- หน้าแรก
- ผู้พิชิตมิติลับ
- เล่มที่ 1 : บทที่ 13 – เส้นทางสีดำ (2) [อ่านฟรี]
เล่มที่ 1 : บทที่ 13 – เส้นทางสีดำ (2) [อ่านฟรี]
เล่มที่ 1 : บทที่ 13 – เส้นทางสีดำ (2) [อ่านฟรี]
SLR - เล่มที่ 1 : บทที่ 13 - เส้นทางสีดำ (2)
บางทีมันอาจจะรำคาญที่ยอนอูหลบได้ตลอด โอกองก็ร้องเสียงแหลมออกมา
‘จุดอ่อน จุดอ่อนมันอยู่ที่ไหน?’ เขาวนรอบตัวโอกอง ของยอนอูสะสมพ้อยท์ค่าความคล่องแคล่วและค่าพลังชีวิตจำนวนมากมาตั้งแต่เขตเอ หมายความว่าเขาจะไม่ต้องกังวลเลยว่าจะเคลื่อนที่ช้าลงหรือเกิดอาการเหนื่อยล้า เมื่อโอกาสมาถึง เขาก็จับจุดพลาดของโอกองได้และแทงตรงจุดที่แต่ละปล้องตามตัวต่อกัน เฉือนข้อต่อปล้องก่อนจะกระโดดถอยหนี
ร่างกายของโอกองแดงและของเหลวภายในเริ่มกระเซ็นออกมาทั่วพื้น แต่มันไม่มีท่าทีอ่อนแรงลงเลย กลับเกรี้ยวกราดและดุร้ายมากขึ้นกว่าเดิม
‘ทำลายกับดักกับฆ่าปีศาจต่างกันแบบสุดขั้วไปเลย ฉันต้องหากลยุทธ์ใหม่ให้เร็วที่สุด’ ถ้าเป็นกับดักเขาเพียงแค่หลบมัน แต่กับปีศาจเขาต้องรับมือกับมันโดยตรง ต้องต่อสู้กับผู้ล่าที่หมายจะเขมือบเขา แต่ทั้งหมดล้วนไม่ต่างจากสิ่งที่เขาประสบมาในแอฟริกา ‘ชีวิตก็คือชีวิต ปีศาจก็หนึ่งชีวิตเหมือนกัน มันต้องมีจุอ่อนอยู่ที่ไหนสักที่ เดี๋ยวนะ จุดอ่อนเหรอ?’
ความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นมาในความคิดยอนอู ‘ดวงตามังกร!’ ลูกตาดำของเขาแผ่ขยายไปทั่วทั้งลูกตา การมองเห็นของเขาเพ่งเล็งไปที่เส้นสีดำของโอกองแดง เขาเห็นเส้นของความไม่สมบูรณ์เล็ก ๆ ที่ปะปนรวมอยู่กับเส้นสีดำ เขามองไล่ตามไปจนกระทั่งพบกับจุดที่เส้นมาบรรจบกัน ‘นั่นไง’
จุดที่ยอนอูเห็น อยู่ระหว่างหัวและคอ เทียบได้กับกระดูกสันหลังของมนุษย์ ‘ทำไม่คิดใช้ดวงตามังกรตั้งแต่แรกกันนะ?’ เขาเคยชินกับการใช้ทักษะกับวัตถุ ไม่เคยลองใช้กับสิ่งมีชีวิต และตอนนี้เขาเรียนรู้แล้ว เรื่องยากเริ่มกลายเป็นเรื่องง่ายเนื่องจากยอนอูสามารถอ่านการเคลื่อนไหวของโอกองแดงได้ด้วยดวงตามังกร
แน่นอนว่าแม้จะพบจุดอ่อนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะฆ่ามันได้ง่าย ๆ เพราะเขาต้องรับมือทั้งความเร็ว ความดุร้าย และความแข็งแกร่งของโอกองแดง มันเคลื่อนที่เร็วมากทำให้ยากต่อการเล็งไปที่จุด ๆ จุดเดียวและแทง ระยะเวลาใช้งานดวงตามังกรที่สั้นก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งเช่นกัน
ยอนอูเพ่งสมาธิไปที่ประสาทสัมผัสทั้งหมด พยายามรักษาระยะห่างจากกลุ่มก้อนฝุ่นที่เกิดจากเศษซากสิ่งปลูกสร้าง เขาต้องการศึกษาการเคลื่อนที่ของโอกองแดงเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย
ครี๊ก! ครี๊ก! โอกองแดงหักเลี้ยวและหายเข้าไปในรูขนาดใหญ่บนกำแพง ยอนอูวิ่งไปทางซ้าย เล็งเพื่อรอจังหวะที่มันจะยกหัวขึ้นและอ้าปากเพื่อคำราม
‘ตอนนี้ล่ะ!’ ยอนอูกระโดดพุ่งตัวขึ้นไปในอากาศ โอกองแดงแผดเสียงร้องลั่นพร้อมกับความคิดที่ว่ามื้ออาหารที่ทำให้มันเกรี้ยวกราดกลายเป็นบ้าไปแล้ว ขาของมันขยับเร็วขึ้นขณะพุ่งตรงมาที่ยอนอู
ยอนอูหลบหัวของมันที่พุ่งเข้ามาและตบผิวหนังแข็ง ๆ ด้วยมือข้างซ้าย เขาดันตัวเองขึ้นไปในอากาศและปีนขึ้นไปคร่อมคอของมัน เขาหันปลายกริชดิ่งลง และแทงด้วยแรงที่มีเข้าไปที่จุดอ่อน ฉึก!
[เลเวลทักษะ ‘ดวงตามังกร’ เพิ่มขึ้น 2.4%]
[คุณเรียนรู้การโจมตีความไม่สมบูรณ์แบบของศัตรู]
เลือดกระเซ็นออกมาเหมือนกับน้ำพุ และจากปริมาณที่เลือดกระเซ็นออกมาจากจุดนั้นคาดว่าจะเป็นเส้นเลือดใหญ่ อย่างไรก็ตาม กริชที่ปักลึกลงไปเป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นและไม่สามารถลงไปลึกได้มากกว่านี้แล้ว จังหวะก่อนที่กริชจะแทงทะลุไปถึงจุดอ่อน กริชถูกกั้นจากบางสิ่งที่แข็งมาก ‘เปลือกชั้นในเหรอ?’
ยอนอูถึงกับหน้าถอดสี เขาไม่รู้เลยว่ามีเปลือกอีกชั้นปกป้องจุดอ่อนของโอกองแดงอยู่ ดวงตามังกรตรวจจับไม่พบ เมื่อสัมผัสถึงความผิดปกติได้ผ่านกริช ยอนอูก็พยายามตีตัวออกห่างจากโอกองแดงทันที
ปั้ก! แต่ไม่ทันให้ได้ตั้งตัว หาวงของโอกองแดงก็ฟาดตรงมาที่เขา ยอนอูเอาแขนมาไขว้กันตรงหน้าอกเพื่อป้องกันตัวเองให้ได้มากที่สุด เขากระเด็นถอยหลังออกไปและกระแทกกับกำแพงอย่างรุนแรง
“อัก!” ยอนอูกระอักเลือดออกมาเต็มปาก เขารู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ มึนศีรษะเกินกว่าจะลำดับความคิดที่กำลังสะเปะสะปะ
[ความเจ็บปวดที่รุนแรงกำลังเล่นงานคุณ คุณกำลังอยู่ภายใต้สถานะ ‘สตั๊น’]
[เกิดอาการบาดเจ็บภายในร่างกายหลายแห่ง คุณกำลังอยู่ภายใต้สถานะ ‘ช็อก’]
[ของเหลวในร่างกายโอกองแดงซึมเข้าสู่ร่างกายคุณ คุณกำลังอยู่ภายใต้สถานะ ‘พิษ’]
ยอนอูกัดฟันแน่นและตรวจสอบร่างกายทันทีโดยใช้สัมผัสพิเศษ ‘ซี่โครงหักสี่ซี่ กระดูกสันหลังหักสองข้อ เส้นเลือดแดงต้นขาซ้ายขาด เอ็นร้อยหวายข้อเท้าขวาขาด’ เนื่องด้วยอาการบาดเจ็บสาหัด จึงไม่แปลกที่เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่นิดเดียว
โอกองแดงฉวยโอกาสนี้พุ่งตรงเข้าใส่เขาด้วยความเร็วที่เทียบเท่ากับลูกธนู เขี้ยวแหลมยาวอ้าออกหาเขา แต่แม้ในสถานการณ์เช่นนี้ ยอนอูก็ยังคิดหาวิธีรับมือที่ดีที่สุดได้
[ลักษณะนิสัย เลือดเย็น จะช่วยให้สภาพร่างกายของคุณกลับมาสู่สภาวะปกติเร็วขึ้น]
[สิ้นสุดสถานะ ‘สตั๊น’ การต้านทานต่อความเจ็บปวดได้รับการพัฒนา]
[สิ้นสุดสถานะ ‘ช็อก’ การต้านทานต่อแรงกระแทกได้รับการพัฒนา]
[สิ้นสุดสถานะ ‘พิษ’ การต้านทานต่อพิษได้รับการพัฒนา]
* * * * *
[คุณได้รับทักษะ ‘การต้านทานทางกายภาพ’]
[คุณได้แสดงถึงจิตใจอันแข็งแกร่งแม้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย คุณเข้าใจถึงความกระจ่างแจ้งอย่างลึกซึ้งด้วยอุตสาหะและจิตใจที่ไม่ย่อท้อ]
[คุณได้รับทักษะ ‘นักสู้ทรหด’]
ถึงจะมีข้อความต่าง ๆ ปรากฏขึ้นมา แต่ยอนอูก็ยังไม่สะดวกที่จะตรวจสอบ พอเข้าใจคร่าว ๆ ว่าแต่ละทักษะนั้นเป็นอย่างไรผ่านการอ่านชื่อ ความเจ็บปวดแสนสาหัสค่อยทุเลาลง เป็นการเรียกสติให้กลับมา ตอนนี้เขาสามารถคิดและตัดสินใจได้มากขึ้นแล้ว เขารู้สึกราวกับเวลานั้นเดินช้าลงไปชั่วขณะหนึ่ง ความคิดที่รวดเร็วทำให้ยอนอูสามารถประเมินการเคลื่อนที่ที่เป็นไปได้ของโอกองแดงก่อนที่มันจะเข้าถึงตัวเขา เขาตัดสินใจได้ในเสี้ยววินาทีก่อนที่เขี้ยวอันน่ากลัวตรงหน้าจะเขมือบเขา ยอนอูหันปลายกริชใส่ ฉึก!
“ฮึบ!” ยอนอูกระเด้งตัวลุงขึ้น ร่างกายท่อนบนของเขาฝังอยู่กับกำแพง กระดูกสันหลังได้รับบาดเจ็บอีกครั้งและแขนทั้งสองข้างก็สั่นจากอาการบาดเจ็บ แต่เขาก็ยังบังคับตัวเองให้บีบจับด้ามกริชจนแน่นได้ เลือดหยดลงจากบาดแผลที่มือ แต่เขาก็กัดฟันสู้ ดวงตาทั้งสองข้างแดงฉาน
ครี๊ก! ครี๊ก! ครี๊ก! กริชถูกใช้เพื่อหยุดเขี้ยวอันน่ากลัวของโอกองแดงที่อ้าออกและใกล้กับใบหน้าของยอนอูจนเกือบจะสัมผัสกัน เขามองเห็นคอของมันชัดเจน มีเขี้ยวอีกจำนวนนับไม่ถ้วนขวางทางอยู่ โอกองแดงบิดตัว พยายามจะกัดศีรษะยอนอูให้ขาด ทุกครั้งที่แรงจากเขี้ยวกดกระทบลงบนกริช มันจะสั่นราวกับว่าจะหักได้ทุกเมื่อ
ยอนอูไม่อาจทานไว้ได้อีกต่อไป จนเขี้ยวของโอกองแดงแทบจะสัมผัสใบหน้าของเขา ฟ่อ! เสียงหนึ่งดังขึ้นเมื่อน้ำลายของปีศาจหยดลงสัมผัสกับหินบนพื้นและเริ่มละลาย
ทันใดนั้น ยอนอูก็ไถลตัวลงมา โอกองแดงเสียหลักหัวทิ่มเข้ากับกำแพง ตอนนี้ยอนอูอยู่ใต้ตัวมันพอดี นอกจากบริเวณข้อต่อแล้ว ก็มีอีกแค่ส่วนเดียวเท่านั้นที่ไม่มีเปลือกแข็งคอยห่อหุ่นร่างกายมัน ‘ส่วนท้องของมัน’ เขาแทงเข้าที่ท้องของมันและลากกริชเฉือนเนื้อหน้าท้องของโอกองแดงให้ขาดวิ่นตามแนวดิ่ง
ปีศาจโงหัวขึ้นและกรีดร้องในความเจ็บปวด ยอนอูจับกริชที่ยังคาอยู่ที่ท้องแน่น ตะขาบบิดตัวไปมาและเริ่มอาละวาดพยายามสลัดเขาออกจากตัว แต่ช่างน่าเศร้าที่ยอนอูกดกริชให้ลึกลงไปในท้องของมันมากกว่าเดิม กรอด! ยอนอูกัดฟันแน่นและออกแรงที่แขนกริชไว้ขณะกำลังห้อยต่องแต่งอยู่ที่หน้าท้องของปีศาจ กริชเกือบจะไปถึงจุดที่ความไม่สมบูรณ์มาบรรจบกัน
แกร่ก! เขาได้ยินเสียงบางอย่างแตกร้าวมาจากข้างใน เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มั่นใจว่านั่นคือจุดอ่อนของตะขาบตัวนี้แน่นอน “ฉันชนะ” ยอนอูยิ้มดูเยือกเย็นพร้อมผ่าหน้าท้องมันออก แครก!
บาดแผลขนาดใหญ่ปรากฏที่หน้าท้องของปีศาจ เครื่องในไหลออกมาพร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็น ย้อมสีภายในถ้ำให้กลายเป็นสีแดง โอกองกรีดร้องอีกครั้ง ทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวด จากนั้นมันก็เริ่มหมดแรง ในที่สุดหัวของโอกองแดงก็ร่วงลงพื้นอย่างไรเรี่ยวแรง
ยอนอูล้มลงบนพื้น ร่างกายของเขาบาดเจ็บหลายบริเวณ เขาหมดแรงจนยกนิ้วไม่ขึ้น โอกองแดงจ้องเขา ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง เนื่องจากมันใช้เวลาทั้งชั่วชีวิตอยู่ในถ้ำมาโดยตลอด มันก็ไม่ได้มองเห็นเขาชัดเจนนัก แต่ท้ายที่สุด มันก็ยังคงมองเขา ไม่นาน มันก็หยุดหายใจ
‘ช่างน่าตลก’ ยอนอูหายใจหอบและขมวดคิ้ว เขาคิดว่าตัวเองได้รับความแข็งแกร่งมาแล้วจากเขตเอและจากตอนที่สู้กับผู้เล่นสี่คน แต่ทิวโทเรียลบ้านี่ไม่มอบโอกาสให้เขาได้พักหายใจ ‘เรื่องจริงสินะ ที่มันบอกว่าที่นี่มีระดับความยากสูงสุด’
แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยการฝึกฝนที่เขาผ่านมาก็ช่วยไม่ให้เขาพ่ายแพ้จากการต่อสู้ครั้งนี้ ถ้าเขาไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเลย มันคงเป็นเขาที่นอนรอความตายไม่ใช่โอกองแดง ยอนอูบังคับร่างกายที่แตกร้าวให้ขยับ
เขาเสียเลือดไปมาก เขาเพียงต้องควบคุมสติไว้ให้อยู่ด้วยทักษะที่มี เขารู้สึกว่าตัวเองอาจจะหมดสติได้ทุกเมื่อ เหมือนกับเปลวเทียนท่ามกลางสายลม เขาต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนที่มันจะเกิดขึ้น เขาเคลื่อนไหวเหมือนกับหุ่นเชิดไร้เชือก จากสภาพที่ต้องคลานลากร่างตัวเองไปข้างหน้า
เขากวาดเอามอสสีขาวที่ขึ้นอยู่บนพื้นเข้าปาก เขาไม่มีแรงแม้แต่จะเคี้ยว โชคดีที่มอสสีขาวละลายเมื่อถูกน้ำและไหลลงคอไป อึก เขารู้สึกเหมือนกับบางอย่างเย็น ๆ ไหลเข้าไปในร่างกาย ก่อนที่ความรู้สึกแปลกใหม่นี้จะหายไป ยอนอูก็จับเปลือกแข็ง ๆ ของโอกองแดง ดันตัวเองขึ้นมาและเคลื่อนใบหน้าเข้าไปในหน้าท้องที่ถูกผ่าออก ข้างในเต็มด้วยสิ่งที่น่าขยะแขยงส่งกลิ่นเหม็นเน่า และในที่สุดเขาก็พบสิ่งที่ตามหา หัวใจตะขาบ มันยังคงเต้นอยู่ แต่ยอนอูอ้าปากกว้างและกัดหัวใจเต็มแรง