- หน้าแรก
- เจ้าเมืองแห่งโลกโปเกมอน
- บทที่ 7 การตกปลา
บทที่ 7 การตกปลา
บทที่ 7 การตกปลา
บทที่ 7 การตกปลา
เมื่อเข้าสู่เดือนธันวาคม ลำน้ำถูกผนึกด้วยแผ่นน้ำแข็งหนาทึบ ราวกับกระจกใสทอดยาวสุดสายตา ภายใต้แผ่นกระจกน้ำแข็งยังปรากฏเงาของปลาแหวกว่ายอย่างช้า ๆ
ไรอันและเหล่าอัศวินของเขามาถึงริมฝั่งตั้งแต่เช้าตรู่ หลังจากพักผ่อนมาตลอดคืน พวกเขาต่างเต็มไปด้วยเรี่ยวแรงและความกระตือรือร้น
"ฟู่ว!"
ไรอันพ่นลมหายใจอุ่นระอุเข้าสู่มือที่เย็นเยียบจนแดงก่ำ พลางยิ้มกว้าง
"สู้เต็มที่ไว้พี่น้อง คืนนี้พวกเราจะได้ลิ้มรสซุปปลาสดๆ กันแล้ว!"
เสียงโห่ร้องดังขึ้นจากเหล่าอัศวิน พวกเขายกอาวุธขึ้นแล้วเริ่มเจาะน้ำแข็งอย่างมุ่งมั่น ไม่นานนักเหล่าปลาที่โหยหาอากาศภายใต้แผ่นน้ำแข็ง ต่างพากันแหวกว่ายเข้าสู่ช่องที่เจาะไว้
"ช่างเป็นการเก็บเกี่ยวที่งดงาม!"
ไรอันร้องด้วยความปีติยินดี เขาสั่งการเหล่าอัศวิน
ผ่านไปไม่นานนัก ถังและตะกร้าที่ถูกหย่อนลงไป พลันถูกยกขึ้นพร้อมปลาสดอ้วนพีที่ดิ้นพล่าน บางตัวดิ้นรนเร่าอย่างสิ้นหวังเมื่อรู้ว่าถูกจับได้แล้ว ไรอันยิ้มกว้างด้วยความลำพองใจ แต่แล้วสายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับสิ่งที่ผิดแปลกไป
มันคือปลาที่ต่างออกไป มีเกล็ดสีแดงสดใส เส้นรยางค์ยาวสองเส้นคล้ายหนวดยื่นยาวออกจากปาก และมีครีบรูปมงกุฎอันสง่างาม
"เจ้านี่มาทำอะไรที่นี่กัน?"
ไรอันพึมพำด้วยความรังเกียจ เขาคว้าตัวคอยคิง ขึ้นมาพร้อมกับขมวดคิ้ว
"เจ้าสิ่งมีชีวิตเจ้าเล่ห์ตัวจ้อย"
เขาเหวี่ยงมันทิ้งไปโดยมิแยแส ร่างของคอยคิง ผู้เคราะห์ร้ายร่วงหล่นสู่สายน้ำจนเกิดเสียงน้ำสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ
"ท่านไรอัน เหตุใดจึงโยนมันทิ้งเล่าขอรับ?"
อัศวินฝึกหัดนายหนึ่งเอ่ยถามด้วยความกังขา
"มันมีแต่ก้าง หนัง และเกล็ดเท่านั้น"
ไรอันแค่นหัวเราะเยาะเย้ย
"มันกินแทบไม่ได้เลย นอกเสียจากว่าเจ้าจะมีรสนิยมพิกล ชอบเคี้ยวก้างปลาเล่น"
เขาสะบัดหน้ากลับมาพร้อมรอยยิ้มลำพองใจ ก่อนจะพบว่าลูเซียนยืนอยู่ข้างหลังและเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเงียบ ๆ ดวงตาของไรอันเบิกกว้างขึ้นก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น เขาชูปลาที่จับได้ขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพื่อหวังจะโอ้อวดผลงาน
"องค์ชายลูเซียนพะยะค่ะ! คืนนี้พวกเรามีงานเลี้ยงฉลองพะยะค่ะ!"
ลูเซียน:
"..."
เขาได้เห็นทุกอย่างชัดเเจ้งแล้ว
'แม้แต่ในยุคนี้ คอยคิง ผู้น่าสงสารก็ยังถูกเหยียดหยามสินะ'
"ทำได้ดีมาก"
ลูเซียนกล่าวอย่างราบเรียบ
สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่แผ่นน้ำแข็ง ก่อนจะเสริมขึ้นว่า
"แต่ถ้าเจ้าจับปลาแบบนั้นได้อีก... อย่าโยนมันทิ้งเป็นอันขาด"
ไรอันกะพริบตาปริบๆ
"เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นพะยะค่ะ?"
ภาพของเกียราดอสผู้พิโรธเหนือผิวน้ำ พลันผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงของเขา มันเป็นหายนะที่พวกเขาไม่อาจรับมือได้เลย
"จงปฏิบัติตามบัญชาของข้า... เพียงเท่านั้น"
ลูเซียนย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ไรอันและเหล่านักรบต่างมองหน้ากันด้วยความฉงน แต่ก็มิได้ซักไซ้สิ่งใดต่อ ในฐานะอัศวิน หน้าที่ของพวกเขาคือการปฏิบัติตามพระบัญชาขององค์ชายโดยปราศจากความลังเล ราษฎรต่างพากันแบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยปลา กลับไปยังค่ายพักแรม ในขณะที่ไรอันและเหล่าอัศวินเตรียมตัวออกไปสำรวจที่ราบและป่าโดยรอบต่อ
"องค์ชายลูเซียน พระองค์ไม่เสด็จกลับไปพร้อมพวกกระหม่อมหรือพะยะค่ะ?"
ไรอันถาม
ลูเซียนส่ายศีรษะ
"ข้ามีธุระต้องทำ พวกเจ้าล่วงหน้าไปก่อนเถิด"
ริมตลิ่งแถบนี้ถูกสำรวจไปเรียบร้อยแล้ว ไม่มีรายงานการพบโปเกมอนที่เป็นอันตราย ค่อนข้างปลอดภัย และเหมาะที่สุดสำหรับสิ่งที่เขาวางแผนไว้
ลูเซียนก้มลงมองที่เสื้อคลุมและแตะเบาๆ ที่อก
"ออกมาเถิด มินิริว"
ภายใต้รอยพับของผ้าแคชเมียร์ หัวเล็กๆ มุดออกมามองอย่างระแวดระวัง
"วู้ว?"
"เรามาทดสอบความแข็งแกร่งของเจ้ากันหน่อยเถิด แสดงพายุหมุน ให้ข้าดูเสีย หากทำได้ดี คืนนี้เจ้าจะได้กินซุปปลา"
"วู้ว..."
นางลังเลเล็กน้อย อากาศที่หนาวเย็นกัดกินเกล็ดของนาง ทว่าคำสัญญาเรื่องอาหารอุ่นๆ ก็มอบความกล้าให้นาง จากนั้นนางมุดออกจากเสื้อคลุมและลอยตัวไปยังพื้นที่ด้านหน้า ลูเซียนหยัดกายตรงอย่างสง่าผ่าเผย
"มินิริวใช้พายุหมุน!"
"วู้ว-วู้ว!"
ทันใดนั้น ไอพลังมังกรสีม่วงพลันพวยพุ่งออกจากปาก มวลพลังงานถูกบีบอัดจนเข้มข้นและหมุนวน ก่อนจะแผ่กระจายเป็นพายุหมุนขนาดเล็กที่ดังกึกก้องออกไป
ตูม!
พายุหมุนกระแทกผืนน้ำแข็งจนแตกกระจาย เสียงดังสนั่นสะท้านไปทั่วริมฝั่งแม่น้ำ
ลูเซียนหรี่ตาลง
'น่าทึ่ง...แม้ยังเยาว์ แต่พลังกลับรุนแรงถึงเพียงนี้'
เขาหายใจออกช้าๆ พร้อมกับความจริงที่เริ่มกระจ่างชัดในใจ
'นี่สินะ... คือพลานุภาพของโปเกมอน'
ลูเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
‘เธอรู้ได้ยังไงว่า พายุหมุนหมายถึงอะไร? เธอสามารถเชื่อมโยงคำสั่งของมนุษย์เข้ากับสัญชาตญาณของตนเองได้อย่างเป็นธรรมชาติขนาดนี้เลยงั้นเหรอ?’
เขาปรายตามองไปที่นาง ซึ่งส่งยิ้มอย่างภาคภูมิใจกลับมา ครีบของนางขยับไหวไปมาดั่งจะขอคำชม
'บางทีนี่อาจจะเป็นการตั้งค่าพื้นฐานที่กำหนดไว้โดยอาร์เซอุส เทพเจ้าแห่งการสรรสร้าง'
ลูเซียนครุ่นคิดและมิอาจหยุดคาดเดาได้เลย
'กฎเกณฑ์ที่ถูกสลักไว้ในโปเกมอนทุกตัวตั้งแต่กำเนิด...'
"ขะ…ข้าเพิ่งประจักษ์สิ่งใดไป?"
เสียงของไรอันสั่นเครือ
องค์ชายของเขากำลังสั่งการอสุรกาย และนางก็เชื่อฟังอย่างว่าง่าย
ลูเซียนมองไปที่มินิริวอีกครั้ง
"ไม่จำเป็นต้องทดสอบกระบวนท่ารัด หรือจ้องเขม็งแล้วล่ะ ด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ พลังในการพันธนาการคงยังไม่เท่าไร พายุหมุนคือท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของนางอย่างไม่ต้องสงสัย"
เขาแตะที่หน้าอกของตน
"เอาล่ะ มินิริว พอแค่นั้นแหละ กลับมาเถิด"
มังกรน้อยตัวสั่นเพราะความหนาว ก่อนจะมุดกลับเข้าสู่อ้อมแขนของเขา เพื่อซุกตัวหาความอบอุ่นภายใต้เสื้อคลุม ลูเซียนหันหลังเตรียมจากไป ก่อนจะพบว่าเหล่านักรบหลายคนกำลังจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เขาเลิกคิ้วขึ้น
"พวกเจ้าจ้องมองสิ่งใดกัน?"
ในที่สุดไรอันก็หาเสียงของตนจนเจอ
"อะ... องค์ชายลูเซียน... เมื่อครู่นี้... พระองค์ทรงสั่งการอสุรกายหรือพะยะค่ะ?"
ริมฝีปากลูเซียนโค้งขึ้นเล็กน้อย
"ใช่ แล้วอย่างไรล่ะ? พวกเจ้าสนใจจะลองดูบ้างไหม?"
เหล่าอัศวินหน้าถอดสีและส่ายหน้าอย่างรวดเร็วจนศีรษะสั่นคลอน
"หามิได้พะยะค่ะ!"
ไรอันตอบทันควัน
สัตว์เวทมนตร์ช่างน่าสะพรึงกลัว พวกมันคืออสุรกายที่คร่าชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน คนธรรมดามิอาจหาญกล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ นับประสาอะไรกับการออกคำสั่งพวกมัน
ทว่าสิ่งมีชีวิตนั้นกลับเชื่อฟังองค์ชายราวกับมันเป็นพลทหารผู้ใต้บังคับบัญชา ลูเซียนไม่ได้แปลกใจ เขาเฝ้าสังเกตใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัวและลังเล
'นี่สินะคือความหวาดกลัวในยุคสมัยนี้'
หากเขาบอกไปตรงๆ ว่าโปเกมอนมิใช่อสูรกาย แต่เป็นเพื่อนร่วมทางและครอบครัว พวกเขาคงไม่มีวันเชื่อเป็นแน่ แต่ถึงกระนั้น... เขากลับมองเห็นบางอย่างในดวงตาของคนเหล่านั้น ทั้งความอยากรู้อยากเห็น และความสงสัย เมล็ดพันธุ์เล็กๆ ได้ถูกฝังลงไปในวันนี้แล้ว
'มนุษย์สามารถบงการอสรกายได้จริงๆ หรือ?'
...
เมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้า ความมืดมิดก็กลืนกินหุบเขา หลังจากตรากตรำมาทั้งวัน ค่ายพักแรมก็เข้าสู่ความเงียบสงบ ครอบครัวแต่ละครอบครัวต่างพากันมาอยู่รวมกันในกระโจมผ้าใบผืนบาง เบียดเสียดกันอยู่ใกล้กองไฟ บิขนมปังดำและซดซุปปลาร้อนๆ สำหรับผู้ที่เคยหลงอยู่ในพายุหิมะยาวนานกว่าหนึ่งเดือน นี่คือความอบอุ่นที่พวกเขามิเคยคาดฝันว่าจะได้หวนคืนมา
ทว่าภายใต้รอยยิ้มเหล่านั้น ความกังวลกลับยังคงฝังรากลึก พวกเขาจะรอดพ้นฤดูหนาวนี้ไปได้จริงๆ หรือ? เสบียงอาหารมีจำกัด ฟืนไฟก็ช่างอัตคัด เมื่อเวลาผ่านไปอากาศมีแต่จะเย็นลงเรื่อย ๆ และพายุหิมะอาจจะพัดถล่มลงมาฝังร่างพวกเขาทั้งหมดเมื่อใดก็ได้ กระโจมของพวกเขาที่เป็นเพียงผืนผ้าบาง ๆ ไม่อาจต้านทานได้เลย ถึงแม้ว่าจะไม่มีพายุหิมะ หลายชีวิตก็อาจถูกความหนาวพรากไปในดินแดนแห่งเหมันตภัยนี้ได้อยู่ดี...