- หน้าแรก
- เจ้าเมืองแห่งโลกโปเกมอน
- บทที่ 5 การประดิษฐ์โปเกบอล
บทที่ 5 การประดิษฐ์โปเกบอล
บทที่ 5 การประดิษฐ์โปเกบอล
บทที่ 5 การประดิษฐ์โปเกบอล
ภายใต้กระโจมอันเก่าคร่ำคร่าที่รอยปะชุนบ่งบอกถึงการฝ่าพายุมาอย่างหนักหน่วง เด็กหญิงวัยสิบขวบนั่งตัวสั่นเทาอยู่บนกองฟางชื้นแฉะ คราบน้ำตายังคงอาบพวงแก้มที่ซูบผอม เบื้องหน้าคือร่างของมารดาผู้มีผิวซีดเผือดราวกับกระดาษ ไอร้อนจากพิษไข้แผดเผาจนสิ้นสติ ลมหายใจนั้นแผ่วเบาและโรยแรงประหนึ่งเทียนที่จวนเจียนจะมอดดับ
"ท่านแม่..."
เสียงของเด็กน้อยสั่นเครือยามขานเรียกหญิงผู้ป่วยไข้ สองมือน้อยๆ กุมแขนที่ไร้เรี่ยวแรงของมารดาไว้แน่น
เมื่อเดือนก่อน เด็กน้อยได้เดินทางออกจากนครหลวงพร้อมกับบิดามารดา ติดตามขบวนขององค์ชายลูเซียนมุ่งสู่ดินแดนพระราชทานแห่งใหม่ ทว่าโชคชะตาช่างโหดร้าย คาราวานกลับติดอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ บิดาได้สูญหายไป และบัดนี้มารดาก็ยังมาล้มป่วยหนักยิ่งนัก
แอนนาในวัยสิบขวบคุ้นชินกับอาการของโรคนี้ดี นางเคยเห็นมันในหมู่ขอทานตามริมถนนในเมืองหลวงแห่งไอน์ดุค ไข้พิษที่แผดเผาร่างกายจนพรากเอาชีวิตไป ในยามที่ไร้เบี้ยแม้เพียงเหรียญเดียวจะซื้อหายามาประทังชีพ ครั้งหนึ่ง เธอเคยเวทนาขอทาน จึงแอบส่งขนมปังดำชิ้นหนึ่งให้เขา ชายผู้นั้นยิ้มตอบด้วยความตื้นตันในความเมตตา... ทว่าเพียงไม่กี่วันถัดมา เธอกลับพบเพียงร่างไร้วิญญาณอันเย็บเยียบดุจศิลา ความทรงจำอันโหดร้ายนั้นย้อนกลับมารุกรานจิตใจจนแทบเสียขวัญ
"ท่านแม่... ได้โปรดตื่นขึ้นมาเถิด! อย่าทิ้งแอนนาไว้เพียงลำพังเลย.."
นางเขย่าแขนมารดาซ้ำแล้วซ้ำเล่าพลางสะอื้นไห้ ทว่าหญิงสาวกลับมิมีีปฏิกิริยาโต้ตอบอันใด ไม่มีฝ่ามืออันอ่อนโยนที่คอยลูบไล้เส้นผม หรือเสียงนุ่มนวลที่คอยปลอบประโลมใจเหมือนดังเก่า
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าพลันดังแว่วมาจากภายนอกกระโจม
ม่านกระโจมถูกเลิกขึ้นฉับพลัน ไลลาผู้เป็นหมอประจำขบวนรุดกายเข้ามาอย่างเร่งรีบ โดยมีเอลิฟติดตามมาติดๆ สายตาเฉียบคมของท่านหมอปราดมองไปยังเด็กน้อยที่กำลังร่ำไห้ หากแต่เธอไม่หยุดแม้เพียงครู่
"ให้ข้าตรวจดูนางหน่อย"
ไลลาคุกเข่าลงข้างหญิงที่ป่วยและเริ่มตรวจดูอาการอย่างรวดเร็ว
"ท่านหมอ ได้โปรดเถิด! ช่วยท่านแม่ของข้าด้วย!"
เสียงของแอนนาสั่นเครือและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง การได้พบกับหมอในยามนี้อุปมาดั่งแสงสว่างสุดท้ายท่ามกลางพายุคลั่ง แอนนาถอยร่นออกมาพลางจดจ้องทุกอากัปกริยาด้วยใจที่เต้นระรัว
ไลลานาบฝ่ามือลงบนหน้าผาก เเล้วขมวดคิ้ว
"พิษไข้รุนแรงนัก นางตกอยู่ในห้วงนิทราอันมิอาจหยั่งถึงเสียแล้ว"
"ท่านแม่... ท่านแม่จะตื่นขึ้นมาไหมคะ?"
แอนนากล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา ราวกับเด็กน้อยที่หวาดกลัวจนไร้ที่พึ่ง
"ข้าจะทำให้ดีที่สุด"
ไลลาตอบอย่างหนักแน่น ก่อนจะหันไปทางพ่อบ้าน
"ท่านเอลิฟ ข้าต้องการหญ้าจันทร์กระจ่างและรากไม้ขม มันจะช่วยทุเลาอาการเหล่านี้ได้"
ทันใดนั้น เอลิฟเปิดกล่องยาส่วนตัวและหยิบสมุนไพรทั้งสองชนิดออกมา
"ข้าควรทำอย่างไรกับพวกมันขอรับ?"
"นำพวกมันไปต้มรวมกันในหม้อสักสามสิบนาที เมื่อยาได้ที่แล้ว จงให้นางดื่มโอสถนั้นเสีย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แอนนาก็โพล่งขึ้นมาโดยพลัน
"ข้าจะช่วยเองค่ะ!"
ไลลากะพริบตาด้วยความประหลาดใจ
"เจ้าหรือ? เจ้าต้มยาสมุนไพรเป็นด้วยรึ?"
"ข้าเคยช่วยท่านแม่ทำที่บ้านเจ้าค่ะ!"
แอนนาใช้หลังมือปาดน้ำตา เธอเข้าใจดีว่าในค่ายนี้เต็มไปด้วยคนเจ็บป่วยและบาดเจ็บ ท่านหมอไม่สามารถรั้งอยู่ที่นี่ได้นาน บางสิ่งจึงต้องลงมือทำด้วยตนเอง
"เด็กดี เช่นนั้นข้าคงต้องฝากเจ้าแล้ว"
ไลลาพยักหน้า
แอนนารับสมุนไพรจากเอลิฟ แล้วรีบออกไปด้านนอก ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ต้มจนยาเข้าด้วยกันและค่อยๆ ป้อนโอสถรสขมให้มารดาผู้หมดสติทีละคำ ทีละคำ
กาลเวลาผันผ่านไปอย่างเชื่องช้า แอนนามิอาจล่วงรู้ได้เลยว่านางตรากตรำมุมานะมานานเพียงใด รู้เพียงว่าความอิดโรยเริ่มถาโถมเข้ากดทับสังขารหนักขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากเดินทางมาหลายวันและฝ้าปรนนิบัติอยู่ข้างกายมารดามิได้พักผ่อน จนท้ายที่สุดร่างกายก็ทนมิไหว ฟุบลงและเข้าสู่ห้วงนิทราลึก
เธอตื่นขึ้นเพราะเสียงอันคุ้นเคย
"ขอประทานอภัยเจ้าค่ะ ท่านเอลิฟ"
ดวงตาเบิกโพลงทันที
"ท่านแม่!"
หญิงสาวผู้มีผิวซีดเผือด บัดนี้รู้สึกตัวแล้ว วางถ้วยยาที่ว่างเปล่าลง แม้ร่างกายจะยังคงดูอ่อนแอ แต่สามารถทรงตัวหยัดยืนและเอ่ยทักทายเอลิฟด้วยความเคารพได้
"ท่านแม่..."
น้ำตาเอ่อล้นในดวงตาของแอนนาอีกครั้ง เธอโผเข้าสู่อ้อมกอดของมารดาและสะอื้นไห้ด้วยความโล่งอก
"ท่านแม่ไม่เป็นอะไรแล้ว!"
หญิงสาวลูบผมบุตรสาวอย่างเบามือ
"ไม่ต้องกังวลไปนะแอนนา... แม่ไม่เป็นอะไรแล้ว"
จากนั้นแอนนาเงยหน้าขึ้นมองเอลิฟ
"ขอบพระคุณท่านมาก ท่านเอลิฟ"
แอนนารีบลุกขึ้นยืนพลางกล่าวสำทับ
"ใช่ค่ะ ขอบพระคุณท่านมาก!"
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันกร้านโลกของเอลิฟ เขาส่ายศีรษะปฏิเสธ
"อย่าได้ขอบคุณข้าเลย หากพวกเจ้าอยากจะแสดงความขอบคุณ จงขอบคุณองค์ชายลูเซียนเถิด พระองค์มีพระบัญชาให้แจกจ่ายโอสถเหล่านี้เพื่อเยียวยาราษฎร"
'องค์ชายลูเซียน...'
นามแห่งองค์ชายลูเซียนสลักลึกลงในใจของแอนนาพร้อมความซาบซึ้งที่เอ่อล้น สำหรับเธอแล้ว พระองค์มิใช่เพียงขัตติยาผู้สูงส่งที่ไกลเกินเอื้อม ทว่าคือผู้ประทานลมหายใจใหม่ให้แก่มารดาของนา
ในขณะที่กระแสแห่งศรัทธาเริ่มหยั่งรากลึกลงในจิตใจของแอนนาและครอบครัว ลูเซียนซึ่งประทับอยู่ ณ อีกฟากของค่ายพักแรมพลันประจักษ์ถึงแสงกะพริบไหวในคลองจักษุ
[ความรู้สึกนึกคิดของราษฎร + 3]
[ความรู้สึกนึกคิดของราษฎร + 1]
[ความรู้สึกนึกคิดของราษฎร + 2]
[ ...]
ข้อความไหลผ่านหน้าต่างระบบของเขาไปอย่างรวดเร็ว คะแนนความรู้สึกนึกคิดของราษฎรที่เดิมแทบจะหยุดนิ่งอยู่ที่เลขหลักเดียว บัดนี้กลับพุ่งทะยานเกินกว่าสิบห้าภายในวันเดียว
คะแนนความพึงพอใจที่เคยหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์ กลับทะยานขึ้นสู่ห้าสิบคะแนน
ริมฝีปากของลูเซียนหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ
"เป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ"
การแบ่งปันสมุนไพรไม่เพียงแต่จะยับยั้งอาการเจ็บป่วยและความตาย แต่มันยังช่วยซื้อใจราษฎรได้อีกด้วย ทว่าสิ่งที่ทำให้เขายินดีอย่างแท้จริง มิใช่การพุ่งขึ้นของความรู้สึกราษฎร แต่เป็นก้าวกระโดดของคะแนนความพึงพอใจที่พุ่งไปถึงห้าสิบต่างหาก
แววตาของลูเซียนเป็นประกาย เขาใช้ความคิดสั่งให้หน้าต่างระบบเปิดออก และผังเทคโนโลยีก็คลี่ขยายออกตรงหน้า
ในทันใดนั้น ตัวเลือกหลายประการจากยุคเกษตรกรรมก็ส่องสว่างขึ้น:
[การปศุสัตว์: ปลดล็อกการเลี้ยงโปเกมอนบก (ราคาแลกเปลี่ยน: 200 ความพึงพอใจ)]
[การประมง: ปลดล็อกการเลี้ยงโปเกมอนน้ำ (ราคาแลกเปลี่ยน: 200 ความพึงพอใจ)]
ลูเซียนนิ่งไปชั่วครู่หนึ่ง
"ยังน้อยเกินไป"
คะแนนความพึงพอใจห้าสิบคะแนนยังไม่พอแม้แต่จะแลกการปศุสัตว์หรือการประมง และหากเทียบกับยุคสมัยใหม่กว่านั้น อย่างพลังงานไฟฟ้า หรือเทคโนโลยีโปเกบอลสมัยใหม่ คะแนนเหล่านี้ก็เป็นเสมือนหยดน้ำในมหาสมุทรเท่านั้น
ถึงกระนั้น เขายังคงเลื่อนดูรายการที่อยู่ในระดับสูง แม้จะยังถูกล็อกอยู่ แต่เขาก็สามารถดูรายละเอียดได้
[วิทยาการอาหารโปเกมอน: ปลดล็อกสูตรอาหารสำหรับโปเกมอน เช่น โปฟิน และ โปเกบล็อก (ราคาแลกเปลี่ยน: 1,000 ความพึงพอใจ)]
"อาหารโปเกมอนงั้นหรือ..."
ลูเซียนพึมพำ
ในยามที่มีโปเกมอนในปกครองเพียงสามตัว ความรู้นี้คงยังไม่จำเป็นนัก
จากนั้นสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับรายการหนึ่งของยุคอุตสาหกรรม
[การประดิษฐ์โปเกบอล: ปลดล็อกกระบวนการสร้างโปเกบอลแอปริคอร์น ช่วยให้สามารถผสานกลไกและวัสดุเฉพาะทางเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเครื่องมือจับกุมสมัยโบราณ (ราคาแลกเปลี่ยน: 500 ความพึงพอใจ)]
ลูเซียนกะพริบตา
'โปเกบอลแอปริคอร์นงั้นเหรอ?'
เขาไล่ดูรายการถัดไป เขาก็พบกับสิ่งที่ใกล้เคียงกันในยุคสมัยใหม่:
[เทคโนโลยีโปเกบอลสมัยใหม่: ปลดล็อกกระบวนการทางอุตสาหกรรมเพื่อผลิตโปเกบอล (เงื่อนไขการปลดล็อก: [เทคโนโลยีไฟฟ้า] + 10,000 ความพึงพอใจ)
เขาหายใจสะดุด
"ทำไมช่องว่างของคะแนนระหว่างสองอย่างนี้มันถึงได้ห่างชั้นกันข้ามโลกขนาดนี้?"
ตามทฤษฎีแล้ว การสร้างโปเกบอลไม่ควรจะซับซ้อนขนาดนั้นเลยด้วยซ้ำ... หลายศตวรรษก่อนที่จะมีโปเกมอนลีก ผู้คนในภูมิภาคฮิซุยก็เชี่ยวชาญการใช้แอปริคอร์นยึดเข้ากับโลหะและอัญมณีล้ำค่าแล้วแท้ๆ ถึงจะดูล้าสมัย แต่มันก็ทำงานได้ไม่ต่างจากยุคใหม่เลยนะ แล้วทำไมเงื่อนไขของบอลสมัยใหม่มันถึงสูงล้ำแถมต้องผูกติดกับไฟฟ้าอีก?
"หรือว่าสิ่งที่เรียกว่าเทคโนโลยีโปเกบอลสมัยใหม่จะไม่ได้มีแค่บอลธรรมดาๆ แต่รวมไปถึงความลับของมาสเตอร์บอลด้วยกันแน่?"