- หน้าแรก
- เจ้าเมืองแห่งโลกโปเกมอน
- บทที่ 28 ความขัดแย้ง? โปเกมอนป่าในพงไพร!
บทที่ 28 ความขัดแย้ง? โปเกมอนป่าในพงไพร!
บทที่ 28 ความขัดแย้ง? โปเกมอนป่าในพงไพร!
บทที่ 28 ความขัดแย้ง? โปเกมอนป่าในพงไพร!
วันที่ 15 ธันวาคม ปีที่ 148 แห่งปฏิทินอาณาจักร เป็นเวลาครึ่งเดือนนับตั้งแต่คณะเดินทางได้มาตั้งรากฐาน ณ ที่ราบหุบเขาแห่งนี้
ภายในกระโจมที่พัก ลูเซียนจิบชาร้อนที่สาวใช้ยกมาถวาย พลางฟังรายงานความคืบหน้าจากเอลิฟที่ยืนอยู่เคียงข้าง บนโต๊ะมีมินิริวขดตัวอย่างสำราญใจ นางกำลังแทะเล็มเนื้อปลาที่ลูเซียนเตรียมไว้ให้ มันคือ ปลาเพิร์ชจากแม่น้ำที่เขาบรรจงตกและแกะก้างออกให้เป็นอย่างดี ในยุคสมัยที่ไร้ซึ่งโปเกพัฟหรือโปฟฟิน ลูเซียนทำได้เพียงทดลองและคิดค้นวิธีทำอาหารนางด้วยตัวเองอย่างสุดความสามารถ
เอลิฟชำเลืองมองมังกรตัวน้อย แล้วสังเกตเห็นว่านางดู... เจ้าเนื้อขึ้นไม่น้อย
ภาพตรงหน้าทำให้เขานึกถึงช่วงที่เพิ่งเดินทางออกมาจากเมืองหลวง ตอนนั้นอากาศเริ่มหนาว มินิริวหวาดกลัวความเย็นจัดจนไม่ยอมก้าวออกจากรถม้า นางสั่นเทาทั้งวันทั้งคืน สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปกะทันหันในครั้งนั้นทำให้นางซูบผอมลงไปมาก ทว่ายามนี้ นางไม่เพียงแต่ได้น้ำหนักเดิมกลับคืนมา แต่ยังว่ายน้ำในแม่น้ำที่เย็นจัดได้อย่างคล่องแคล่ว
"ฝ่าบาททรงเชี่ยวชาญการเลี้ยงดูอสุรกายยิ่งนักพะยะค่ะ"
เอลิฟเอ่ยชมด้วยความเลื่อมใส
เขาตั้งสติก่อนจะรายงานต่อ
"ฝ่าบาทพะยะค่ะ เมล็ดพันธุ์ในทุ่งนาถูกหว่านลงดินจนหมดสิ้นแล้ว บัดนี้เหลือเพียงรอเวลาให้พวกมันแตกหน่อ ส่วนการตัดไม้ในป่าก็ดำเนินไปได้ด้วยดี หากไม่มีอุปสรรคใด ๆ เรือนซุงทั้งหมดน่าจะสร้างเสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์เป็นอย่างช้าพะยะค่ะ"
เอลิฟเผยยิ้มอย่างอ่อนโยน
"และในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราวางแผนจะสร้างที่พักของเจ้าเมืองที่สมพระเกียรติถวายฝ่าบาทพะยะค่ะ"
คราแรก ลูเซียนคิดว่ามันไม่จำเป็น เพราะกระโจมของเขายังกันลมกันหิมะได้ดีพอ ทว่าเขาก็ตระหนักได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องที่อยู่อาศัย ราษฎรต้องการให้ผู้ปกครองของพวกเขามีบ้านที่แท้จริง เพื่อเป็นสัญลักษณ์เคียงคู่กับมินิริว ว่าแผ่นดินนี้เป็นของพวกเขาทุกคน
เขาจึงตอบตกลง อาคารหลังนี้ยังสามารถใช้เป็นทำเนียบสำหรับการประชุมและบริหารงานได้อีกด้วย
"ข้าเข้าใจแล้ว"
ลูเซียนพยักหน้า ความคิดของเขาหวนไปถึงไรอันและคนอื่น ๆ ที่ออกไปสำรวจพื้นที่โดยรอบ
"พวกเขายังไม่กลับมาอีกหรือ?"
ผ่านไปหลายวันแล้ว แม้ชื่อของพวกเขายังปรากฏอยู่ในทะเบียนราษฎร์ ทว่าความล่าช้าทำให้ลูเซียนรู้สึกไม่สบายใจ
เอลิฟส่ายหน้า
"ยังพะยะค่ะ แต่โปรดอย่าทรงกังวลเลย ไรอันและคลีฟแลนด์เป็นคนเจนสนาม ต่อให้เผชิญหน้ากับอสุรกายที่อันตราย พวกเขาย่อมหาทางถอยกลับมาได้อย่างปลอดภัยพะยะค่ะ"
ลูเซียนผ่อนลมหายใจช้า ๆ ในตอนนี้ สิ่งเดียวที่ทำได้ คือ การรอ
"ฝ่าบาท! ฝ่าบาทพะยะค่ะ!"
เสียงร้องตะโกนดังขึ้นทำลายความเงียบสงบ หญิงสาวคนหนึ่งวิ่งพรวดเข้ามาในกระโจม ใบหน้าของนางซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก
ลูเซียนและเอลิฟหันไปมองนางพร้อมกัน
"เกิดอะไรขึ้น?"
ลูเซียนถามเสียงเข้ม
"ฝ่าบาท อสุรกายพะยะค่ะ!"
นางละล่ำละลักจนแทบขาดใจ
"มีอสุรกายบุกโจมตีพื้นที่ตัดไม้พะยะค่ะ!"
อสุรกายงั้นหรือ?
ลูเซียนขมวดคิ้ว ลุกขึ้นทันที
"นำทางข้าไป!"
"รับใส่เกล้าพะยะค่ะ!"
ลูเซียนรีบมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุโดยมีหญิงสาวที่ตื่นตระหนกนำทางและมีมินิริว ติดตามอยู่ข้างกาย หลังจากแผ้วถางป่ามานานสองสัปดาห์ ชายป่าอันกว้างใหญ่ก็โล่งเตียน เผยให้เห็นพื้นดินว่างเปล่าที่มีกระท่อมไม้หลังเล็กตั้งเรียงรายเป็นระเบียบ เมื่อลูเซียนไปถึง เขาเห็นอัศวินหลายนายถืออาวุธคุมเชิงอยู่เบื้องหน้ากลุ่มราษฎร สายตาของพวกเขามองไปยังชายป่าข้างหน้าอย่างระแวดระวัง
"ฝ่าบาทเสด็จแล้ว!"
มีคนสังเกตเห็นการมาถึงของลูเซียนและรีบหลีกทางให้
"ฝ่าบาท โปรดทรงระวังด้วยพะยะค่ะ!"
อัศวินนายหนึ่งเตือนด้วยความห่วงใย
ลูเซียนพยักหน้าสั้น ๆ ก่อนจะมองไปยังทางเดียวกับคนอื่น ๆ
บนกิ่งไม้ที่ไม่ไกลนัก มีกลุ่มของจิลามีเกาะอยู่ ใบหูขนาดใหญ่ของพวกมันกระดิกไปมา อุ้งเท้าเล็ก ๆ กำกิ่งไม้และก้อนหินไว้แน่น พวกมันจ้องเขม็งลงมายังมนุษย์เบื้องล่างด้วยสายตามาดร้าย
"จิลา-จิลา-จิลา!"
โปเกมอนชินชิลล่าตัวน้อยส่งเสียงร้องรัวเร็ว
ลูเซียนหรี่ตาลงจิลามี
"ไอ้พวกตัวแสบ ไสหัวไปซะ อย่ามาเกะกะการทำงานของพวกเรา!"
อัศวินแนวหน้าคนหนึ่งตะโกน พลางกวัดแกว่งอาวุธขับไล่ ทว่าเหล่าจิลามีกลับไม่ถอยหนี มิหนำซ้ำ กิ่งไม้ ก้อนหิน และผลไม้ป่าจำนวนมากยังถูกระดมปาลงมาจากเบื้องบน เข้าใส่ตัวอัศวินอย่างจัง
"โอ๊ย—!"
หมวกเกราะเสียงดังเคร้งพร้อมกับรอยปูดนูนบนศีรษะ อัศวินนายนั้นกัดฟันคำราม
"ไอ้พวกเจ้ากรรม สงสัยต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียบ้าง!"
ทว่ายังไม่ทันสิ้นเสียง ร่างของเหล่าจิลามีก็เปล่งประกายแสงเจิดจ้า
"จิลา-จิลา-จิลา-มี!!!"
ดาวระยิบระยับนับไม่ถ้วนพุ่งออกจากร่างเล็กๆ ของพวกมัน
สปีดสตาร์!
พริบตานั้น ห่าฝนดาวสีทองพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ร่างอัศวินประหนึ่งพายุเพลิง เขาแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะส่งเสียงร้องก่อนจะล้มฟุบหมดสติลงกับพื้น
เหล่าราษฎรที่เมื่อครู่ยังมองว่าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยช่างน่ารัก ต่างพากันหน้าซีดเผือดและก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
เหล่าจิลามีแยกเขี้ยว ขนลุกชัน ราวกับจะเตือนว่าหากก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว พวกมันจะโจมตีอีกครั้งแน่นอน
ก่อนที่ลูเซียนจะทันได้กล่าวสิ่งใด ยูกิคาบูริสามตัวที่เริ่มสนิทสนมกับราษฎรในช่วงหลายวันที่ผ่านมาก็ก้าวออกมาข้างหน้า พวกมันเคยเล่นกับเด็ก ๆ ร่วมมื้ออาหารกับครอบครัว และเริ่มถือว่าที่แห่งนี้คือบ้านของพวกมันไปแล้ว
เมื่อเห็นสหายมนุษย์ถูกคุกคาม ยูกิคาบูริจึงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดและเริ่มรวบรวมพลัง เตรียมที่จะโต้กลับ
"หยุดก่อน ยูกิคาบูริ!"
"หืม?"
โปเกมอนภูเขาหิมะทั้งสามหันกลับมา มองลูเซียนด้วยความฉงน
"รอก่อน"
ลูเซียนกล่าวเสียงเรียบพลางก้าวไปข้างหน้า สั่งให้พวกมันถอยกลับไป
เขามองขึ้นไปยังกลุ่มจิลามีบนกิ่งไม้ และเข้าใจสาเหตุของความโกรธแค้นนั้นได้ทันที
การตัดไม้ทำลายป่าได้ทำลายบ้านของพวกมันไป นั่นคือเหตุผลที่พวกมันมาในวันนี้ เพื่อต่อต้านมนุษย์ที่กำลังโค่นป่าไม้
มันคือความขัดแย้งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ระหว่างความต้องการขยายถิ่นฐานของมนุษย์ กับสัญชาตญาณในการปกป้องอาณาเขตของโปเกมอนป่า
ทันทีที่ลูเซียนปรากฏตัว สายตาอันคมกริบของเหล่าจิลามีก็พุ่งตรงมาที่เขา ราวกับพวกมันรู้ว่าเขาเป็นผู้นำ พวกมันจึงประสานเสียงร้องตะโกนราวกับจะกล่าวโทษ
"จิลา-จิลา-จิลา!"
ลูเซียนหรี่ตาลง ตอนนี้มีเพียงสองทางให้เลือก
หนึ่ง ประนีประนอมกับจิลามี และพยายามชวนพวกมันมาอยู่ร่วมกับมนุษย์
สอง ใช้กำลังขับไล่พวกมัน
เขาประเมินจำนวนอย่างรวดเร็ว หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า...
มีจิลามีทั้งหมดห้าตัว ด้วยขุมกำลังปัจจุบันที่มีทั้งมินิริว โซรัว และยูกิคาบู อีกสามตัว พวกเขาสู้ชนะอย่างแน่นอน แต่ว่าลูเซียนรู้ตัวดีว่าฝ่ายที่ผิด คือ พวกเขาเองที่เป็นคนทำลายบ้านของพวกมัน
เขากำมือแน่น
'ฉันควรทำยังไงดี?'
ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่กำลังดำเนินไปอยู่นี้ ไม่มีใครสังเกตเห็นโปเกมอนตัวน้อยสีเขียวแอบมองอยู่หลังต้นไม้ใกล้ ๆ จ้องมองการเผชิญหน้าระหว่างมนุษย์กับจิลามีอย่างเงียบเชียบ
"วี... วี..."