- หน้าแรก
- ผู้พิชิตมิติลับ
- เล่มที่ 1 : บทที่ 24 – ข้อตกลง (5) [อ่านฟรี]
เล่มที่ 1 : บทที่ 24 – ข้อตกลง (5) [อ่านฟรี]
เล่มที่ 1 : บทที่ 24 – ข้อตกลง (5) [อ่านฟรี]
SLR - เล่มที่ 1 : บทที่ 24 - ข้อตกลง (5)
“รอยเพิ่งเกิดเมื่อไม่นานมานี้เองนะ” ยอนอูก้มลงและแตะดินที่เปื้อนเลือด เขาตรวจสอบร่องรอยที่ถูกทิ้งไว้ตามต้นไม้และก้อนหินด้วย เห็นได้ชัดว่าเขารู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ “ห้าชั่วโมง ไม่สิ น่าจะราวหกชั่วโมงได้”
“หกชั่วโมง...” คาห์นพึมพำด้วยน้ำเสียงต่ำ
ดอยล์ถามยอนอูด้วยท่าทางดูกังวล “พวกเขาทำสำเร็จหรือเปล่าครับ?”
ชิ้นส่วนลึกลับจะมีค่าก็ต่อเมื่อมันถูกเก็บซ่อนไว้ มันมีส่วนช่วยในการเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับผู้เล่นและกระตุ้นให้พวกเขามุ่งมั่นไม่เดินตามหลังใคร ซึ่งหมายความว่าชิ้นส่วนลึกลับในทิวโทเรียลถูกค้นพบ ไอเทมเหล่านั้นจะไม่ปรากฏอีกครั้งในรอบการเล่นเดียวกัน
หากมีผู้เล่นกำจัดรังของฮาร์แกนได้สำเร็จ มันจะกลายเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของทั้งคาห์นและดอยล์ที่ต้องการมงกุฎของฮาร์แกนมาก พวกเขายังไม่ได้บอกยอนอูถึงว่ามีสิ่งที่ต้องการชิ้นอื่นอีกผ่านการใช้มงกุฎ พวกเขากำลังสร้างแผนการใหญ่ และสิ่งนั้นก็คือกุญแจสำคัญ การค้นพบว่ามีผู้เล่นอื่นมาถึงที่นี่ก่อนหน้าทำให้อารมณ์ของพวกเขาเปลี่ยนไปในทางลบ
ยอนอูยืนขึ้นและตรวจสอบร่องรอยอื่น ๆ ต่อ และในที่สุดเขาก็ได้มอบคำตอบที่ช่วยให้ทั้งคู่ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย “ไม่ ฉันเห็นแต่รอยที่มุ่งหน้าเข้าไปยังรังของพวกมันแต่ไม่เห็นร่องรอยของการออกมา ผู้เล่นที่มาที่นี่ ยังไม่ได้เอาอะไรกลับไป”
“อะไรนะ? นายหมายความว่าไง?”
“ดูนี่สิ” ยอนอูชี้ไปยังร่องลึกบนพื้น “รอยนี่บอกว่ามีบางอย่างที่หนักถูกลากไป มันต้องเป็นร่างของผู้เล่นแน่ ฉันคิดว่าพวกมนุษย์กิ้งก่าล่อพวกเขามาที่นี่”
“แล้วไงต่อ?”
“ก็ไม่มีใครรู้”
“ฮืม” คาห์นและดอยล์ต่างทำหน้านิ่วพร้อมกัน แม้ว่ายอนอูจะไม่ได้อธิบายอย่างชัดเจนนัก แต่ก็พอจินตนาการได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้เล่นกลุ่มนั้นบ้าง คนส่วนใหญ่มักคิดว่าปีศาจคือเหยื่อ แต่บางครั้งปีศาจก็กลายเป็นผู้ล่าได้เช่นกัน กลับกันที่ผู้เล่นตกเป็นเหยื่อแทน สถานที่แห่งนี้คือที่อยู่อาศัยของพวกมัน รู้จักลักษณะภูมิประเภทโดยรอบถิ่นที่อยู่ดีกว่าผู้เล่น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในบางจุดอาจจะมีกับดักของพวกมันติดตั้งไว้ ยอนอูสันนิษฐานว่ามันน่าจะเป็นเช่นนั้น
“ไอ้พวกเวรเอ้ย!” โชคดีของยอนอู ที่คาห์นเพียงสบถออกแต่ก็ไม่ได้อยากจะก้าวก่ายแต่อย่างใด
‘จริง ๆ แล้วหมอนี่เป็นคนซื่อ ๆ แค่ทำตัวเป็นเท่ห์เท่านั้นเวลาจำเป็น’ ยอนอูพยักหน้าเงียบ ๆ
ถ้าเกิดคาห์นเกิดอาการสติหลุดขึ้นมา ยอนอูก็จะคืนโทเค็นทั้งหมดให้และออกจากทีมทันที แต่เขาทำตัวใจเย็นมากเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับดอยล์ที่เป็นรุ่นน้อง ยอนอูสังเกตว่าดอยล์ควบคุมอารมณ์ได้ดีมาก เขามักจะแสดงสีหน้าเคร่งขรึมผ่านใบหน้าเท่านั้น
ดอยล์เห็นสายตาที่มองมาจากยอนอูและสวมรอยยิ้มให้เหมือนเช่นเคย เขาเลิกคิ้วขึ้นเหมือนเป็นคำถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ยอนอูขมวดคิ้วเข้าหากัน แต่ก็ส่ายหน้าตอบและไม่ได้พูดอะไร
“มันน่าหงุดหงิดเกินกว่าจะปล่อยผ่านไป เราจะฝืนจนเกินกำลังไม่ได้ด้วย ว่าแต่... คาอิน”
ยอนอูหัวหน้าไปตามคำเรียกนามแฝงของเขา “ว่าไง?”
“เรายังไม่ได้บอกนายเกี่ยวกับสถานที่นี้ใช่ไหม?” ยอนอูพยักหน้า เขาแสร้งทำเป็นว่ายังไม่รู้อะไร และเขาก็อยากรู้ว่าพวกเขานั้นรู้ข้อมูลเกี่ยวกับรังของฮาร์แกนมากแค่ไหนและมีแผนรับมืออย่างไร
คาห์นว่าต่อด้วยสีหน้าจริงจัง “ที่นี่คือรังของฮาร์แกน”
“รังเหรอ?”
“ใช่ นายจำพวกมนุษย์กิ้งก่าที่พวกเราสู้ระหว่างทางก่อนมาถึงที่นี่ได้หรือเปล่า? ฮาร์แกนคือ... หัวหน้า? หัวหน้าของหัวหน้า? ราชา? อะไรก็ช่าง มันประมาณนั้นแหละ และที่นี่คือถิ่นที่อยู่ของมัน”
“ฟังดูแล้วมันน่าจะแข็งแกร่งน่าดูเลยนะ”
“ใช่ แข็งแกร่งมาก ดอยล์กับฉันยังโค่นมันไม่ลง” บอสของดันเจี้ยนที่แม้แต่ผู้พิชิตแรงค์ที่สามและสิบเอ็ดยังฆ่ามันไม่ได้
ยอนอูถาม “แล้วถ้าเป็นฉันล่ะ?”
“มันก็... อาจจะไม่เหมือนกันมั้ง แต่ก็น่าจะยากเอาเรื่องอยู่ ข้างในรังของมันยังมีตัวเมียอีกตัว เจ้านั่นแหละงานหินที่สุด”
คาห์นและดอยล์มีข้อมูลที่เกี่ยวกับรังของฮาร์แกนถูกต้องและแม่นยำซึ่งเป็นไปตามที่คาดไว้ “สิ่งหนึ่งที่มั่นใจก็คือ ไม่ว่าเราสามคนจะพยายามมากแค่ไหน ก็ฆ่าบอสสองตัวนั่นไม่ได้ ตายเปล่า”
“แล้วแผนเป็นยังไง?”
“ขโมย”
“ขโมยเหรอ?”
“ใช่” คาห์นพยักหน้าด้วยท่าทีที่จริงจัง “ตัวผู้จะยืนประจำการอยู่นอกถ้ำส่วนตัวเมียจะอยู่ด้านใน ฉัน รับมือกับตัวผู้อยู่ด้านนอก นาย คอยเบนความสนใจของตัวเมีย ส่วนดอยล์จะชิงมงกุฎที่อยู่บนหัวของมัน”
“แล้วไงต่อ?”
“ก็เผ่นสิจะรออะไร!” คาห์นหัวเราะเยาะยอนอูที่ถามถึงสิ่งที่มันชัดเจนอยู่แล้ว “อย่างที่ฉันบอก ตัวเมียแข็งแกร่งมาก ลำพังแค่นายคนเดียวฆ่ามันไม่ได้ ฉะนั้น อย่าเผชิญหน้ากับมันซึ่ง ๆ หน้า แค่เบนความสนใจอย่างเดียวพอ”
“เข้าใจแล้ว” ยอนอูตอบกลับพร้อมการพยักหน้า
คาห์นมองยอนอูในความประหลาดใจ “ทำไมนายดูนิ่งกว่าปกติล่ะ?”
“ก็นั่นมันเป็นข้อตกลงของเราไง ไม่ใช่เหรอ?”
คาห์นหน้าแดงพลางเอามือลูบแก้ม “ก็เอ่อ... ใช่ ฉันยัดเยียดงานยากให้นาย ก็เลยคิดว่า... เอ่อ... เผื่อนายอยากขอรับมือกับตัวผู้มากกว่าไง”
“ฉันรู้ว่านายกลัวว่าฉันอาจจะหนีไปหากเกิดผิดแผนขึ้นมา ไม่ต้องห่วง ถ้าฉันทำไม่ได้ฉันก็คงไม่ให้สัญญา แต่ถ้าแผนคือการวิ่งหนี ฉันจะขออย่างหนึ่งเพื่อเป็นค่าตอบแทนสำหรับข้อตกลงของเรา”
คาห์นยิ้มกว้าง “ได้อยู่แล้วพวก! ฉันน่ะเป็นคนที่มีความยุติธรรมอยู่แล้ว ฉันรู้ว่านายจะชอบงานนี้และช่วยเรา!”
ยอนอูยังคงเห็นแต่ความน่ารำคาญและถอนหายใจพร้อมกอดอก เขาเคยเห็นผ่านภารกิจในสนามรบที่แอฟริกามาแล้ว และนี่ก็ไม่ได้แตกต่างกันนัก ยกเว้นการที่เขาเคยเป็นทหารผู้ซึ่งปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และตอนนี้เขาก็ไม่ต่างอะไรกับทหารรับจ้างที่ทำเพื่อเงิน
“ลงมือกันเถอะ” คาห์นชักดาบออกมาจากเอว วิ้ง! แสงอาทิตย์สะท้อนผ่านผิวดาบอันเงาวับทำให้เกิดแสงสีแดงที่บ่งบอกถึงลางไม่ดี
* * * * *
กลุ่มของยอนอูเคลื่อนไปข้างหน้ารูปแบบขบวนเหมือนหัวลูกศรโดยมีคาห์นเดินนำอยู่ข้างหน้า ไม่นานหลังจากนั้น หน้าต่างข้อความก็เริ่มปรากฏ
[คุณเข้ามายังสนามรบ]
[คุณพบชิ้นส่วนลึกลับ “รังของฮาร์แกน”]
[คุณได้รับ 500 คาร์ม่า]
กร่อก! แกรก! พุ่มไม้ใกล้เคียงสั่น และมนุษย์กิ้งก่าตัวหนึ่งที่ลาดตระเวนอยู่บริเวณถ้ำก็ตะโกนขึ้นมา “แฉ่! มนุษย์! มีมนุษย์อยู่ที่นี่!”
กลุ่มของยอนอูเริ่มวิ่งผ่านสนามรบ เนื่องจากฮาร์แกนเป็นราชามนุษย์กิ้งก่านั่นแสดงว่ามันจะมีทหารองครักษ์คอยปกป้องจำนวนมาก มนุษย์กิ้งก่าต่างมารวมตัวกัน ณ สถานที่นี้ ล้วนเป็นนักรบยอดฝีมือในบรรดาเผ่าพันธุ์ของพวกมัน และคนละชั้นกับพวกกะเลวกะลาดที่พวกเขาเจอมาระหว่างทาง
ตึ้ง! ตึ้ง! ขณะที่พวกเขาวิ่งผ่านฝูงมนุษย์กิ้งก่า ฮาร์แกนราชามนุษย์กิ้งก่าก็ปรากฏตัวและส่งเสียงคำรามดังสนั่นไปทั่วบริเวณ “ก๊อซ! เจ้ามนุษย์! กล้าดียังไงถึงมาเหยียบถิ่นของข้า? พวกเจ้าต้องตาย!” ความสูงของพวกมันเฉลี่ยอยู่ที่สองเมตร แต่ฮาร์แกนตัวใหญ่กว่านั้นสองเท่า มันมีเกล็ดสีน้ำเงินและดาบที่เปียกโชกไปด้วยเลือด มันสร้างความน่าเกรงขามผ่านเสียงคำรามอันดังลั่น
[บอสปีศาจลึกลับ “ฮาร์แกน ราชามนุษย์กิ้งก่า” ปรากฏตัว]
[ภารกิจลับ / ราชามนุษย์กิ้งก่า]
[รายละเอียด: ณ ป่าเขตอี มีราชา 5 องค์ที่ปกครองป่าแห่งนี้ ฮาร์แกนคือราชาของเหล่ามนุษย์กิ้งก่าผู้ซึ่งปกครองหนองน้ำทิศเหนือ]
[จงเอาชนะองครักษ์ทุกตัวและสังหารฮาร์แกนราชามนุษย์กิ้งก่า]
[รางวัล: มงกุฎของฮาร์แกน ดาบโค้งสีน้ำเงิน ครอบครองถื่นอาศัยของมนุษย์กิ้งก่า]
ก๊อซซซ! ‘นี่มันตัวอะไรกันวะ’ ยอนอูนิ่วหน้าขณะมองฮาร์แกนที่ทำให้ความรู้สึกของเขาแปลกไปเพียงแค่เปล่งเสียงอันน่ากลัวออกมา หน้าต่างภารกิจปรากฏอยู่ตรงหน้า แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ ‘ตัวใหญ่เป็นบ้า’ เขาไม่เคยสัมผัสแรงกดดันอันมหาศาลเช่นนี้มาก่อน กล่าวได้ว่าเขาไม่ได้รู้สึกแปลก ๆ เช่นนี้เลยตั้งแต่เข้ามาสู่ทิวโทเรียล ความน่ากลัวมันช่างใกล้เคียงกับที่เขาเคยรู้สึกในตอนที่ไปเยือนสนามรบในแอฟริกาครั้งแรก ความตึงเครียดนี้ทำให้มือขวาที่กำกริชอยู่นั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อ แม้ระหว่างยอนอูและฮาร์แกนจะมีระยะยืนที่ห่างกันพอสมควร แต่แรงกดดันที่ก่อตัวขึ้นนั้นทำให้รู้สึกว่าระยะนี้มันยังใกล้เกินไป
เพราะเรามาเจอรังของมันโดยบังเอิญ ตอนเจอฮาร์แกนครั้งแรกมันทำให้เราประหม่าเป็นบ้า ต่างคนต่างทำตัวไม่ถูก เพื่อนร่วมทีมเราบางคนถึงกับถอยหนีไปด้วยความหวาดกลัว แรงกดดันที่ฮาร์แกนส่งมาให้เรามันรุนแรงมาก เรารู้สึกเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตตัวจ้อย ไม่มีอะไรน่ากลัวเลยเวลาที่ยืนอยู่ต่อหน้ามัน จากเลือดอุ่น ๆ ที่ไหลเวียนทั่วร่างกายกลับเริ่มเย็นขึ้น ผมได้แต่กัดฟันเพื่อข่มไม่ให้ความกลัวเข้ามาแทนที่ แต่ก็หยุดขาทั้งสองที่ยังคงสั่นไม่ได้
ตอนนี้ยอนอูเข้าใจแล้วว่าน้องชายของเขาเจอกับอะไรมา แม้เขาจะผ่านเขตอีมาตลอดเส้นทางแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เคยเห็นปีศาจที่แข็งแกร่งที่สร้างแรงอาฆาตที่แปลกประหลาดและทรงพลังจนสามารถกระตุ้นสัญชาตญาณของเขาได้เท่านี้มาก่อน อย่างไรก็ตาม ยอนอูยังคงจ้องมองมันเฉย ๆ และพยายามข่มอารมณ์ ‘พอกันที’ จู่ ๆ แรงใจรอบตัวยอนอูก็ผลักแรงกดดันจากฮาร์แกนให้พ้นไป พรึ้บ!
ฮาร์แกนหยุดคำราม ใบหน้าของมันแข็งทื่อขณะมองไปยังยอนอู สัญชาตญาณของมันกำลังบอกมันว่าผู้เล่นคนนี้ต่างไปจากผู้เล่นทุกคนที่มันเจอ ผู้เล่นที่อยู่ภายใต้หน้ากากสีขาวคือนักรบตัวจริงผู้ที่มีแรงอาฆาตรุนแรงแผ่ออกมาจากสนามรบนับไม่ถ้วนที่ผ่านมา “ข้าจะฆ่าเจ้า เจ้ามนุษย์!” ฮาร์แกนกำดาบโค้งในมือแน่นและกระโดดเข้าหายอนอู
สิ่งมีชีวิตขนาดเกินสองเมตรพุ่งหาเขาราวกับวัวบ้า ยอนอูสัมผัสถึงเจตนาฆ่าปลิวว่อนไปทั่วถ้ำเหมือนกับพายุ มันวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง มันถีบมนุษย์กิ้งก่าบางตัวที่ยืนขวางทาง แต่ถึงอย่างนั้น ยอนอูก็ไม่คิดจะถอยแต่อย่างใด
ขณะเดียวกันนั้น คาห์นก็กระโดดมาข้างหน้า ฟึ้บ! ตึ้ง! ดาบของเขาปะทะเข้ากับดาบโค้งของฮาร์แกนเกิดเป็นประกายไฟขึ้นมาตลอดพร้อมกับพายุมานาอันบ้าคลั่ง
ใบหน้าของฮาร์แกนแสดงออกชัดถึงความไม่พอใจ “เจ้ามนุษย์ อย่ามาขวางทางข้า! เจ้าไม่คู่ควร!”
“ขอโทษทีนะพวก แต่แกประเมินฉันต่ำไป” คาห์นยิ้มและถอนดาบออก เขาเคยปะทะกับฮาร์แกนมาก่อนดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับรูปแบบการต่อสู้ของมันอยู่แล้ว
ร่างที่ใหญ่เทอะทะของฮาร์แกนเสียสมดุลเล็กน้อย และถอยกลับไปตั้งหลัก ใบหน้าของมันเริ่มเหยเกและเหวี่ยงดาบโค้งด้วยกำลังทั้งหมดที่มีใส่คาห์น แอททริบิวต์พ้อยท์ของคาห์น ณ ปัจจุบันสูงกว่าครั้งแรกที่เขาสู้กับฮาร์แกน เขาจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เหมือนครั้งก่อน และทั้งสองก็เข้าปะทะกันอีกครั้ง แพล้ง!
แรงปะทะทำให้คาห์นกระเด็นถอยหลังออกมาพร้อมกับไอน้ำที่ลอยออกมาจากกล้ามเนื้อตามส่วนต่าง ๆ ดวงตาเขาแดงก่ำ และมีกลิ่นหอม ๆ ออกมาจากปาก แต่จู่ ๆ เขาก็โพล่งเสียงหัวเราะออกมา ฮาร์แกนแข็งแกร่งมากเกินไป แต่มันก็ไม่ได้รู้สึกถึงความสิ้นหวังเช่นเคย ความตั้งใจที่จะต่อสู้กับฮาร์แกนยังคงเพิ่มขึ้นในตัวคาห์นอยู่เรื่อย ๆ แต่เขาก็พยายามที่จะกดมันไว้ มันไม่ใช่เวลาที่จะต้องทำตามใจตัวเอง เขาสร้างโอกาสให้ยอนอูและดอยล์แอบเข้าไปในถ้ำให้ได้
ฮาร์แกนพุ่งเข้าใส่คาห์น แต่ครั้งนี้เขาเพียงก้าวออกไปด้านข้างเพื่อหลบ ฮาร์แกนบ้าคลั่งและหันมาคว้าเขาไว้ “หยุดวิ่งหนีและสู้กับข้า!”
แม้ว่าฮาร์แกนจะมีสติปัญญาที่สูง แต่ปีศาจก็ยังคงเป็นปีศาจอยู่วันยันค่ำ คาห์นหลบเลี่ยงการโจมตีของมัน เขาล่อมันออกไปยังกลุ่มของมนุษย์กิ้งก่า ทุกครั้งที่ฮาร์แกนโจมตี ก็จะมีบางส่วนที่กลายเป็นลูกหลงปลิดชีพมนุษย์กิ้งก่าบางตัวไป เหล่าองครักษ์ขอร้องให้ราชาของพวกมันสงบสติอารมณ์ แต่ด้วยกลยุทธ์การหลบหลีกของคาห์นยิ่งเพิ่มโทสะให้กับราชาองค์นี้ จนพื้นที่บริเวณรอบนอกของถ้ำเกิดความโกลาหลมากขึ้นกว่าเดิม เป็นผลให้ยอนอูและดอยล์สามารถแอบเข้าไปในถ้ำได้โดยไม่มีปัญหาใด ๆ
* * * * *
ระหว่างทางด้านในถ้ำมีทหารองครักษ์อยู่จำนวนหนึ่ง แต่ทุกตัวที่เข้ามาขวางทางก็จะกลายเป็นเหยื่อของกริชในมือยอนอูในทันที ด้วยการแทงเข้าที่กลางหน้าผากทีละตัว ทังคู่ไม่ได้พูดอะไรกันเลย ดอยล์เป็นห่วงคาห์น แต่ก็ยังคงจดจ่ออยู่กับภารกิจ โดยเข้าใจดีว่าคาห์นจะรอดไม่รอดก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะสามารถไปช่วงชิงมงกุฎมาได้เร็วแค่ไหน
ไม่นาน ทั้งคู่ก็มาถึงจุดที่อยู่ลึกที่สุดของถ้ำ ณ ห้องของราชินี สิ่งที่พวกเขาพบนั้นทำให้ทั้งคู่ต้องตกใจมาก
“นะ...นั่นมัน... คะ... คนนี่!”
“ช่วยด้วย! ได้โปรด!”
“ชะ...ช่วยด้วย!”
เศษเนื้อและกองเลือดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณใกล้เคียง มีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่สมประกอบ พวกเขาถูกดึงแขนขาออกจากร่าง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ช่างเป็นภาพที่น่ากลัว
มีคนจำนวนหนึ่งถูกล่ามโซ่และถูกขังไว้ในกรงเหมือนกับสัตว์ พวกเขาพบเข้ากับฟาร์มมนุษย์