าบ้างไหม?"
"อสุรกายป่าหรือพะยะค่ะ?"
อัศวินครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้า
"เจอพะยะค่ะฝ่าบาท"
"หืม? ตัวแบบไหนล่ะ?"
อัศวินขมวดคิ้วพลางนึก
"เราเจอนกคล้ายนกพิราบ แล้วก็สัตว์ตัวเล็ก ๆ คล้ายหนูที่ดูระแวดระวังมาก พอพวกมันเห็นเราก็เผ่นแน่บทันที แล้วก็มีสัตว์คล้ายกวางขนสีน้ำตาลด้วยพะยะค่ะ"
ลูเซียนหรี่ตาลงทันที เขาพอจะนึกภาพออกแล้ว
นกตัวนั้นต้องเป็นมาเมพาโตะ นกพิราบป่าที่พบได้ทั่วไปในอิชชู
ส่วนโปเกมอนคล้ายหนู น่าจะเป็นมิเนซูมิที่ช่างระแวดระวังและตื่นคน
และกวาง... คงจะเป็นชิคิจิกะ ร่างฤดูหนาวแน่ ๆ
"พวกมันมีท่าทีดุร้ายไหม?"
ลูเซียนถามต่อ
อัศวินส่ายหน้า
"ไม่เลยพะยะค่ะ คงเพราะเรามีคนเยอะ พวกมันเลยกลัว พอเห็นปุ๊บก็วิ่งหนีไปปั๊บ"
ลูเซียนผ่อนลมหายใจเบาๆ
ดูเหมือนว่าจิลามีจะเป็นกลุ่มที่ใจกล้าที่สุดในบรรดาพวกมันทั้งหมด หรือบางทีต้นไม้ที่ถูกโค่นอาจจะเป็นรังรักของพวกมันพอดี จนทำให้พวกมันตัดสินใจเข้าปะทะกับพวกเขาด้วยความจนแต้ม
"ข้าเข้าใจแล้ว ทำงานต่อไปเถอะ"
ลูเซียนเอ่ยเสียงเรียบ
"พะยะค่ะฝ่าบาท!"
อัศวินทำความเคารพอีกครั้งก่อนกลับไปทำงาน
ลูเซียนยืนนิ่งอยู่กลางหิมะ กวาดสายตามองผืนป่าอันกว้างใหญ่ ลมหนาวบาดผิวทว่าเขากลับรู้สึกหนักอึ้งในใจยิ่งกว่า ทุกต้นไม้ที่พวกเขาล้มลง ย่อมเป็นบ้านของผู้อื่นเสมอ
ทันใดนั้นเอง เขารู้สึกเสียวสันหลังวาบราวกับถูกจ้องมอง สัญชาตญาณเขาสั่งการทันที ลูเซียนหันขวับไปมองที่ชายป่า บนกิ่งไม้ไม่ไกลนัก มีร่างสีเขียวขนาดเล็กเกาะอยู่
สายตาทั้งสองคู่สบประสานกันเข้าอย่างจัง
มันคือโปเกมอนรูปร่างคล้ายงูที่มีลำตัวสีเขียวปราดเปรียว ช่วงท้องเป็นสีครีม มีแถบสีเหลืองลากยาวจากหลังศีรษะไปจนถึงหาง แม้รูปร่างจะเหมือนงู แต่มันยืนตัวตรงด้วยขาทั้งสองข้าง และมีแขนเล็กๆ กอดอกไว้แนบแน่น
แววตาของมันเรียบเฉย ทะนงตน และยากจะคาดเดาความรู้สึก รูม่านตาของลูเซียนหดเกร็งด้วยความตกตะลึง นั่นมัน สึทาจะ หนึ่งในโปเกมอนเริ่มต้นแห่งภูมิภาคอิชชู!
ท่ามกลางหิมะโปรยปราย มนุษย์และโปเกมอนต่างจ้องกันเงียบกริบ เผชิญหน้ากันอย่างไม่มีคำพูดภายใต้แสงแดดอันเยือกเย็นของฤดูหนาว