- หน้าแรก
- เจ้าเมืองแห่งโลกโปเกมอน
- บทที่ 1 ดินแดนอันไกลโพ้น
บทที่ 1 ดินแดนอันไกลโพ้น
บทที่ 1 ดินแดนอันไกลโพ้น
บทที่ 1 ดินแดนอันไกลโพ้น
"เฮือก!"
เขาสูดมวลอากาศเข้าสู่ปอดอย่างรุนแรง ไอเย็นเยือกประดุจเข็มน้ำแข็งบาดลึกเล็ดลอดผ่านรอยแยกของหน้าต่างรถม้า กรีดกรายจู่โจมผิวหนังอย่างไร้ปรานี
"หนาว... หนาวเหลือเกิน..."
ลูเซียนที่ยังมึนงงถูกความเย็นยะเยือกปลุกให้ตื่นเต็มตา เขาพบว่าตนเองทรุดกายคุดคู้อยู่ภายในรถม้าที่ครั้งหนึ่งเคยวิจิตรบรรจง ทว่าบัดนี้กลับเหลือเพียงรอยอดีตที่เก่าคร่ำคร่าและฝุ่นผง ล้อไม้ส่งเสียงครวญครางยามหมุนบดเบียดไปบนทุ่งหิมะกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ชั่วขณะหนึ่ง ลูเซียนทำได้เพียงนั่งนิ่ง มองไปรอบตัวอย่างเลื่อนลอยกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย
‘นี่มัน… ต่างโลกงั้นหรือ?’
ทันใดนั้น มวลความทรงจำแปลกปลอมพุ่งทะลักเข้าสู่สมองราวกับคลื่นที่ถาโถม ข่าวดีคือเขาถูกส่งมายังโลกโปเกมอนที่น่าหลงใหล แต่ข่าวร้ายคือมันคือยุคบรรพกาลเมื่อหลายพันปีก่อน... ยุคกลางอันมืดมิดและหฤโหดที่มนุษย์กับโปเกมอนยังไม่ได้เป็นพันธมิตรกัน—ตรงกันข้าม เหล่ามนุษย์กลับหวาดผวาและเรียกขานพวกมันว่า ‘อสุรกาย’ ในเงามืดที่ยากจะสยบลงได้
เด็กหนุ่มเจ้าของร่างนี้็มีนามว่าลูเซียนเช่นกัน—องค์ชายลำดับที่สาม วัยสิบหกพรรษาแห่งอาณาจักรไอน์ดุค พระพลานามัยแห่งกษัตริย์เฒ่าประชวรเรื้อรังและทรุดโทรมลงตามกาลเวลาที่ผันผ่าน ศึกชิงบัลลังก์ระหว่างสายเลือดระหว่างพระเชษฐาทั้งสองของลูเซียนโหมกระพือขึ้นด้วยเพลิงแห่งความทะเยอทะยาน นับแต่ครั้งโบราณกาล ศึกสายเลือดเช่นนี้ล้วนโหดเหี้ยมไร้ปรานี—พี่น้องห้ำหั่นกันเอง ผู้ชนะได้ขึ้นครองบัลลังก์ ส่วนผู้พ่ายแพ้ก็ไม่เหลือสิ่งใด ไม่ว่าจะสิ้นชีพ หรือจำต้องเร่ร่อนหลบหนี การปิตุฆาตและภราดาฆาตนับเป็นเรื่องสามัญบนมรรคาแห่งอำนาจ
เพื่อพิทักษ์โอรสองค์เล็กผู้ปราศจากเขี้ยวเล็บทางการเมือง กษัตริย์ชราจึงจำต้องมอบที่ดินชายท่าอันมั่งคั่งให้เป็นเขตพระราชทาน พร้อมมีพระราชโองการให้ลูเซียนเสด็จลี้ภัยออกจากพระนคร… ไปดำรงชีพอย่างสงบสำราญ เพื่อหลบเร้นจากมรสุมการเมืองที่นองไปด้วยโลหิต ทว่าโชคชะตามิอาจคาดเดา ระหว่างเดินทางสู่เมืองชายท่า ขบวนของลูเซียนถูกฝูงโปเกมอนป่าจู่โจมจนระส่ำระสาย ส่งผลให้พวกเขาหลงทางและไม่อาจไปถึงจุดหมายได้ ครั้นเหมันต์ฤดูย่างกรายมาเยือน ก็ปรากฏพายุหิมะอันบังตา ทำให้พวกเขาติดอยู่ในทุ่งหิมะอันไร้จุดจบ
ลูเซียนคนเดิมมิอาจทนทานต่อความหนาวเหน็บ จึงร่วงโรยไปในที่สุด… เมื่อผู้มาใหม่ไล่เลียงความทรงจำที่ได้รับสืบทอดมา ความรู้สึกในใจของเขาก็สั่นไหวด้วยความตระหนก และแทบไม่อยากเชื่อ
"ไอน์ดุค…”
ชื่อนี้ผ่ากลางใจเหมือนสายฟ้าฟาด
“นี่มันอาณาจักรในตำนานจากมูฟวี่ วิคทินี กับผู้กล้าสีดำเรชิรัม และผู้กล้าสีขาวเซครอม ไม่ใช่เหรอเนี่ย”
หากเป็นเช่นนั้นจริง พระเชษฐาทั้งสองของเขาก็จะเป็นผู้ที่ถูกเรชิรัมและเซครอมเลือกให้เป็นวีรบุรุษในภายภาคหน้า… ลูเซียนไม่รู้เลยว่าควรหัวเราะหรือควรร้องไห้กับเรื่องนี้ดี แต่เขาจำต้องข่มใจให้สงบ
‘อย่างน้อยก็รู้อยู่แก่ใจว่าที่นี่คือภูมิภาคอิชชูเมื่อหลายพันปีก่อน ไม่ใช่โลกอื่นที่อันตรายจนแทบไม่มีทางรอด’
ขณะกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดเพื่อประเมินสถานการณ์… บางสิ่งกลับพลันขยับไหวอยู่ใต้พรมทออันวิจิตรข้างกาย ลูเซียนกะพริบตาด้วยความฉงน ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปเลิกชายพรมขึ้นอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้น สิ่งมีชีวิตร่างยาวเรียวดุจอสรพิษก็เผยตัวออกมา เกล็ดสีฟ้าครามปกคลุมทั่วร่าง ตัดกับหน้าท้องสีขาวนวลที่ทอประกายวับวาว นัยน์ตาสีม่วงดุจอัญมณีสั่นพล่า... บนหน้าผากมีเขาเล็กสีขาวผุดขึ้นเคียงคู่กับครีบบางเบาที่แผ่สยาย พร้อมจมูกทรงกลมมนสีขาวสะอาดชวนให้เอ็นดู
เจ้าโปเกมอนตัวน้อยเงยหน้ามองเขาอย่างน่าสงสาร นัยน์ตาฉ่ำน้ำคู่นั้นเปี่ยมด้วยความสิ้นหวัง… หิมะภายนอกโหมกระหน่ำเพียงใด ภายในห้องโดยสารก็หนาวเหน็บแทบไม่ต่างกัน ร่างเล็กนั้นจึงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เพราะความเย็นที่กัดลึก ลมหายใจของลูเซียนพลันสะดุดกึก
นั่นมัน... มินิริว! ร่างวัยเยาว์ของไคริว โปเกมอนกึ่งตำนาน!
‘โปเกมอนหายากระดับนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!’
ลูเซียนรีบค้นความทรงจำในหัวเพื่อหาคำตอบ… และเขาก็พบมัน มันคือของขวัญ—ของดูต่างหน้าที่กษัตริย์ชรามอบให้เขา ก่อนจะส่งตัวเขาออกเดินทางไกล เดิมทีมินิริวไม่ใช่โปเกมอนที่มีถิ่นกำเนิดในอิชชู เจ้าตัวนี้ถูกนำมาจากดินแดนอันไกลโพ้น—ล้ำค่าเกินกว่าจะประเมินได้ ด้วยนิสัยอ่อนโยนและร่างกายที่บอบบาง มันจึงไร้ซึ่งสัญชาตญาณดุร้ายแบบที่ผู้คนต่างหวาดผวา มังกรน้อยผู้เปราะบางตัวนี้ ถูกมอบมาเพื่อคลายความเหงาให้แก่ลูเซียนนั่นเอง
“ริววว…”
ทันทีที่ผ้าห่มถูกเลิกขึ้น มินิริวส่งเสียงครางแผ่วเบา พลางขดตัวแน่นด้วยความหนาวเหน็บอย่างน่าเวทนา ลูเซียนนิ่งเงียบ มองมันด้วยสีหน้าซับซ้อน นั่นสินะ… ในฐานะโปเกมอนประเภทมังกร มินิริวย่อมอ่อนแอต่อความเย็น และน้ำแข็งเป็นพิเศษ เขาจึงบรรจงดึงผ้าห่มคลุมร่างเล็กนั้นกลับลงไปอย่างแผ่วเบา
ทันใดนั้น รถม้าที่ฝ่าพายุมาอย่างเชื่องช้าหยุดชะงักลงโดยพลัน เสียงฝีเท้าย่ำหิมะดังใกล้เข้ามา ก่อนที่ม่านจะถูกเลิกขึ้น... เผยให้เห็นอัศวินหนุ่มยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางพายุ พร้อมลมหนาวที่พัดกรรโชกเข้ามาในพริบตา
ลูเซียนเหลือบมองผ่านร่างชายคนนั้นออกไป เห็นทุ่งหิมะขาวโพลนเบื้องหน้า ซึ่งมีเงาคนกลุ่มหนึ่งยืนรออยู่ ด้วยท่าทางอิดโรย อัศวินเกราะผู้นั้นเอ่ยรายงานด้วยสุ้มเสียงที่สั่นพร่าด้วยความร้อนรน
“ทูลองค์ชายลูเซียน... ราษฎรกำลังล้มป่วยด้วยพิษไข้สูง หากมิได้รับการรักษาและพักผ่อนโดยเร็ว กระหม่อมเกรงว่าชีวิตพวกเขาคงมิอาจรักษาไว้ได้ตลอดรอดฝั่งพะยะค่ะ!”
ลูเซียนมองเลยร่างอัศวินออกไปยังกลุ่มผู้ติดตามที่อาภรณ์ขาดวิ่นและอิดโรย เดิมทีขบวนผู้ติดตามของเขามีมากกว่าห้าร้อยคน กษัตริย์ชราเตรียมคณะติดตามที่สมฐานันดรให้เพื่อไปตั้งหลักปักฐานในเขตพระราชทานอันเป็นเมืองชายท่า แต่บัดนี้… เหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยคน การโจมตีจากโปเกมอนป่า รวมถึงพายุหิมะอันไร้ปรานี ทำให้ขบวนแตกพ่าย มีทั้งผู้ล้มตายและผู้ที่พลัดหลงหายไปเป็นจำนวนมาก ในยุคสมัยที่มนุษย์มองโปเกมอนเป็นเพียง ‘อสูรกาย’ อันน่าสะพรึงกลัว และไร้ซึ่งพลังจะต่อกร… ผู้ที่หลุดจากขบวนไป ย่อมยากจะมีชีวิตรอดกลับ
ใบหน้าของลูเซียนเคร่งขรึมลง เขาไล่สายตาสำรวจดูทีละคน... สตรีผู้โอบอุ้มลูกน้อยไว้แนบอก เด็กสาวผู้มีนวลแก้มแดงก่ำด้วยพิษไอเย็น องครักษ์ที่ใบหูถูกหิมะกัดกินจนซีดขาว... ดวงหน้าซีดเซียวประดุจซากศพ แววตาอันเว้าแหว่งด้วยความสิ้นหวัง เปลวไฟแห่งความหวังของพวกเขากำลังมอดดับลง แต่เมื่อเห็นลูเซียนปรากฏตัว สายตาเหล่านั้นกลับทอประกายแห่งความคาดหวังขึ้นมาอย่างริบหรี่... ท่ามกลางดินแดนรกร้างว่างเปล่านี้ พวกเขามองมาที่เจ้าชาย... ในฐานะความหวังสุดท้าย
ลูเซียนได้แต่เงียบงัน… ไร้อาหาร ไร้ที่พักพิง เขาเองก็คิดไม่ออกเลยว่าจะหาทางรอดไปได้ยังไง พายุหิมะโหมกระหน่ำไม่หยุด การจะฝ่าไปถึงจุดหมายมันแทบเป็นไปไม่ได้ ทันใดนั้น หน้าต่างข้อความโปร่งแสงก็กะพริบขึ้นตรงหน้า
[นามผู้ปกครอง: ลูเซียน]
[ดินแดน: ไม่มี]
[ประชากร (มนุษย์): 78 (คลิกเพื่อดูรายละเอียด)]
[บริวาร (โปเกมอน): 3 (คลิกเพื่อดูรายละเอียด)]
[ความรู้สึกนึกคิดของราษฎร: 2 (สถานะ: ง่อนแง่น)]
[ความพึงพอใจ: 0]
[เทคโนโลยี : ไม่มี ※ ใช้แต้มความพึงพอใจเพื่อปลดล็อกเทคโนโลยีใหม่]
ลูเซียนชะงักงันไปทันที
“นี่มัน... สูตรโกงของฉันจริงเหรอ?!”
เสียงของอัศวินหนุ่มดังแทรกเข้ามาในห้วงความคิด
“องค์ชายลูเซียน…”
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แม้ร่างกายจะอ่อนล้าแทบยืนไม่ไหว แต่หน้าที่และความภักดียังพอประคองให้เขายืนหยัดอยู่ได้—แต่ก็มีเพียงริบหรี่เท่านั้น เขาไม่มีหนทางอื่นให้เลือก นอกจากฝากความหวังทั้งหมดไว้กับองค์ชายที่ตนสาบานว่าจะปกป้องจนลมหายใจสุดท้าย
ลูเซียนละสายตาจากแผงข้อความเรืองแสง ฝืนสลัดภวังค์เพื่อกลับมาเผชิญความจริงเบื้องหน้า สายตาของเขากวาดไปทั่วขอบฟ้า เหนือทุ่งรกร้างไกลออกไป ปรากฏแนวป่าและภูเขาตระหง่านอยู่ลาง ๆ แหล่งน้ำสะอาด… สัตว์ป่าสำหรับประทังชีพ และพฤกษาสำหรับสร้างไออุ่นและที่พักพิง… ทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเอาชีวิตรอดในฤดูหนาว น่าจะหาได้จากที่นั่น
‘เดือนธันวาคม... อย่างน้อยสองเดือนกว่าน้ำแข็งจะละลาย’
ลูเซียนคำนวณในใจ ใช่... หากระมัดระวัง อาหารน่าจะพออยู่ได้ เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เขาก็เงยหน้าขึ้น
“ไรอัน”
ลูเซียนเอ่ยหนักแน่นกับอัศวินเบื้องหน้า
“จงสั่งหยุดคาราวานไว้ก่อน จากนั้นเจ้าจงแยกตัวออกลาดตระเวนแนวเขาเบื้องหน้าเพียงลำพัง ค้นหาถ้ำหรือเพิงผาตามธรรมชาติที่จะใช้เป็นวิมานลี้ภัยให้พบ”
“รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ องค์ชายลูเซียน!”