- หน้าแรก
- ผู้พิชิตมิติลับ
- เล่มที่ 1 : บทที่ 23 – ข้อตกลง (4) [อ่านฟรี]
เล่มที่ 1 : บทที่ 23 – ข้อตกลง (4) [อ่านฟรี]
เล่มที่ 1 : บทที่ 23 – ข้อตกลง (4) [อ่านฟรี]
SLR - เล่มที่ 1 : บทที่ 23 - ข้อตกลง (4)
“เชี่ยเอ๊ย! พวกมันเจอเราเข้าแล้ว งั้นฉันจะขโมยโทเค็นจากเจ้าหมอนี่ในตอนที่ดาบโลหิตและหางจิ้งจอกถูกเบนความสนใจอยู่ก็แล้วกัน และสิ่งประดิษฐ์ของมันด้วยถ้าทำได้”
ฟรังก์และลูกน้องของเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มสกาเวนเจอร์ที่เชี่ยวชาญที่สุดในเขตอี พวกเขารักงานนี้มาก นอกจากงานออกตามล่าสะสมโทเค็นแล้ว ยังมีทั้งการขโมยสมบัติ สิ่งประดิษฐ์ และของมีค่าอื่น ๆ จากผู้เล่นอีกด้วย พวกเขาแบ่งสิ่งประดิษฐ์ที่หามาได้แก่คนในกลุ่มเพื่อเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของกลุ่ม และวันไหนที่โชคดีก็จะได้รับตำราทักษะด้วย
โทเค็นสามารถนำมาขายได้ในราคาที่สูงมากแก่ผู้พิชิตแรงค์สูง ๆ และมีหลายสถานที่ที่ต้องการผู้เล่นเป็น ๆ ถูกบังคับให้ไปเป็นแรงงาน ทาส โสเภณี คนเลี้ยงสัตว์ หรือแม้แต่หนูทดลอง ผู้เล่นตัวเป็น ๆ มีประโยชน์มากมายโดยไม่ต้องกังวลว่าการขายต่อจะไม่มีผู้ซื้อรองรับ ไม่มีทางที่ธุรกิจมืดอันร่ำรวยนี้จะล้มลงได้
มันยิ่งดีขึ้นไปอีกเมื่อชายคนนี้เป็นเพื่อนร่วมทีมของผู้พิชิตแรงค์สูงอย่างคาห์นและดอยล์ ไม่มีใครรู้ว่าเขาครอบครองโทเค็นอยู่เท่าไรหรือสิ่งประดิษฐ์อะไรบ้างที่เขาได้รับมาจากสองคนนั้น ถึงแม้ว่าการทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ กับคาห์นและดอยล์จะเป็นเรื่องที่เสี่ยง แต่ฟรังก์ก็คิดว่าผลตอบแทนที่จะได้กลับมานั้นคุ้มค่า เขาประหม่ามากเสียจนริมฝีปากแห้ง และไปตามที่คาดเอาไว้ทั้งคาห์นและดอยล์ไม่เห็นว่าพวกเขากำลังใกล้เข้ามา และเป้าหมายของเขาก็ดูหวาดกลัวมากจนได้แต่นั่งอยู่ข้างกองไฟ ไม่มีโอกาสให้ทันได้ตั้งตัวเลย
ในจังหวะนั้นเอง ฟรังก์และลูกน้องของเขากระโดดอกมาจากพุ่มไม้และฟันไปที่ข้างหลังของชายผู้สวมหน้ากากสีขาว ‘เสร็จฉันล่ะ!’ ในไม่ช้าเขาก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดพลาดไปและดวงตาทั้งคู่ก็เบิกโพลง ดาบของเขาฟันอากาศที่ว่างเปล่าตรงหน้าราวกับชายตรงหน้าเขาเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา สัญชาตญาณบอกให้เขาเงยหน้าขึ้น และภาพที่เห็นคือชายสวมหน้ากากยืนอยู่ตรงหน้า เขามีแววตาของปีศาจร้าย ฟรังก์พูดอะไรไม่ออก และคลื่นความเย็นอันน่ากลัวก็แล่นผ่านทุกส่วนบนร่างกายเขา
ฟึ้บ! เส้นตรงสีแดงเข้มปรากฏเหนือศีรษะจรดขาหนีบพร้อมกับภาพของกริชที่ถูกใช้แทงผ่านร่างและผลักให้เขากระเด็นออกไป
“อะ...อะไรกันวะ?”
“หะ...หัวหน้า!”
พวกสกาเวเจอร์ที่เหลืออยู่ข้างหลังฟรังก์ชะงักไปครู่หนึ่ง และยอนอูก็ใช้จังหวะนี้หันไปเล่นงานคนอื่น ๆ ฟึ้บ!
ร่างไร้วิญญาณที่ลอยไปมาท่ามกลางป่าภายใต้ท้องฟ้าอันมืดมิดทำให้พวกสกาเวนเจอร์ที่เหลือคิดว่านั้นคือผี มันเหมือนกับชายสวมหน้ากากขาวแยกร่างลอยไปมาในอากาศ ทำให้พวกเขาสั่นกลัวอย่างรุนแรง เหยื่อของพวกเขาตอนนี้ได้กลายเป็นผู้ล่าที่ฆ่าฟรังก์ได้ในดาบเดียว และด้วยดวงตาอันน่ากลัวคู่นั้นทำให้พวกเขาขนลุกไปทั้งตัว
แก๊รง! หนึ่งในสกาเวนเจอร์แนวหน้าป้องกันการโจมตีของยอนอูไว้ได้ แต่จู่ ๆ บรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไป ‘เดี๋ยวสิ บางทีหมอนี่อาจจะไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้นก็ได้! ความประมาทของฟรังก์นั่นแหละที่ทำให้หมอนี่ดูเก่งกว่าเท่านั้น จำนวนเราก็มากกว่า กับไอ้แค่คนคนเดียว ช่วยกันรุมโจมตีใส่มันจะไปยากอะไร’ สกาเวนเจอร์ทุกคนต่างมีความคิดไปในทางเดียวกันและกระโจนเข้าใส่ยอนอูพร้อม ๆ กัน ฟึ้บ!
“สารเลวเอ๊ย!”
“ตายซะ ไอ้เวร!”
แต่แน่นอนว่า พวกเขาทุกคนล้วนตกหลุมพรางของยอนอู เขาใช้กริชขัดอาวุธของศัตรู เขาหมุนตัวไปทางขวาอย่างรวดเร็วและพุ่งช้อนข้างใต้สกาเวนเจอร์คนหนึ่ง ขณะเดียวกันนั้น เขาก็ชักมีดออกมาอีกเล่มด้วยมือข้างซ้ายและเฉือนไปที่คอ
กั๊ซ! เลือดปริมาณมากพุ่งขึ้นข้างบนราวกับน้ำพุเนื่องจากกริชตัดเส้นเลือดใหญ่ที่คอ ยอนอูขว้างกริชอีกเล่มผ่านน้ำพุเลือดพุ่งไปเจาะศีรษะของสกาเวนเจอร์อีกคน จากนั้นเขาก็วิ่งกลับไปหาสกาเวนเจอร์อีกสามคนที่แอบซุ่มโจมตีจากทางด้านหลัง เขาฟันเอว คอ และไหล่พวกเขาอย่างรวดเร็ว
“ดะ...ได้ยังไ... เอื้อ”
“เชี่ย!”
เมื่อเหล่าสกาเวนเจอร์ตั้งสติได้ว่านี่คือกับดักและคิดจะหนี แต่มันก็สายเกินไปแล้ว เช่นนั้นพวกเขาจึงพยายามกดดันและทำให้ยอนอูหมดแรง แต่ก็ดูจะไม่เป็นผลเพราะยอนอูเกินไปกว่าคำว่าบ้าคลั่งและไล่ฆ่าทีละคน เขาหลบมีดที่ขว้างตรงมาทางเขาและแทงคอ เอว และหัวใจของศัตรู เขาสกัดหอกที่พุ่งตรงเข้าใส่จุดบอดด้วยแขน หักมันเป็นสองท่อน และสะบั้นศีรษะของผู้ที่ขว้างหอกมาที่เขา
การเคลื่อนไหวราวกับสัตว์ป่าอันดุร้ายของยอนอูทำให้พวกนั้นคิดว่าเขามีตาอยู่รอบตัว ทุกครั้งที่โจมตีไป ยอนอูจะหลบได้ทั้งหมดและสวนกลับในทันที พวกเขาค่อย ๆ ร่วงลงพื้นพร้อมกับเลือดที่สาดปกคลุมใบหญ้าบริเวณโดยรอบทีละราย พวกเขาควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้อย่างที่หวังราวกับถูกผีสิง
“วะ...วิ่ง!” ในที่สุกพวกเขาก็คิดได้ว่าพวกเขาเล่นผิดคนแล้ว และพยายามหลบหนี
ฟึ้บ! ปั้ก! ยอนอูขว้างกริชใส่ศีรษะของชายคนหนึ่งที่กำลังวิ่งหนี และรีบไล่ตามคนที่เหลือไป เขาวิ่งเร็วมากและวิ่งเป็นรูปแบบต่าง ๆ ไม่ให้พวกสกาเวนเจอร์คาดเดาการเคลื่อนไหวและตอบโต้ได้ ทำได้เพียงอย่างเดียวคือรอความตายมาเยือน เหมือนกับสัตว์ร้ายที่จะคว้าข้อเท้าพวกเขาและจับกินจนเกลี้ยง
* * * * *
พวกเขาสามคนฆ่าสกาเวนเจอร์ไปยี่สิบเอ็ดคน เป็นจำนวนที่เกินคาด และจู่ ๆ คาห์นก็ถามยอนอูขึ้นมา “ทำไมนายถึงปล่อยให้พวกมันเข้ามาใกล้ขนาดนี้?”
“ยิ่งได้โทเค็นมากก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอ?”
“นี่พวก คิดงั้นจริงดิ?” คาห์นทำเสียงไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อรู้ว่ายอนอูตั้งใจปล่อยให้ศัตรูเข้ามาใกล้เพื่อที่จะได้กำจัดพร้อมกันในทีเดียว มีผู้เล่นในเขตอีที่คิดคล้าย ๆ กับยอนอู พวกเขาไล่ล่าพวกสกาเวนเจอร์โดยใช้วิธีปลอบตัวเป็นคนหลงทางผู้โดดเดี่ยว แต่อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้ใช้ได้แค่กับสกาเวนเจอร์กลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น ไม่มีใครอยากเผชิญหน้ากับพวกมันพร้อมกันถึงยี่สิบคน แม้แต่ผู้พิชิตแรงค์สูง ๆ ก็ไม่อาจรับมือกับจำนวนเท่านั้นได้ แต่ยอนอูทำได้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นเพราะเขาเชื่อมั่นในตัวคาห์นและดอยล์ หรือเพราะเขามั่นใจในทักษะตัวเองกันแน่? ‘อาจเพราะทั้งสองอย่าง’
ขณะเดียวกันนั้น ยอนอูก็เริ่มค้นข้าวของจากศพสกาเวนเจอร์ “แปดสิบเอ็ด? ดูเหมือนว่าเจ้าพวกนี้จะทำเรื่องชั่ว ๆ แบบนี้มาระยะหนึ่งแล้วสินะ” ยอนอูทึ่งกับจำนวนโทเค็นที่เขาได้รับ ศพที่เป็นพวกลูกน้องจะมีอยู่แค่ไม่กี่เม็ด แต่จากศพที่น่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มจะพบโทเค็นจำนวนมาก เพราะจากการที่เขาใช้ทักษะสัมผัสพิเศษช่วยให้เขาพบเพียงแค่ห้าเม็ดจากในป่า
“ผู้เล่นใหม่เข้ามาถึงเขตอีมาได้สักพักแล้วนะครับ เป็นไปได้ว่านี่อาจเป็นแค่โทเค็นส่วนน้อยที่เหลืออยู่หลังจากพวกมันขายส่วนใหญ่ไปแล้ว ถ้าคิดแบบนั้น แปดสิบเอ็ดเม็ดก็ไม่ใช่ตัวเลขที่น่าตื่นเต้นอะไร” ดอยล์ให้คำอธิบายพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า “มีความเป็นไปได้สูงเพราะคนพวกนี้เป็นสกาเวนเจอร์ ผู้เล่นทั่วไปส่วนใหญ่อย่างมากก็ครอบครองสิบเม็ดหรือน้อยกว่านั้น”
“พวกที่สะสมได้เยอะอยู่แล้วก็จะยิ่งมีเยอะเข้าไปใหญ่ ส่วนพวกที่มีน้อยก็ยิ่งมีน้อยลงไปเรื่อย ๆ”
“ถูกต้องครับ”
ยอนอูคิดว่ามันสมเหตุสมผลเพราะเขตอีมีระบบรางวัลสำหรับผู้ชนะ ผู้เล่นที่แข็งแกร่งกว่าซึ่งมีจำนวนมากจะแย่งชิงโทเค็นจากผู้เล่นที่อ่อนแอกว่าและมีจำนวนมาก ผู้เล่นกลุ่มนี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมสละโทเค็นเพื่อเอาชีวิตรอด ไม่ว่าจะหามาได้มากเท่าไร สุดท้ายก็ต้องลงเอยด้วยการถูกขโมยไปอีกครั้ง ‘คนพวกนั้นถูกกดขี่และบังคับรีดไถโทเค็นที่ตัวเองตั้งใจสะสมมา’
ในทางตรงกันข้าม คนที่แข็งแกร่งกว่าก็จะได้มาอย่างง่ายดายและยิ่งสะสมได้จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมความแตกต่างแรงค์ที่สูงมากระหว่างกลุ่มผู้เล่นที่มีแรงค์สูงและผู้เล่นทั่วไป ยอนอูรู้จักระบบนี้อยู่แล้วและคิดว่าไม่นานก็ช้าพวกสกาเวนเจอร์ต้องมาโจมตีเขาแน่
“เอาเถอะ สะสมไว้เยอะ ๆ ก็แล้วกันครับ จะได้เอาใช้แลกคาร์ม่าหรือใช้ซื้อไอเทมจากพ่อค้าลึกลับ พวกผู้เล่นแรงค์สูง ๆ ส่วนใหญ่ไม่รีบไปเขตเอฟกันหรอกถึงจะมีครบเก้าสิบเก้าเม็ดแล้วก็ตาม พวกนั้นมักเลือกที่จะสะสมต่อให้ได้มากที่สุด”
ยอนอูพยักหน้า ‘สิ้นสุดเขตอีจะมีพ่อค้าลึกลับปรากฏตัวอีกหรือเปล่า?’ ยอนอูนึกถึงสิ่งที่น้องชายของเขาบันทึกไว้ในอารี่ว่าเขาไม่อยากซื้ออะไรเลยจากพ่อค้าลึกลับ แค่คิดอย่างเดียวจะดีกว่า
“โอ้ ลืมไปเลย คุณเก็บโทเค็นทั้งหมดไว้เลยนะครับ”
“หืม?” ยอนอูมองดอยล์ในความประหลาดใจ โทเค็นแอดสิบเอ็ดเม็ดเป็นจำนวนที่มากเกินกว่าจะมอบให้กันง่าย ๆ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมกัน
ดอยล์ยิ้มและว่าต่อ “ตอนที่เราทำข้อตกลงกันเราไม่ได้ตกลงกันเรื่องค่าตอบแทนของคุณเลยใช่ไหมล่ะครับ? งั้นคิดเสียว่านี่เป็นค่าตอบแทนก็แล้วกันนะครับ”
“แล้วคาห์นล่ะ”
“พี่ผมยังไงก็ได้ครับ คุณก็รู้ ผมขออะไรพี่เขาก็ทำให้หมด ไม่ต้องกังวลไปนะครับ”
“แต่พวกนายก็ต้องใช้คาร์ม่านะ”
“ฮ่า ๆ! เป็นห่วงเราด้วยเหรอครับเนี่ย? เรามีมากพอแล้วล่ะครับ เพราะงั้น ไม่เป็นอะไรจริง ๆ ครับ”
“งั้นก็ได้ ขอบใจนะ” ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธข้อเสนอของพวกเขา ยอนอูเก็บโทเค็นไว้ในกระเป๋าถือที่ทำมาจากหนังของโทรลล์ ด้วยจำนวนที่มากเกินเขาจึงไม่กล้าที่จะกลืนลงไปมากกว่านี้ ‘ง่ายกว่าที่คิดไว้เสียอีกนะ’ ความง่ายดายนี้ทำให้ยอนอูไม่สามารถขจัดความสงสัยออกไปได้
ถ้าเขาพยายามมากขึ้นอีกเล็กน้อย ก็คงไปต่อยังเขตเอฟ แต่เขาก็ยังไม่รีบให้มันเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ในเขตเอฟไม่มีอะไรสำคัญที่จะช่วยเร่งให้เขาสะสมคาร์ม่าได้เยอะขึ้น เขตอีคือเขตสุดท้ายที่สร้างขึ้นเพื่อสะสมคาร์ม่าจำนวนมาก ยังมีเหตุผลที่เขายังไม่อยากที่จะรีบไปจากเขตนี้ ‘หมอนั่นต้องโผล่มาที่นี่แน่’ ยอนอูอยากพบชายคนหนึ่งตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเข้ามายังทิวโทเรียล เป็นคนที่จะปรากฏตัวเฉพาะบางเวลาเท่านั้น เขาต้องฆ่าชายคนนั้นเสียก่อนที่จะไปยังเขตถัดไป ‘กำจัดหมอนั่นได้ พลังเวทย์ก็จะเพิ่มขึ้นมหาศาล จากนั้นจะได้สานต่อกระบวนการสืบทอดตำแหน่งให้เสร็จสักที’
ยอนอูเลียริมฝีปากล่าง ‘ฆ่าราชามนุษย์กิ้งก่าได้เมื่อไร คิวต่อไปก็คือเจ้านั่น’ เขาวางแผนในความคิดเสร็จสับ
* * * * *
ในวันถัดมากลุ่มของยอนอูก็ไปถึงที่หมาย หนองน้ำทางทิศเหนือ สถานที่นี้เดินยากมากเนื่องจากเป็นหนองน้ำที่เต็มไปด้วยโคลนเละ ๆ ทุกย่างก้าวจะถูกโคลนดูด และจะถูกดูดลึกมากกว่าเดิมเมื่อเดินไปยังจุดลึกกว่า เมื่อถึงจุดหนึ่ง พวกเขาต้องปีนต้นไม้และกระโดดจากต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่งเพื่อเคลื่อนไปข้างหน้า ทั้งนี้ยังต้องต่อสู้กับมนุษย์กิ้งก่าอยู่หลายครั้งเมื่อไรก็ตามที่ผ่านรังของพวกมัน
มนุษย์กิ้งก่าเป็นปีศาจประเภทเลื้อยคลานที่มีความสามารถในการเดินตัวตรง พวกมันสามารถใช้ดาบและมีสติปัญญาสูง พวกมันรู้จักการล่าด้วยซ้ำ รูปแบบการโจมตีเป็นแบบโจมตีแล้วถอยเพื่อตัดกำลังของผู้บุกรุก จากนั้นก็จะรวมกลุ่มโจมตีผู้บุกรุกครั้งสุดท้าย
แต่ถึงอย่างนั้น รูปแบบนี้ก็ใช่ไม่ได้ผลกับกลุ่มของยอนอูเลย พวกเขาไม่มีท่าทีว่าเหนื่อยล้าแม้จะผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วนและกำจัดมนุษย์กิ้งก่าทุกตัวที่พบได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยอนอูก็ไม่ลืมที่จะเก็บเอาวัสดุจากซากศพของพวกมันมาด้วย
“คราวนี้จะเอาอะไรอีกล่ะ?”
“ตาพวกมัน ลูกตามนุษย์กิ้งก่าเป็นไอเทมที่มีประโยชน์มาก ใช่สร้างสิ่งประดิษฐ์ที่ต้องการบัฟ”
“อ๋อ งั้นเหรอ มีศพพวกมันตายเกลื่อนอยู่เต็มไปหมด เอาเลยพวก ตามสบายนะ” คาห์นส่ายหน้าด้วยความขยะแขยง และเมื่อยอนอูเห็นหนามแหลมที่หางของพวกมัน เขาก็เงียบไม่พูดอะไรอีกเลย
‘ต้องใช้ตาของมันสร้างสิ่งประดิษฐ์ ดวงตาของกิเยส’ มันเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกตั้งชื่อตามยักษ์ตัวหนึ่งที่มีอาวุธนับร้อยและดวงตานับพัน ยอนอูสาบานกับตัวเองว่าสักวันเขาต้องมีสิ่งประดิษฐ์ในครอบครองให้ได้และสะสมเพิ่ม ต้องขอบคุณในความพยายามค้นหาอย่างไม่ลดละ ตอนนี้เขามีโทเค็นในครอบครองแล้วแปดสิบเก้าเม็ด
หลังจากที่ทำลายรังไปสองสามรังระหว่างทาง พวกเขาก็มาถึงรังของฮาร์แกน
“เดี๋ยวก่อน นั่นใช่...”
“ใช่ ดูเหมือนจะมีแขกมาเยือนก่อนหน้าเราอีกนะ” ดอยล์มองคาห์นด้วยสีหน้าเป็นกังวล
คาห์นพยักหน้าอย่างจริงจัง และยอนอูก็ขมวดคิ้ว บริเวณนั้นมีรอยเลือดและร่องรอยการต่อสู้ตลอดเส้นทางไปสู่รังของฮาร์แกน มีผู้เล่นอื่นมาถึงก่อนหน้าพวกเขา