- หน้าแรก
- เจ้าเมืองแห่งโลกโปเกมอน
- บทที่ 2 การตั้งถิ่นฐาน
บทที่ 2 การตั้งถิ่นฐาน
บทที่ 2 การตั้งถิ่นฐาน
บทที่ 2 การตั้งถิ่นฐาน
บัดนั้น ไรอันเร่งรีบจากไปเพื่อปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เหล่าราษฎรผู้เหลือรอดต่างพยายามเบียดเสียดซุกกายหาไออุ่น ลมหนาวที่กรีดแทงลึกถึงไขกระดูก… แม้แต่แผงขนฟูฟ่องบนศีรษะของบัฟฟรอนทั้งสองยังถูกเกล็ดน้ำแข็งเกาะกรังจนแข็งทื่อ พวกมันยืนนิ่งสะท้านไหว บ่งบอกถึงขีดจำกัดของพลังชีวิตที่ใกล้จะปลิดปลิวลงเต็มที
ในระหว่างที่รอ ลูเซียนทอดสายตาสำรวจแผงหน้าจอประหลาดเบื้องหน้า รายการข้อมูลถูกจำแนกแยกหมวดหมู่ไว้อย่างเป็นระเบียบ ในเมื่อขบวนของเขายังไปไม่ถึงเขตพระราชทานที่กษัตริย์ชราได้ทรงพระราชทานให้ ช่องอาณาเขตย่อมปรากฏข้อความว่า ไม่มี ส่วนช่องประชากรแสดงว่าเหลือคนรอดเพียง 78 ชีวิตมันช่างเป็นตัวเลขที่ตอกย้ำถึงสัจธรรมอันหฤโหดของโลกใบนี้ได้เป็นอย่างดี
ลูเซียนกวาดสายตาพิจารณาเหล่าโปเกมอนทั้งสามที่ยังหลงเหลือ...บัฟฟรอนสองตัวที่เทียมลากรถม้า และมินิริวตัวน้อยที่ขดกายอยู่ใต้ผ้าห่ม ใช่แล้ว—นี่คือขุมกำลังเพียงหนึ่งเดียวที่เขามีไว้เพื่อสยบโชคชะตา
ผู้คนมิได้เห็นโปเกมอนเป็นสหาย ทว่ากลับขนานนามพวกมันว่า “อสูรกาย” เนื่องจากโปเกมอนป่ามักจู่โจมบรรดานักเดินทางโดยมิให้ทันตั้งตัว มิว่าจะเป็นเพลิงกัลป์หรือสายอัสนีบาตที่พิฆาตลงมาอย่างมิอาจตั้งรับ ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์ปุถุชนมิอาจต้านทาน
ทว่าในเงามืดของยุคนี้ มนุษย์บางกลุ่มกลับเลือกที่จะพันธนาการพวกมันด้วยโซ่ตรวน ทารุณกรรมและทุบตีฝืนบังคับอสุรกายให้ตรากตรำงานเยี่ยงทาส นี่คือยุคเถื่อนก่อนที่คำว่า ‘เทรนเนอร์’ จะถูกนิยามขึ้น...
ลูเซียนถอนหายใจ
‘โหดร้ายชะมัด... ทำไมคนอื่นเขาได้ไปเกิดในยุคที่ทุกอย่างพรั่งพร้อม มีโปเกมอนคู่ใจเดินสายแบทเทิลเท่ๆ แต่ฉันกลับต้องมาติดแหง็กอยู่กลางขุมนรกน้ำแข็งแบบนี้เนี่ยนะ? เกือบจะแข็งตายตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มทำอะไรเลยด้วยซ้ำ'
เขาสูดลมหายใจยาว บังคับตนให้จดจ่อ ก่อนเลื่อนสายตาลงไปตามหน้าจอของระบบ
[ความรู้สึกนึกคิดของราษฎร: 2 (สถานะ: ง่อนแง่น)]
เป็นไปอย่างที่คาดไว้ ความรู้สึกนึกคิดของราษฎรที่มีต่อเขาในฐานะนายเหนือหัวแทบประคองเอาไว้ไม่อยู่แล้ว
[ความพึงพอใจ: 0]
แทบจะเห็นได้เลยว่าคะแนนนี้สัมพันธ์กับชีวิตความเป็นอยู่ภายในอาณาเขตที่เขาปกครอง ในเมื่อตอนนี้ไม่มีอาณาเขตอยู่เลย มันย่อมเป็นศูนย์อยู่แล้ว
“เทคโนโลยี”
ลูเซียนกดแล้วพบว่ามีเมนูใหม่ปรากฏขึ้น
เทคโนโลยีถูกแบ่งออกเป็นสี่ยุค ได้แก่
ยุคเกษตรกรรม
ยุคอุตสาหกรรม
ยุคไฟฟ้า
ยุคสารสนเทศ
ลูเซียนไล่ดูอย่างรวดเร็ว พบว่าในส่วนของยุคเกษตรกรรมปรากฏเพียงเทคโนโลยีพื้นฐานที่สุด
[การสัตวบาล: ปลดล็อกวิธีเลี้ยงโปเกมอนบก (ค่าใช้จ่าย: 200 คะแนนความพึงพอใจ)]
[การประมง: ปลดล็อกวิธีเลี้ยงโปเกมอนน้ำ (ค่าใช้จ่าย: 200 คะแนนความพึงพอใจ)]
ยุคอุตสาหกรรมมี [เทคโนโลยีพลังไอน้ำ]
และในส่วนของยุคไฟฟ้ากลับปรากฏวิทยาการที่ก้าวล้ำนำสมัยยิ่งนัก
[เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า: ปลดล็อกระบบการผลิตและการใช้พลังงานไฟฟ้า (ค่าใช้จ่าย: 50,000 คะแนนความพึงพอใจ)]
[เทคโนโลยีมอนสเตอร์บอล: ปลดล็อกกระบวนการผลิตมอนสเตอร์บอลสมัยใหม่ (เงื่อนไข: ต้องมี [เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า] และค่าใช้จ่าย: 10,000 คะแนนความพึงพอใจ)]
ลูเซียนขบเม้มริมฝีปาก
‘ล้ำค่ามหาศาล... ทว่ายามนี้กลับไกลเกินเอื้อมนัก’
เขาปิดเมนูลงแล้วกดเข้าไปทีช่องประชากร
[ประชากร (มนุษย์): ไรอัน, คลิฟต์, อัลเลน, ริค, เอ็ดจ์, อเลสซา]
ไม่ทันใด เขาก็กดเลือกดูข้อมูลของไรอัน ทันที่เขากด หน้าจอเมนูย่อยก็ปรากฏขึ้น จากนั้นข้อมูลของอัศวินหนุ่มก็ปรากฏเบื้องหน้าประดุจการจารึกในคัมภีร์โบราณ
[ชื่อราษฎร: ไรอัน]
[อายุ: 25 ปี]
[อาชีพ: อัศวินองครักษ์]
[คุณสมบัติพิเศษ: ไม่มี]
[ความจงรักภักดี: 95 (สูงสุด: 100)]
[ประวัติชีวิต -
ปีที่ 123 แห่งปฏิทินอาณาจักร: ไรอันถือกำเนิด
ปีที่ 132 แห่งปฏิทินอาณาจักร: บิดามารดาสิ้นชีพ ทำงานในร้านขนมปังเพื่อประทังชีวิต
ปีที่ 137 แห่งปฏิทินอาณาจักร: เข้าร่วมกองอัศวินแห่งไอน์ดุค
ปีที่ 148 แห่งปฏิทินอาณาจักร: รับภารกิจปกป้ององค์ชายลูเซียน]
ลูเซียนกะพริบตา
“นี่มัน...”
เขาตระหนักได้ทันทีว่า หากเห็นข้อมูลมนุษย์ได้ละเอียดเพียงนี้ แล้วโปเกมอนล่ะ? ความสนใจของเขาพลันย้ายไปยังมินิริวทันที
[ข้อมูลบริวาร (โปเกมอน): มินิริว]
[ประเภท: มังกร]
[เพศ: เมีย]
[คุณสมบัติพิเศษ: เกล็ดพิศวง]
[กระบวนท่า: รัด, จ้องสังหาร, พายุหมุน]
[ความสนิทสนม: 20 (สูงสุด 100, อาจมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับในแต่ละกรณี)]
[ประวัติชีวิต -
ปีที่ 147 แห่งปฏิทินอาณาจักร: มินิริวถือกำเนิด
ปีที่ 148 แห่งปฏิทินอาณาจักร: ถูกชาวประมงจับตัวได้และส่งมอบให้ขุนนาง
ปีที่ 148 แห่งปฏิทินอาณาจักร: ถูกส่งเป็นของขวัญแก่กษัตริย์ต่างแดนเพื่อความโปรดปราน
ปีที่ 148 แห่งปฏิทินอาณาจักร: ถูกส่งเป็นเครื่องบรรณาการแก่อาณาจักรไอน์ดุค
ปีที่ 148 แห่งปฏิทินอาณาจักร: กษัตริย์เฒ่าประทานให้องค์ชายลำดับที่สาม ลูเซียน เพื่อเป็นเพื่อนร่วมการเดินทาง]
ลูเซียนหายใจติดขัดไปชั่วคณะ
“เป็นไปอย่างที่คิดไว้สินะ!”
เขาหันกลับไปด้านในของรถม้า ซึ่งเป็นที่มินิริวตัวน้อยที่นอนสั่นไหวแผ่วเบาใต้ผ้าห่ม
'มินิริวคือโปเกมอนเริ่มต้นของฉันสินะ?'
หากนี่เป็นยุคสมัยใหม่ เขาคงดีใจจนแทบบ้า เพราะโปเกมอนกึ่งตำนานตัวนี้หายากยิ่ง ทว่าในยามนี้ี้ เขากลับต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด จะเอาทรัพยากรมหาศาลที่ไหนมาเลี้ยงมังกรให้แข็งแกร่งได้กัน?'
ลูเซียนปิดหน้าต่างระบบ จากนั้นเขาสูดลมหายใจยาวก่อนจะหลับตาลงดำดิ่งสู่ห้วงภวังค์
'‘มาถึงขั้นนี้แล้ว... ฉันต้องใช้โอกาสนี้ให้คุ้มที่สุด จะมาตายอนาถแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด'
โลกโปเกมอนกว้างใหญ่และอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว การออกเดินทางโดยไร้จุดหมายอาจนำไปสู่การอยู่รอดหรือถูกฝังใต้หิมะ หนทางเดียวที่เหลือ คือ จำต้องหาที่หลบภัยและเอาตัวรอดให้ได้จนพ้นเหมันตฤดู
ความคิดของลูเซียนเริ่มหนักหน่วงขึ้น ในโลกที่มีโปเกมอนอาศัยอยู่นั้น มนุษย์มิอาจเกรียงไกรได้เพียงลำพัง หากปราศจากเหล่าโปเกมอนเคียงข้าง ความรุ่งโรจน์ย่อมมิอาจอุบัติขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นโปเกมอนประเภทหินและดินที่เป็นกำลังสำคัญในการทำเหมืองและงานก่อสร้าง หรือโปเกมอนประเภทไฟเป็นกำลังสำคัญในการหลอมสินแร่
เขาจินตนาการถึงมิลแทงค์ที่มอบน้ำนมประทังชีวิตคนทั้งดินแดน หรือจะเป็นวูลูและเมรีปที่มอบขนหนานุ่มเพื่อสร้างเครื่องนุ่งห่มกันหนาว หรือจะเป็นโปเกมอนประเภทไฟฟ้าอย่างพิคาชูที่เป็นกำลังสำคัญในการสร้างพลังงานไฟฟ้า และคาโมเมะนับว่าเป็นกำลังสำคัญในการส่งจดหมายข้ามผืนทวีป หากช่างฝีมือร่วมมือกันสรรค์สร้างกับโปเกมอน ปราสาทที่มิอาจสั่นคลอนย่อมถูกเนรมิตขึ้นได้โดยง่าย
ทว่าที่นี่คือภูมิภาคอิชชู โปเกมอนอย่างมิลแทงค์ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคโจโต หรือวูลูอาศัยอยู่ในภูมิภาคกาลาร์ ไม่ว่าจะเป็นภูมิภาคใดล้วนอยู่ไกลโพ้นเกินกว่าจะเสาะหาพวกมันได้ การนำพวกมันเข้ามาได้นั้น มนุษย์จำเป็นต้องพัฒนาการเดินเรือ สร้างเส้นทางการค้าเสียก่อน
ลูเซียนถอนหายใจอีกครั้งหนึ่ง พลางพูดออกมาว่า
“ยังเร็วเกินไปที่จะกังวลเรื่องนั้นในตอนนี้”
กาลเวลาล่วงเลยไปจนความเย็นส่งผลให้ร่างกายเริ่มแข็งทื่อ จนในที่สุดไรอันก็ฝ่าหิมะกลับมา ทุกย่างก้าวที่เขาย่ำฝ่าหิมะเข้ามา ล้วนถูกจับจ้องด้วยสายตานับสิบคู่ที่เฝ้ามองด้วยความหวังอันสั่นเครือและความวิตกกังวล
ประกายแห่งความหวังลุกโชนขึ้นในแววตาของไรอัน เขายืนตัวตรงและโค้งคำนับอย่างสุดกำลัง ก่อนจะถวายรายงานด้วยสุ้มเสียงที่สั่นเครือด้วยความปรีดา
“ทูลองค์ชายลูเซียน! กระหม่อมพบหุบเขาเบื้องหน้าแล้วพะยะค่ะ! ที่นั่นมีผืนป่ากำบังลมหนาวและแม่น้ำที่เปี่ยมด้วยฝูงปลา... พวกเราจะรอดตายแล้วพะยะค่ะ!”