เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 การประดิษฐ์โปเกบอล

บทที่ 5 การประดิษฐ์โปเกบอล

บทที่ 5 การประดิษฐ์โปเกบอล


บทที่ 5 การประดิษฐ์โปเกบอล

ภายใต้กระโจมอันเก่าคร่ำคร่าที่รอยปะชุนบ่งบอกถึงการฝ่าพายุมาอย่างหนักหน่วง เด็กหญิงวัยสิบขวบนั่งตัวสั่นเทาอยู่บนกองฟางชื้นแฉะ คราบน้ำตายังคงอาบพวงแก้มที่ซูบผอม เบื้องหน้าคือร่างของมารดาผู้มีผิวซีดเผือดราวกับกระดาษ ไอร้อนจากพิษไข้แผดเผาจนสิ้นสติ ลมหายใจนั้นแผ่วเบาและโรยแรงประหนึ่งเทียนที่จวนเจียนจะมอดดับ

"ท่านแม่..."

เสียงของเด็กน้อยสั่นเครือยามขานเรียกหญิงผู้ป่วยไข้ สองมือน้อยๆ กุมแขนที่ไร้เรี่ยวแรงของมารดาไว้แน่น

เมื่อเดือนก่อน เด็กน้อยได้เดินทางออกจากนครหลวงพร้อมกับบิดามารดา ติดตามขบวนขององค์ชายลูเซียนมุ่งสู่ดินแดนพระราชทานแห่งใหม่ ทว่าโชคชะตาช่างโหดร้าย คาราวานกลับติดอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ บิดาได้สูญหายไป และบัดนี้มารดาก็ยังมาล้มป่วยหนักยิ่งนัก

แอนนาในวัยสิบขวบคุ้นชินกับอาการของโรคนี้ดี นางเคยเห็นมันในหมู่ขอทานตามริมถนนในเมืองหลวงแห่งไอน์ดุค ไข้พิษที่แผดเผาร่างกายจนพรากเอาชีวิตไป ในยามที่ไร้เบี้ยแม้เพียงเหรียญเดียวจะซื้อหายามาประทังชีพ ครั้งหนึ่ง เธอเคยเวทนาขอทาน จึงแอบส่งขนมปังดำชิ้นหนึ่งให้เขา ชายผู้นั้นยิ้มตอบด้วยความตื้นตันในความเมตตา... ทว่าเพียงไม่กี่วันถัดมา เธอกลับพบเพียงร่างไร้วิญญาณอันเย็บเยียบดุจศิลา ความทรงจำอันโหดร้ายนั้นย้อนกลับมารุกรานจิตใจจนแทบเสียขวัญ

"ท่านแม่... ได้โปรดตื่นขึ้นมาเถิด! อย่าทิ้งแอนนาไว้เพียงลำพังเลย.."

นางเขย่าแขนมารดาซ้ำแล้วซ้ำเล่าพลางสะอื้นไห้ ทว่าหญิงสาวกลับมิมีีปฏิกิริยาโต้ตอบอันใด ไม่มีฝ่ามืออันอ่อนโยนที่คอยลูบไล้เส้นผม หรือเสียงนุ่มนวลที่คอยปลอบประโลมใจเหมือนดังเก่า

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าพลันดังแว่วมาจากภายนอกกระโจม

ม่านกระโจมถูกเลิกขึ้นฉับพลัน ไลลาผู้เป็นหมอประจำขบวนรุดกายเข้ามาอย่างเร่งรีบ โดยมีเอลิฟติดตามมาติดๆ สายตาเฉียบคมของท่านหมอปราดมองไปยังเด็กน้อยที่กำลังร่ำไห้ หากแต่เธอไม่หยุดแม้เพียงครู่

"ให้ข้าตรวจดูนางหน่อย"

ไลลาคุกเข่าลงข้างหญิงที่ป่วยและเริ่มตรวจดูอาการอย่างรวดเร็ว

"ท่านหมอ ได้โปรดเถิด! ช่วยท่านแม่ของข้าด้วย!"

เสียงของแอนนาสั่นเครือและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง การได้พบกับหมอในยามนี้อุปมาดั่งแสงสว่างสุดท้ายท่ามกลางพายุคลั่ง แอนนาถอยร่นออกมาพลางจดจ้องทุกอากัปกริยาด้วยใจที่เต้นระรัว

ไลลานาบฝ่ามือลงบนหน้าผาก เเล้วขมวดคิ้ว

"พิษไข้รุนแรงนัก นางตกอยู่ในห้วงนิทราอันมิอาจหยั่งถึงเสียแล้ว"

"ท่านแม่... ท่านแม่จะตื่นขึ้นมาไหมคะ?"

แอนนากล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา ราวกับเด็กน้อยที่หวาดกลัวจนไร้ที่พึ่ง

"ข้าจะทำให้ดีที่สุด"

ไลลาตอบอย่างหนักแน่น ก่อนจะหันไปทางพ่อบ้าน

"ท่านเอลิฟ ข้าต้องการหญ้าจันทร์กระจ่างและรากไม้ขม มันจะช่วยทุเลาอาการเหล่านี้ได้"

ทันใดนั้น เอลิฟเปิดกล่องยาส่วนตัวและหยิบสมุนไพรทั้งสองชนิดออกมา

"ข้าควรทำอย่างไรกับพวกมันขอรับ?"

"นำพวกมันไปต้มรวมกันในหม้อสักสามสิบนาที เมื่อยาได้ที่แล้ว จงให้นางดื่มโอสถนั้นเสีย"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น แอนนาก็โพล่งขึ้นมาโดยพลัน

"ข้าจะช่วยเองค่ะ!"

ไลลากะพริบตาด้วยความประหลาดใจ

"เจ้าหรือ? เจ้าต้มยาสมุนไพรเป็นด้วยรึ?"

"ข้าเคยช่วยท่านแม่ทำที่บ้านเจ้าค่ะ!"

แอนนาใช้หลังมือปาดน้ำตา เธอเข้าใจดีว่าในค่ายนี้เต็มไปด้วยคนเจ็บป่วยและบาดเจ็บ ท่านหมอไม่สามารถรั้งอยู่ที่นี่ได้นาน บางสิ่งจึงต้องลงมือทำด้วยตนเอง

"เด็กดี เช่นนั้นข้าคงต้องฝากเจ้าแล้ว"

ไลลาพยักหน้า

แอนนารับสมุนไพรจากเอลิฟ แล้วรีบออกไปด้านนอก ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ต้มจนยาเข้าด้วยกันและค่อยๆ ป้อนโอสถรสขมให้มารดาผู้หมดสติทีละคำ ทีละคำ

กาลเวลาผันผ่านไปอย่างเชื่องช้า แอนนามิอาจล่วงรู้ได้เลยว่านางตรากตรำมุมานะมานานเพียงใด รู้เพียงว่าความอิดโรยเริ่มถาโถมเข้ากดทับสังขารหนักขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากเดินทางมาหลายวันและฝ้าปรนนิบัติอยู่ข้างกายมารดามิได้พักผ่อน จนท้ายที่สุดร่างกายก็ทนมิไหว ฟุบลงและเข้าสู่ห้วงนิทราลึก

เธอตื่นขึ้นเพราะเสียงอันคุ้นเคย

"ขอประทานอภัยเจ้าค่ะ ท่านเอลิฟ"

ดวงตาเบิกโพลงทันที

"ท่านแม่!"

หญิงสาวผู้มีผิวซีดเผือด บัดนี้รู้สึกตัวแล้ว วางถ้วยยาที่ว่างเปล่าลง แม้ร่างกายจะยังคงดูอ่อนแอ แต่สามารถทรงตัวหยัดยืนและเอ่ยทักทายเอลิฟด้วยความเคารพได้

"ท่านแม่..."

น้ำตาเอ่อล้นในดวงตาของแอนนาอีกครั้ง เธอโผเข้าสู่อ้อมกอดของมารดาและสะอื้นไห้ด้วยความโล่งอก

"ท่านแม่ไม่เป็นอะไรแล้ว!"

หญิงสาวลูบผมบุตรสาวอย่างเบามือ

"ไม่ต้องกังวลไปนะแอนนา... แม่ไม่เป็นอะไรแล้ว"

จากนั้นแอนนาเงยหน้าขึ้นมองเอลิฟ

"ขอบพระคุณท่านมาก ท่านเอลิฟ"

แอนนารีบลุกขึ้นยืนพลางกล่าวสำทับ

"ใช่ค่ะ ขอบพระคุณท่านมาก!"

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันกร้านโลกของเอลิฟ เขาส่ายศีรษะปฏิเสธ

"อย่าได้ขอบคุณข้าเลย หากพวกเจ้าอยากจะแสดงความขอบคุณ จงขอบคุณองค์ชายลูเซียนเถิด พระองค์มีพระบัญชาให้แจกจ่ายโอสถเหล่านี้เพื่อเยียวยาราษฎร"

'องค์ชายลูเซียน...'

นามแห่งองค์ชายลูเซียนสลักลึกลงในใจของแอนนาพร้อมความซาบซึ้งที่เอ่อล้น สำหรับเธอแล้ว พระองค์มิใช่เพียงขัตติยาผู้สูงส่งที่ไกลเกินเอื้อม ทว่าคือผู้ประทานลมหายใจใหม่ให้แก่มารดาของนา

ในขณะที่กระแสแห่งศรัทธาเริ่มหยั่งรากลึกลงในจิตใจของแอนนาและครอบครัว ลูเซียนซึ่งประทับอยู่ ณ อีกฟากของค่ายพักแรมพลันประจักษ์ถึงแสงกะพริบไหวในคลองจักษุ

[ความรู้สึกนึกคิดของราษฎร + 3]

[ความรู้สึกนึกคิดของราษฎร + 1]

[ความรู้สึกนึกคิดของราษฎร + 2]

[ ...]

ข้อความไหลผ่านหน้าต่างระบบของเขาไปอย่างรวดเร็ว คะแนนความรู้สึกนึกคิดของราษฎรที่เดิมแทบจะหยุดนิ่งอยู่ที่เลขหลักเดียว บัดนี้กลับพุ่งทะยานเกินกว่าสิบห้าภายในวันเดียว

คะแนนความพึงพอใจที่เคยหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์ กลับทะยานขึ้นสู่ห้าสิบคะแนน

ริมฝีปากของลูเซียนหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ

"เป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ"

การแบ่งปันสมุนไพรไม่เพียงแต่จะยับยั้งอาการเจ็บป่วยและความตาย แต่มันยังช่วยซื้อใจราษฎรได้อีกด้วย ทว่าสิ่งที่ทำให้เขายินดีอย่างแท้จริง มิใช่การพุ่งขึ้นของความรู้สึกราษฎร แต่เป็นก้าวกระโดดของคะแนนความพึงพอใจที่พุ่งไปถึงห้าสิบต่างหาก

แววตาของลูเซียนเป็นประกาย เขาใช้ความคิดสั่งให้หน้าต่างระบบเปิดออก และผังเทคโนโลยีก็คลี่ขยายออกตรงหน้า

ในทันใดนั้น ตัวเลือกหลายประการจากยุคเกษตรกรรมก็ส่องสว่างขึ้น:

[การปศุสัตว์: ปลดล็อกการเลี้ยงโปเกมอนบก (ราคาแลกเปลี่ยน: 200 ความพึงพอใจ)]

[การประมง: ปลดล็อกการเลี้ยงโปเกมอนน้ำ (ราคาแลกเปลี่ยน: 200 ความพึงพอใจ)]

ลูเซียนนิ่งไปชั่วครู่หนึ่ง

"ยังน้อยเกินไป"

คะแนนความพึงพอใจห้าสิบคะแนนยังไม่พอแม้แต่จะแลกการปศุสัตว์หรือการประมง และหากเทียบกับยุคสมัยใหม่กว่านั้น อย่างพลังงานไฟฟ้า หรือเทคโนโลยีโปเกบอลสมัยใหม่ คะแนนเหล่านี้ก็เป็นเสมือนหยดน้ำในมหาสมุทรเท่านั้น

ถึงกระนั้น เขายังคงเลื่อนดูรายการที่อยู่ในระดับสูง แม้จะยังถูกล็อกอยู่ แต่เขาก็สามารถดูรายละเอียดได้

[วิทยาการอาหารโปเกมอน: ปลดล็อกสูตรอาหารสำหรับโปเกมอน เช่น โปฟิน และ โปเกบล็อก (ราคาแลกเปลี่ยน: 1,000 ความพึงพอใจ)]

"อาหารโปเกมอนงั้นหรือ..."

ลูเซียนพึมพำ

ในยามที่มีโปเกมอนในปกครองเพียงสามตัว ความรู้นี้คงยังไม่จำเป็นนัก

จากนั้นสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับรายการหนึ่งของยุคอุตสาหกรรม

[การประดิษฐ์โปเกบอล: ปลดล็อกกระบวนการสร้างโปเกบอลแอปริคอร์น ช่วยให้สามารถผสานกลไกและวัสดุเฉพาะทางเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเครื่องมือจับกุมสมัยโบราณ (ราคาแลกเปลี่ยน: 500 ความพึงพอใจ)]

ลูเซียนกะพริบตา

'โปเกบอลแอปริคอร์นงั้นเหรอ?'

เขาไล่ดูรายการถัดไป เขาก็พบกับสิ่งที่ใกล้เคียงกันในยุคสมัยใหม่:

[เทคโนโลยีโปเกบอลสมัยใหม่: ปลดล็อกกระบวนการทางอุตสาหกรรมเพื่อผลิตโปเกบอล (เงื่อนไขการปลดล็อก: [เทคโนโลยีไฟฟ้า] + 10,000 ความพึงพอใจ)

เขาหายใจสะดุด

"ทำไมช่องว่างของคะแนนระหว่างสองอย่างนี้มันถึงได้ห่างชั้นกันข้ามโลกขนาดนี้?"

ตามทฤษฎีแล้ว การสร้างโปเกบอลไม่ควรจะซับซ้อนขนาดนั้นเลยด้วยซ้ำ... หลายศตวรรษก่อนที่จะมีโปเกมอนลีก ผู้คนในภูมิภาคฮิซุยก็เชี่ยวชาญการใช้แอปริคอร์นยึดเข้ากับโลหะและอัญมณีล้ำค่าแล้วแท้ๆ ถึงจะดูล้าสมัย แต่มันก็ทำงานได้ไม่ต่างจากยุคใหม่เลยนะ แล้วทำไมเงื่อนไขของบอลสมัยใหม่มันถึงสูงล้ำแถมต้องผูกติดกับไฟฟ้าอีก?

"หรือว่าสิ่งที่เรียกว่าเทคโนโลยีโปเกบอลสมัยใหม่จะไม่ได้มีแค่บอลธรรมดาๆ แต่รวมไปถึงความลับของมาสเตอร์บอลด้วยกันแน่?"

จบบทที่ บทที่ 5 การประดิษฐ์โปเกบอล

คัดลอกลิงก์แล้ว