เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่มที่ 1 : บทที่ 25 – ข้อตกลง (6) [อ่านฟรี]

เล่มที่ 1 : บทที่ 25 – ข้อตกลง (6) [อ่านฟรี]

เล่มที่ 1 : บทที่ 25 – ข้อตกลง (6) [อ่านฟรี]


SLR - เล่มที่ 1 : บทที่ 25 - ข้อตกลง (6)

ยอนอูหน้าถอดสีเมื่อนึกถึงร่องรอยที่เขาพบบริเวณทางเข้าก่อนหน้านี้ และนี่คือชะตากรรมของผู้เล่นที่ถูกจับตัวมา ถูกขังกรงเหมือนสัตว์ แม้ว่าการแสดงออกของเขาจะถูกปิดบังด้วยหน้ากาก แต่ภาพที่เห็นทำให้เขาเดือดพล่านจมไปกับโทสะ

ชิ้นส่วนลึกลับ รังของฮาร์แกน เป็นถ้ำของราชาฮาร์แกนและราชินีทาราแกนของเผ่าพันธุ์มนุษย์กิ้งก่า ที่นี่คือถิ่นที่อยู่ของพวกมัน ตอนนี้พวกมันกำลังเฝ้าดูแลทารกแรกเกิด และพวกมันมักจะจับผู้เล่นเพื่อเป็นอาหารแก่ทารก

ชิ้นส่วนมนุษย์กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น มันคือชิ้นส่วนที่หลงเหลือจากการให้อาหารเด็ก พื้นที่ตรงนี้เหมือนกับตู้กับข้าวที่พวกมันสร้างไว้เพื่อเก็บและเตรียมอาหาร ‘ไม่ว่าจะบนโลกหรือที่นี่มันก็ไม่ต่างกันเลยสินะ’ เขาเคยเห็นภาพที่คล้าย ๆ กันนี้ระหว่างที่รับใช้กองทัพบก ผู้ที่อ่อนแอกว่ามักถูกเอารัดเอาเปรียบเสมอ เด็กถูกล้างสมองเพื่อให้เป็นนักฆ่า คนแก่คนเฒ่าถูกบังคับให้เป็นมือระเบิดพลีชีพ ส่วนผู้หญิงถูกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือสนองตัณหา เขาเคยเห็นทั้งหมดนี้มาแล้วและยังมีความโหดร้ายอื่น ๆ อีกมากมาย

แต่ข้อแตกต่างเพียงข้อเดียวของที่นี่ก็คือเหยื่อไม่ได้ถูกกดขี่ แต่กลายเป็นอาหาร ซึ่งผู้กระทำความชั่วนี้คือมนุษย์กิ้งก่า แต่แก่นแท้ของมันเหมือนกันคือ นี่อาจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งในธรรมเนียมปฏิบัติของพวกมนุษย์กิ้งก่า

‘วิธีที่เรากระทำต่อหมูต่อวัวมันต่างอะไรกับวิธีที่พวกมนุษย์กิ้งก่ากระทำกับเรา?’ ผู้ถูกคุมขังร้องขอความช่วยเหลือ แต่จากอีกมุมมองที่ต่างออกไป พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรจากวัวที่ส่งเสียงร้องกำลังถูกจูงไปยังโรงเชือด ยอนอูประเมินสถานการณ์อย่างใจเย็น ‘ถ้าเราเสียเวลาช่วยคนพวกนี้ เราก็จะไม่มีเวลาพอที่จะชิงมงกุฎมาจากตัวเมีย’

ที่สำคัญไปกว่านั้นคือผู้เล่นตรงนี้ล้วนนำพาปัญหามาสู่ตัวเอง มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในหอคอยแห่งนี้ คนเหล่านี้ไม่ได้ประเมินขีดจำกัดของตัวเองและเข้าสู่การทดลอง โดยหวังจะกระโดดข้ามขั้นไปเป็นพระเจ้า เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงไร้ซึ่งความคิด “นายไปซ่อนตัวซะ ฉันจะไปตามหาราชินี มันจะปรากฏตัวเมื่อไรก็ไม่รู้”

แต่เมื่อยอนอูจ้องมาที่ดอยล์ก็รู้ในทันทีว่าเขายืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ยอนอูหันกลับมา คาดหวังสิ่งที่เลวร้ายที่สุด เท่าที่เขาเป็นกังวลมาตลอด คือการที่ดอยล์เป็นคนที่มีเหตุผลเสมอและรู้วิธีการยับยั้งตัวเอง ยกเว้นในตอนที่เขาเห็นร่องรอยว่ามีผู้เล่นถูกโจมตี และมั่นใจมากว่าตอนนี้เขาคงรู้สึกชาไปทั้งตัว และกำหมัดแน่นอยู่ข้างลำตัวในความโกรธ

“คะ... คุณไม่โกรธเหรอ?” ดวงตาทั้งสองที่จ้องมองยอนอูเริ่มมีน้ำตาคลอ

“โกรธเหรอ?”

“ใช่ โกรธ คุณนิ่ง ไม่รู้สึกอะไรได้ยังไงที่เห็นภาพแบบนี้ตรงหน้า?”

ยอนอูรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ดอยล์ยังคงเป็นเด็ก “ฉันก็เป็นคนเหมือนกันนะ ถ้าไม่รู้สึกโกรธ ก็ไม่ใช่คนแล้ว”

“แล้วทำไมคุณถึง...!”

“ถ้านายช่วยพวกเขา คาห์นจะตกอยู่ในอันตราย”

ดอยล์พูดไม่ออกจากความตกใจ

ยอนอูหันกลับมา “อย่าลืมสิว่าตอนนี้คาห์นกำลังสู้อยู่กับฮาร์แกน หมอนั่นรับมือกับฮาร์แกนคนเดียวไม่ไหว ยิ่งเราอยู่นี่นานเท่าไร เขาก็จะยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น”

ดอยล์ไม่พูดอะไร

“ตั้งสติหน่อยสิและลำดับความสำคัญให้ถูก ถ้านายจะละทิ้งแผนของเรา ฉันจะไปจากที่นี่ นายสองคนจะเป็นตายร้ายดียังไงฉันก็จะไม่สน”

ดอยล์กัดริมฝีปากล่าง ดวงตาของเขาสั่นเครือจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในความคิด ยอนอูหรี่ตามองดอยล์ที่แสดงออกชัดว่าเขาเจ็บปวด มันทำให้เขานึกย้อนไปถึงเพื่อนร่วมรบเมื่อครั้งเป็นทหาร ‘เด็กนี่เคยมีบาดแผลในอดีตเหรอ? ต้องเป็นภาวะพีทีเอสดีแน่*’

คือสภาวะป่วยทางจิตใจเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างร้ายแรง ส่งผลให้เกิดความเครียด บางสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตของดอยล์กำลังกระตุ้นเขา ยอนอูไม่รู้ว่าดอยล์เคยผ่านเรื่องร้ายแรงอะไรมาแต่บอกได้จากปฏิกิริยาที่ชัดเจนของเขาว่านี่คือภาวะพีทีเอสดี

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ดอยล์ก็ตบหน้าตัวเองที่แก้มข้างหนึ่ง แป๊ะ! ใบหน้าอันงดงามและเกลี้ยงเกลาปรากฏรอยแดงรูปมือ จากดวงตาที่โกรธเกรี้ยวถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่น ราวกับเขามีทางออกให้กับบางเรื่องแล้ว ดอยล์เงยหน้ามองยอนอูและขอโทษ “ขอโทษครับ ผมคิดน้อยไปหน่อย”

ยอนอูเข้าใจที่ดอยล์สามารถยับยั้งความเจ็บปวดในอดีตได้และนำสถานการณ์ของคาห์นกลับมาเป็นที่ตั้งใหม่ บางทีนี่อาจจะส่งผลดีต่อเขาและเปิดมุมมองเขาให้กว้างขึ้นได้ในอนาคต “ลุยกันต่อเถอะครับ พี่ผมยังรออยู่ข้างนอกนั่น”

เมื่อดอยล์กำลังจะก้าวเดิน ยอนอูก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา ‘เดี๋ยวก่อนนะ’ ฮาร์แกนเอาผู้เล่นมารวมกันไว้ที่ฟาร์มมนุษย์แห่งนี้เพื่อเป็นอาหารให้กับลูก ๆ ของมัน แสดงว่าพวกมันใช้สิ่งนั้นให้เป็นประโยชน์ได้ “เดี๋ยวก่อน”

“มีอะไรครับ?”

“ฉันมีความคิดดี ๆ แล้ว ขอปรับแผนนิดหนึ่งได้ไหม? ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เราจะสามารถช่วยคนพวกนี้ได้ด้วย”

ดวงตาดอยล์เบิกกว้าง ถึงแม้ว่าคาห์นจะถูกให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก แต่ส่วนหนึ่งของเขาก็ยังคงยึดมั่นในความหวัง เขาประหลาดใจมากที่ได้ยินยอนอูพูดถึงแผนที่จะสามารถช่วยเหลือทุกคนได้ ดวงตาของดอยล์เป็นประกายในความอยากรู้

“ฉันอยากให้นายอัญเชิญแมลงไฟที่นายแสดงให้ฉันดูเมื่อคืนออกมา” ยอนอูหัวเราะอย่างเย็นชาอยู่ใต้หน้ากาก

* * * * *

ราชินีทาราแกนปลดปล่อยโทสะอันเดือดดาลออกมา “มนุษย์! เจ้ากล้าดียังไงที่เข้ามาในถ้ำของข้า?!” นางเหวี่ยงประบองทุบหัวของมนุษย์กิ้งก่าตัวหนึ่งที่อยู่ข้างหน้า ฆ่าองครักษ์ที่เข้ามาเพื่อรายงานสถานการณ์เท่านั้น ตัวอื่น ๆ ก็ไม่คิดที่จะห้ามราชินีของพวกมัน เมื่อนางเริ่มบ้าคลั่ง แม้แต่ฮาร์แกนก็ควบคุมไม่อยู่ ในช่วงเวลาแบบนี้ สิ่งเดียวที่พวกมันทำได้คือปล่อยให้นางเป็นเช่นนั้นตามลำพังเพื่อไม่ให้ความสูญเสียเพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้

“ลูก ๆ ของข้า! พวกมันจะต้องมาทำร้ายลูก ๆ ข้าแน่!” ทาราแกนวางไข่ไว้สิบสี่ใบ มีสามใบที่ยังไม่ฟัก สามใบถูกกินโดยปีศาจตนอื่น และอีกสามใบที่ป่วยอย่างไม่ทราบสามาเหตุและเน่าตายอยู่ในไข่ในที่สุด เท่ากับว่าจะเหลือทารกห้าตัวที่รอดชีวิต พวกมันมีค่ากับสำหรับพ่อแม่ของพวกมันมาก ถ้ำต้องได้รับการคุ้มครองให้ปลอดภัยจากการคุกคามไม่ว่าต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม แต่ตอนนี้องครักษ์รายงานว่ามีมนุษย์เข้ามาในถ้ำซึ่งไม่ใช่ในฐานะอาหารแต่เป็นผู้บุกรุกพร้อมอาวุธ ทาราแกนยืนขึ้นพร้อมกระบองเปื้อนเลือดในมือ “เจ้า! เจ้า! เจ้า! ไปปกป้องลูกของข้า! ปกป้องพวกเขาจนตัวตาย!”

จิตใจที่ถูกครอบงำด้วยความเป็นแม่ลูกอ่อนทำให้นางเชื่อว่ามนุษย์จะเข้ามาเพื่อทำร้ายลูก ๆ ของนาง หากเป็นเช่นนั้น ในฐานะผู้ที่แข็งแกร่งสามี นางจึงต้องรับหน้าที่รับมือกับผู้บุกรุกด้วยตัวเอง เหล่าทหารรู้ถึงสภาพจิตใจนางดี และยอมทำตามคำสั่งการ พวกมันรู้ดีว่าถ้าหากลูก ๆ ของนางได้รับบาดเจ็บแม้เพียงเล็กน้อย นางจะบดขยี้หัวพวกมันจนแหลกละเอียด

ตึ้ง! ตึ้ง! พื้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงทุกครั้งที่ร่างสูงสามเมตรของราชินีขยับ ทันใดนั้น ร่างของชายที่สวมหน้ากากพร้อมกับดวงตาที่เป็นกระกายก็ปรากฏต่อหน้าทาราแกน เขาคือยอนอูที่กำลังถือกระเป๋าหนังอยู่ในมือข้างขวา

“มนุษย์! ข้าจะฆ่าเจ้า!” ทาราแกนคำรามใส่มนุษย์ที่กล้าบุกเข้ามายังถิ่น เสียงคำรามอันดุร้ายของนางดังก้องไปทั่วทั้งถ้ำ

อย่างไรก็ตาม ยอนอูเพียงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ไง ราชินี้มนุษย์กิ้งก่า”

“อะไรนะ!”

“แกชอบพลุไหม?”

“พูดอะไรของ...!” ทาราแกนกำลังจะยอนอูให้และไปพร้อมกับคำพูดไร้สาระของเขา ขณะนั้นเอง ยอนอูก็โยนกระเป๋าหนังเข้าไปในห้องฟักไข่ ทาราแกนรับรู้ถึงอันตรายและเหวี่ยงกระบองฟาดกระเป๋าหนังทันที ทำให้เกิดระเบิดกลางอากาศ ผงสีแดงกระจัดกระจายไปทั่วราวกับหมอก บดบังทัศนวิสัยของทาราแกน มันคือผงที่เขาสร้างขึ้นมาจากปีศาจที่เขาล่าในห้องแห่งน้ำแข็งและเปลวไฟ

“ดอยล์!” เมื่อยอนอูให้สัญญาณ ดอยล์ที่กำลังซ่อนอยู่ ณ มุมหนึ่งของถ้ำก็ส่งแมลงไฟบินตรงไปที่ผงสีแดง เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ปะทะร่างของทาราแกน ตู้ม! ยอนอูและดอยล์รีบวิ่งเข้าไปในห้องทันที

อ้าก! เจ้าตัวน่ารังเกียจ!” ทาราแกนมุ่งตรงไปยังห้องพร้อมเส้นทางที่บังคับให้นางต้องเดินฝ่ากองไฟเข้ามา

ดวงตาข้างหนึ่งของนางถูกทำลายและผิวหนังที่ไหม้เกรียมกำลังเริ่มเน่า ลำตัวท่อนบนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่นางไม่สามารถเพียงยืนอยู่ตรงนั้นและคร่ำครวญในความเจ็บปวดได้ มนุษย์กำลังมาเอาพวกทารกไปและนางต้องปกป้องพวกมัน แต่ทันทีที่นางเข้าไปในห้อง องครักษ์ก็ถูกยอนอูและดอยล์กำจัดจบสิ้นซาก และในมือพวกเขากำลังทารกที่รอดชีวิต

ยอนอูยกทารกตัวหนึ่งขึ้นเหนือศีรษะเพื่อให้นางเห็นได้ชัดเจนว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น เขาใช้กริชปาดคอมันด้วยรอยยิ้มอันเยือกเย็น ฉับ!

ก๊อซ! เจ้ามนุษย์! เจ้ากล้าดียังไง!” โทสะเกลืนกินจิตใจทาราแกน และพุ่งเข้าใส่ยอนอูเหมือนวัวคลั่ง ความคิดเดียวของนางคือการฉีกยอนอูออกเป็นชิ้น ๆ ว้ากกก!

“ถ้าแกทำกับไม่ต่างจากมนุษย์สัตว์...” ยอนอูคว้าทารกที่เหลือและถอยออกไป จากนั้นก็ดันกริชจ่อเข้าไปที่คอของทารกตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นอยู่ เสียงคำรามอันน่าสะพรึงดังก้องไปทั่วถ้ำ “รู้ใช่ไหมว่าสิ่งเดียวกันนั้นก็จะเกิดขึ้นกับแกเหมือนกัน?”

“ปล่อยเขา! เจ้ามนุษย์!” คำพูดของยอนอูดูไร้ความหมายต่อทาราแกน ดวงตาของนางจดจ้องเพียงทารกที่กำลังจะตายขณะวิ่งไล่ล่าตัวยอนอู เขาโยนร่างไร้วิญญาณของทารกลงพื้น ทาราแกนกระโดดเข้าไปคว้าลูกของนางไว้ ก็บังเอิญไปจุดชนวนกับดักที่พวกเขาติดตั้งไว้หลังจากที่เข้ามาในห้องนี้ ตู้ม! เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น มันทรงพลังกว่าการระเบิดก่อนหน้าที่เกิดขึ้น

จากนั้นแรงระเบิดก็จุดชนวนกับดักอีกอัน ตามด้วยอีกอัน สร้างการระเบิดต่อเนื่องกัน แผ่นดินไหว ต้นไม้จำนวนมากถูกไฟไหม้ราวกับทั้งห้องในถ้ำนี้ถูกเปลวไฟกลืนกิน ทาราแกนทุกข์ทรมานด้วยความเจ็บปวดท่ามกลางเปลวไฟ “อ้าก! เจ้ามนุษย์! เจ้ามนุษย์!”

หากทาราแกนไม่เสียสติ นางคงจะเห็นกับดักเพราะกับดักบางส่วนก็ไม่ได้ถูกอำพรางจนไม่เป็นที่สังเกตได้ เนื่องจากยอนอูและดอยล์รีบลงมือติดตั้ง ยอนอูใช้จิตความเป็นแม่ลูกอ่อนของทาราแกนเป็นข้อได้เปรียบ เขารู้ว่าไม่มีแม่คนไหนที่จะตั้งสติได้เมื่อต้องเห็นลูกของพวกเขาตายไปต่อหน้า จนท้ายที่สุดทาราแกนก็ติดกับดัก

“ไม่! ลูกข้า! ลูกน้อยของข้า!” ทาราแกนรอดจากการระเบิดมาได้ แม้ตามร่างกายจะถูกไฟคลอกไปทั้งร่างก็ตาม แต่ก็ยังคงมองทารกน้อยในมือของยอนอูและดอยล์อย่างเป็นกังวล

เมื่อพวกเขาถอยกลับ ทารกก็ถูกฆ่าไปทีละตัว ล่อให้นางเหยียบกับดักทุกตัวที่พวกเขาติดตั้งไว้ เมื่อทารกตัวสุดท้ายตายลง ทาราแกนก็เหยียบกับดักอันสุดท้ายที่เหลืออยู่และล้มลงกับพื้น ตึ้ง! ยอนอูใช้กริชแทงลึกลงไปในคอของทาราแกนและปลิดชีพนางในที่สุด “ระหว่างมนุษย์กับปีศาจ ถ้าไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า”

[คุณฆ่าบอสปีศาจ “ทาราแกน ราชินีมนุษย์กิ้งก่า” สำเร็จ คุณจะได้รับคาร์ม่าเพิ่มเติม]

[คุณได้รับ 500 คาร์ม่า]

[บรรดามนุษย์กิ้งก่าถูกทำให้เสียขวัญ ปีศาจในรังของฮาร์แกนกำลังเข้าสู่สภาวะตื่นตระหนก]

หน้าต่างข้อความจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา และความเหนื่อยล้าก็คลืบคลานเข้ามาเยือนร่างกายยอนอูทันที ‘นั่นเป็นผงส่วนสุดท้ายที่เหลือจากห้องแห่งน้ำแข็งและเปลวไฟ’

แม้ว่ากับดักจะทำตามหน้าที่ของมันอย่างเต็มกำลังแล้ว การล่อนางให้อยู่ในระยะที่เหมาะสมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผิดพลาดแม้แต่ครั้งเดียวหรือทำให้นางเรียกคืนสติกลับมาได้จะทำให้แผนทั้งหมดพังทลายโดยสมบูรณ์ ‘มันคงเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าดอยล์ไม่จุดประกายไฟด้วยแมลงไฟในจังหวะที่เหมาะสม’ เมื่อพิจารณาว่าเขาได้คิดแผนขึ้นมาในช่วงเวลาหนึ่ง ทุกอย่างก็ดำเนินไปได้ด้วยดี

“พี่ครับ!” ดอยล์วิ่งเข้ามาหายอนอูด้วยหน้าตาที่บอกชัดว่าถึงความไม่เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถกำจัดทาราแกนลงได้ เมื่อเทียบกับตอนที่เขาพยายามโจมตีดันเจี้ยนนี้กับคาห์น ครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ เขาไม่เคยคิดเลยว่าการใช้วัสดุธรรมดา ๆ จากดันเจี้ยนที่พบโดยบังเอิญจะช่วยให้เกิดผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์เช่นนี้

ดอยล์มองยอนออูด้วยความเคารพ ชื่นชมความสามารถในการตัดสินใจของเขาระหว่างการต่อสู้ คิดแผนฉุกเฉินขึ้นมาและดำเนินการตามนั้น ยอนอูไม่ได้สนใจการแสดงออกของดอยล์และใช้คางชี้ไปยังซากศพที่กองอยู่ตรงหน้า “ไปเอามงกุฎมาก่อน เราต้องรีบไปรวมกับคาห์นที่อยู่ข้างนอก”

ดอยล์ตอบกลับด้วยการพยักหน้าและรีบวิ่งตรงไปยังศพทาราแกน นางจะถูกไฟคลอกจนตายในท่าที่กำลังอุ้มศพลูก ๆ ไว้ในอ้อมอก มันเป็นภาพการแสดงความรักของแม่ที่ทำให้น้ำตาคลอได้ แต่ดอยล์กลับแสดงออกอย่างเย็นชา อย่างที่ยอนอูกล่าว มนุษย์กับปีศาจ ไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า เขาถูกย้ำเตือนอย่างเจ็บปวดว่าหอคอยแห่งนี้คือสถานที่ผู้ที่แข็งแกร่งกว่า

ยอนอูหรี่ตามองดอยล์ที่กำลังคว้าเอามงกุฎจากหัวของทาราแกน ‘หลังจากจบภารกิจนี้ค่อยกลับมาก็แล้วกัน’ ร่างของทาราแกนมีพละกำลังมหาศาลแม้จะตายไปแล้วก็ตาม ดาบดูดเลือดของบาโธรีสามารถดูดซับพลังงานที่หลงเหลืออยู่จากศพ ถึงแม้ว่าจะเทียบไม่ได้เลยเมื่อสกัดเอาพลังชีวิตจากตอนที่มันมีชีวิตก็ตาม ถ้ายอนอูดูดซับเอาพลังงานของนางมาได้ มันจะช่วยเพิ่มแอททริบิวต์พ้อยท์แก่เขาจำนวนมาก ‘ทักษะของมันก็เอาไม้ได้เช่นกัน’

ยอนอูมองร่างของทาราแกนด้วยสีหน้าจริงจัง ดอยล์คว้ามงกุฎและกำไว้แน่นในมือ มือของเขาสั่นในความตื่นเต้น

ยอนอูหันไปยังทางที่จะพาไปหาคาห์น ถ้าพวกเขาสามคนร่วมมือกันก็จะสามารถโค่นฮาร์แกนลงได้ ยอนอูวางแผนที่จะค้นร่างฮาร์แกนเพื่อที่จะได้รับคาร์ม่าเพิ่มเติม

* * * * *

จู่ ๆ ฮาร์แกนก็ปรากฏตัวที่มุมหนึ่งของทางเดินพร้อมกับเสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังลั่น “ก๊อซ! ทาราแกน! ทาราแกน!” ใบหน้าของมันเหยเกเมื่อได้ยินเสียระเบิดบ่งบอกถึงลางไม่ดี คาห์นรีบวิ่งตามมันเข้ามาในห้อง

ยอนอูสามารถบอกได้ว่าคาห์นเพิ่งผ่านการต่อสู้อย่างดุเดือดมาด้วยรูปลักษณ์ที่เหนื่อยล้าของเขา คาห์นเข้าใจถึงสถานการณ์ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อได้เห็นร่องรอยของการระเบิด เขายิ้มตอบรับงานที่สำเร็จลุล่วงและกำดาบในมือแน่นอีกครั้งหนึ่ง เขารวบรวมความกล้าและพุ่งเข้าหาฮาร์แกน ยอนอูและดอยล์ก็เคลื่อนที่เข้ามาพร้อมกันราวกับพวกเขาได้วางแผนไว้ตั้งแต่ต้น พวกเขามีกันสามคน แม้จะเหนื่อยล้าเล็กน้อยและไม่มีกับดักระเบิดหลงเหลืออยู่แล้ว แต่ก็สามารถต่อกรกับฮาร์แกนได้

ขณะที่ทั้งสามกำลังจะถึงตัวฮาร์แกนที่กำลังอยู่ในภวังค์กับการตายของทาราแกน ยอนอูก็สังเกตว่ามีบางอย่างแปลกไป ประสาทสัมผัสกำลังเตือนเขาว่าปีศาจที่อยู่ข้างหน้าตนนี้เป็นอันตราย ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงบางประโยคจากไดอารี่

ฮาร์แกนตัวเล็กและอ่อนแอกว่าทาราแกนก็จริง แต่มันเป็นหัวหน้ามนุษย์กิ้งก่าได้ก็เพราะมีทักษะเฉพาะตัว มันคือ คลื่นความร้อน

น้องชายของเขากับทีมอาร์เธีย ต้องเจอกับความท้าทายระหว่างการโจมตีจากคลื่นความร้อน มันคือกระแสลมร้อนที่พุ่งออกมาจากดาบโค้งของฮาร์แกนและไหลเวียนอยู่รอบตัวมัน มันกำลังจะปลดปล่อยคลื่นความร้อน

“ถอยเร็ว!” ยอนอูหันกลับและวิ่งทันที คาห์นและดอยล์เองก็สัมผัสถึงอันตรายก็เบี่ยงขวาและวิ่งออกไปให้ไกลที่สุด ฮาร์แกนทุบพื้นอย่างรุนแรงด้วยดาบโค้ง

ตึ้ง! พื้นบริเวณรอบตัวฮาร์แกนพังครืนจากการระเบิด เปลวไฟพุ่งออกตามจุดต่าง ๆ ของพื้นดิน ทะเลเพลิงโถมใส่ทั่วทั้งถ้ำอย่างรวดเร็ว ทำลายทุกสิ่งที่เหลือทิ้งไว้จากการระเบิดครั้งแรก

“เวรเอ้ย!” ยอนอูป้องใบหน้าด้วยแขนทั้งสองข้าง แต่ก็ถูกพัดกระเด็นออกไปด้วยแรงกระแทกจากลม ห้องเต็มไปด้วยความร้อน แม้แต่ทักษะสัมผัสพิเศษของเขาก็สัมผัสไม่เจออะไรเลย เขาไม่รู้ตำแหน่งของคาห์นและดอยล์ด้วยซ้ำ เมื่อความร้อนคลายลง ยอนอูก็แทบจะมองไม่เห็นอะไรเลยผ่านช่องว่างระหว่างแขนทั้งสองข้าง “เกิดอะไรขึ้น?”

ถ้ำพังทลาย บริเวณรอบเต็มไปด้วยเปลวไฟสีแดงฉานและควันดำ พลังการทำลายล้างอันมหาศาลนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังที่เหมาะสมตำแหน่งราชามนุษย์กิ้งก่า ถ้าเขาหนีช้ากว่านี้อีกก้าวเดียวคงกลายเป็นขี้เถ้าไปในกองเพลิง ทันใดนั้น ยอนอูก็เห็นฉากอันน่าตกใจ

“ทาราแกน! ข้าจะล้างแค้นให้กับเจ้าและลูก ๆ ของเรา!” ฮาร์แกนแบกร่างของทาราแกนและลูก ๆ ของมันอยู่บนอ้อมแขน พลางแหงนหน้าร้องไห้ไปกับท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยควันไฟ กร่อบ! มันกัดที่คอของทาราแกนโดยไม่ลังเล มันกำลังกินเนื้อของนางเพื่อสืบทอดพลัง ยอนอูไม่เคยเห็นสิ่งนี้ในไดอารี่

[บอสปีศาจฮาร์แกน (ราชามนุษย์กิ้งก่า) ใช้ ‘การกลืนกิน’ ฮาร์แกนขโมยพลังจากทาราแกน (ราชินีมนุษย์กิ้งก่า) สำเร็จ]

[กำลังดำเนินการกลายพันธุ์]

[ร่างที่สองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น]

ตึ้ง! คลื่นความร้อนทำลายถ้ำอีกครั้ง เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่

จบบทที่ เล่มที่ 1 : บทที่ 25 – ข้อตกลง (6) [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว