เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 สมุนไพรศาสตร์เบื้องต้น

บทที่ 19 สมุนไพรศาสตร์เบื้องต้น

บทที่ 19 สมุนไพรศาสตร์เบื้องต้น


บทที่ 19 สมุนไพรศาสตร์เบื้องต้น

มินิริวและยูกิคาบูริ ทั้งสามตนนั่งล้อมโต๊ะอาหาร พลางจัดการมื้อเที่ยงอย่างสำราญใจ

ลูเซียนเปิดแผงเทคโนโลยีขึ้นมาเลื่อนดูตัวเลือกที่สามารถปลดล็อกได้ในปัจจุบัน พบว่าในยุคเกษตรกรรมนี้มีเส้นทางเทคโนโลยีหลักอยู่สี่สาย:

[การรวบรวมพืชพรรณ (ปลดล็อกแล้ว)]

สายย่อย 1: [การปลูกเบอร์รี่เบื้องต้น (ปลดล็อกได้)]

สายย่อย 2: [สมุนไพรศาสตร์เบื้องต้น (ปลดล็อกได้)]

[การสัตวบาล (ปลดล็อกได้)] → [การแปรรูปเบื้องต้น] (ปลดล็อกสูตรพื้นฐานสำหรับผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์พลอยได้)

[การประมง (ปลดล็อกได้)] → [การต่อเรือเบื้องต้น] (ปลดล็อกวิธีพื้นฐานในการสร้างเรือขนาดเล็ก)

[การทำเหมือง (รอปลดล็อก)] → [ทฤษฎีสินแร่เบื้องต้น] (ปลดล็อกวิธีพื้นฐานในการหลอมแร่)

หน้าจอแสดงโครงข่ายเทคโนโลยีที่แตกกิ่งก้านสาขาอย่างหนาแน่น ยุคเกษตรกรรมช่างดูเรียบง่าย แต่ยิ่งลูเซียนมองลึกลงไป ความซับซ้อนก็ยิ่งทวีคูณ แต่ละสายแยกออกเป็นสาขาเฉพาะทางนับไม่ถ้วน ทว่ากฎของระบบนั้นเรียบง่าย: การจะปลดล็อกเทคโนโลยีใหม่ได้ ต้องปลดล็อกเทคโนโลยีลำดับก่อนหน้าให้ได้เสียก่อน

เขากวาดสายตาลงไปจนเห็นเทคโนโลยีเฉพาะตัวของโลกโปเกมอนอย่าง [ระบบขนส่งโปเกบอล], [การชุบชีวิตฟอสซิล] และ [พันธุวิศวกรรม] ทว่าราคาของมันกลับมหาโหดถึงอย่างละ 1,000,000 คะแนน

"ฉันคงตายก่อนจะมีปัญญาจ่ายไหว"

ลูเซียนพึมพำอย่างประชดตัวเอง สำหรับตอนนี้ กุญแจสำคัญคือการเลือกสิ่งที่ใช้งานได้จริง สิ่งที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับนิคมที่กำลังลำบากของเขาได้ในทันที

สายตาของเขาเลื่อนกลับไปที่คอลัมน์ซ้ายสุด [การรวบรวมพืชพรรณ] แสดงสถานะว่า ปลดล็อกแล้ว

ลูเซียนชะงัก

'มันปลดล็อกไปตอนไหนกัน?'

ไม่สิ... พอทบทวนดูสิ่งที่ทำเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาก็เข้าใจได้ว่า หากผู้อยู่ในอาณัติพัฒนาบางอย่างได้สำเร็จ ระบบจะปลดล็อกเทคโนโลยีนั้นให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งคำสั่งของเขาที่ให้ชาวบ้านออกไปเก็บเบอร์รี่ป่าเป็นตัวกระตุ้นในการปลดล็อกนั่นเอง

"ไม่เลว"

ลูเซียนกล่าวพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ

"ช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะ"

ตอนนี้ ความสนใจของเขาเปลี่ยนไปที่ตัวเลือกถัดไป

[การปลูกเบอร์รี่เบื้องต้น] — ปลดล็อกวิธีเพาะปลูกผลโอแรน, ผลเชอรี่, ผลเพชา และผลซิทรัส (ค่าใช้จ่าย: 200 คะแนนความพึงพอใจ)

ลูเซียนเคาะนิ้วกับโต๊ะพลางครุ่นคิด

'เบอร์รี่...!'

พวกมันคือขุมทรัพย์ธรรมชาติที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในโลกโปเกมอน เมื่อมองแวบแรกพวกมันอาจดูเหมือนผลไม้ทั่วไป แต่เบอร์รี่แต่ละชนิดมีคุณค่าทางสารอาหารอันเปี่ยมล้นและสรรพคุณเฉพาะตัว: ทั้งรักษาแผล แก้พิษ บรรเทาแผลพุพองหรือหิมะกัด บางชนิดถึงขั้นฟื้นฟูพลังงานกระบวนท่าของโปเกมอน หรือที่รู้จักกันในนาม PP ของยุคสมัยใหม่

ทว่า... ตอนนี้ ภายในอาณาเขตยังไม่มีต้นเบอร์รี่เลยสักต้นเดียว การปลดล็อกวิธีเพาะปลูกตอนนี้คงไร้ความหมายหากไม่มีเมล็ดพันธุ์ให้ปลูก ที่แย่ไปกว่านั้น ตามความทรงจำเดิม มนุษย์ในโลกนี้ก็รู้จักวิธีปลูกกันอยู่แล้ว การใช้คะแนนความพึงพอใจอันล้ำค่าเพื่อเรียนรู้ใหม่ดูเป็นการสิ้นเปลืองไปเสียเปล่า

ลูเซียนหรี่ตาลง... เทคโนโลยีสายนี้ยังนำไปสู่ [การทำโปเกบล็อกและโปฟฟิน] ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่จำเป็นต่อการเลี้ยงดูโปเกมอนอย่างมีประสิทธิภาพ

"รอไปก่อนน่าจะฉลาดกว่า"

ลูเซียนพึมพำกับตัวเอง

"ขืนปลดล็อกไปตอนนี้ก็เสียแต้มเปล่า เพราะยังไม่มีเมล็ดพันธุ์ติดมือเลยสักเม็ด ถ้าคนของฉันเจอเมล็ดเบอร์รี่ในป่า ระบบก็คงปลดล็อกให้เอง... ประหยัดไปได้ตั้ง 200 คะแนน”

สำหรับตอนนี้ การสัตวบาลและการประมงถูกปัดตกไป

ในนิคมแทบจะไม่มีโปเกมอนเลย ไม่มีทั้งมิลแทงค์, โกโกท หรือวูลู ปลดล็อกไปตอนนี้ก็เหมือนเชฟเตรียมงานเลี้ยงโดยไม่มีวัตถุดิบแม้แต่ชิ้นเดียว

ส่วนการทำเหมือง... ก็ยังไม่พบสายแร่รอบนิคมเลย ต่อให้ปลดล็อกไป คงได้แต่นั่งมองหน้าจอเปล่าๆ

นั่นทำให้เหลือเพียงทางเลือกเดียวที่เป็นไปได้มากที่สุด สายตาของเขาสายย่อยที่สองของสายการรวบรวมพืชพรรณ

[สมุนไพรศาสตร์เบื้องต้น] — ปลดล็อกสูตรยารักษาบาดแผลเบื้องต้นและยารักษาโรค

ใช่เลย

ด้วยภัยคุกคามจากโปเกมอนป่าและไม่มีโปเกมอนเซนเตอร์ การรู้วิธีปรุงยาไม่ใช่แค่อำนวยความสะดวกสบาย แต่เป็นสิ่งจำเป็นในการอยู่รอด สมุนไพรสามารถนำมาสร้างยารักษาทั้งสำหรับคนและโปเกมอนในนิคมได้ ผู้บาดเจ็บไม่ต้องทรมานจากการรับการรักษาอย่างไม่ทันท่วงทีอีกต่อไป การเลี้ยงดูและฝึกฝนมินิริวจะได้ทำอย่างเต็มที่เสียที

"แลกเลย!"

ทันทีที่คะแนนความพึงพอใจ 200 คะแนนถูกหัก ความรู้เรื่องงสูตรยาและขั้นตอนการปรุงยาก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของลูเซียนดั่งกระแสน้ำ ไม่ว่าจะเป็น [ยารักษาแผลเบื้องต้น], [ยารักษาแผลประสิทธิภาพสูง], [ยาถอนพิษ], [ยาทาแผลไฟไหม้] และ [ยานอนหลับ]...

ลูเซียนไล่ดูสูตรยาอย่างละเอียด จากนั้น เขาจดบันทึกขั้นตอนการปรุงยาทุกขั้นตอนอย่างละเอียดลงบนกระดาษหนังด้วยตัวเขาเอง

"เอลิฟ เอาไปให้ไลลาที"

เขาบอกพลางส่งกระดาษหนังให้

ท่ามกลางลมหนาวที่กัดกิน ลูเซียนสังเกตเห็นราษฎรจำนวนมากต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการหิมะกัด และตุ่มคันที่มือ หู และใบหน้า ยาเหล่านี้จะมีคุณค่ามากมายนัก

"พะยะค่ะองค์ชาย!"

เอลิฟรับกระดาษหนังแล้วรุดไปจัดการทันที

ในขณะเดียวกัน ยูกิคาบูริทั้งสามและมินิริวก็กินอิ่มเรียบร้อยแล้ว การมาถึงของพวกมันทำให้ผเกิดความตื่นตระหนกในนิคม แม้บางคนจะยังหวาดกลัว แต่อีกหลายคนเริ่มทึ่งในความอ่อนโยน ท้ายที่สุดแล้วอสุรกายเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายใคร แถมยังแบ่งผลไม้ให้ด้วย

บ่ายวันนั้น ขณะที่พวกมันเล่นสนุกกันอยู่ด้านนอก ชาวบ้านที่อยากรู้อยากเห็นก็มารวมตัวดูอยู่ใกล้ๆ พวกเด็กเล็กทนความเย้ายวนไม่ไหวจนต้องวิ่งเข้าไปเล่นด้วยเหมือนเมื่อเช้า

ลูเซียนเห็นเด็กชายคนหนึ่งแอบหยิบขนมปังชิ้นเล็กๆ จากกระเป๋ามายื่นให้ยูกิคาบูริ เห็นได้ชัดว่าเด็กน้อยแอบเอามาจากบ้านตนเอง

ชาวบ้านหลายคนเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีอันตราย พวกเขาจึงค่อย ๆ กลับไปทำงานต่อ ยังมีต้นไม้ที่ต้องโค่น มีเรือนซุงที่ต้องสร้าง เพื่อที่จะอยู่รอดในฤดูหนาวที่โหดร้าย ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน

แน่นอนว่าลูเซียนก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เขาปล่อยให้พวกมันสร้างความบันเทิงให้เด็ก ๆ แล้วออกเดินทางไปพร้อมกับมินิริวและเกษตรกร มุ่งหน้าไปยังพื้นที่รกร้างที่สำรวจไว้เมื่อเช้า

ครั้งนี้เขาไม่ได้ซ่อนนางไว้ใต้เสื้อคลุม แต่ปล่อยให้นางเผชิญหน้ากับลมหนาวโดยตรง สายลมเย็นยะเยือกหวีดหวิวทั่วที่ราบ กัดกินทั้งผิวหนังและเกล็ดของนาง ทำให้มินิริวตัวสั่นสะท้าน น้ำมูกไหล และอ้อนลูเซียน

"วู้ววว..."

'หนาวเหลือเกิน...'

ชั่วขณะหนึ่งนางเกือบจะยอมแพ้ต่อความอ่อนแอ แต่พอเห็นใบหน้าลูเซียนที่แดงก่ำและน้ำมูกไหลไม่ต่างกัน ทว่าเขากลับยืนหยัดอย่างมั่นคงท้าทายความหนาว

"โอ้ววว..."

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง มินิริวก็สูดน้ำมูก ยืดตัวตรง และอดทน

ถ้าลูเซียนทนได้ นางก็ต้องทนได้!

ลูเซียนมองนางด้วยสายตาชื่นชม

"พร้อมหรือยัง มินิริว?"

"วู้ว!"

มังกรน้อยส่งเสียงร้องอย่างมุ่งมั่น

"ดี"

ลูเซียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

"งั้นเริ่มฝึกกันอย่างเป็นทางการ บ่ายนี้ ภารกิจของเจ้า คือ ใช้พายุหมุนใส่หินตรงนั้นยี่สิบครั้ง!"

พายุหมุน คือ กระบวนท่าโจมตีเพียงท่าเดียวที่นางมี แต่เพราะนางเติบโตมาอย่างประคบประหงมในวัง ไม่เคยต้องต่อสู้ นางจึงไม่ชำนาญในกระบวนท่าเลย ในยุคนี้ สายสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโปเกมอนยังจำกัดมาก แนวคิดเรื่องเทรนเนอร์ยังไม่มีด้วยซ้ำไป พวกมันจึงพึ่งพาสัญชาตญาณมากกว่าการฝึกฝนอย่างเป็นระบบอย่างในยุคใหม่

ลูเซียนรู้เรื่องนี้ดีจากความทรงจำเดิม ในอดีตการรบนั้นป่าเถื่อน มนุษย์และโปเกมอนต่างสวมเกราะพุ่งเข้าใส่กันในการสู้รบแบบประชิดตัว กระบวนท่ายังแทบไม่ได้ถูกนำมาใช้ และการต่อสู้ดูเหมือนการตะลุมบอนป่าเถื่อนมากกว่าการใช้คำสั่งที่ประณีตอย่างในยุคใหม่

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการเพิ่มความชำนาญในกระบวนท่าพายุหมุน และเรียนรู้วิธีควบคุมการไหลเวียนของพลังงานภายในร่างกายจึงจำเป็นสำหรับนาง

ขณะเดียวกัน ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ในนิคม แอนนานั่งขัดสมาธิโดยมีโซรัวซุกตัวอยู่ข้างๆ นางสำรวจกระดาษหนังที่ลูเซียนมอบให้

"ลักษณะเด่น... ประเภทความมืด... กระบวนท่า..."

นางพึมพำและคิ้วขมวดด้วยความสับสน ยิ่งอ่านนางก็ยิ่งงุนงง หลังจากพยายามอยู่นาน ในที่สุดนางก็ส่งเสียงครางอย่างหงุดหงิด

"อา! มันยากจังเลย! โซรัว เจ้าพอจะรู้ไหมว่า 'ไซโคคิเนซิส' นี่มันหมายความว่าอะไร?"

"แว๊?" โซรัวเอียงคอสงสัยพอ ๆ กันกับนาง

แต่แล้ว ต่อหน้าต่อตาของแอนนา แสงสีฟ้าจาง ๆ ก็กะพริบขึ้นในดวงตาของโซรัว แรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่มองไม่เห็นค่อย ๆ รวมตัว แล้วฟาดฟันเข้าใส่หินก้อนใหญ่ที่อยู่ใกล้ ๆ พวกนาง

ตูม!

เสียงระเบิดดังสนั่นขณะที่หินก้อนนั้นแตกออกเป็นสองเสี่ยงอย่างหมดจดงดงาม!

"อ๊ะ!"

แอนนาอุทานแล้วนิ่งค้างด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด เมื่อแสงจางหายไปจากตาของโซรัวแม้แต่แอนนาที่ไม่ยังไร้เดียงสาก็ยังตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้น นางหันไปจ้องมองคู่หูของนางด้วยความไม่อยากเชื่อ

"โซรัว... เจ้าทำหินนั่นแตกเหรอ?"

"แว๊!"

มันเห่ารับอย่างภาคภูมิใจ ราวกับต้องการจะยืนยันผลงานของมัน

"ว้าว... เจ้าแข็งแกร่งสุด ๆ เลย!"

ดวงตาของแอนนาเป็นประกายด้วยความตื่นตะลึง

จากนั้น นางก็ฉุกคิดบางอย่างได้และรีบก้มมองกระดาษหนัง เดี๋ยวก่อน! หรือว่าจะเป็น...? นางรีบก้มมองกระดาษหนังอีกครั้งแล้วหันไปหาโซรัว

"นั่นคือกระบวนท่าไซโคคิเนซิสใช่ไหม?"

"แว๊!" โซรัวพยักหน้ายืนยันอย่างร่าเริง

แอนนาอ้าปากค้าง อสุรกายตัวน้อยของนางสามารถใช้เทคนิคที่ระบุในกระดาษหนังได้จริง ๆ !

เพื่อความมั่นว่าสิ่งที่นางคิดไม่ผิดพลาด นางจึงตัดสินใจทดสอบต่อโดยชี้ไปที่อีกบรรทัดหนึ่ง

"เอาล่ะ... งั้นกระบวนท่าข่วนล่ะ?"

ในพริบตา กรงเล็บของโซรัวก็เปล่งแสงสีขาวบาดตา มันตวัดกรงเล็บใส่อากาศอย่างรวดเร็วฉับไว พลังที่แผ่ออกมาจากกรงเล็บนั้นชัดเจนอย่างยิ่ง

จบบทที่ บทที่ 19 สมุนไพรศาสตร์เบื้องต้น

คัดลอกลิงก์แล้ว