เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่มที่ 1 : บทที่ 22 – ข้อตกลง (3) [อ่านฟรี]

เล่มที่ 1 : บทที่ 22 – ข้อตกลง (3) [อ่านฟรี]

เล่มที่ 1 : บทที่ 22 – ข้อตกลง (3) [อ่านฟรี]


SLR - เล่มที่ 1 : บทที่ 22 - ข้อตกลง (3)

เมื่อความมืดมาเยือน กลุ่มของยอนอูก็เตรียมตัวเพื่อตั้งแคมป์ข้างนอก ตอนที่เขาอยู่พื้นที่ด้านใน ยอนอูใช้วิธีงีบหลับสั้น ๆ เป็นครั้งคราวเท่านั้น เพราะตอนนั้นเขาไม่สามารถแยกกลางวันกลางคืนได้ แต่ตอนนี้เขาไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว นอกจากนี้คาห์นยังเสนอแนวคิดนี้เพื่อให้ทุกคนได้อยู่ในสภาพร่างกายที่พร้อมสมบูรณ์ “ปีศาจที่เราจะต้องต่อสู้ด้วยเก่งมาก เราจึงต้องเตรียมพร้อมให้เต็มที่”

ยอนอูหยักหน้ารับ แม้ว่ายอนอูจะแสร้งทำเป็นไม่รู้ แต่จริง ๆ เขารู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่คาห์นและดอยล์กำลังตามหา อาร์แกน ราชามนุษย์กิ้งก่า หนึ่งในบอสของเขตอี อาร์แกนมีพลังมากพอที่จะบดขยี้ผู้เล่นทั่วไปได้อย่างง่ายดาย และแม้แต่ผู้พิชิตระดับสูงอย่างคาห์นและดอยล์ยังพูดได้ไม่เต็มปากว่าพวกเขาสามารถเอาชนะมันได้ ซึ่งปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นก็คือ ‘บอสไม่ได้มีแค่ตัวเดียว’

ตัวหัวหน้ามนุษย์กิ้งก่ามีอยู่ด้วยกันสองตัว ตัวผู้หนึ่งตัวและตัวเมียหนึ่งตัว รังของฮาร์แกนได้รับการตั้งชื่อตามตัวผู้ แต่ผู้ปกครองรังที่แท้จริงแล้วคือตัวเมีย ซึ่งอาศัยอยู่ลึกเข้าไปในถ้ำ หากเกิดชะล่าใจหลังจากฆ่าราชามนุษย์กิ้งก่าแล้วล่ะก็ คุณอาจจะกำลังตกอยู่ท่ามกลางปัญหาใหญ่โดยไม่รู้ตัว ‘ปัญหาใหญ่นั่นก็คือราชานีมนุษย์กิ้งก่าผู้ครอบครองมงกุฎของอาร์แกน สองคนนี้น่าจะรู้ข้อมูลอยู่แล้ว’

หากต้องการมงกุฎ อย่างน้อยต้องมีผู้เล่นหนึ่งคนที่คอยจัดการกับหัวหน้ามนุษย์กิ้งก่าตัวอื่น หากคาห์นเลือกที่จะเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง คงรับมือได้ไม่เกินหนึ่งตัว และต้องใช้กำลังเสริมอีกหนึ่งคน ดูเหมือนว่าจุดอ่อนของดอยล์คงหนีไม่พ้นความแข็งแกร่งทางร่างกาย ทางเดียวที่เขาพอจะช่วยได้ก็คือใช้จังหวะทีเผลอฉกเอามงกุฎมาในขณะที่ปีศาจตัวอื่น ๆ กำลังถูกเบนความสนใจจากผู้เล่นคนอื่นในทีม นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทั้งสามจำเป็นต้องพร้อมมากที่สุดก่อนจะเดินทางไปยังรังของฮาร์แกน

คาห์นและดอยล์ช่วยกันตั้งแคมป์ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว บางทีอาจเป็นเพราะพวกเขามีประสบการณ์ค้างแรมข้างนอกมาบ่อยครั้ง ยอนอูรู้สึกทึ่งกับวิธีที่ดอยล์ใช้เพื่อจุดไฟ เขาอัญเชิญแมลงชนิดหนึ่งออกมา จากนั้นให้พวกมันเรียงตัวกันขนกองไม้ชิ้นบนสุด ทันใดนั้นพวกมันก็ลุกเป็นไฟ สร้างประกายไฟวิบวับ

“น่าประทับใจมาก”

ดอยล์ยิ้มตอบคำอุทานของยอนอู “พวกมันคือแมลงไฟ ถ้าเจอสถานการณ์อันตรายพวกมันจะเผาตัวเองและศัตรู หอคอยมีแต่แมลงแปลก ๆ แบบนี้เต็มไปหมด”

ยอนอูพยักหน้าและมองเศษซากแมลงไฟที่ค่อย ๆ สลายไปในเปลวเพลิง “ในหอคอยนี่มีอีกหลายอย่างเลยสินะที่จองอูยังไม่รู้” ยอนอูรู้ว่าไม่เร็วก็ช้าเขาคงรู้ด้วยตัวเอง เนื่องจากในบันทึกของน้องชายเขาไม่ได้รวบรวมทุกอย่างที่เกิดขึ้นในหอคอยเอาไว้

หลังจากได้ตกลงกันว่าจะมีการผลัดกันเฝ้ายาม พวกเขาก็ค่อย ๆ หลับกันไปทีละคนในถุงนอนที่แสนสบายท่ามกลางเปลวไฟที่สว่างจ้า

* * * * *

ยอนอูคือคนที่ต้องเฝ้ายามเป็นคนแรกหลังจากเขาชนะเกมเป่ายิ้งฉุบ แกร่ก เขาต้องมองฟืนที่กำลังไหม้อย่างสงบและแบมือข้างหนึ่งออก เผยให้เห็นเม็ดลูกปัดห้าเม็ดบนมือ ‘รวมกับที่กลืนเข้าไป เท่ากับว่าตอนนี้มีอยู่หกโทเค็น’

ระหว่างการเดินทางไปยังรังของฮาร์แกน ยอนอูคอยตามหาโทเค็นที่ถูกซ่อนอยู่ตามที่ต่าง ๆ อยู่ตลอด ตั้งแต่รอยแตกบนก้อนหินริมลำธารไปจนถึงบนรังนก โทเค็นหาได้ไม่ยากนัก ‘คิดไม่ถึงมาก่อนว่าทักษะสัมผัสพิเศษที่มีจะสามารถใช้เพื่อดมหาโทเค็นได้ด้วย’

ดูเหมือนโทเค็นจะมีหลังพิเศษบางอย่าง และความรู้สึกตอนที่เขาได้รับเมื่อสัมผัสเจอโทเค็นนั้นแตกต่างไปจากเวลาที่เขาเจอวัตถุอื่น ๆ ‘ต้องหาโทเค็นให้ได้มากที่สุด เจอมากเท่าไร ก็ยิ่งได้คาร์ม่ามากเท่านั้น จะได้รับโบนัสเพิ่มถ้าสะสมได้เกินชิ้นที่หนึ่งร้อยขึ้นไป จะพลาดไม่ได้’

เขาตามหาโทเค็นอย่างตั้งใจ โดยตัดสินใจว่าจะไม่บอกให้ทั้งคาห์นและดอยล์รู้ถึงจำนวน ทั้งคู่มักจะแสดงท่าทีผิดหวังและเสียใจหากยอนอูหาโทเค็นไม่เจอสักชิ้นเพราะเขาคอยช่วยเหลือทั้งคู่โจมตีมาโดยตลอด ดอยล์ก้าวออกมาและเสนอโทเค็นให้เขาเป็นการชดเชย ไม่ว่าทั้งคู่จะจริงใจหรือไม่ก็ตาม แต่นั่นก็ทำให้ยอนอูคิดว่าพวกเขาต้องเป็นคนดีแน่ ๆ เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาอยู่ท่ามกลางโลกที่ความเห็นแก่ตัวกลายเป็นเรื่องธรรมดา ‘ช่างมันเถอะ...’

ยอนอูโยนโทเค็นเข้าปากและเงยหน้ามองท้องผ้ายามค่ำคืน ที่นี่มีดวงจันทร์สองดวง ดวงหนึ่งใหญ่อีกดวงเล็กไม่เหมือนบนโลก ‘นี่เรามาไกลแค่ไหนแล้ว? เวลาผ่านไปเร็วมาก’

เขารู้สึกแปลก ๆ เล็กน้อยกับการได้เพลิดเพลินกับสายลมเย็นยามค่ำคืน ยอนอูอดคิดไม่ได้ว่าคงเป็นเพราะการที่เขาผ่านความท้าทายจากเขตต่าง ๆ มาแบบไม่หยุดพัก การได้มีช่วงเวลาอันสงบสุขเช่นนี้คงไม่ต่างอะไรกับการงมเข็มในมหาสมุทร ตั้งแต่เข้ามาเหยียบในทิวโทเรียลเขาแทบจะไม่ได้พักเลย เวลาส่วนมากเขาใช้ไปกับการกลิ้งไปตามพื้นเพื่อแทงปีศาจหรือไม่ก็วิ่ง เขาได้เพียงแค่งีบเพื่อพักฟื้นจากความเหนื่อยล้าเท่านั้น

แต่เมื่อเขานั่งลงและคิดถึงสิ่งที่ผ่านมา ก็ทำให้คิดได้ว่าเขายังคงยึดติดอยู่กับแผนการอย่างเหนียวแน่น รู้สึกเหมือนเพิ่งเข้ามายังทิวโทเรียลเมื่อวานนี้ และตอนนี้เขาก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ช้าความเหนื่อยล้าก็เข้ามาแทนที่ จิตใจของเขาสะสมความเหนื่อยล้ามาระยะหนึ่งแล้ว ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงรักษาความปลอดภัยให้อยู่ตลอดโดยใช้ประสาทสัมผัสตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาละสลัดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดทิ้งไปขณะนั่งมองท้องฟ้ายามค่ำคืนอันเงียบสงบและเพลิดเพลินกับสายลม จิตใจที่เหนื่อยล้าเริ่มเพิ่มระดับขึ้นพร้อมกับแรงกดดันที่ก่อตัวขึ้นในตัวเขา

‘นึกถึงท้องฟ้าที่แอฟริกาเลย’ ยอนอูนึกถึงเพื่อนร่วมรบและผู้บัญชาการที่ต้องทำงานหนักแทนเขาอยู่ ณ ตอนนี้ เขารู้สึกผิดเล็กน้อยเมื่อคิดถึงผู้บังคับบัญชาที่ดูแลเขาเหมือนกับลูกแท้ ๆ ‘จองอูต้องชอบบรรยากาศที่เงียบสงบแบบนี้แน่’

ยอนอูหันไปมองคาห์นและดอยล์ ทั้งคู่เหนื่อยมากจบผล็อยหลับไปทันทีที่หัวถึงหมอน ‘ช่างเป็นคู่ที่น่าสนใจจริง ๆ’ สำหรับเขา คาห์นและดอยล์ต่างออกไปจากผู้เล่นคนอื่น ๆ พวกเขายิ้มแย้มแจ่มใสและเต็มไปด้วยความสุขเสมอ มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมและช่วยเติมเต็มในสิ่งที่ผู้เล่นคนอื่นขาดไป พวกเขารับมือกับสถานการณ์ได้ทุกรูปแบบราวกับเป็นหนึ่งเดียวกัน ‘พวกนายมาจากที่ไหนบนโลกกันนะ?’

ขณะมุ่งหน้าไปยังหนองน้ำ ยอนอูก็ได้มีโอกาสเห็นทักษะของทั้งคู่ คาห์นแสดงให้เห็นถึงทักษะดาบอันยอดเยี่ยมอยู่เป็นครั้งคราว ทั้งทรงพลังและดุร้าย เผยให้เห็นถึงความสมดุลระหว่างอำนาจและการลงมือจริง มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะบรรลุการเป็นนักดาบในระดับนั้นเพียงแค่ไม่กี่วันได้ และยอนอูก็มั่นใจว่าเขาคงมีประสบการณ์และผ่านการฝึกฝนมามากมาย แม้จะดูว่าเขาเป็นพวกช่างพูดและดูโง่เขลาก็ตาม แต่เห็นได้ชัดว่าชายคนนี้ไม่ได้ผ่านวัยเด็กมาด้วยความสบายอย่างแน่นอน

คงไม่ต่างจากดอยล์ ดวงตาทั้งสองของเขามักจะทื่อและเซื่องซึมอยู่ตลอด แต่บางครั้งก็เฉียบแหลมออกมาให้เห็นบ้าง และทุกครั้งที่เป็นเช่นนั้น เขาก็จะเผยให้เห็นการตัดสินใจอันเฉียบขาดและความมีไหวพริบ ถ้าให้คาห์นเป็นผู้ลงมือทำที่ใช้การต่อสู้ระยะประชิด ดอยล์ก็เป็นนักคิดผู้อยู่เบื้องหลังและคอยตัดสินใจ

เมื่อใดก็ตามที่ดอยล์ใช้ความสามารถทางด้านแมลงของเขาก็จะเผยให้เห็นจุดอ่อนทันที แต่พลังที่แท้จริงส่องประกายให้เห็นเพื่อใช้ต่อสู้กับปีศาจ เพราะแมลงที่เขาควบคุมนั้นมีขนาดเล็กมากจนสามารถแทรกเข้าไปในรูจมูก หู และปาก หรือแม้กระทั่งเจาะผิวหนังลงไป กัดกินหลอดเลือดและกล้ามเนื้อ ด้วยเหตุนี้ เหล่าปีศาจจึงหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับดอยล์และเบนความสนใจไปที่คาห์นแทน ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้จะทำให้คาห์นหัวเสียกับฝูงปีศาจที่เข้ามารุมล้อม แต่ท้ายที่สุดพวกมันทุกตัวก็ถูกเขากำจัดจนเกลี้ยง

ทั้งคู่เป็นเหมือนฟันเฟืองสองตัวที่เข้ากันได้ดี คือความน่าอัศจรรย์ ดูเหมือนพวกเขาเพิ่งเรียนรู้หรือฝึกฝนร่วมกันเมื่อไม่นานมานี้ ได้พัฒนาความสัมพันธ์ที่ช่วยให้เข้าใจว่าคนอื่นกำลังวางแผนจะทำอะไร อย่างน้อยก็ห้าปีกว่าที่พวกเขาจะสร้างความเข้ากันได้เช่นนี้ให้เห็น แม้แต่พี่น้องร่วมสายเลือดจริง ๆ ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความเข้ากันได้ที่สมบูรณ์เช่นนี้เสมอไป ‘สองคนนี้เป็นอะไรกัน? ที่มั่นใจก็คือไม่ใช่พี่น้องกันจริง ๆ แน่นอน’

เขาไม่รู้ว่าคนเก่งที่มาจากภูมิหลังอันสูงส่งเช่นทั้งคู่นั้นมาสนิทสนมกันได้อย่างไร หรือแม้แต่ว่าทำไมพวกเขาถึงต้องเอาชีวิตตัวเองลำบากแบบนี้ด้วย สิ่งเดียวที่เขารู้แน่ชัดก็คือ ‘ทั้งคู่ดูดีเมื่ออยู่ด้วยกัน’

พวกเขาเชื่อใจกันและกันด้วยชีวิตเป็นเดิมพัน ความสัมพันธ์นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีศรัทธาซึ่งกันและกัน ยอนอูรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าเขาต้องการรู้จักทั้งคู่มากขึ้นหรือเป็นเพื่อน หากแต่เป็นการที่ได้เห็นทั้งคู่ทำให้เขานึกถึงใครบางคนขึ้นมา

ยอนอูพยายามกำจัดความคิดสุ่ม ๆ ที่วนเวียนเข้ามาในความคิด เขาเริ่มมีอารมณ์อ่อนไหวที่ไม่จำเป็นในค่ำคืนแบบนี้และไม่อยากจะเชื่อว่าเขากำลังคิดวนอยู่จริง ๆ ทันใดนั้น เขาก็คิดขึ้นได้ว่าสมองเขาแจ่มใสกว่าที่เคย เหมือนกับฟ้าหลังฝน ‘เป็นเพราะการได้พักผ่อนเหรอ?’ เมื่อเขาลืมตาอีกครั้งพร้อมกับแววตาแห่งความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม

จู่ ๆ คาห์นก็ตื่นขึ้นมา ดวงตาทั้งคู่ยังคงดูเซื่องซึมลอดผ่านผมที่ปรกหน้าออกมา เขาอ้าปากกว้างหาว

“ทำไมถึงตื่นล่ะ? ยังเหลือเวลาอีกตั้งนานกว่าจะถึงกะนาย”

“เสียงรบกวนประสาทดังอยู่รอบไปหมดใครมันจะไปหลับลง?”

ยอนอูหัวเราะเพราะทั้งที่จริงแล้วมันเงียบสงบมาก ราวกับหูของเขาปิดประสาทการรับเสียงไปชั่วขณะ ไม่มีแม้แต่เสียงลมพัดหรือแม้แต่เสียงแมลงเลย คาห์นขยี้ตาอันเซื่องซึมจากนั้นก็เคลื่อนมือไปวางบนฝักดาบที่วางอยู่ใกล้ ๆ

ทุกอย่างยังคงเงียบสงัด แต่ดอยล์เองก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับการหาว หว่างคิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันเล็กน้อยบนใบหน้าอันเกลี้ยงเกลานั่น และเขาก็ดูหงุดหงิดที่การนอนของเขาถูกขัดจังหวะ “นี่ คุณจะปล่อยให้พวกนั้นอยู่แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนเนี่ย?”

“ก็ลองเข้ามาใกล้กว่านี้สิฉันจะกำจัดพวกมันให้สิ้นซากเลย ขอโทษนะที่พวกมันทำให้นายตื่น” ยอนอูตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม

“ไม่เป็นไรครับ ตัวผมตึงเป็นบ้า ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ขยับร่างกายเลย ได้ออกแรงสักหน่อยคงจะดี” ดอยล์กันไปมองคาห์น “พี่ครับ ผมสงสัยอะไรอย่าง”

“ว่ามา”

“คิดว่าพวกนั้นรู้ไหมว่าพี่อยู่ที่นี่?”

“สำคัญด้วยเหรอ?” คาห์นค่อย ๆ ชักดาบออกมาจากฝักพร้อมกับความเยือกเย็นที่ประกายออกมาจากดวงตาทั้งคู่ “สิ่งที่สำคัญก็คือการที่พวกมันชี้ดาบมาที่เรา” ทันทีที่เขาพูดจบ เงาของเขาก็พลันหายไป

“อ๊าก!” พวกเขาได้ยินเสียงของเลือดที่สากระเซ็นและเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดหลัวดังออกมาจากพุ่มไม้

“เวรเอ๊ย! แกรู้ได้อย่างไรว่าพวกฉันอยู่ตรงนี้?”

“กระจายกำลังออกไป! อยู่รวมกันแบบนี้จะยิ่งอันตรายกว่าเดิม!”

พุ่มไม้สั่นไหว มีผู้เล่นหลายคนวิ่งพล่านออกมาจากพุ่มไม้ในทุกทิศทาง คนพวกนี้หมายจะเจ้าใกล้แคมป์และกระโจนใส่เป้าหมายทันทีที่พวกเขาเข้ามาใกล้มากพอ แต่ตอนนี้กลับถูกจับได้ ไม่มีที่เหลือให้พวกเขาหลบซ่อน และการอยู่รวมกันก็จะยิ่งเพิ่มความอันตรายถึงแก่ชีวิตเป็นเท่าตัว พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับดาบโลหิตและหางจิ้งจอก หากต่อสู้กับซึ่ง ๆ หน้าโอกาสที่จะเอาชนะแทบจะติดลบ

คาห์นตวัดดาบ เขาไม่แม้จะปล่อยให้ใครหนีไปได้เลยแม้แต่คนเดียว การฟาดฟันแต่ละครั้งทำให้เลือดกระเซ็นปกคลุมหญ้าบนพื้นและร่างอันไร้วิญญาณล้มกระแทกกับพื้น ส่วนดอยล์ก็ทำท่าทางวาดออกไปในอากาศ

หึ่ง! ป่าเป็นถิ่นที่อยู่ของแมลงจำนวนมาก พวกมันเริ่มจับกลุ่มกันและพุ่งเข้าหาผู้เล่นที่อยู่ใกล้ที่สุด

“แม่งเอ๊ย! แมลงบ้า!”

“ออกไป! ออกไปสิวะ!”

แมลงนับพันตัวเกาะบนผิวหนังของศัตรูจนดูคล้ายกับมนุษย์แมลง พวกเขาพยายามดิ้นรนด้วยการตวัดดาบไปพาเพื่อสลัดแมลงออก แต่แมลงก็ยิ่งกัดกินลึกลงไปในผิวหนังของพวกเขามากขึ้นและเริ่มกินเนื้อสด ๆ ความเจ็บปวดถูกถ่ายทอดออกมาเป็นเสียงร้องที่ดังก้องไปทั่วทั้งผืนป่า แม้ว่าคาห์นและดอยล์จะสังหารศัตรูด้วยความเร็วที่ไร้ความปราณี ก็ยังคงมีผู้เล่นบางส่วนที่ยังซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้

ดอยล์ได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ มาจากทางด้านหลัง และดูเหมือนว่าคนกลุ่มนั้นกำลังจะโจมตีจากจุดบอด ดอยล์ส่งแมลงออกไปด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อเขารู้ว่าคนกลุ่มนั้นกำลังจะไปที่ใด “หืม?” เขาตกใจเล็กน้อยที่ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ เล็ดลอดออกมาจากชายคนนั้น

ศัตรูกำลังตรงไปหายอนอู บางทีอาจเป็นเพราะเขาไม่ได้เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงเหมือนกับดอยล์และคาห์น จนอาจทำให้พวกนั้นคิดว่ายอนอูเป็นเพียงแค่คนดูต้นทาง ‘เจ้าโง่พวกนั้นคิดจะท้าทายอำนาจมืดเสียแล้ว’

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือความคาดหวังของพวกเขาจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่หารู้ไม่ว่าเส้นทางที่พวกเขาเลือกนั้นกำลังพาพวกเขาไปสู่หายนะที่เลวร้ายที่สุด

จบบทที่ เล่มที่ 1 : บทที่ 22 – ข้อตกลง (3) [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว