- หน้าแรก
- ข้าแค่อยากอยู่เงียบ ๆ แต่ดันเทพแบบไม่ตั้งใจ
- บทที่ 169 การคัดเลือกเริ่มต้น
บทที่ 169 การคัดเลือกเริ่มต้น
บทที่ 169 การคัดเลือกเริ่มต้น
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เหล่าศิษย์ขั้นที่แปดของการฝึกปราณแห่งเขาหวายอินต่างก็เดือดดาลจนแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่ ความอัปยศถาโถมเข้ามาในใจ พวกเขาอยากจะพุ่งเข้าไปจัดการศัตรูให้สิ้นซากเดี๋ยวนั้นเลย!
ทว่าทุกคนต่างก็รู้ดีถึงช่องว่างของพลังที่ห่างไกล จึงได้แต่ข่มกลั้นความคับแค้นใจไว้ในอก มองหน้ากันอย่างเจ็บใจแต่ก็จนปัญญา
มีเพียงเพ่ยหลิง เฉียนเหวินฉู่ เซินหยง และอู๋ชิง 4 คนเท่านั้นที่ยังคงนิ่งเฉย ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
สำหรับเฉียนเหวินฉู่ เซินหยง และอู๋ชิง ทั้งสามต่างเคยผ่านศึกประลองศิษย์นอกสำนักมาสองครั้งแล้ว ความเย่อหยิ่งในอดีตถูกความโหดร้ายของความจริงขัดเกลาไปจนหมดสิ้น สิ่งที่เหลืออยู่ในสายตาพวกเขา... มีเพียงผลประโยชน์ ส่วนเกียรติยศของเขาหวายอินหรือศักดิ์ศรีอันไร้สาระนั้น... หึ! มีค่าอะไรกัน?
ส่วนเพ่ยหลิงนั้น เพิ่งเข้าร่วมสำนักได้ไม่นาน แถมส่วนใหญ่ก็ขลุกตัวอยู่บนเขาโอสถ แทบไม่เคยเหยียบย่างขึ้นเขาหวายอิน จึงไม่มีความผูกพันหรือรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับยอดเขานี้เลยด้วยซ้ำ หากไม่ใช่เพราะกติกาการประลองใหญ่สำนักนอกบังคับให้ต้องกลับมาที่เขาหลักของตนเองเพื่อเข้าร่วมรอบคัดเลือก เขาคงไม่คิดจะมาที่เขาหวายอินแม้แต่น้อย... เมื่อเห็นเขาหวายอินถูกเหล่าผู้อาวุโสจากยอดเขาอื่นตำหนิอย่างรุนแรง เขาจึงไม่รู้สึกโกรธแค้นหรืออยากร่วมมือกับใครทั้งสิ้น
“ไปกันเถอะ” หลี่ผิงนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้น “ไปยืนยันตัวตนกันก่อน เสร็จแล้วข้าจะพาพวกเจ้าไปยังที่พักสำหรับช่วงการคัดเลือก”
เขาคุ้นเคยกับขั้นตอนของการคัดเลือกเป็นอย่างดี จึงจัดการเรื่องเอกสารและลงทะเบียนให้ทุกคนได้อย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางไปที่พัก หลี่ผิงเงียบคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงผ่านจิตถึงเพ่ยหลิงว่า “เพ่ยหลิง ที่เจ้าอาศัยบารมีอยู่ข้างหลังนั่น ใช่ศิษย์เจินชวน ลี่ลี่เยว่ หรือเปล่า?”
ลี่ลี่เยว่? หลี่เซียนจื่อ?
เพ่ยหลิงชะงักไปเล็กน้อย ในที่สุดเขาก็ได้รู้ชื่อเต็มของหลี่เซียนจื่อเสียที...
เห็นท่าทีของเพ่ยหลิง หลี่ผิงก็พยักหน้าเบา ๆ เหลือบมองไปยังจุดหนึ่งไม่ไกลนัก ก่อนกล่าวต่อ “ลี่เจินชวนคงจะชื่นชมเจ้าไม่น้อย ไม่เช่นนั้นคงไม่ส่งโยวฮุนซื่อหนี่มาคอยคุ้มครองเจ้าถึงเพียงนี้”
“แต่ลี่เจินชวนเป็นคนที่หยิ่งผยองมาก การที่เธอให้ความสำคัญกับเจ้านั้น นับเป็นเรื่องดี... แต่ก็อาจเป็นภัยได้เช่นกัน”
“ศึกประลองศิษย์นอกสำนักหนนี้ หากเจ้าสามารถติดหนึ่งในสิบของรอบนอกได้ ก็จะยังได้รับการสนับสนุนจากเธอต่อไป หากอยากได้รับการชุบเลี้ยงอย่างจริงจังจากลี่เจินชวน เจ้าต้องพยายามเข้าสู่ห้าอันดับแรก หรืออย่างน้อยก็สามอันดับต้น!”
“แต่ถ้าแม้แต่การคัดเลือกของดินแดนใต้แค่นี้ยังผ่านไม่ได้... ทำให้ลี่เจินชวนต้องเสียหน้า ความโกรธของเธอนั้น เจ้าซึ่งเป็นแค่ผู้ฝึกปราณขั้นเก้า จะรับไหวหรือ?”
เพ่ยหลิงยังคงนิ่งเฉยไม่เผยสีหน้า แต่ในใจกลับตกตะลึง ลี่เจินชวนถึงกับส่งโยวฮุนซื่อหนี่มาคุ้มครองเขาจริงหรือ?
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตอนเขาตกอยู่ในหุบเหวหูแล้วถูกเหมียวเฉิงหยางลอบโจมตี เจี่ยวหนีจึงปรากฏตัวช่วยเหลือได้ทันเวลา หรือแม้แต่ภารกิจที่คฤหาสน์ตระกูลหานเมื่อสามเดือนก่อน เจี่ยวหนีก็โผล่มาในภายหลัง...
หลี่ผิงซึ่งเป็นผู้อาวุโสสายนอก คงมีพลังทัดเทียมกับเจี่ยวหนี จึงสามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของเจี่ยวหนีได้!
คิดมาถึงตรงนี้ เพ่ยหลิงก็รวบรวมสติ ส่งเสียงตอบกลับไปอย่างสงบ “ข้ารับทราบในสิ่งที่ท่านหลี่กล่าว ขอเพียงไม่เจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเกินไป การคัดเลือกดินแดนใต้ครั้งนี้ ข้าย่อมไม่มีปัญหา!”
หลี่ผิงยิ้มบาง ๆ ส่งทุกคนถึงที่พักแล้วจึงหันหลังเดินจากไป เมื่อพ้นประตูออกมาก็เรียกคนสนิทมาสั่ง “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป หากมีใครมาสืบเรื่องของเพ่ยหลิง จงบอกไปว่าเพ่ยหลิงผู้นี้รูปงามอ่อนวัย เป็นที่โปรดปรานของนักโอสถหญิงจินซูเหมียนแห่งเขารั่วซิ่ว จึงใช้เงินก้อนโตติดสินบนคู่ต่อสู้ ถึงได้ชนะรวดทั้งสามศึก!”
คนสนิทได้ยินถึงกับตกใจ “ท่านอาวุโส บัดนี้เขาอื่นต่างก็คิดจะโค่นเขาหวายอินของเรา หากพวกเขาเสนอให้จ้าวดินแดนยุบยอดเขาของเราเข้าจริง ๆ ล่ะก็...”
“ข้าก็ต้องการให้พวกเขาเสนอแบบนั้นนั่นแหละ” หลี่ผิงหัวเราะเย็น “ลี่เจินชวนมองคนไม่ผิดหรอก คนที่เธอเลือกย่อมไม่มีปัญหา รีบไปทำตามคำสั่งเถิด ถึงเวลา ข้าจะให้เขาเฟยหลูต้องเจ็บตัวเสียบ้าง!”
...วันแรกที่เดินทางถึงเขารั่วซิ่ว มีเพียงการตรวจสอบยืนยันตัวตนเท่านั้น
วันที่สองจึงเป็นวันเริ่มต้นคัดเลือกอย่างเป็นทางการ
เช้าตรู่ หลี่ผิงนำคณะศิษย์ไปยังลานประลอง
สถานที่แห่งนี้คือค่ายกลมายาบนเขารั่วซิ่ว มองจากภายนอกจะเห็นภูเขาสลับซับซ้อน ลำธารใสไหลริน เหล่าสัตว์ป่าหลากชนิดดำรงชีวิตอยู่อย่างสงบสุข
แต่เมื่อก้าวข้ามเข้าไปแล้ว กลับพบว่าป่าไม้รอบด้านแตกกระจาย สัตว์ป่าต่างตกใจบินหนีไปหมด ตนเองกลับยืนอยู่กลางอากาศบนเกาะลอยน้ำ!
โดยรอบยังมีเกาะลอยน้ำอีกมากมาย ลอยสูงต่ำสลับกัน ล้อมรอบพื้นที่ประลองขนาดมหึมาเอาไว้
เมื่อลองนับดู พบว่ามีเกาะลอยน้ำทั้งหมด 54 แห่ง เท่ากับจำนวนยอดเขาทั้งหมดของดินอดนใต้
แต่ละเกาะมีสภาพแวดล้อมต่างกัน
เกาะลอยน้ำที่เป็นศูนย์กลางนั้นใหญ่โตและหรูหราที่สุด
บนเกาะมีอาคารคล้ายพระราชวัง งดงามวิจิตรตระการตา รอบ ๆ ยังมีอสูรวิญญาณและศพหุ่นเชิดยืนเฝ้าอยู่มากมาย เหนือประตูใหญ่แขวนป้าย “รั่วซิ่ว” ไว้อย่างเด่นชัด
ส่วนเกาะอื่น ๆ ก็มีอาคารและศาลาแตกต่างกันไป พร้อมป้ายชื่อยอดเขาแต่ละแห่ง
มีเพียงเกาะลอยน้ำที่หลี่ผิงและคณะอยู่เท่านั้นที่เล็กที่สุด ต่ำที่สุด อยู่ห่างจากเกาะหลักของรั่วซิ่วมากที่สุด และไม่มีแม้แต่หลังคาหรือที่กำบังใด ๆ มีเพียงเบาะนั่งสมาธิไม่กี่ใบวางอยู่ ดูแล้วช่างน่าสงสาร
กับสถานการณ์เช่นนี้ เพ่ยหลิงเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว จึงไม่รู้สึกอะไรนัก เขานั่งลงบนเบาะสมาธิตามหลี่ผิง แล้วทอดสายตามองลงไปยังลานประลองเบื้องล่าง
ลานประลองกว้างขวางราบเรียบ ปราศจากสิ่งใด ๆ
ขณะที่เขากำลังจะละสายตากลับ หลี่ผิงก็ส่งเสียงผ่านจิตมาอีก “อย่าเพิ่งมองเลย ตอนนี้ยังไม่เริ่ม อะไรก็ยังไม่มี รอให้เริ่มการคัดเลือกก่อนเถิด พวกเจ้าจะถูกส่งเข้าไปในสนามเอง แล้วค่ายกลจะเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์”
หลี่ผิงผงกศีรษะให้เพ่ยหลิงมองไปยังเกาะลอยน้ำของเขารั่วซิ่ว “พวกยอดเขาหลักมาแล้ว”
ในฐานะยอดเขาหลักของดินแดนใต้ ศิษย์ที่ผ่านรอบคัดเลือกของเขารั่วซิ่วจึงมีอยู่มากมาย เพียงกวาดตามองคร่าว ๆ ก็มีมากกว่าร้อยคน
อย่างไรก็ตาม ศิษย์ส่วนใหญ่กลับยืนอยู่ท้ายแถว มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้เดินเคียงข้างอยู่ใกล้กับหัวหน้ายอดเขารั่วซิ่ว
นั่นก็เพราะรอบข้างหัวหน้าภูเขา ยังมีเหล่าศิษย์สายในมากมายมาร่วมชมการประลอง
แม้แต่เพ่ยหลิงเองก็ยังจำได้ว่ามีเจิ้งจิงซานและจินซูไถ รวมทั้งชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดคลุมดำลายแดงจากสายตระกูลเฟิ่งมู่เหยียนหาน ข้างกายเขามีหญิงงามหลายคนติดตาม แต่ทุกนางกลับมีสายตาเลื่อนลอยไร้ชีวิตชีวา ราวกับเป็นหุ่นเชิด
หลี่ผิงส่งเสียงผ่านจิตอย่างราบเรียบ “ในเมื่อเจ้าอยู่กับลี่เจินชวน ข้าคงไม่ต้องแนะนำเจิ้งจิงซานหัวหน้าสายแล้ว ข้างกายเขาคือนางผู้ฝึกตนสาว จินซูไถ หัวหน้าสายของตระกูลซื่อจิ้งในฝ่ายใน เป็นญาติพี่น้องแท้ ๆ ของจินซูเหมียน ส่วนชายชุดดำลายแดงผู้นั้นคือกู้หง หัวหน้าสายแห่งตระกูลโส่วเสียในฝ่ายใน”
แซ่กู้?
เพ่ยหลิงได้ยินเช่นนั้นก็มองไปยังกู้หงอยู่พักหนึ่ง คิดในใจว่าคนผู้นี้คงเป็นคนที่พนันว่าเขาหวายอินจะตกรอบตั้งแต่ด่านแรกนั่นเอง?
“เหล่าศิษย์สายในเหล่านี้ยังไงก็ไม่ลงสนามอยู่แล้ว อีกทั้งเจ้าก็มีลี่เจินชวนหนุนหลัง ไม่ต้องกังวลอะไร” หลี่ผิงกล่าวต่อ “ที่เจ้าควรระวังคือชายหนุ่มข้างหัวหน้าภูเขารั่วซิ่ว นั่นคือศิษย์พี่ใหญ่ กงจื้อเหยียน”
เพ่ยหลิงมองตามที่หลี่ผิงชี้ เห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งในชุดเรียบง่าย ท่าทางอ่อนโยนและดูสุภาพ
ข้างกายเขานั้น ก็คือจินซูเหมียนกับลู่ลวี่เฉียง
ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาของเพ่ยหลิง จินซูเหมียนที่กำลังพูดคุยกับลู่ลวี่เฉียงก็หันขวับมามองเขาด้วยแววตาแข็งกร้าว
พร้อมกันนั้น จินซูไถที่อยู่ไม่ไกลก็ปรายตามองเพ่ยหลิงด้วยสายตาเย็นชา
เพ่ยหลิงทำเป็นไม่สนใจ ส่งเสียงผ่านจิตถามหลี่ผิง “ยังมีใครอีกที่ข้าควรระวัง?”