- หน้าแรก
- เจ้าเมืองแห่งโลกโปเกมอน
- บทที่ 17 ของขวัญจากยูกิคาบูริ
บทที่ 17 ของขวัญจากยูกิคาบูริ
บทที่ 17 ของขวัญจากยูกิคาบูริ
บทที่ 17 ของขวัญจากยูกิคาบูริ
เสียงร้องด้วยความตระหนกดังมาจากภายนอกกระโจม
ในเวลานี้ ชายฉกรรจ์ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในป่า เพื่อตัดไม้และสร้างเรือนซุง ภายในค่ายจึงเหลือเพียงผู้หญิง เด็ก และคนบาดเจ็บเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
เมื่อได้ยินเสียงร้อง หัวใจของลูเซียนพลันบีบรัด ความคิดของเขาเตลิดกลับไปหาทันแบร์ที่เขาเพิ่งเจอเมื่อคืนก่อน หรือว่ามันจะรู้ตัวว่าถูกหลอกแล้วตามมาล้างแค้น?
ลูเซียนรีบลุกขึ้นเพื่อไปตรวจสอบ
แต่เมื่อเขาก้าวพ้นออกมาและเห็นสิ่งที่ถูกเรียกว่าอสุรกาย เขากลับหยุดชะงักไป
โปเกมอนพวกนั้นคือ... ยูกิคาบูริอย่างนั้นหรือ?
ชาวบ้านในบริเวณนั้นหวีดร้องและหนีตายด้วยความหวาดกลัว
ยูกิคาบูริทั้งสามตัวขยับร่างกายอย่างไม่สบายใจ
"แกร๊..."
หนึ่งในนั้นเห็นลูเซียนที่กำลังรีบเดินเข้ามาหา
"แกร๊!"
เมื่อมันร้องออกมา อีกสองตัวที่เหลือก็หันมามองทันที
"องค์ชายลูเซียน โปรดระวังด้วยพะยะค่ะ!"
เอลิฟ พ่อบ้านเฒ่าตะโกนพร้อมกับก้าวเข้ามาขวางข้างหน้าเขาไว้
"ไม่เป็นไร เอลิฟ"
ลูเซียนส่ายหน้า
"พวกมันไม่มีเจตนาร้าย เราเจอกับพวกมันเมื่อวานตอนหาตัวแอนนา พวกมันคงตามเรามาที่นี่"
ข้อมูลจากโปเกเด็กซ์ บันทึกไว้ว่า ยูกิคาบูริค่อนข้างเป็นมิตรกับมนุษย์ แม้จะปรากฏตัวในหมู่บ้าน แต่ก็ไม่เป็นอันตราย และมักจะกลายเป็นเพื่อนเล่นของเด็กๆ
ยูกิคาบูริทั้งสามจำเขาได้
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเอลิฟ ลูเซียนก้าวไปข้างหน้าและทักทายด้วยรอยยิ้ม
"สวัสดี ยูกิคาบูริ"
"แกร๊!"
ยูกิคาบูริ ทั้งสามขานรับอย่างร่าเริง
ชาวบ้านที่ตื่นตระหนกหยุดชะงัก และเฝ้ามองดูอย่างกกังวล
ในวินาทีถัดมา ยูกิคาบูริพลันเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน
พวกมันงอแขนสั้น ๆ ออกกว้างและพุ่งเข้าหาเจ้าเมืองของพวกเขา
"องค์ชายลูเซียน!"
หญิงคนหนึ่งร้องออกมาพร้อมกับปิดปาก
"องค์ชาย โปรดระวังด้วยพะยะค่ะ!"
เอลิฟที่ระแวดระวังอยู่เสมอ กระโดดเข้ามาขวางเพื่อกำบังเขาไว้ แต่ความกลัวอสุรกายที่ฝังรากลึก ทำให้เขาหลับตาแน่นและกัดฟันเตรียมรับแรงปะทะ
แต่การโจมตีที่คาดไว้กลับไม่เกิดขึ้น
กลับมีเพียงเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจจากชาวบ้านแทน
เอลิฟลืมตาขึ้นอย่างระมัดระวัง
ยูกิคาบูริหายไปแล้วอย่างนั้นหรือ?!
"แกร๊!"
เสียงร้องของพวกมันดังขึ้นจากข้างหลังเขา
เขาใจหายวาบ หรือว่าอสุรกายเจ้าเล่ห์พวกนั้นจะอ้อมผ่านตัวเขาไปเพื่อทำร้ายองค์ชายลูเซียน?
เขาหมุนตัวกลับไปมอง แล้วก็ยืนนิ่งงัน
"แกร๊..."
ยูกิคาบูริทั้งสามล้อมลูเซียนไว้ พวกมันเกาะขาของเขาและร้องออกมาด้วยความดีใจ
พวกมันดูเหมือนเด็กที่กำลังอ้อนวอนขออ้อมกอดมากกว่าจะเป็นอสุรกาย
"อะ... อะไรกัน?!"
เอลิฟยืนอึ้ง
ชาวบ้านต่างจ้องมองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ทันใดนั้นยูกิคาบูริตัวหนึ่งก็ปล่อยมือ มันยิ้มแย้มขณะหยิบผลไม้สีขาวบริสุทธิ์ขนาดเท่าลูกเบสบอลออกมาจากร่างกาย และชูมันขึ้นให้ลูเซียน
"นี่... ให้ข้าเหรอ?"
ลูเซียนกะพริบตาด้วยความประหลาดใจ
"แกร๊!"
ยูกิคาบูริ พยักหน้าและหรี่ตาลงอย่างมีความสุข
เมื่อวานนี้พวกมันได้กินผลไม้แห้งแสนอร่อยที่ลูเซียนมอบให้ วันนี้พวกมันเลยอยากจะตอบแทนบ้าง!
ลูเซียนเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา โปเกมอนพวกนี้ช่างใสซื่อและน่าเอ็นดูเหลือเกิน เขาแบ่งผลไม้ออกเป็นสี่ส่วน และยื่นให้เอลิฟกับชาวบ้านสองคนที่ยืนตัวสั่นอยู่ใกล้ๆ "พวกเจ้าก็ลองชิมดูสิ"
"องค์ชายลูเซียน... นี่คืออะไรพะยะค่ะ?"
เอลิฟถามอย่างตกตะลึง
"มันคือของขวัญจากพวกมันน่ะ"
ลูเซียนตอบพลางชิมผลไม้ไปด้วย
รสชาติหวานเหมือนไอศครีมผสมกับน้ำตาลกรวด มันอร่อยอย่างไม่คาดคิด
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา 'ถ้าเราเอาผลไม้พวกนี้ไปแปรรูปได้ มันก็น่าจะใช้แทนน้ำตาลได้...'
เมื่อเห็นลูเซียนกิน เอลิฟลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดฟันชิมส่วนของตน ดวงตาของเขาเบิกกว้างทันที
อร่อยมาก!
ยูกิคาบูริอีกสองตัวเห็นเพื่อนได้รับคำชม ก็รีบเด็ดผลไม้ของตนเองออกมาให้บ้างอย่างกระตือรือร้น
"แกร๊!"
พวกมันอยากให้ลูเซียนชิมของพวกมันด้วย
ลูเซียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
"พวกเจ้าเดินทางมาตั้งไกล เพื่อเอาของผลไม้พวกนี้มาแบ่งให้ข้าเหรอ?"
"แกร๊~"
ยูกิคาบูริทั้งสามเกาหัวอย่างเขินอาย หมวกหิมะของพวกมันสั่นไหวเล็กน้อย
"องค์ชาย... เกิดอะไรขึ้นที่นี่พะยะค่ะ?"
เมื่อเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว ในที่สุดเอลิฟก็ถามออกมา
ลูเซียนเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนให้ฟังอย่างสั้นๆ แล้วเขาก็มองดูยูกิคาบูริ ทั้งสามที่รุมล้อมเขาอยู่ พวกมันกำลังสำรวจรอบตัวและมองเขาด้วยความสงสัย เขาจึงพึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่า
"บางที พวกมันอาจจะแค่อยากมาเล่นกับพวกเราก็ได้นะ?"
"เล่นหรือพะยะค่ะ?"
เอลิฟทวนคำอย่างไม่อยากเชื่อแล้วนิ่งไป
"ทำไมพวกมันถึงดูคล้ายกับเด็กน้อยจอมซนแบบนี้?"
ลูเซียนดวงตาเป็นประกายเล็กน้อย
"เจ้ายังไม่สังเกตเห็นอีกเหรอ เอลิฟ?"
พ่อบ้านกะพริบตา
"สังเกตเห็นอะไรพะยะค่ะ?"
"โลกนี้เต็มไปด้วยอสุรกายนานาชนิด"
ลูเซียนพูดช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
"บางชนิดก็ดุร้ายโดยสันดาน และทำร้ายมนุษย์ทันทีที่เห็น แต่บางชนิด... ก็ใสซื่อและรักสนุกเหมือนเด็ก ๆ พวกมันมีความสงสัยใคร่รู้และเป็นมิตรกับเรา"
เอลิฟชะงักไปเมื่อได้ยินคำพูดนั้น แล้วพอมองดูยูกิคาบูริที่จ้องมองลูเซียนด้วยดวงตากลมโตขี้สงสัย เขาก็เริ่มเข้าใจขึ้นมา
ใช่... มันคือเรื่องจริง เหมือนกับที่กษัตริย์เคยสร้างสายสัมพันธ์กับสัตว์เวทมนตร์อย่างวิคทินี
และเหมือนกับองค์ชายลูเซียนที่มีสัตว์เวทมนตร์อย่างมินิริวอยู่ข้างกาย
ในที่สุดเอลิฟก็เข้าใจอย่างถ่องแท้
"เอลิฟ"
ลูเซียนพูดเสียงนุ่ม
"ไปบอกทุกคนในดินแดนว่าไม่ต้องกลัวพวกมันทั้งสามตัว ตราบใดที่เราไม่ทำร้ายมัน มันก็จะไม่ทำร้ายเรา"
"พะยะค่ะ องค์ชาย!"
เอลิฟตอบทันที น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความโล่งอกและมั่นใจ
ลูเซียนหันกลับไปมองยูกิคาบูริทั้งสามที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
ยูกิคาบูริเป็นโปเกมอนที่มีทั้งประเภทพืชและน้ำแข็ง
เมื่อวาน เขาเพิ่งจะกังวลเรื่องการขาดแคลนโปเกมอนประเภทพืชในดินแดนอยู่เลย แต่ตอนนี้ กลับปรากฏตัวออกมาเองถึงสามตัว
ถ้าเขาสร้างสัมพันธ์กับพวกมันได้ พวกมันอาจจะช่วยดูแลสวนไร่ได้ด้วยพลังงานแห่งพฤกษา พวกมันอาจช่วยบำรุงพืชผล ลดวัฏจักรการเติบโตให้สั้นลง และทำให้เก็บเกี่ยวได้เร็วขึ้น นั่นหมายถึงความอยู่รอดของคนของเขา
แต่ว่า... มันยังมีอุปสรรคอยู่ประการหนึ่ง
จากที่เขาสังเกต ยูกิคาบูริพวกนี้ดูเหมือนจะถนัดการใช้พลังน้ำแข็งมากกว่าพืช การจะพึ่งพาพวกมันทำเกษตรกรรมอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด
แต่เรื่องนั้นเอาไว้จัดการทีหลัง
ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างมิตรภาพกับพวกมัน
และบางที เมื่อผ่านไป โปเกมอนสามตนนี้อาจทำให้ราษฎรเลิกหวาดกลัวโปเกมอนเสียที
เมื่อตัดสินใจได้ ลูเซียนก็ยิ้มและพูดกับพวกมันอย่างอ่อนโยน
"ยูกิคาบูริ นี่คือที่ที่พวกเราอาศัยอยู่ ถ้าพวกเจ้าอยากอยู่เล่นที่นี่ ก็อยู่ได้ตามสบายเลยนะ ชาวบ้านก็จะชอบพวกเจ้าเหมือนกัน ข้ามีธุระสำคัญต้องไปทำ หลังทำธุระเสร็จเสร็จแล้ว ข้าสัญญาว่าจะกลับมาเล่นด้วยนะ"
เวลาเหลือน้อยลงทุกทีจนน่าใจหาย พวกเขาต้องหาที่ดินเพาะปลูกที่เหมาะสมและเริ่มปลูกพืชก่อนที่พายุหิมะลูกถัดไปจะมา ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยที่จะบอกว่าความอยู่รอดของคนของเขาขึ้นอยู่กับเรื่องนี้ ลูเซียนรู้ดีว่าเขาจะนิ่งนอนใจไม่ได้ จนกว่าจะได้ควบคุมดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
"อื้ม-อื้ม!"
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ยูกิคาบูริทั้งสามก็ร้องออกมาอย่างร่าเริง หมวกหิมะของพวกมันขยับไปมาอย่างเป็นสุข และดวงตาเป็นประกายด้วยความยินดี
พวกมันเข้าใจแล้ว และรอให้เขากลับมาเล่นด้วยกันอีกครั้ง...