เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 ภารกิจกู้ชีพ

บทที่ 12 ภารกิจกู้ชีพ

บทที่ 12 ภารกิจกู้ชีพ


บทที่ 12 ภารกิจกู้ชีพ

"ฝ่าบาท! ทรงเสด็จไปมิได้เด็ดขาดพะยะค่ะ!"

เอลิฟ พ่อบ้านเฒ่าถลาเข้ามาขวางเบื้องหน้า น้ำเสียงของเขาสั่นเครือด้วยความร้อนรนจนแทบเสียกิริยา

"พระองค์ทรงเป็นความหวังสุดท้ายของดินแดนแห่งนี้... หากเกิดภยันตรายใดขึ้นกับพระองค์ ราษฎรที่เหลือย่อมมิอาจผ่านพ้นเหมันตฤดูนี้ไปได้พะยะค่ะ!"

ผืนป่ายามทิวากาลก็นับว่าอันตรายยิ่งนัก ทว่าท่ามกลางรัตติกาลที่เหล่าอสุรกายพากันออกล่า มันกลับยิ่งทวีความน่าสะพรึงกลัวขึ้นอีกหลายเท่าตัว

"ข้าเข้าใจในสิ่งที่เจ้ากังวล เอลิฟ"

ลูเซียนดึงฮู้ดของเสื้อคลุมผ้าแคชเมียร์ขึ้นปกปิดศีรษะ น้ำเสียงที่ตอบกลับไปเรียบเฉยทว่าหนักแน่นมั่นคง

"ไม่ต้องกังวลไป... ไรอันและเหล่าอัศวินได้สำรวจพื้นที่แถบนี้ไว้ก่อนแล้ว ความเสี่ยงย่อมมีมิน้อย และหากภัยร้ายมาถึงจริง ไรอันกับคนอื่นๆ ย่อมปกป้องข้าได้"

"พะยะค่ะ!"

เสียงโลหะกระทบกันกึกก้องเมื่อไรอันชักดาบออกจากฝัก ใบหน้าของเขาฉายชัดถึงปณิธานอันแน่วแน่

สิ่งที่สำคัญที่สุดในยามนี้คือความปลอดภัยของแอนนา หากนางเพียงหลงทางย่อมพอจะแก้ไขได้ ทว่าหากนางถูกต้อนจนจนมุมโดยโปเกมอนป่า... ทุกวินาทีที่สูญเสียไปย่อมหมายถึงชีวิตของนางที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย

อีกประการหนึ่ง ในค่ายแห่งนี้มิมีผู้ใดมีความรู้เรื่องโปเกมอนลึกซึ้งเท่าเขาอีกแล้ว หากพวกเขาเผชิญหน้ากับพวกมันเข้าจริงๆ เขาจำเป็นต้องอยู่ที่นั่นเพื่อวิเคราะห์ตัวตนของพวกมัน และยามเผชิญอันตราย การถอยร่นมิใช่เรื่องน่าอับอายหากชัยชนะนั้นเป็นไปมิได้

เอลิฟเห็นว่าลูเซียนตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เขาจึงได้แต่ทอดถอนใจพลางแสดงความกังวลผ่านริ้วรอยที่ลึกชันบนใบหน้า

"ถ้าเช่นนั้น... ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ และโปรดระมัดระวังพระองค์ด้วยพะยะค่ะ"

ไรอันและเหล่าอัศวินชูคบเพลิงส่องแสงวูบวาบตามร่องรอยเข้าไปในพงไพร โดยมีลูเซียนก้าวเดินนำหน้าอย่างมั่นคง เเป็นไปตามที่เขานคาดการณ์ไว้ พวกเขาไม่พบโปเกมอนระหว่างทาง รอยเท้ายังคงฝังลึกเข้าไปในป่าอย่างชัดเจนบนพื้นน้ำแข็ง เขาลอบขอบคุณในใจที่หิมะไม่ได้ตกลงมาทับถม ไม่เช่นนั้นร่องรอยของแอนนาคงมลายหายไปเป็นแน่

ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงลานโล่งกว้าง พื้นดินเต็มไปด้วยร่องรอยการปะทะ รอยเท้าของมนุษย์และอสุรกายเหยียบย่ำกันจนสับสนปนเปไปสิ้น

น้ำเสียงของไรอันเคร่งเครียดขึ้นมาในทันใด

"องค์ชายพะยะค่ะ! ทางนี้พะยะค่ะ!"

ลูเซียนย่อตัวลงสำรวจพื้นหิมะที่ฟุ้งกระจายจากการเหยียบย่ำ

"มีการต่อสู้เกิดขึ้น... และมันเพิ่งผ่านไปได้ไม่นาน"

หัวใจของเขาพลันบีบคั้นด้วยความห่วงใย

'เด็กสาววัยเพียงสิบขวบจะรอดพ้นจากการเผชิญหน้ากับโปเกมอนได้ยังไงกัน? แม้มนุษย์ในโลกนี้จะแข็งแกร่งเเค่ไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแตกสลายไม่ได้นี่'

เขาเร่งรุดตามรอยเท้าที่ดูสับสนจากการวิ่งหนีอย่างตื่นตระหนก ก่อนที่ร่องรอยเหล่านั้นจะหายไป กลายเป็นร่องลึกของบางสิ่งที่กลิ้งไถลอย่างรุนแรง

เมื่อลูเซียนเงยหน้าขึ้นมอง ภาพตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจชะงัก... ผืนดินถูกตัดขาดกลายเป็นหน้าผาสูงชันที่ทอดตัวลงสู่ความมืดมิด

...

"ข้า... สิ้นชีพไปแล้วอย่างนั้นรึ?"

แอนนาขยับตัวอย่างมึนงง ร่างกายปวดร้าวไปสิ้น นางพยายามยันกายขึ้น ทว่าความเจ็บแปลบกลับแล่นปราดผ่านแขนจนต้องนิ่วหน้า

“อึก... เจ็บเหลือเกิน!”

นางกุมแขนตนเองไว้แน่นพลางกะพริบตาเพื่อปรับสายตาให้มองผ่านเงามืดรอบกาย

"เหตุใด... ข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?"

เพียงชั่วครู่ที่ห้วงความคิดกระจัดกระจาย ทว่าความทรงจำกลับพรั่งพรูคืนมาในพริบตา ทั้งอสุรกายร่างมหึมาตัวนั้น... การไล่ล่าที่แสนหวาดหวั่น... และหน้าผาสูงชัน

ใบหน้าของนางพลันซีดเผือดไร้สีเลือด

"ใช่แล้ว... ข้าตกลงมาในระหว่างที่วิ่งหนี!"

ทว่านัยน์ตาของนางกลับเบิกกว้างขึ้นด้วยความหวาดหวั่นยิ่งกว่า

'เดี๋ยวก่อน! อสุรกายตัวจ้อยนั้นอยู่ที่ใด?!'

แอนนารีบหันมองรอบกายเพื่อเสาะหาร่างนั้นทันที

แสงจันทร์นวลตาฉาบไล้ลงบนผืนหิมะ ย้อมโลกใต้หน้าผาให้กลายเป็นสีเงินยวงที่ดูเย็นยะเยือกถึงขั้วหัวใจ

ในตอนนั้นเองที่นางมองเห็นร่างเล็กๆ เดินเตาะแตะมาหา ปากของมันคาบบางอย่างเอาไว้

ดวงตาของนางเป็นประกาย

'อสูรกายตัวน้อย... มันปลอดภัย!'

เมื่อมันเข้ามาใกล้ขึ้น ในที่สุดแอนนาก็จำได้ มันคือสิ่งมีชีวิตที่คล้ายสุนัขจิ้งจอกตัวเดิม และในปากของมัน...

นางถึงกับหายใจไม่ออก

'นั่นมัน... รากไม้แห่งชีวิต!'

แอนนาชะงักด้วยความตกตะลึง เมื่อโซรัวเข้ามาหยุดอยู่ข้าง ๆ  มันย่อตัวลงหาแขนที่บาดเจ็บแล้วกัดเบาๆ บีบน้ำสกัดรสขมไหลหยดลงบนบาดแผลของนาง ทันใดนั้น แผลเริ่มสมานเข้าหากัน ความเจ็บค่อย ๆ มลายหายไปเนื้อเยื่อประสานกันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

"เอ๊ะ?!"

แอนนาอุทานพลางอ้าปากค้าง

'มัน... กำลังช่วยข้าเหรอ?'

ตั้งแต่สมัยที่นางยังเยาว์วัย ท่านแม่และทุกคนต่างพร่ำบอกนางว่า

"อสูรกายนั้นอันตรายนัก หากเจ้าพบเจอพวกมัน จงรีบหนีไปทันที มิเช่นนั้นเจ้าจะถูกฆ่า"

ทว่าอสูรกายที่อยู่ตรงหน้า มันกำลังรักษาบาดแผลของนาง แทนที่จะฉีกร่างนางเป็นชิ้นๆ

'บางทีอสูรกายอาจไม่ได้ทำร้ายมนุษย์ไปเสียทุกตัว'

ความคิดนี้ค่อยๆ ผุดขึ้นในใจของนางอย่างเงียบ ๆ

โซรัวน้อยหาวกว้างออกมา เขี้ยวของมันสะท้อนแสงจันทร์แวววาว จากนั้นมันเดินไปยังหิมะโล่ง ๆ แล้วขดตัวลงนอน

"นี่! เจ้าไม่หนาวอย่างนั้นหรือ?"

แอนนาหลุดปากถามออกไป

โซรัวหรี่ตามองนางข้างหนึ่ง พ่นลมหายใจเบาๆ แล้วหลับตาลงอีกครั้ง

แอนนายิ้มออกมา

"จริงด้วยสิ ข้ายังไม่ได้ถามชื่อเจ้าเลย... สวัสดี! ข้าชื่อแอนนานะ!"

“วู้...”

เสียงครางต่ำของจิ้งจอกดังขึ้น ราวกับตอบกลับ

เมื่อเห็นมันขดตัวอยู่บนพื้นหิมะ หน้าอกของแอนนาก็แน่นขึ้น นางเมินเฉยต่อท่าทีขัดขืนอันแผ่วเบาของมันแล้วอุ้มมันขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน กอดมันไว้แนบอก

"ฮิฮิ เห็นไหม? คราวนี้เจ้าก็ไม่หนาวแล้ว นอนเสียเถิด"

โซรัวตัวแข็งทื่อด้วยความประหลาดใจ ทว่าครู่หนึ่งมันก็รับรู้ได้ว่าแบบนี้อุ่นกว่าจริงๆ มันจึงค่อยๆ หลับตาลง

แต่แล้วเสียงของแอนนาก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"นี่ เจ้าไม่อยากกลับบ้านเหรอ? ป่านนี้พ่อแม่เจ้าคงเป็นห่วงแย่แล้ว"

เจ้าจิ้งจอกน้อยส่ายหัว

“วู้...”

ดวงตาของแอนนาเบิกกว้าง

"เจ้าหมายความว่า... เจ้าไม่มีทั้งพ่อและแม่อย่างนั้นหรือ?"

โซรัวเพียงแต่จ้องมองนาง นางกลับเข้าใจได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดใด ๆ

ลำคอของนางตีบตันขึ้นมาทันที

'ไม่มีพ่อแม่... ไม่มีครอบครัว นั่นคือเหตุผลที่มันมานอนรอความตายอยู่ลำพังในวันนี้อย่างนั้นสินะ'

หัวใจของนางปวดร้าว นางกระซิบแผ่วเบา

"เจ้าไม่มีแม่... ส่วนข้าก็ไม่มีพ่อ เราต่างก็สูญเสียคนสำคัญไปเหมือนกัน"

“วู้...”

เจ้าจิ้งจอกมองเธอเงียบ ๆ ก่อนจะกดอุ้งเท้าเล็กๆ ของมันลงบนมือเบาๆ ราวกับจะปลอบประโลม

ใบหน้าของแอนนาพลันสว่างขึ้นด้วยความตื่นเต้น

"จริงด้วย เจ้าอสูรกายตัวน้อย! เจ้าอยากมาอยู่กับข้าไหม? ตอนนี้ข้าอยู่กับท่านแม่ ถ้าเจ้ามาอยู่กับเรา เจ้าก็จะมีครอบครัวเหมือนกันนะ!"

โซรัวชะงักไปด้วยความตกใจ

แอนนายังคงเจื้อยแจ้วต่อไป ความยินดีของนางแปรเปลี่ยนเป็นความกังวลน้ำเสียงนางอ่อนลง แหงนหน้าขึ้นมองท้องนภาที่ไร้แสงดารา

"เพียงแต่ว่า... ตอนนี้ดูเหมือนพวกเราจะติดอยู่ที่นี่เสียแล้วสิ"

จบบทที่ บทที่ 12 ภารกิจกู้ชีพ

คัดลอกลิงก์แล้ว