- หน้าแรก
- ผู้พิชิตมิติลับ
- เล่มที่ 1 : บทที่ 15 – เส้นทางสีดำ (4) [อ่านฟรี]
เล่มที่ 1 : บทที่ 15 – เส้นทางสีดำ (4) [อ่านฟรี]
เล่มที่ 1 : บทที่ 15 – เส้นทางสีดำ (4) [อ่านฟรี]
SLR - เล่มที่ 1 : บทที่ 15 - เส้นทางสีดำ (4)
“เกิดอะไรขึ้น?” บิลด์ทำหน้าบึ้งตึงเมื่อเห็นสภาพทีมของแคน บางสิ่งที่แลวร้ายเกิดขึ้นระหว่างที่เขาออกไปทำภารกิจตามหาไอเทมสำคัญ เขาหงุดหงิดมากเพราะคิดว่าได้พบโอกาสที่ดีให้กับแคลนของเขา แต่ความหวังทั้งหมดกลับพังทลาย มันสายเกินกว่าจะรักษาพวกเขา และยังมีชีวิตอยู่ได้ด้วยผู้เล่นใจดีบางคนที่แบ่งปันอาหารให้กับพวกเขา
ในสี่คน มีหนึ่งคนที่เก่งที่สุดกลายเป็นอัมพาตตั้งแต่เอวลงมา และแคนเองก็เป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงมา บิลด์ถามทีมของแคนว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่มีใครเลยที่ให้คำตอบที่เขาต้องการได้ พวกเขาเหม่อลอย สายจับจ้องอย่างไร้จุดหมาย มีคู่รักคู่หนึ่งหัวเราะเพราะคิดว่าพวกเขาเสียสติไปแล้ว เมื่อบิลด์คิดได้ว่าการจะหาข้อมูลจากปาร์ตี้ของแคนนั้นไร้ประโยชน์ เขาจึงเริ่มมองหาผู้เห็นเหตุการณ์
มันเป็นการต่อสู้กันระหว่างผู้เล่น เช่นนั้นเขาก็จะปล่อยผ่านไปได้ แต่เขากลับพบว่ามันยากเกินกว่าจะปล่อยผ่านไปง่าย ๆ “มันกล้ามาเหยียบจมูกเสือ น่ารำคาญชะมัด! ทั้ง ๆ ที่น่าจะรู้ว่าคนพวกนี้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของอารังดัน แต่กลับไม่สนใจ นี่มันหยามกันชัด ๆ” บิลด์ภูมิใจกับอารังดันมาก หรือจะกล่าวให้ชัดเจนก็คือ เขาอุทิศตนให้แก่ชองฮวาโดที่ควบคุมอารังดัน แคลนนี้คือผลลัพธ์ของการทุ่มเททำงานหนักของเขา เขาก่อตั้งแคลนขึ้นมาพร้อมกับชายอีกคนที่เขาคอยรับใช้ เขาจึงทนไม่ได้เมื่อโดนดูถูกเหยียดหยามเช่นนี้
“เป็นชายคนหนึ่งที่สวมหน้ากากสีขาว?”
ผู้เห็นเหตุการณ์ทุกคนต่างบรรยายลักษณะที่ตรงกัน หน้ากากสีขาว กริชสั้น เคลื่อนที่เร็ว
“หา? คะ ครับ ใช่แล้ว”
“หน้ากากสีขาว ใช่ไหม?” บิลด์เลิกคิ้ว ในทิวโทเรียลรอบนี้ เขายังไม่เคยได้ยินว่ามีใครที่สวมหน้ากากสีขาว “ก่อนอื่น ต้องตามหามันให้เจอ” บิลด์วิ่งออกไป เขาไม่ต้องกังวลเรื่อการเดินทางข้ามระหว่างเขต เนื่องจากผู้เล่นคนใดก็ตามที่เคลียร์ทิวโทเรียลแล้วจะได้รับอนุญาตให้ผ่านไปที่ใดก็ได้ในทิวโทเรียล ‘บ้าจริง ฉันจะไม่ได้รับค่าสถานะหรือคาร์ม่าเพิ่มเติมจากที่นี่แล้ว’ ด้วยความรีบร้อน บิลด์จึงมองข้ามเรื่องหนึ่งก่อนจะมีเรื่องชายสวมหน้ากากสู้กับทีมของแคน เรื่องที่พวกเขาพูดถึงชายหนุ่มคนหนึ่ง
* * * * *
ค้างคาวสามตัวอาศัยความมืดโจมตีด้วยการอ้าปากเพื่อปล่อยเคลื่อนอัลตร้าโซนิค ภายในถ้ำสะท้อนเสียงได้ดีจึงรบกวนต่อประสาทสัมผัสของยอนอู แต่แทนที่จะเกิดความยุ่งยาก เขากลับตรวจหาตำแหน่งของค้างคาวได้อย่างแม่นยำเพียงแค่ฟังเสียงของลม เขาขว้างกริชออกไปสามเล่มมาพร้อมกับเสียงของเนื้อสด ๆ ถูกฉีกออกจากกัน ค้างคาวร่วงลงกับพื้น เขากระโจนเข้าไปหาทันทีและปลิดชีพพวกมัน
[คุณกำจัดค้างคาวโซนิค 5 ตัว สำเร็จ]
[จำนวนปีศาจที่ถูกกำจัด: 147 ตัว]
“ฟู่ว เริ่มเข้ามือแล้ว” ยอนอูค่อย ๆ หมุนไหล่และเดินไปที่ซากค้างคาว หลังจากฆ่าโอกองแดงไปแล้ว ยอนอูก็เดินหน้าลุยดันเจี้ยนไม่หยุดพัก เขาฆ่าปีศาจทุกตัวที่พบ ปีศาจที่พบมีลักษณะใกล้เคียงกับพวกแมลงสัตว์ดุร้ายที่มักพบได้ทั่วไปในถ้ำใต้น้ำ เช่น ตะขาบ ซาลาแมนเดอร์ ปลาฮอกฟิช จิ้งหรีด และค้างคาว แต่ปีศาจพวกนี้ขนาดตัวใหญ่กว่าและน่าขยะแขยงมากกว่า พวกมันรับมือด้วยยาก เช่นเดียวกับโอกองแดง
จำนวนปีศาจที่เขากำจัดไปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขาเริ่มคุ้นเคยกับการฆ่าพวกมันแล้ว หลังจากที่ฆ่าไปครบหนึ่งร้อยตัว ตัวต่อไปก็ง่ายขึ้นกว่านั้นมาก เมื่อเขาอ่านรูปแบบพฤติกรรมของปีศาจเหล่านี้ออก ทุกอย่างก็ง่ายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก ‘เอฟเฟกต์ของสัญลักษณ์หัวใจเพลิงและความเยือกเย็นช่วยได้มากจริง ๆ’
ยอนอูชักกริชออกมาจากเอวและผ่าซากค้างคาวตัวหนึ่ง เขาลอกหนังมันออก แยกกระดูกออกจากเนื้อ และค่อย ๆ ดึงคว้านลำไส้ออก นี่เป็นสิ่งที่เขาเคยทำมาแล้วหลายครั้งตอนที่อยู่ในแอฟริกา ด้วยประสบการณ์นี้ ทำให้เขาสามารถแยกสิ่งที่ต้องการและไม่ต้องการออกจากกันได้โดยง่าย
‘เจ้านั่นบอกว่าลูกตากับเส้นเสียงของค้างคาวโซนิคเป็นสิ่งที่มีค่ามาก’ ไอเทมเหล่านี้สามาถใช้เป็นวัตถุดิบได้ น้องชายของเขาระบุไอเทมจำนวนหนึ่งไว้ในไดอารี่ บอกเอาไว้ว่าไอเทมเหล่านี้หาได้ยากในหอคอย ดังนั้นระหว่างที่อยู่ในทิวโทเรียลควรหาโอกาสเก็บสะสมไว้ให้ได้ ‘ถ้าสร้างไอเทมจากของพวกนี้ได้คงได้กำไรมหาศาล’ ยอนอูแยกเฉพาะส่วนที่ใช้ได้ออกมาและเก็บลงในกระเป๋าเป้ จากนั้นเขาก็เริ่มควักหัวใจค้างคาวออกมาอย่างระมัดระวัง
เขาเหนื่อยมากตอนที่ฆ่าโอกองแดงสำเร็จ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกัดหัวใจโอกองแดงแบบสด ๆ แต่การจะดูดซับพลังงานจากปีศาจประเภทไฟได้อย่างเหมาะสมนั้นจำเป็นต้องใช้ทักษะที่มากพอสมควร ดังนั้นเขาจึงตัดหัวใจค้างคาวออกมาอย่างละเมียดละไม ยอนอูกำมอสสีขาวและยัดใส่ปากจากนั้นก็กัดหัวใจตามเข้าไปทีละคำ
แกร่ก เขาได้ยินเสียงของการเปลี่ยนแปลงดังออกมาจากข้างในร่างกาย รู้สึกร่างกายสดชื่น และเป็นอีกครั้งที่รู้สึกว่ามีบางอย่างไหลเวียนไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว ถ้าเขาไม่ได้เพิ่มสมาธิด้วยการใช้ทักษะนักสู้ทรหด เขาคงไม่สามารถสัมผัสถึงการไหลเวียนนี้ได้ และตอนนี้ก็เริ่มคุ้นชินกับสิ่งนี้มากขึ้นแล้ว ‘พลังเวทย์’ รูขุมขนบนผิวหนังเริ่มขับของเสียออกมา
[คุณได้รับชิ้นส่วนของสัญลักษณ์หัวใจเพลิงและความเยือกเย็น]
[ความคืบหน้า: 16.2%]
ทันทีที่ข้อความปรากฏขึ้นมา มานาที่ไหลวนอยู่ในร่างกายก็พลันหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน ยอนอูเลียปาก ความคืบหน้าสัญลักษณ์หัวใจเพลิงและความเยือกเย็นเพิ่มขึ้น ทำให้เขารู้สึกถึงมานาที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายได้ชัดเจนขึ้น ยอนอูเข้าใจว่ามานานั้นสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เขายังคงต้องหาความเกี่ยวข้องกันนี้ต่อไป มานาผ่านมาให้เขาสัมผัสเพียงครู่เดียวก่อนจะหายไป ราวกับมันกำลังแกล้งเขา
‘ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี’ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ได้ผลตอบแทนอะไรเลย ด้วยความคืบหน้าของสัญลักษณ์หัวใจเพลิงและความเยือกเย็นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ปริมาณมานาในร่างกายเขาก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน และทำให้เขาสัมผัสถึงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ยอนอูเดาว่าเขาคงจัดการมานาได้หากความคืบหน้าเต็มหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงไม่ต้องรีบร้อน ‘นี่สิที่ควรรีบทำก่อน’ จากชิ้นส่วนที่เหลือในซากค้างคาว ยอนอูเลือกชิ้นส่วนที่แข็ง เช่น ฟัน กงเล็บ และกระดูกของมัน จากนั้นใช้ก็ใช้ส่วนผสมระหว่างมอสสีขาวและเลือดพิษของโอกองแดงราดลงบนชิ้นส่วนที่เลือกมา
ฉ่า! ชิ้นส่วนเร่มกลายเป็นควันและละลาย
ปีศาจแต่ละตัวมีความเป็นพิษในเลือดที่ต่างกันออกไป พิษบางตัวอาจทำให้ถึงตาย ดังนั้นจึงควรจัดการอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงไม่ให้สัมผัสกับเลือดโดยตรง เคยมีหนึ่งในเพื่อนร่วมทีมมีวิธีที่แปลกมาก ๆ เขาใช้เลือดพิษในการต่อสู้ เขาไม่อยากสู้กับปีศาจโดยตรงเพราะขี้เกียจเกินไป เขาว่าอย่างนั้น แต่ถ้าถามฉันน่ะเหรอ ความขี้เกียจของเขาน่ะ คือจุดกำเนิดของปีศาจพวกนี้
อาร์เธียคือแคลนที่ครั้งหนึ่งเคยมีแรงค์หกในหอคอย ผู้เล่นที่เก่งที่สุดในแคลนนั้นคือน้องชายของเขาและผู้เล่นคนอื่น ๆ อีก จริง ๆ แล้วแม้แต่น้องชายของเขาก็ยังยอมรับว่ามีอีกหลายคนที่เก่งกว่าเขาเมื่อต้องต่อสู้กับศัตรูที่มีจำนวนมาก บุคคลผู้นี้ชื่อเบย์ลุค ผู้ต่อต้านพิษ แม้ว่าเขาจะเป็นอีกหนึ่งคนที่สมควรได้รับความทรมานจากความตายอย่างช้า ๆ แต่ยอนอูก็ยังได้เรียนรู้อะไรบางอย่างคนเขาคนนี้
เบย์ลุคในชีวิตจริงเคยเป็นนักวิชาการที่ศึกษาการเล่นแร่แปลธาตุ เขาประสบความสำเร็จอย่างมากจากการวิเคราะห์พิษในเลือดของปีศาจ
น้องชายของเขาแอบหยิบงานวิจัยบางส่วนของเบย์ลุคโดยไม่บอก และข้อมูลทั้งหมดก็ถูกส่งผ่านมาถึงยอนอู ส่วนผสมที่ยอนอูนำไปใช้กับชิ้นส่วนของค้างคาวโซนิคก็เป็นหนึ่งในการคิดค้นของเบย์ลุคเช่นกัน
[สารละลายกรดเหลว]
[สารละลายที่สามารถทำให้โครงสร้างของวัสดุแข็งอ่อนลงได้ หากสารละลายมีความเข้มข้นเพียงพอจะสามารถละลายวัสดุนั้นได้]
‘ถ้างานวิจัยที่ขโมยมาจะมีประสิทธิภาพขนาดนี้ล่ะก็ คงไม่ต้องรู้สึกละลายอะไรทั้งนั้น’ ถ้ายอนอูต้องแย่งชิงบางอย่างมาจากผู้ต่อต้านพิษคนนี้ เขาก็จะทำให้มันสำเร็จจงได้ แต่แท้จริงแล้ว เขาก็แทบจะมีความสุขมากแล้วที่ได้ข้อมูลสำคัญนี้มาอยู่ในมือ เพราะอย่างไรเสียเบย์ลุคก็คือศัตรู เมื่อกรงเล็บและฟันของค้าวคาวอ่อนลง ยอนอูก็ใช้ด้านกริชบดจนเป็นผงละเอียด เขาแทบไม่ได้ออกแรงมากนักเนื่องจากค่าความแข็งแกร่งของเขาขึ้นไปสูงถึงเจ็ดสิบพ้อยท์แล้ว
เขาโดยผงมารวมกันและห่อด้วยปีกค้างคาวที่เขาตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม จากนั้นก็มัดให้แน่นโดยใช้เส้นเอ็น กลายเป็นห่อของขนาดเท่ากำปั้นที่ข้างในบรรจุผงชิ้นส่วนค้างคาว การใช้วิธีนี้จะทำให้เขาสามารถเก็บผงได้จำนวนมากตั้งแต่เข้าดันเจี้ยนมา และนี่ก็เป็นห่อที่สิบห้าแล้ว ถึงมันจะดูไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องทำก็ตาม แต่มันจะเป็นสิ่งสำคัญเพื่อผ่านไปยังจุดถัดไป ‘อยู่นั่นเอง รังมด หมอนั่นบอกว่าที่นี่แหละหินที่สุด’ ยอนอูมองเข้าไปในถ้ำที่อยู่เหนือทางเดินออกไปและขมวดคิ้วเล็กน้อย ถ้ำมีขนาดใหญ่กว่าทางเดินมาก
ปีศาจที่ปรากฏในห้องแห่งน้ำแข็งและเปลวไฟจะเปลี่ยนไปตามขนาดของพื้นที่และสภาพแวดล้อม มีปีศาจประเภทเดียวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ ยอนอูกวาดสายตามองไข่สีขาวจำนวนนับไม่ถ้วนที่ฝังอยู่ในกำแพงและเพดานถ้ำ ที่นี่คืออาณาเขตของกองทัพมดสีสำเงิน
[กองทัพมดสีน้ำเงิน]
[มดมีขนาดตั้งแต่สามสิบเซนติเมตรถึงหนึ่งเมตร มีมดจำนวนหลายร้อยตัวรวมกันเป็นฝูงใหญ่รอบนางพญา จากธรรมชาติของสังคม มดแต่ละตัว รวมทั้งมดงานพร้อมที่จะสละชีวิตของพวกมันปกป้องที่อยู่อาศัยของพวกมันจากการโจมตี]
เหตุผลที่เขาสามารถฆ่าปีศาจได้มากกว่าหนึ่งร้อยตัวก็เพราะในแต่ละครั้งจะมีปีศาจปรากฏออกมาแค่ตัวหรือสองตัว มากสุดห้าตัว หากต้องสู้พร้อมกันหลายร้อยตัว... “นี่มันบ้าไปแล้ว” เขาอาจจะถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ ก่อนที่ทันได้ลงมือทำอะไรด้วยซ้ำ และถูกนำไปเป็นอาหารเลี้ยงตัวอ่อนมด ปัญหาคือยอนอูไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องผ่านถ้ำนี้ไปให้ได้ ห้องที่อยู่ถัดจากถ้ำนี้ไปคือที่อยู่ของดาบดูดเลือดของบาโธรี
สิ่งประดิษฐ์หมายเลข 352 คือหมายเลขของดาบดูดเลือดของบาโธรี ตอนที่พบว่าสถานที่นั้นมีซากศพของ แอร์เฌแบ็ต บาโธรี ลอร์ดแวมไพร์ ฉันแทบจะเป็นบ้าไปเลย
ในหอคอย ผู้เล่นหนึ่งคนสามารถเลือกคลาสได้หลายสิบคลาสเพื่ออนาคตที่สดใส ผู้เล่นเหล่านั้นคือคนที่เก่งและแสดงคุณสมบัติโดดเด่นจะได้รับฉายา ลอร์ด มีเขตปกครองและมีผู้ติดตามจำนวนนับพัน ลอร์ดแวมไพร์เสียชีวิตลงเมื่อนานมาแล้ว ตำนานกล่าวว่านางคือผู้นำมาซึ่งความตายและความพินาศ นางสามารถสูบเอาพละกำลังของผู้อื่นมาเสริมความแข็งแกร่งให้ตนเองได้ และหากเป็นเช่นนั้นต่อไป นางจะสามารถขโมยทักษะของผู้อื่นได้เช่นกัน
เขาได้ยินมาว่ายังคงมีผู้เล่นและแคลนจำนวนหนึ่งที่มักจะหัวเสียเมื่อย้อนนึกถึงความเจ็บปวดที่เคยผ่านมาตอนต่อสู้กับนาง ดาบที่ถูกสร้างขึ้นเล่มนั้นมีหมายเลขที่สูงเพราะมันคือทรัพย์สมบัติที่ผู้มีพลังทิ้งเอาไว้ ‘ยิ่งหมายเลขต่ำ ยิ่งดีสินะ ไอเทมที่มีหลายเลขสามหลัก โดยเฉพาะหมายเลขที่ต่ำกว่าสามร้อยขึ้นไป ทั้งหมดนั่นคือดีที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น จะไม่ซ้ำกับใครไม่ว่าทั้งในหอคอยและทิวโทเรียล ต้องคว้ามันมาให้ได้’
แต่ขณะนั้นเอง กองทัพมดสีน้ำเงินจำนวนนับร้อยก็ออกมารวมตัวกันหน้าทางเข้า ‘ถึงจะถูกขวางทาง แต่ก็ยังมีทางอื่นอีกอยู่ดี’ ยอนอูผู้เส้นเอ็นที่ใช้รัดห่อเป็นปมเดียวเพื่อง่ายต่อการคลายและสะพายพาดไว้ที่ไหล่
“ฟู่ว!” ยอนอูสูดหายใจเข้าลึกและวิ่งตรงเข้าไปยังทางเข้าของรังมดอย่างรวดเร็ว
กรี๊ก! กรี๊ก! มดหลายตัวสังเกตถึงการมาของเขาและหันหัวของมันไปยังทิศทางที่ยอนอูมา
มดที่ทำห้าที่เฝ้าประตูทางเข้าก็ลั่นเสียงกรีดร้องอันน่าสยองออกมา เผยให้เห็นเขี้ยวขนาดใหญ่
“ขอโทษจริง ๆ นะ แต่ฉันต้องขอให้พวกแกหลีกทาง” ยอนอูเคลื่อนที่ด้วยท่าทางที่คล่องแคล่วว่องไวและคว้าห่อที่ไหล่จากนั้นก็ขว้างห่อใส่กลุ่มมดที่เฝ้าประตูและขว้างเข้าไปในรังด้วย เขาขว้างได้ดีมากเนื่องจากเคยฝึกลักษณะนี้มาเยอะตอนที่รู้สึกเบื่อ ๆ ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่แอฟริกา เขาคลายเชือกเอ็นออก และห่อก็ถูกเปิดออกขณะลอยไปในอากาศ ผงที่ถูกเก็บอยู่ข้างในกระจัดกระจายออกมาไปทั่วถ้ำ จับตัวเป็นกลุ่มก้อนหมอกสีแดง เหล่ามดส่งเสียงร้องอีกครั้ง
กรี๊ก! ยอนอูจุดไฟแช็คซิปโป้ที่พกมาด้วยและขว้างเข้าไปท่ามกลางผงหมอกสีแดง จากนั้นเขาก็รีบนั่งยองเข้าหากำแพงที่อยู่ใกล้กับทางเข้า
ตู้ม! เกิดระเบิดขึ้นทั่วทั้งถ้ำ พายุเปลวเพลิงขนาดมหึมาทำลายกำแพงและเผากองทัพมดสีน้ำเงิน พวกมันกรีดร้องขณะถูกไฟคลอก เนื่องจากยอนอูสร้างผงนี่มาจากปีศาจที่มีคุณสมบัติประเภทไฟ จึงย่อมไม่ใช่การระเบิดแบบธรรมดาแน่นอน แรงระเบิดเกือบทำให้ถ้ำถล่ม
[คุณเผารังมดจนสิ้นซาก กองทัพมดจำนวน 217 ตัวถูกกำจัด ถูกไฟเผาไหม้จำนวน 89 ตัว และอีก 92 ตัวหายใจโรยริน]
[คุณจะได้รับคาร์ม่าเพิ่มเติม]
[คุณได้รับ 300 คาร์ม่า]