- หน้าแรก
- เจ้าเมืองแห่งโลกโปเกมอน
- บทที่ 20 เทรนเนอร์
บทที่ 20 เทรนเนอร์
บทที่ 20 เทรนเนอร์
บทที่ 20 เทรนเนอร์
"องค์ชายลูเซียน! องค์ชายลูเซียนเพคะ!"
เสียงของแอนนาดังกังวานมาแต่ไกลขณะที่นางวิ่งตรงมายังพื้นที่เพาะปลูก
จากระยะไกล นางมองเห็นองค์ชายกำลังทรงงานร่วมกับเหล่าเกษตรกรหลายคน ทั้งการถางหญ้าและพุ่มไม้ รวมถึงการใช้จอบขุดและพรวนดินอย่างไม่ถือพระองค์ และห่างออกไปไม่ไกลนักริมฝั่งแม่น้ำ มินิริว กำลังฝึกฝนกระบวนท่าพายุหมุนใส่โขดหินยักษ์อย่างต่อเนื่อง
"องค์ชายเพคะ พระองค์ไม่จำเป็นต้องลงมาช่วยพวกข้าหรอก โปรดพักผ่อนเถิด ที่เหลือพวกข้าจะจัดการเอง!" เหล่าเกษตรกรพยายามทัดทาน
ด้วยสายเลือดขัตติยาเช่นพระองค์ เหตุใดต้องมาตราก ทำงานหนักด้วยน้ำมือตนเองเช่นนี้?
ทว่าลูเซียนส่ายศีรษะ
"เราต้องหว่านเมล็ดพันธุ์ให้เสร็จภายในสองวัน หากพายุหิมะพัดมาก่อนหน้านั้น ทุกอย่างที่ทำมาจะสูญเปล่า"
ในขณะนี้นิคมกำลังขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ราษฎรส่วนใหญ่ยังคงต้องตัดไม้และสร้างเรือนซุง ทำให้เหลือเพียงเกษตรกรผู้เชี่ยวชาญไม่กี่คนที่ทำหน้าที่เพาะปลูก ทุกแรงกายจึงมีความหมายยิ่ง ลูเซียนไม่ใช่เจ้าชายที่เปราะบาง
"แต่ว่า..."
เหล่าเกษตรกรสบตากันด้วยความลำบากใจ
ลูเซียนยิ้มอย่างอ่อนโยน
"ข้าแค่อยากจะรอดชีวิตไปพร้อมกับทุกคน หากเราจะผ่านฤดูหนาวนี้ไปได้ ทั้งข้าและพวกเจ้าทุกคนต้องอดทนร่วมกัน เพราะฉะนั้นตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องมากพิธีหรอก"
คำตรัสนี้ทำให้เกษตรกรหลายคนถึงกับน้ำตาคลอ องค์ชายลูเซียน ช่างเป็นผู้ปกครองที่เปี่ยมด้วยความเมตตาและใส่ใจราษฎรอย่างแท้จริง!
"พะยะค่ะองค์ชาย!"
พวกเขาเริ่มลงมือทำงานด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
ในตอนนั้นเอง ลูเซียนก็ได้ยินเสียงของแอนนาอีกครั้ง
"มีอะไรหรือ แอนนา?"
เขาเงยหน้าขึ้นมองเด็กหญิงที่วิ่งมาพร้อมกับอุ้มโซรัวไว้ในอ้อมแขน
"องค์ชายลูเซียนเพคะ!"
แอนนาพูดด้วยตาที่เป็นประกาย
"ในที่สุดข้าก็เข้าใจสิ่งที่เขียนอยู่ในกระดาษหนังแผ่นนั้นแล้วเพคะ!"
"โอ้?"
ลูเซียนหยุดงานในมือ
"ไหนลองบอกข้ามาเสียหน่อย"
แอนนาสูดลมหายใจเข้าลึก
"ชื่อเหล่านั้น... ไซโคคิเนซิสและข่วน มันคือกระบวนท่าที่โซรัวสามารถใช้ได้จริง ๆ เพคะ!"
นางหันไปหาจิ้งจอกตัวน้อย
"โซรัว แสดงให้องค์ชายลูเซียนดูหน่อย!"
"โซรัว!"
มันขานรับอย่างภาคภูมิใจ
ดวงตาของมันเปล่งแสงสีฟ้าคราม มวลพลังจิตแผ่ซ่านออกไปกระทบโขดหินจนเกิดเสียงดังสนั่นและแตกออกเป็นสองเสี่ยง จากนั้นกรงเล็บของมันก็เปล่งแสงสีขาวบาดตา โซรัวฟาดฟันอากาศด้วยกระบวนท่าข่วนอย่างรวดเร็ว
แอนนาหันกลับมาหาลูเซียน
"มันเป็นแบบนี้ใช่ไหมเพคะองค์ชาย?"
ลูเซียนกะพริบตาด้วยความทึ่ง เขาไม่คาดคิดว่าแอนนาจะทำความเข้าใจความหมายในกระดาษและสั่งการโซรัวได้รวดเร็วขนาดนี้ เด็กคนนี้มีพรสวรรค์จริงๆ
"ทำได้ดีมาก"
ลูเซียนเอ่ยชม
"ข้าไม่นึกเลยว่าเธอจะเข้าใจได้เร็วขนาดนี้"
เมื่อได้รับคำชมจากองค์ชาย หัวใจของแอนนาก็พองโตด้วยความสุข
หลังจากเตรียมพื้นที่เพาะปลูกเสร็จสิ้น ลูเซียนมอบหมายการหว่านเมล็ดให้เกษตรกรจัดการต่อ ส่วนเขานำแอนนาเดินไปยังริมแม่น้ำสายกว้าง
"แอนนา"
เขาเอ่ยขึ้นขณะลูบศีรษะมินิริวที่กำลังเหนื่อยหอบหอบ
"เจ้าคิดอย่างไรกับพลังของสัตว์เวทมนตร์?"
"พลังของสัตว์เวทมนตร์..."
แอนนามองโซรัวที่อยู่ข้างกายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน
สำหรับคนทั่วไป สัตว์เวทมนตร์คือสิ่งที่น่าหวาดกลัว พลังของพวกมันมหาศาล บางตัวพ่นไฟได้ บางตัวเรียกสายฟ้า การโจมตีเพียงครั้งเดียวก็อาจพรากชีวิตมนุษย์ได้
ใช่... พลังนั้นช่างน่ากลัว
แอนนาครุ่นคิดก่อนจะตอบอย่างแผ่วเบา
"พลังของพวกมันน่ากลัวเพคะ"
"ไม่หรอกแอนนา"
ลูเซียนส่ายหน้าเบา ๆ
"พลังในตัวมันเองไม่ใช่น่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวคือการนำพลังไปใช้ในทางที่ผิดต่างหาก หากเจ้าฝึกฝนพวกมัน..."
เขาชี้ไปที่คู่หูของนาง
"สมมติว่เจ้ากับโซรัวกำลังรวบรวมพืชพรรณในป่า แล้วถูกอสุรป่าโจมตี โซรัวจะไม่ใช้พลังของมันเพื่อปกป้องเจ้ารึ?"
แอนนากะพริบตาด้วยความประหลาดใจ
"พลังของสัตว์เวทมนตร์... ใช้เพื่อการปกป้องได้ด้วยหรือเพคะ?"
นางพึมพำ
"แน่นอน"
ลูเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"เมื่อมนุษย์พบกับสัตว์เวทมนตร์ เราสามารถใช้สติปัญญาเพื่อชี้แนะ ฝึกฝน และช่วยให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้น จากนั้นเราจะใช้พลังนั้นร่วมกันเพื่อปกป้องผู้คนและสิ่งที่สำคัญสำหรับเรา"
เมื่อได้ยินแนวคิดใหม่ที่ไม่เคยมีใครกล่าวถึงมาก่อน ดวงตาของแอนนาก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
"มนุษย์ฝึกฝนสัตว์เวทมนตร์... เพื่อเพิ่มพลังให้พวกมันหรือเพคะ?"
ลูเซียนยิ้ม
"ข้าเชื่อว่าเธอคงเคยได้ยินชื่อที่คล้ายๆ กันมาบ้าง"
แอนนานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง
ลูเซียนกล่าวต่อ
"เจ้าแห่งอสูร... แต่ข้าชอบคำว่าเทรนเนอร์มากกว่า"
เจ้าแห่งอสูร ผู้ที่สามารถออกคำสั่งและต่อสู้เคียงข้างโปเกมอนได้ แอนนาจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อนเคยมีเจ้าแห่งอสูรผู้ยิ่งใหญ่มาเยือนไอน์ดุค ในตอนนั้นกษัตริย์ถึงกับให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ ชื่อของเขาขจรขจายไปทั่วแผ่นดิน
เจ้าแห่งอสูรคนนั้นมีนามว่า 'อารอน' มาจากดินแดนอันไกลพ้น และถูกขนานนามว่า 'ผู้นำสารแห่งคลื่นพลัง'
"ข้าหวังว่าจะมีคนเข้าใจมากขึ้นเหมือนอย่างเจ้า สัตว์เวทมนตร์ทุกตัวใช่ว่าจะน่าหวาดกลัวเสมอไป"
ลูเซียนกล่าวออกมาอย่างอบอุ่น
"พวกมันสามารถใช้พลังร่วมกับพวกเราได้ เหมือนที่เจ้ากับโซรัวทำ"
แอนนามองด้วยแววตาที่ไม่อยากจะเชื่อ
จากนั้นลูเซียนจึงถามขึ้นว่า
"แอนนา เจ้าเต็มใจจะมาเป็นศิษย์ของข้าหรือไหม? ข้าจะสอนวิธีเป็นเทรนเนอร์ สอนวิธีฝึกโซรัว และวิธีที่จะแข็งแกร่งขึ้นไปพร้อมกับมัน"
แอนนาอ้าปากค้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและปีติยินดี
"องค์ชายลูเซียน..."
นางพึมพำเบา ๆ
ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามา นางถามด้วยเสียงสั่นเครือ
"ถ้าข้าได้เป็นเทรนเนอร์... ข้าจะปกป้องคนที่ข้าอยากปกป้องได้ไหมเพคะ?"
"แน่นอน"
ลูเซียนพยักหน้า
"วันหนึ่งอาจมีอสุรกายที่แข็งแกร่งบุกมายังนิคมแห่งนี้ เมื่อถึงเวลานั้น เราต้องการพลังของเจ้ากับโซรัวเพื่อปกป้องทุกคน"
"องค์ชายลูเซียน..."
น้ำตาเอ่อล้นในดวงตาของแอนนา นางสูดหายใจและพยักหน้าอย่างแรง
"ข้าตกลงเพคะ!"
ลูเซียนยิ้ม
"ยังเรียกองค์ชายอยู่อีกหรือ?"
แอนนารีบแก้ไขคำพูดทันที น้ำเสียงเปี่ยมด้วยปณิธานอันแน่วแน่
"ท่านอาจารย์!"
ลูเซียนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
เมื่อเขามองไปที่แอนนา หน้าต่างสถานะของระบบก็กะพริบขึ้นพร้อมเเสดงข้อมูลใหม่ขึ้นมาทันทีทันใด
[ชื่อราษฎร: แอนนา]
[อายุ: 10 ปี]
[อาชีพ: เทรนเนอร์]
[คุณสมบัติพิเศษ: ไม่มี]
[ความจงรักภักดี 100 (ระดับสูงสุด)]
[ประวัติชีวิต -
ปีที่ 138 แห่งปฏิทินอาาณาจักร: ถือกำเกิด
ปีที่ 148 แห่งปฏิทินอาาณาจักร: แอนนาและมารดาได้ติดตามองค์ชายลูเซียนมายังเขตพระราชทาน และได้กลายเป็นเทรนเนอร์ในปีเดียวกันนั้น]
อาชีพของนางเปลี่ยนไปแล้ว จากสามัญชนธรรมดาสู่การเป็นเทรนเนอร์
"เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ข้าจะเริ่มสอนวิถีแห่งเทรนเนอร์ให้เธออย่างเป็นทางการ"
ลูเซียนกล่าว ก่อนจะหันไปมองโซรัว
"แอนนา ข้าหวังว่าเจ้าจะเข้ากับโซรัวได้ดีนะ"
"เพคะท่านอาจารย์ ข้าจะพยายาม!"
แอนนาพยักหน้าอย่างขะมักเขม้น
…
'นั่นสินะ'
ลูเซียนพึมพำกับตัวเองในเวลาต่อมา
'เมื่อแอนนากับโซรัวแข็งแกร่งพอ ฉันจะส่งพวกเธาออกไปสำรวจดินแดนที่ยังไม่ถูกค้นพบ สถานที่ที่มีผลเบอร์รี่ให้รวบรวม และมีโปเกมอนป่าให้ค้นพบ'
ในตอนนี้ ลำพังเพียงพลังของเขาคนเดียวคงไม่พอ มินิริวยังต้องการเวลาในการเติบโต แต่ถ้ามีแอนนากับโซรัว ช่องว่างนั้นก็จะถูกเติมเต็ม
ในเย็นวันนั้น หลังมื้อค่ำ มินิริวที่เหนื่อยล้าจากการฝึกฝนมาทั้งวันก็ได้ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มและหลับไปอย่างรวดเร็ว
ลูเซียนยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะ ฟังเอลิฟรายงานความคืบหน้าของวัน
"องค์ชายลูเซียน เรือนซุงหลังที่สี่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วพะยะค่ะ! ความคืบหน้าเป็นไปอย่างมั่นคง หากไม่มีอุบัติเหตุใดๆ ราษฎรทุกคนในนิคมจะมีที่พักอาศัยที่เหมาะสมภายในสิ้นเดือนนี้พะยะค่ะ!"
"ทำได้ดีมาก"
ลูเซียนพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะมองไปรอบๆ และสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
"แล้วพวกยูกิคาบูล่ะอยู่ไหนกันหรือ?"
เอลิฟค้อมตัวลงเล็กน้อย
"ดูเหมือนว่าเด็กคนหนึ่งจะเชิญพวกมันเข้าไปในกระโจมพะยะค่ะ"
ลูเซียน: "..."
ดูเหมือนเด็ก ๆ จะยอมรับพวกยูกิคาบูริได้เร็วกว่าที่เขาคิดไว้มาก
"อีกเรื่องพะยะค่ะองค์ชาย หน่วยรวบรวมพืชพรรณเพิ่งกลับมา และมีคนสองคนต้องการเข้าพบพระองค์พะยะค่ะ"
เอลิฟรายงาน
"โอ้? ใครกัน? ให้พวกเขาเข้ามา!"
ลูเซียนเอ่ยด้วยความประหลาดใจ
เอลิฟพยักหน้า และในไม่ช้าก็นำหญิงชาวบ้านสองคนเข้ามา พวกนางทำความเคารพอย่างเกร็ง ๆ ก่อนจะส่งตะกร้าให้เอลิฟ
เอลิฟนำตะกร้ามาวางตรงหน้าลูเซียน
หญิงคนหนึ่งอธิบาย
"องค์ชายลูเซียนเพคะ วันนี้พวกข้าพบผลไม้ที่น่าอัศจรรย์นี้อยู่ข้างนอกเพคะ!"
ลูเซียนก้มมองและเห็นผลไม้สีเหลืองทรงคล้ายลูกแพร์อยู่ในตะกร้า
'นี่มัน... ผลซิทรัสใช่ไหมนะ?'
"พวกข้าเคยเก็บจากต้นในวันที่เรามาถึงวันแรก ตอนแรกนึกว่าต้องใช้เวลานานกว่ามันจะโตกลับมาใหม่ แต่แค่วันนี้ กิ่งก้านของมันก็มีผลดกเต็มไปหมดอีกแล้วเพคะ!"
หญิงชาวบ้านเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
นี่หมายความว่าพวกเขาจะสามารถรวบรวมอาหารได้มากขึ้นอีก
ลูเซียนไม่ได้ประหลาดนัก เพราะผลซิทรัสนั้นเป็นของวิเศษในตัวมันเอง และในโลกโปเกมอนพวกมันเติบโตอย่างดาษดื่นในป่าเพื่อหล่อเลี้ยงโปเกมอนนับไม่ถ้วน ทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์นี้เปรียบเสมือนของขวัญจากธรรมชาติอย่างแท้จริง
"ขอบใจพวกเจ้ามากที่เหนื่อยยาก"
ลูเซียนกล่าว
"แล้วอย่าทิ้งเมล็ดหลังจากกินเสร็จ ให้เก็บไว้รอจนถึงฤดูใบไม้ผลิ เราจะเริ่มทำสวนผลไม้กัน"
"พะยะค่ะ!"
พวกนางตอบรับอย่างกระตือรือร้น
ผลซิทรัสคือขุมทรัพย์อย่างแท้จริง มันใช้เป็นอาหารได้ และยังมีความสามารถในการฟื้นฟูพลังกายให้โปเกมอนอีกด้วย ลูเซียนรู้สึกเบาใจขึ้น เมื่อมีผลเบอร์รี่เหล่านี้ โอกาสที่จะรอดพ้นฤดูหนาวก็เพิ่มขึ้นมาก
นี่คือโลกแห่งโปเกมอนที่มหัศจรรย์จริง ๆ บางทีความงดงามราวกับดินแดนในอุดมคติอย่างในอนิเมะ อาจดำรงอยู่ได้เพราะผลไม้วิเศษเหล่านี้ที่ช่วยหล่อเลี้ยงทั้งมนุษย์และโปเกมอนนั่นเอง
หญิงทั้งสองคนค้อมตัวและจากไป
ลูเซียนมองท้องฟ้าด้านนอกแล้วเอ่ยว่า
"เอลิฟ ดึกมากแล้ว เจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ"
"พะยะค่ะองค์ชาย"
หลังจากเอลิฟออกไป ลูเซียนหยิบผลซิทรัสหนึ่งผลไปที่ข้างเตียงแล้วถือไว้ใต้จมูกของมินิริว
มินิริวที่หลับสนิทขยับจมูกเล็กน้อย ไม่นานนางก็ลืมตาขึ้น มองลูเซียนด้วยแววตาฉ่ำน้ำและง่วงงุน
"อยากลองชิมไหม?"
ลูเซียนถามเบาๆ พลางเขย่าผลเบอร์รี่
"อืมม..."
มินิริวหาวหวอด ก่อนจะผล็อยหลับไปในทันที ดูเหมือนนางจะเหนื่อยล้าถึงขีดสุด
นางทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมในวันนี้อย่างเต็มที่ พลังมังกรในร่างกายถูกใช้ไปจนหมดสิ้นจนไม่มีแรงเหลือ สิ่งเดียวที่นางต้องการในตอนนี้คือการนอนหลับที่ยาวนานและล้ำลึก
ลูเซียนรู้สึกเอ็นดูในความน่ารักของมินิริว แต่เมื่อนึกถึงความลำบากที่นางต้องเผชิญในการฝึกซ้อมท่ามกลางหิมะเมื่อช่วงบ่าย เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
'ถ้าเพียงแต่นี่คือยุคปัจจุบัน...'
เขาคงไม่ต้องกังวลกับเรื่องต่าง ๆ มากมายขนาดนี้ และมินิริวก็ไม่ต้องทนฝึกฝนอย่างหนักท่ามกลางสายลมและหิมะที่หนาวเหน็บ เขาคงเตรียมโปเกพัฟและโปฟฟินแสนอร่อยไว้ให้นางแทน
แต่นี่คืออดีตเมื่อหนึ่งพันปีก่อน.
ลูเซียนทอดถอนใจเงียบๆ เขาเปลื้องผ้าออก นอนลง และดึงมินิริวที่ขี้หนาวเข้าสู่อ้อมแขน ปล่อยให้อบอุ่นจากร่างกายของเขาช่วยมอบความร้อนให้นางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
"นอนเถอะ" ลูเซียนกระซิบ
"วู้วว~"
มินิริวซุกตัวเข้ากับอกของลูเซียน นางรู้สึกผ่อนคลายทันทีด้วยไออุ่นนั้น เสียงครางอย่างพึงพอใจรอดผ่านริมฝีปากออกมา
ลูเซียนหัวเราะเบาๆ เขาเพิ่งตระหนักว่ามินิริวก็เหมือนกับเด็กคนหนึ่ง และเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า... มินิริวพึ่งจะขวบเดียวเท่านั้น แน่นอนว่านางยังเป็นเด็ก
ทว่าเขากลับให้นางต้องไปฝึกหนักท่ามกลางลมหนาวและหิม มันทำให้เขารู้สึกผิดเป็นอย่างมาก