เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 การตกปลา

บทที่ 7 การตกปลา

บทที่ 7 การตกปลา


บทที่ 7 การตกปลา

เมื่อเข้าสู่เดือนธันวาคม ลำน้ำถูกผนึกด้วยแผ่นน้ำแข็งหนาทึบ ราวกับกระจกใสทอดยาวสุดสายตา ภายใต้แผ่นกระจกน้ำแข็งยังปรากฏเงาของปลาแหวกว่ายอย่างช้า ๆ

ไรอันและเหล่าอัศวินของเขามาถึงริมฝั่งตั้งแต่เช้าตรู่ หลังจากพักผ่อนมาตลอดคืน พวกเขาต่างเต็มไปด้วยเรี่ยวแรงและความกระตือรือร้น

"ฟู่ว!"

ไรอันพ่นลมหายใจอุ่นระอุเข้าสู่มือที่เย็นเยียบจนแดงก่ำ พลางยิ้มกว้าง

"สู้เต็มที่ไว้พี่น้อง คืนนี้พวกเราจะได้ลิ้มรสซุปปลาสดๆ กันแล้ว!"

เสียงโห่ร้องดังขึ้นจากเหล่าอัศวิน พวกเขายกอาวุธขึ้นแล้วเริ่มเจาะน้ำแข็งอย่างมุ่งมั่น ไม่นานนักเหล่าปลาที่โหยหาอากาศภายใต้แผ่นน้ำแข็ง ต่างพากันแหวกว่ายเข้าสู่ช่องที่เจาะไว้

"ช่างเป็นการเก็บเกี่ยวที่งดงาม!"

ไรอันร้องด้วยความปีติยินดี เขาสั่งการเหล่าอัศวิน

ผ่านไปไม่นานนัก ถังและตะกร้าที่ถูกหย่อนลงไป พลันถูกยกขึ้นพร้อมปลาสดอ้วนพีที่ดิ้นพล่าน บางตัวดิ้นรนเร่าอย่างสิ้นหวังเมื่อรู้ว่าถูกจับได้แล้ว ไรอันยิ้มกว้างด้วยความลำพองใจ แต่แล้วสายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับสิ่งที่ผิดแปลกไป

มันคือปลาที่ต่างออกไป มีเกล็ดสีแดงสดใส เส้นรยางค์ยาวสองเส้นคล้ายหนวดยื่นยาวออกจากปาก และมีครีบรูปมงกุฎอันสง่างาม

"เจ้านี่มาทำอะไรที่นี่กัน?"

ไรอันพึมพำด้วยความรังเกียจ เขาคว้าตัวคอยคิง ขึ้นมาพร้อมกับขมวดคิ้ว

"เจ้าสิ่งมีชีวิตเจ้าเล่ห์ตัวจ้อย"

เขาเหวี่ยงมันทิ้งไปโดยมิแยแส ร่างของคอยคิง ผู้เคราะห์ร้ายร่วงหล่นสู่สายน้ำจนเกิดเสียงน้ำสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ

"ท่านไรอัน เหตุใดจึงโยนมันทิ้งเล่าขอรับ?"

อัศวินฝึกหัดนายหนึ่งเอ่ยถามด้วยความกังขา

"มันมีแต่ก้าง หนัง และเกล็ดเท่านั้น"

ไรอันแค่นหัวเราะเยาะเย้ย

"มันกินแทบไม่ได้เลย นอกเสียจากว่าเจ้าจะมีรสนิยมพิกล ชอบเคี้ยวก้างปลาเล่น"

เขาสะบัดหน้ากลับมาพร้อมรอยยิ้มลำพองใจ ก่อนจะพบว่าลูเซียนยืนอยู่ข้างหลังและเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเงียบ ๆ ดวงตาของไรอันเบิกกว้างขึ้นก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น เขาชูปลาที่จับได้ขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพื่อหวังจะโอ้อวดผลงาน

"องค์ชายลูเซียนพะยะค่ะ! คืนนี้พวกเรามีงานเลี้ยงฉลองพะยะค่ะ!"

ลูเซียน:

"..."

เขาได้เห็นทุกอย่างชัดเเจ้งแล้ว

'แม้แต่ในยุคนี้ คอยคิง ผู้น่าสงสารก็ยังถูกเหยียดหยามสินะ'

"ทำได้ดีมาก"

ลูเซียนกล่าวอย่างราบเรียบ

สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่แผ่นน้ำแข็ง ก่อนจะเสริมขึ้นว่า

"แต่ถ้าเจ้าจับปลาแบบนั้นได้อีก... อย่าโยนมันทิ้งเป็นอันขาด"

ไรอันกะพริบตาปริบๆ

"เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นพะยะค่ะ?"

ภาพของเกียราดอสผู้พิโรธเหนือผิวน้ำ พลันผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงของเขา มันเป็นหายนะที่พวกเขาไม่อาจรับมือได้เลย

"จงปฏิบัติตามบัญชาของข้า... เพียงเท่านั้น"

ลูเซียนย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ไรอันและเหล่านักรบต่างมองหน้ากันด้วยความฉงน แต่ก็มิได้ซักไซ้สิ่งใดต่อ ในฐานะอัศวิน หน้าที่ของพวกเขาคือการปฏิบัติตามพระบัญชาขององค์ชายโดยปราศจากความลังเล ราษฎรต่างพากันแบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยปลา กลับไปยังค่ายพักแรม ในขณะที่ไรอันและเหล่าอัศวินเตรียมตัวออกไปสำรวจที่ราบและป่าโดยรอบต่อ

"องค์ชายลูเซียน พระองค์ไม่เสด็จกลับไปพร้อมพวกกระหม่อมหรือพะยะค่ะ?"

ไรอันถาม

ลูเซียนส่ายศีรษะ

"ข้ามีธุระต้องทำ พวกเจ้าล่วงหน้าไปก่อนเถิด"

ริมตลิ่งแถบนี้ถูกสำรวจไปเรียบร้อยแล้ว ไม่มีรายงานการพบโปเกมอนที่เป็นอันตราย ค่อนข้างปลอดภัย และเหมาะที่สุดสำหรับสิ่งที่เขาวางแผนไว้

ลูเซียนก้มลงมองที่เสื้อคลุมและแตะเบาๆ ที่อก

"ออกมาเถิด มินิริว"

ภายใต้รอยพับของผ้าแคชเมียร์ หัวเล็กๆ มุดออกมามองอย่างระแวดระวัง

"วู้ว?"

"เรามาทดสอบความแข็งแกร่งของเจ้ากันหน่อยเถิด แสดงพายุหมุน ให้ข้าดูเสีย หากทำได้ดี คืนนี้เจ้าจะได้กินซุปปลา"

"วู้ว..."

นางลังเลเล็กน้อย อากาศที่หนาวเย็นกัดกินเกล็ดของนาง ทว่าคำสัญญาเรื่องอาหารอุ่นๆ ก็มอบความกล้าให้นาง จากนั้นนางมุดออกจากเสื้อคลุมและลอยตัวไปยังพื้นที่ด้านหน้า ลูเซียนหยัดกายตรงอย่างสง่าผ่าเผย

"มินิริวใช้พายุหมุน!"

"วู้ว-วู้ว!"

ทันใดนั้น ไอพลังมังกรสีม่วงพลันพวยพุ่งออกจากปาก มวลพลังงานถูกบีบอัดจนเข้มข้นและหมุนวน ก่อนจะแผ่กระจายเป็นพายุหมุนขนาดเล็กที่ดังกึกก้องออกไป

ตูม!

พายุหมุนกระแทกผืนน้ำแข็งจนแตกกระจาย เสียงดังสนั่นสะท้านไปทั่วริมฝั่งแม่น้ำ

ลูเซียนหรี่ตาลง

'น่าทึ่ง...แม้ยังเยาว์ แต่พลังกลับรุนแรงถึงเพียงนี้'

เขาหายใจออกช้าๆ พร้อมกับความจริงที่เริ่มกระจ่างชัดในใจ

'นี่สินะ... คือพลานุภาพของโปเกมอน'

ลูเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

‘เธอรู้ได้ยังไงว่า พายุหมุนหมายถึงอะไร? เธอสามารถเชื่อมโยงคำสั่งของมนุษย์เข้ากับสัญชาตญาณของตนเองได้อย่างเป็นธรรมชาติขนาดนี้เลยงั้นเหรอ?’

เขาปรายตามองไปที่นาง ซึ่งส่งยิ้มอย่างภาคภูมิใจกลับมา ครีบของนางขยับไหวไปมาดั่งจะขอคำชม

'บางทีนี่อาจจะเป็นการตั้งค่าพื้นฐานที่กำหนดไว้โดยอาร์เซอุส เทพเจ้าแห่งการสรรสร้าง'

ลูเซียนครุ่นคิดและมิอาจหยุดคาดเดาได้เลย

'กฎเกณฑ์ที่ถูกสลักไว้ในโปเกมอนทุกตัวตั้งแต่กำเนิด...'

"ขะ…ข้าเพิ่งประจักษ์สิ่งใดไป?"

เสียงของไรอันสั่นเครือ

องค์ชายของเขากำลังสั่งการอสุรกาย และนางก็เชื่อฟังอย่างว่าง่าย

ลูเซียนมองไปที่มินิริวอีกครั้ง

"ไม่จำเป็นต้องทดสอบกระบวนท่ารัด หรือจ้องเขม็งแล้วล่ะ ด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ พลังในการพันธนาการคงยังไม่เท่าไร พายุหมุนคือท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของนางอย่างไม่ต้องสงสัย"

เขาแตะที่หน้าอกของตน

"เอาล่ะ มินิริว พอแค่นั้นแหละ กลับมาเถิด"

มังกรน้อยตัวสั่นเพราะความหนาว ก่อนจะมุดกลับเข้าสู่อ้อมแขนของเขา เพื่อซุกตัวหาความอบอุ่นภายใต้เสื้อคลุม ลูเซียนหันหลังเตรียมจากไป ก่อนจะพบว่าเหล่านักรบหลายคนกำลังจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

เขาเลิกคิ้วขึ้น

"พวกเจ้าจ้องมองสิ่งใดกัน?"

ในที่สุดไรอันก็หาเสียงของตนจนเจอ

"อะ... องค์ชายลูเซียน... เมื่อครู่นี้... พระองค์ทรงสั่งการอสุรกายหรือพะยะค่ะ?"

ริมฝีปากลูเซียนโค้งขึ้นเล็กน้อย

"ใช่ แล้วอย่างไรล่ะ? พวกเจ้าสนใจจะลองดูบ้างไหม?"

เหล่าอัศวินหน้าถอดสีและส่ายหน้าอย่างรวดเร็วจนศีรษะสั่นคลอน

"หามิได้พะยะค่ะ!"

ไรอันตอบทันควัน

สัตว์เวทมนตร์ช่างน่าสะพรึงกลัว พวกมันคืออสุรกายที่คร่าชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน คนธรรมดามิอาจหาญกล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ นับประสาอะไรกับการออกคำสั่งพวกมัน

ทว่าสิ่งมีชีวิตนั้นกลับเชื่อฟังองค์ชายราวกับมันเป็นพลทหารผู้ใต้บังคับบัญชา ลูเซียนไม่ได้แปลกใจ เขาเฝ้าสังเกตใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัวและลังเล

'นี่สินะคือความหวาดกลัวในยุคสมัยนี้'

หากเขาบอกไปตรงๆ ว่าโปเกมอนมิใช่อสูรกาย แต่เป็นเพื่อนร่วมทางและครอบครัว พวกเขาคงไม่มีวันเชื่อเป็นแน่ แต่ถึงกระนั้น... เขากลับมองเห็นบางอย่างในดวงตาของคนเหล่านั้น ทั้งความอยากรู้อยากเห็น และความสงสัย เมล็ดพันธุ์เล็กๆ ได้ถูกฝังลงไปในวันนี้แล้ว

'มนุษย์สามารถบงการอสรกายได้จริงๆ หรือ?'

...

เมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้า ความมืดมิดก็กลืนกินหุบเขา หลังจากตรากตรำมาทั้งวัน ค่ายพักแรมก็เข้าสู่ความเงียบสงบ ครอบครัวแต่ละครอบครัวต่างพากันมาอยู่รวมกันในกระโจมผ้าใบผืนบาง เบียดเสียดกันอยู่ใกล้กองไฟ บิขนมปังดำและซดซุปปลาร้อนๆ สำหรับผู้ที่เคยหลงอยู่ในพายุหิมะยาวนานกว่าหนึ่งเดือน นี่คือความอบอุ่นที่พวกเขามิเคยคาดฝันว่าจะได้หวนคืนมา

ทว่าภายใต้รอยยิ้มเหล่านั้น ความกังวลกลับยังคงฝังรากลึก พวกเขาจะรอดพ้นฤดูหนาวนี้ไปได้จริงๆ หรือ? เสบียงอาหารมีจำกัด ฟืนไฟก็ช่างอัตคัด เมื่อเวลาผ่านไปอากาศมีแต่จะเย็นลงเรื่อย ๆ และพายุหิมะอาจจะพัดถล่มลงมาฝังร่างพวกเขาทั้งหมดเมื่อใดก็ได้ กระโจมของพวกเขาที่เป็นเพียงผืนผ้าบาง ๆ ไม่อาจต้านทานได้เลย ถึงแม้ว่าจะไม่มีพายุหิมะ  หลายชีวิตก็อาจถูกความหนาวพรากไปในดินแดนแห่งเหมันตภัยนี้ได้อยู่ดี...

จบบทที่ บทที่ 7 การตกปลา

คัดลอกลิงก์แล้ว