เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 มินิริว

บทที่ 6 มินิริว

บทที่ 6 มินิริว


บทที่ 6 มินิริว

"มาสเตอร์บอล..."

เครื่องมือจับโปเกมอนระดับสูงสุด... โปเกบอลที่มีอัตราสำเร็จเต็มร้อย ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นโปเกมอนทั่วไป กึ่งตำนาน หรือแม้แต่พระเจ้าเอง หากถูกเจ้าลูกทรงกลมนี้สัมผัสโดน ย่อมจับได้สำเร็จไม่มีคำว่าพลาดแน่นอน

หากเทคโนโลยีล้ำสมัยเช่นนี้ี้ถูกซ่อนอยู่ในหัวข้อ "โปเกบอลสมัยใหม่" ลูเซียนก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมเงื่อนไขในการปลดล็อกจึงยากเย็นนัก

ทว่าในเวลานี้ คะแนนความพึงพอใจ 50 คะแนนนั้นไม่มีความหมาย เขาปลดล็อกอะไรไม่ได้้เลย

เขาถอนหายใจและปัดความคิดเรื่องมาสเตอร์บอลทิ้งไป

'เอาไว้คราวหลังแล้วกัน'

เอลิฟออกไปจัดการธุระข้างนอก ภายในกระโจมเหลือเเต่เขากับมังกรน้อย มินิริวผู้ที่นอนสลบไสลมาตลอดการฝ่าคมลมหนาว เริ่มขยับกายในที่สุด เสียงเกล็ดบดเบียดกับผ้าขนสัตว์เบาๆ ดวงตากลมโตฉ่ำวาวประดุจหยาดน้ำค้างปรือลืมขึ้น สะท้อนเงาของเขาด้วยความสงสัยใคร่รู้

ลูเซียนเท้าคาง พินิจพิเคราะห์นางประหนึ่งนักวิจัยผู้กำลังตรวจสอบสมบัติล้ำค่า

หน้าต่างสถานะที่คุ้นเคยดี โผล่ขึ้นในความคิดของเขา:

[ข้อมูลบริวาร (โปเกมอน): มินิริว]

[ประเภท: มังกร]

[เพศ: เมีย]

[คุณสมบัติพิเศษ: เกล็ดพิศวง]

[ท่าต่อสู้: รัด, จ้องเขม็ง, พายุหมุน]

[ความสนิทสนม:25 (สูงสุด 100, อาจมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับในแต่ละกรณี)]

[ประวัติชีวิต -

ปีที่ 147 แห่งปฏิทินอาณาจักร: ถือกำเนิด

ปีที่ 148 แห่งปฏิทินอาณาจักร: ถูกชาวประมงจับได้และถวายแก่ขุนนาง

ปีที่ 148 แห่งปฏิทินอาณาจักร: ขุนนางผู้นั้นถวายแด่กษัตริย์แห่งไอน์ดุค เพื่อสร้างความโปรดปราน

ปีที่ 148 แห่งปฏิทินอาณาจักร: กษัตริย์ชราประทานแด่เจ้าชายลำดับที่สาม ลูเซียน เพื่อเป็นสหายร่วมเดินทาง]

ผ่านไปแค่สองวัน ความสนิทสนมของเธอก็เพิ่มจาก 20 เป็น 25 แล้ว

"รัด, จ้องเขม็ง, พายุหมุน... มีสามท่าเองเหรอ?"

ลูเซียนพึมพำ

ไม่แปลกใจเลยที่พวกชาวประมงจะจับเธอได้ ด้วยวัยที่ยังไม่ถึงปี ยังเปราะบางและไม่ได้รับการฝึกฝน

เขาเอื้อมนิ้วออกไปแตะจมูกสีขาวกลมมนอย่างเเผว่เบา

มินิริวกะพริบตา ก่อนโน้มตัวมาสูดดมปลายนิ้วของเขา

ลูเซียนดำดิ่งลงสู่ห้วงภวังค์...เขาไม่มีเจตนาจะเลี้ยงดูนางให้เป็นเพียงเดรัจฉานประดับบารมี แม้เพลานี้นางจะดูอ่อนแอ นางย่อมมีศักยภาพแห่งการศึกเหนือกว่าพวกคอยคิงหรือโอนิสึซึเมะยิ่งนัก

แต่ปัญหาก็คือค่ายของเขามีทรัพยากรไม่มากพอที่จะเลี้ยงดูโปเกมอนกึ่งตำนานนี่สิ

ยิ่งในยุคที่เขาอยู่ตอนนี้ มนุษย์กับโปเกมอนยังไม่ได้อาศัยอยู่ร่วมกัน ผู้คนเข้าใจโปเกมอนน้อยมาก ไม่รู้วิธีเตรียมอาหารให้โปเกมอนด้วยซ้ำ หากมินิริวไม่ได้รับสารอาหารที่เหมาะสม การเติบโตของนางย่อมหยุดชะงักและร่วงโรย

ลูเซียนยกมือขึ้นนวดขมับเบา ๆ

'ให้ตายสิ มีเรื่องทำให้ปวดหัวเพิ่มมาอีกเรื่องแล้วสิ'

อย่างน้อยกษัตริย์ชราก็ประทานมินิริวมาให้ ถ้าเป็นเจ้าคาบิกอน จอมตะกละในตำนาน เพียงวันเดียวเสบียงอาหารไม่หลงเหลือแน่ พวกเขาได้อดตายท่ามกลางความหนาวแน่นอน

เขารีบสลัดความกังวลเหล่านั้นทิ้งไป เขาวาดรอยยิ้มจางๆ ส่งมอบไออุ่นผ่านสายตาให้แก่นาง

"เรามาทำความรู้จักกันเสียหน่อยไหม มินิริว?"

"วู๊?"

มังกรน้อยเอียงคอ ดวงตาที่ใสวาวราวอัญมณีฉายแววสงสัย

"นามของข้าคือลูเซียน อย่างที่เจ้าเห็น ข้าคือมนุษย์ หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด เราย่อมต้องใช้ชีวิตร่วมเรียงเคียงบ่ากันไปอีกนานเท่านาน ไม่ว่าในฐานะสหาย ครอบครัว หรือคู่หู เป็นที่แน่นอนว่าข้าดีใจที่มีเจ้าอยู่เคียงข้าง"

"วู๊..."

มินิริวกะพริบตา

'ลูเซียน...?'

ใบหน้ากลมเริ่มจริงจังราวกับจะเลียนแบบน้ำเสียงของเขา นางยืดหยัดตั้งตรง ส่งเสียงร้องขานอย่างภาคภูมิ

"วู๊!"

'ข้าคือมินิริว! มังกรที่แท้จริง!'

ลูเซียนมิอาจเข้าใจถ้อยคำนั้นได้แม้เพียงกึ่งหนึ่ง เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ โน้มตัวไปข้างหน้า

"ถ้าเช่นนั้น ข้าขอรู้จักเจ้ามากกว่านี้เสียหน่อย เจ้าช่วยแสดงพลังให้ข้าเห็นเสียหน่อย"

เขาต้องการประเมินความสามารถของเธอ

"วู๊~!"

มินิริวส่งเสียงใสอย่างยินดี

ทว่าเมื่อลูเซียนผายมือไปยังทางออก นางสะบัดกายเพียงพริบตา ก่อนจะมุดเร้นกายลงใต้ผ้าห่มหนา ซุกศีรษะหนีราวกับว่าโลกภายนอกนั้นเป็นสถานที่ที่น่ากลัวที่สุดสำหรับนาง

ลูเซียน "..."

เขาถอนหายใจ ทั้งขำทั้งระอา

"หิมะหยุดตกแล้ว แสงสุริยันสาดส่องสว่างไสว วันนี้ลมหนาวมิได้กรีดแทงอย่างที่เจ้ากลัว เจ้าไม่อยากสัมผัสไออุ่นจากฟากฟ้าบ้างหรือ?"

ณ ที่ราบกลางหุบเขาอันเงียบงัน สายลมมิอาจกล้ำกราย ราวกับผืนปฐพีนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก แสงสุริยาโปรยปรายลงบนหิมะขาวบริสุทธิ์ มอบไออุ่นอ่อนโยนประหนึ่งวิมานลี้ภัยจากวาตภัยอันหฤโหด

มินิริวลังเล จมูกโผล่พ้นรอยพับของผ้าออกมา

ดวงตะวัน... ความอบอุ่นบนเกล็ด...

นางจำได้ถึงตอนที่นอนอยู่บนหาดทรายสีทอง ผิงแดดขณะที่มวลคลื่นม้วนตัวเข้าหาฝั่งเคียงข้างเหล่าพงศ์พันธุ์ ไออุ่นของแสงอาทิตย์ที่ซึมซาบเข้าสู่ร่างของนาง

นางมองอย่างช้า ๆ เต็มไปด้วยความระแวดระวัง แววตาส่องประกายเมื่อนึกถึงความทรงจำที่ผ่านมา

"วู๊?"

"แน่นอนว่าเป็นความจริง"

ลูเซียนเข้าใจความหมายในแววตาของเธอ

เขาเปิดเสื้อคลุมแคชเมียร์ออกพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ

"หากเจ้ายังไม่เชื่อ เข้ามาซ่อนในนี้เสียก่อน"

การออกไปข้างนอกครั้งนี้มีเป้าหมายสองข้อ นั่นคือ ทดสอบพลังการต่อสู้ของมินิริว และตรวจสอบผู้รอดชีวิตทั้ง 78 คนรวมถึงผืนดินรอบอาณาเขตด้วย

มังกรน้อยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมจำนน มุดเข้าไปในเสื้อคลุม เหลือเพียงใบหน้าครึ่งเดียวที่พ้นออกมา ดวงตากลมโตสอดส่ายอย่างประหม่า

ลูเซียนหัวเราะในลำคอเบาๆ ดึงเสื้อคลุมปิดไว้แล้วเดินออกจากกระโจม

เพียงข้ามคืน พื้นที่รกร้างก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว

ทางเดินถูกถากถางออกจากซากหิมะหนาทึบ กระโจมที่พักตั้งตระหง่านเรียงรายอย่างมีระเบียบดุจค่ายยุทธศาสตร์ ถือว่าได้การปกครองดินแดนของเขาได้เริ่มขึ้นแล้ว

ขณะที่เขาเดินไป หญิงสามัญชนผู้หนึ่งเร่งฝีเท้าผ่านมาพร้อมตะกร้าสาน เมื่อสบพักตร์ก็รีบทิ้งกายลงถวายคำนับ

"ฝ่าบาทลูเซียน!"

ลูเซียนค้อมศีรษะตอบ ก่อนสังเกตเห็นสิ่งที่อยู่ในตะกร้า

"นั่นคือสิ่งใดกัน?"

หญิงคนนั้นยกตะกร้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

"ทูลองค์ชาย สิ่งเหล่านี้คือเบอร์รี่ป่าจากพงไพรเพคะ ทรงปรารถนาจะลิ้มลองชิมสักคราไหมเพคะ? หม่อมฉันเก็บมาได้มากมายนัก"

เขาโบกมือเบา ๆ แล้วกล่าวว่า

"ไม่ล่ะ เก็บไว้เถิด ข้ายังมีธุระสำคัญที่รอให้จัดการอยู่"

ทว่านางยืนกรานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาฉายแววภักดีอันตราตรึง

“ได้โปรดเถิดฝ่าบาท! สมุนไพรของพระองค์ช่วยชีวิตบุตรของข้าไว้ นี่คือสิ่งที่ข้าจะตอบแทนพระองค์ได้ และขอให้ฝ่าบาทอย่าทรงกังวลไปเลยเพคะ ในป่าลึกยังมีผลไม้อยู่มากมายเพคะ!”

เมื่อวานนี้ เขาได้รับรายงานจากอัศวิน เรื่องพบทุ่งเบอร์รี่ในบริเวณใกล้เขตแดน จนในที่สุดเขาก็ยอมใจอ่อน หยิบเบอร์รี่หนึ่งกำมือขึ้นมาลิ้มลองรสชาติ

รสหวานฉ่ำกำซาบไปทั่วชิวหา มอบความสุนทรีย์อันรื่นรมย์ แม้มันจะมิใช่รสชาติที่เขาโปรดปรานนักก็ตาม

มินิริวที่อยู่ในเสื้อคลุมเริ่มขยับตัวกาย จมูกกระตุกเบาๆ ดวงตามองไปยังเบอร์รี่ด้วยความสนใจ

ลูเซียนยิ้มมุมปากและส่งเบอร์รี่ให้เธอดมก่อน

"ทั้งหมดนี่เป็นของเจ้า"

"วู๊~!"

มินิริวส่งเสียงใสอย่างดีใจ พลางกินอย่างมีความสุข

พวกเขาออกเดินทางต่อ เป็นไปที่ตามหญิงคนนั้นบอกเอาไว้้ ชาวบ้านกลุ่มใหญ่กำลังเก็บเบอร์รี่ในป่าอย่างขะมักเขม้น ผู้บาดเจ็บก็ยังรักษาอยู่ในกระโจมโดยมีคนคอยดูแลอยู่ ส่วนที่่ผู้ร่างกายแข็งแรงทำงานด้วยทั้งความสิ้นหวังและความหวังผสมปนเปกัน

ภาพที่เขาเห็นช่วยทำให้วางใจลงได้บ้าง ถึงเบอร์รี่จะเล็ก กินแล้วไม่อิ่มท้อง แต่ก็เป็นอาหารสดใหม่ ในสถานการณ์แบบนี้ แม้แต่เศษอาหารก็ทำให้ไม่อดตายได้

ทันใดนั้น เสียงอันแหลมคม เสียงโห่ร้องและคำเรียกขานพลันดังระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ

ลูเซียนเงยหน้าขึ้นมองไปที่แม่น้ำที่ถูกแช่แข็ง เบื้องหน้าคือไรอันและกลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังตรากตรำแรงกาย ในการเจาะชั้นน้ำแข็ง เพื่อเสาะหาฝูงมัจฉาที่เร้นกายอยู่ภายใต้ความหนาวเหน็บ

จบบทที่ บทที่ 6 มินิริว

คัดลอกลิงก์แล้ว