เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่มที่ 1 : บทที่ 14 – เส้นทางสีดำ (3) [อ่านฟรี]

เล่มที่ 1 : บทที่ 14 – เส้นทางสีดำ (3) [อ่านฟรี]

เล่มที่ 1 : บทที่ 14 – เส้นทางสีดำ (3) [อ่านฟรี]


SLR - เล่มที่ 1 : บทที่ 14 - เส้นทางสีดำ (3)

เลือดยังคงถูกกระอักออกมาจากปากเขา และยอนอูก็พยายามอย่างที่สุดเพื่อกลืนเลือดกลับเข้าไป คอของเขาแสบร้อนจากพิษ และกลิ่นเหม็นเน่าทำให้เขาสำลัก แม้มันจะน่ารังเกียจ แต่ยอนอูก็ยังกลืนเลือดลงไปขณะเคี้ยวหัวใจที่เหนียวกว่าหนัง

ฟึ้บ! พลังงานของมอสสีขาวเริ่มออกฤทธิ์ในร่างกายของเขา เป็นแก่นพลังงานบริสุทธิ์จากดวงจันทร์ ซึ่งจะกรองความร้อนและสิ่งไร้ค่าออก จากนั้นก็ผสานพลังเข้าด้วยกัน

กึก แกร่ก ร่างกายของยอนอูเริ่มตอบสนองทีละเล็กทีละน้อย กระดูกที่หักเริ่มต่อเข้าหากันอีกครั้ง กล้ามเนื้อที่เสียหายได้รับการซ่อมแซม ผิวหนังที่ฉีกขาดถูกแทนที่ด้วยชั้นผิวหนังใหม่ แต่มันยังไม่หมดแค่นั้น กระดูกของเขาหนาแน่นขึ้น กล้ามเนื้อแข็งขึ้น และผิวหนังนุ่มลื่นขึ้นกว่าเดิม กายภาพของเขากำลังพัฒนาไปอีกขั้น

[กำจัดโอกองแดงสำเร็จ คุณฆ่าศัตรูที่โดยทั่วไปแล้วผู้เล่นในเลเวลเดียวกันไม่สามารถทำได้ คุณจะได้รับคาร์ม่าเพิ่มเติม]

[คุณได้รับ 500 คาร์ม่า]

[ค่าความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 7 พ้อยท์]

[ค่าความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้น 6 พ้อยท์]

[ค่าพลังชีวิตเพิ่มขึ้น 5 พ้อยท์]

[ร่างกายของคุณกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ]

[เลเวลทักษะ ‘การต้านทานทางกายภาพ’ เพิ่มขึ้น 7.2%]

[หัวใจของโอกองแดงถูกกลืนเข้าไป ผสานเข้ากับมอสสีขาว เอฟเฟกต์ที่ถูกซ่อนอยู่จะปรากฏ]

[คุณได้รับชิ้นส่วนของสัญลักษณ์หัวใจเพลิงและความเยือกเย็น]

[ความคืบหน้า: 1.5%]

[จำนวนปีศาจที่ถูกกำจัด: 1 ตัว]

ยอนอูใช้เวลาอยู่กับซากศพของโอกองแดงครู่หนึ่ง ร่างกายเขาโชกไปด้วยเลือด เขาดูสดชื่นขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ “ฟู่ว” ยอนอูยืนพิงกำแพงและกำหนดลมหายใจ อาการบาดเจ็บทั้งหมดได้รับการฟื้นฟู แต่จิตใจยังเหนื่อยล้า “อืม อย่างน้อยก็ทำสำเร็จ”

แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงพลังงานแปลก ๆ ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงร่างกายเขาทีละเล็กทีละน้อย แต่ก็ยังอดรู้สึกแปลกไม่ได้ มีบางอย่างที่น่าตลกเมื่อสัมผัสถึงความสดชื่นที่เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลง ยอนอูจ้องโอกองแดงครู่หนึ่งและถ่มเศษซากหัวใจที่เหลืออยู่ในปากออกมา ‘ดันเจี้ยนนี่เต็มไปด้วยปีศาจแบบนี้สินะ น่ากลัวจริง ๆ’ เขาส่ายหน้าในความไม่เชื่อ แต่ข้อความที่ปรากฏต่อหน้าทำให้เขารู้สึกดีขึ้น ‘ฉันได้รับสัญลักษณ์หัวใจเพลิงและความเยือกเย็น’

นี่คือชิ้นส่วนลึกลับที่เสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อให้แก่ผู้ที่ได้รับ สิ่งนี้จะปรากฏขึ้นหลังจากกินมอสสีขาวและหัวใจของปีศาจประเภทไฟ แม้ว่าความคืบหน้าจะอยู่ที่หนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์ แต่เขาก็เริ่มรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นแล้ว ‘เห็นว่า ยิ่งร่างกายแข็งแกร่งขึ้นเท่าไร การฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าก็เร็วขึ้นเท่านั้น รู้สึกดีสุด ๆ’

ยอนอูเรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมาเพื่อตรวจสอบว่าร่างกายพัฒนาไปมากแค่ไหน

[ผู้เล่น: ชา ยอนอู]

[ลักษณะนิสัย: เลือดเย็น]

[ความแข็งแกร่ง: 60]

[ความคล่องแคล่ว: 65]

[พลังชีวิต: 62]

[พลังเวทย์: 21]

[ทักษะ: เนตรมังกร (3.1%) สัมผัสพิเศษ (17.8%) การพยากรณ์ (0%) การต้านทานทางกายภาพ (7.2%) นักสู้ทรหด (3.2%)]

‘ไม่คิดเลยว่าฆ่าโอกองแดงแค่ตัวเดียวได้พ้อยท์มาเยอะกว่าฆ่าบอสในห้องบอสซะอีก’ ยอนอูตกตะลึงและโพล่งเสียงหัวเราะออกมา เป็นที่ชัดเจนว่าผู้เล่นจะได้รับพ้อยท์ที่สูงขึ้นตามระดับความยากที่สูงขึ้น และเส้นทางสีดำก็เป็นหนึ่งในความท้ายระดับความยากสูงสุด แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ชัดเจนกว่านั้นคือร่างกายของเขากำลังเปลี่ยนผ่านความแข็งแรงอย่างต่อเนื่อง ค่าสถานะส่วนใหญ่เกินหกสิบพ้อยท์ไปแล้ว ‘ปัญหาเดียวตอนนี้คือค่าพลังเวทย์ต่ำมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี’ ยอนอูขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะอ่านค่าพลังเวทย์ที่เป็นค่าแอททริบิวต์สูงสุดตอนเริ่ม แต่ตอนนี้กลับเป็นค่าที่ต่ำที่สุด

ไม่มีโอกาสที่เขาจะได้ใช้พลังเวทย์เลย จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากปล่อยเอาไว้เช่นนั้น ทำให้เขาอดกังวลไม่ได้ระหว่างค่าพลังเวท์กับค่าแอททริบวต์อื่น ๆ ที่จะห่างกันออกไปเรื่อย ๆ ‘ต้องหาวิธีสัมผัสมานาให้เร็วที่สุด’

ต้องขอบคุณยูลที่ทำให้เขาเข้าใจมานามากขึ้น อย่างเดียวที่เขาต้องทำตอนนี้คือคิดหาวิธีสัมผัสมานา ‘แล้วมันต้องทำยังไง?’ ความสำเร็จของยอนอูล้วนมาจากการทุ่มเทอย่างหนัก ไม่เหมือนน้องชายเขาที่นับได้ว่าเป็นอัจฉริยะโดยแท้ มันเป็นเช่นนี้ตั้งแต่ทั้งคู่ยังเด็ก ยอนอูต่างจากน้องชายของเขามากที่ทำได้ทุกอย่างเหมือนกับไม่ต้องพยายาม ยอนอูมักจะพยายามแก้ปัญหาเองครั้งแล้วครั้งเล่าแต่พยายามจะไม่แสดงออกมาให้เห็นมากนักว่าตัวเองใส่ความพยายามไปมากแค่ไหน แสร้งทำเป็นว่าไม่เป็นอะไร แม้แต่ตอนที่เขาถูกส่งตัวไปยังแอฟริกา ในช่วงแรก ๆ เขาอ่อนแอมากเสียจนทำให้หน่วยมักเจอกับปัญหาอยู่บ่อย ๆ อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดเขาก็เข้าร่วมกองกำลังพิเศษจนได้

ยอนอูคุ้นชินกับการผลักดันตัวเองเข้าหาขีดจำกัด เขาพุ่งชนกำแพงขีดจำกัดของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งรับไม่ไหว เมื่อเขาต้องเผชิญกำแพงอื่น ๆ อีก เขาก็จะทำเช่นเดิมจนกระทั่งพังทลายเช่นกัน ตอนนี้เองก็ไม่ต่างกัน ยอนอูรู้ดีว่าเขายังห่างชั้นจากผู้เล่นที่เข้าร่วมทิวโทเรียลอีกมาก และนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงเลือกเส้นทางที่ยากที่สุดเพื่อพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็วที่สุด เนื่องจากเขาไม่ได้พรสวรรค์ เขาจึงต้องหาความเป็นเลิศในหนทางอื่นแทน ดูเหมือนว่ามานาก็ต้องการแนวทางเดียวกัน

เขาต้องศึกษาวิธีการควบคุมมานาต่อไป แต่ตอนนี้แค่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ค่าพลังเวทย์แทบจะกลายเป็นค่าที่ถูกทิ้งในหน้าต่างสถานะ อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธที่จะยอมให้มันเป็นไปเช่นนั้น ‘ตอนนี้พึ่งพาทักษะที่มีได้ แต่ถ้าไปต่อได้ไกลขึ้น มานาคงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากในหลาย ๆ สถานการณ์’

มานาทำให้ผู้ใช้ทำในสิ่งที่กายภาพไม่สามารถทำได้ มันเป็นพลังที่ถูกสร้างมาจากเวทมนตร์หรือทักษะที่เป็นเอกลักษณ์ หอคอยเต็มไปด้วยสิ่งที่เหนือธรรมชาติ ดังนั้นเขาจึงไม่อาจยอมแพ้ต่อพลังนี้ ยอนอูยังปลุกพลังร่างกายมังกรไม่สำเร็จ และมานาก็คือส่วนสำคัญที่ใช้เพื่อรับพลังนี้อย่างเต็มรูปแบบ ต้นกำเนิดพลังมาจากคาลาทัสมังกรโบราณ สายพันธุ์มังกรเป็นสัตว์ชั้นสูงที่รู้จักกันในนามของผู้ค้นพบมานาและเวทมนต์

‘เอาไว้ทีหลังแล้วกัน กังวลไปตอนนี้ก็ไม่ช่วยอะไรอยู่ดี’ ตอนนี้เขาต้องมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่เขาทำได้ก่อนและจัดการปัญหาเรื่องมานีหลัง และหากเขายังคงหาทางไม่ได้แม้จะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม เขาคงต้องหันไปใช้วิธีที่ผิดแปลกไปจากเดิม ‘คนพวกนั้นบอกว่ามีผู้เล่นจำนวนมากที่เก่งด้านเวทมนตร์ ถ้าไม่มีทางอื่นแล้วจริง ๆ ล่ะก็ งั้นฉันก็คงลักพาตัวมาสักคนแล้วค้นหาวิธีตามที่คนพวกนั้นทำกัน’

การทำร้ายผู้คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขาเป็นเรื่องที่ไม่ควรสักเท่าไร แต่เขารอโดยไม่ทำอะไรเลยแบบนี้ไม่ได้ ยอนอูพักความคิดเรื่องมานาและพลังเวทย์ไว้ก่อนจากนั้นเขาก็มองไปยังสองทักษะที่เพิ่งได้รับ

[การต้านทานทางกายภาพ]

[แรงค์: อี-]

[เลเวล: 7.2%]

[เมื่อเปิดใช้งาน จะเพิ่มการต้านการต่อการโจมตีทางกายภาพ ในบางกรณี จะถูกใช้เพื่อต้านทานสถานะต่าง ๆ]

[นักสู้ทรหด]

[แรงค์: ดี+]

[เลเวล: 3.2%]

[ด้วยอุตสาหะและจิตใจที่ไม่ย่อท้อ ไฟแห่งจิตวิญญาณการต่อสู้ในตัวคุณจะลุกโชนไม่ว่าสถานการณ์ใดก็ตาม ขณะอยู่ในการต่อสู้ ความคิดฉับพลันจะช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วยิ่งขึ้น]

‘แรงค์งั้นเหรอ?’ ยอนอูประหลาดใจเล็กน้อยกับข้อมูลใหม่ตรงหน้า แต่เขาก็ค่อย ๆ ผงกศีรษะ เมื่อความสามารถของเขาแข็งแกร่งขึ้นก็ย่อมทำให้เขาได้ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ แรงค์สะท้อนถึงคณค่าของทักษะ ทักษะที่มีคะแนนสูงหมายความว่าทักษะนั้นมีประสิทธิภาพและจะใช้มานาหรือพลังจิตน้อยลง ส่วนวิธีพัฒนาแรงค์ทักษะก็ไม่ยาก ทางหนึ่งคือได้รับความกระจ่างแจ้ง นำไปใช้กับทักษะ และได้รับการยอมรับจากระบบอินเตอร์เฟส ส่วนอีกวิธีหนึ่งก็คือการเพิ่มเลเวล

แรงค์ทักสองทักษะตอนนี้ถือว่าไม่เลวเลย ‘ไม่สิ แรงค์ทักษะนักสู้ทรหดถือว่าเยี่ยมไปเลย มันยากมากที่จะได้คะแนนทักษะเกิน ดี ในทิวโทเรียล’ ยอนอูยิ้มอย่างพอใจและจัดการข้อมูลทักษะทั้งสอง

‘การต้านทานทางกายภาพช่วยลดความเสียหายจากการโจมตีและบรรเทาความเจ็บปวดได้ด้วย’ นี่เป็นทักษะที่จำเป็นกับยอนอูเนื่องจากเขาใช้รูปแบบการต่อสู้ระยะประชิด เขาต้องทนรับความเจ็บปวดสาหัสมาหลายครั้งตลอดการฝึก เขาควบคุมสติได้เนื่องจากลักษณะนิสัยเลือดเย็น แต่การได้รับความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพจิต อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาใช้ทักษะนี้อย่างเหมาะสม จะทำให้เขาสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ดังกล่าวได้ ‘ชอบที่มันมีการต้านทานสถานะที่สูงด้วย’

พิษ ไฟไหม้ แช่แข็ง แพนิค (สตั๊น) เห็นภาพหลอน และต้องคำสาปล้วนเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดระหว่างการบุกโจมตี หากเขาหลีกเลี่ยงสถานะเหล่านี้ได้จะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก ยอนอูรู้สึกดึงดูดกับทักษะการต้านทานทางกายภาพนี้ในหลาย ๆ ด้าน มันไม่ใช่ทักษะที่เลิศเลอ แต่มันจะช่วยสนับสนุนรูปแบบการต่อสู้ของเขาได้อย่างดีเยี่ยม อีกทักษะก็ดึงดูดความสนใจเขาได้มากเช่นกัน นักสู้ทรหด ‘ความคิดฉับพลัน เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด’

ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด การตัดสินใจที่รวดเร็วเป็นเหมือนดาบสองคม อาจเป็นได้ทั้งกุญแจสำคัญที่จะทำให้รอดชีวิต แต่ก็อาจทำให้เกิดผลร้ายแรงถึงชีวิตได้เช่นกัน ต้องตัดสินใจด้วยความระมัดระวัง และกระบวนการคิดก็ต้องซับซ้อน เขาได้รับทักษะที่ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและคิดอย่างลึกซึ้งในเวลาเดียวกัน ซึ่งเขาสัมผัสมันด้วยตัวเองมาแล้วตอนที่ฆ่าโอกองแดง

เขารู้สึกเวลาเดินช้าลงเมื่อเขี้ยวของโอกองแดงกำลังจะถึงศีรษะของเขา และตัดสินใจอย่างรวดเร็วที่เป็นผลมาจากความคิดฉับพลันทำให้ยอนอูเป็นฝ่ายชนะ เป็นข้อได้เปรียบที่ยอดเยี่ยมมาก สามารถใช้เวลาเพื่อตัดสินใจได้อย่างใจเย็น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นด้วย

ประโยชน์ในด้านการต่อสู้ไม่ได้มีเพียงแค่นั้น เพราะยังช่วยให้มีสมาธิถึงขั้นสุด ทักษะยังมีเอฟเฟกต์ที่ยอดเยี่ยมกับทั้งทักษะสัมผัสพิเศษและทักษะดวงตามังกรอีกด้วย เขาสามารถควบคุมประสาทสัมผัสได้ประณีตมากขึ้น การตรวจพบสิ่งต่าง ๆ ที่ตรวจไม่พบก่อนหน้าก็จะง่ายขึ้น

ยอนอูใช้โอกาสนี้หลับตาลงและคิดถึงทักษะนักสู้ทรหดอีกครั้ง สัมผัสพิเศษเปิดใช้งานแล้ว ตอนนี้ยอนอูสามารถสแกนได้ไกลออกไปถึงสิบห้าเมตร แต่จังหวะที่เปิดใช้งานนักสู้ทรหดอยู่นั้น ข้อมูลจำนานมากก็ปรากฏ ^#$$#$%^$#!##*!!!

ยอนอูเกือบจะกรีดร้องออกมาจากแรงดันข้อมูลจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาในความคิด เขารู้สึกอยากอาเจียน “นี่มันอะไรกัน?” ยอนอูต้องหยุดตัวเองจากการอาเจียนด้วยความอดทนขีดสุด จิตใจของเขาถูกแบ่งออกเป็นชุด ๆ

เอฟเฟกต์มีพลังมากกว่าที่เขาคิดไว้ เขาสามารถทั้งเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้สึก และลิ้มรสต่าง ๆ ได้มากมายเหลือเกิน มันอาจจะมีตัวกรองข้อมูลเหล่านี้แต่มันถูกปิดใช้งานอยู่ ทำให้มีข้อมูลจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาจนเข้าไม่สามารถแยกแยะได้ แสงไฟหมุนวนอยู่รอบตัว มีเสียงหึ่ง ๆ ดังอยู่ในหู และกลิ่นต่าง ๆ เตะจมูก เขารู้สึกเหมือนสมองกำลังลุกเป็นไฟ และในที่สุดเขาก็รีบปิดใช้งานทักษะทันที

เขาสงสัยว่าอาจจะกรองข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกไปได้ ฉันจะหยุดไม่ได้ ยอนอูนิ่วหน้าและซับเหงื่อที่ไหลลงมาที่คางด้วยมือ เขาหยุดเท่านี้ไม่ได้ แม้จะเป็นเพียงแค่ชั่วขณะหนึ่ง แต่ยอนอูก็สัมผัสได้ว่าร่างกายของเขาลอยผ่านการผสานกันของทักษะที่มี เขารู้สึกถึงหลายสิ่งในกระบวนการนี้ จึงไม่มีเหตุผลที่เขาจะหยุดตอนนี้ในเมื่อเขาได้ค้นพบวิธีที่จะพัฒนาตัวเองแล้ว

‘ลุยกันเลย’ เขาหลับตาลงอีกครั้งและเรียกใช้งานนักสู้ทรหดและสัมผัสพิเศษพร้อมกัน ความเจ็บปวดขั้นสุดในสมองทำให้ใบหน้าของเขาบูดเบี้ยว ยอนอูเดินไปตามทางเดินในดันเจี้ยน อดทนกับอาการปวดศีรษะด้วยการเปิดใช้งานทักษะการต้านทานทางกายภาพในเวลาเดียวกัน

จบบทที่ เล่มที่ 1 : บทที่ 14 – เส้นทางสีดำ (3) [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว