เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 สหายเอ๋ย ข้ามาเพื่อช่วย...จริงๆ นะ!

บทที่ 5 สหายเอ๋ย ข้ามาเพื่อช่วย...จริงๆ นะ!

บทที่ 5 สหายเอ๋ย ข้ามาเพื่อช่วย...จริงๆ นะ!


“ระบบ! คอยดูเถอะไอ้ระบบเวรนี่!” เพ่ยหลิงไม่มีเวลาจะสนใจแผงประเมินผลที่ลอยอยู่ตรงหน้า รีบยกแขนขึ้นไขว้บังอก ป้องกันจุดสำคัญทันที

วูบ! แสงสีเขียววาบหนึ่งพุ่งเข้าปะทะแขนซ้ายของเพ่ยหลิงอย่างรุนแรง

ทันใดนั้น เพ่ยหลิงรู้สึกเหมือนตัวเองถูกรถบรรทุกที่วิ่งด้วยความเร็วสูงพุ่งเข้าชนอย่างจัง แขนซ้ายปวดราวกับโดนสว่านเจาะทะลุลึกไปถึงกระดูก ร่างกายถูกแรงกระแทกเหวี่ยงปลิวไปด้านหลังโดยไม่อาจควบคุม

โครม!

เพ่ยหลิงแทบไม่มีโอกาสตอบโต้ ร่างกระแทกเข้ากับผนังหินในถ้ำเสียงดังสนั่น จนผนังหินบุ๋มลึกเข้าไปเป็นรอยขนาดใหญ่

เขารู้สึกจุกแน่นในอก โลหิตทะลักออกจากปาก พริบตานั้นสติเลือนลาง ร่างกายปวดร้าวไปทั้งตัว อวัยวะภายในแทบจะสลับตำแหน่งกันหมด หากไม่ใช่เพราะฝึกฝนเคล็ดลับหลอมกระดูกมานาน จนทนทานต่อความเจ็บปวดและบาดเจ็บ ป่านนี้คงสลบเหมือดไปแล้ว

 

 

“แค่ก...แค่ก...ยังไม่ตายเหรอ? แค่ก...แค่ก...” หลังจากที่เห็นสภาพของเพ่ยหลิง อู๋ถิงซีถึงกับหน้าถอดสี เขาไออย่างหนัก พลางมองเพ่ยหลิงด้วยความแปลกใจและไม่แน่ใจ

เด็กคนนี้มันผิดปกติ!

แม้เขาจะบาดเจ็บสาหัส แต่ในฐานะศิษย์เอกของสำนักจงหมิงจง ในปัจจุบันอยู่ในช่วงปลายของขั้นฝึกปราณ ไม่ว่าจะทั้งการบำเพ็ญเพียรหรือพลังฝีมือก็เหนือกว่าผู้ฝึกตนทั่วไป แม้จะใช้วิชาห้านิ้วพิษอย่างฝืนกำลัง ใส่กับเด็กฝึกตนจากเมืองเล็กๆ อย่างเมืองลู่เฉวียนที่อยู่แค่ขั้นฝึกปราณระดับสาม ก็น่าจะทะลวงแขนทั้งสองข้างของอีกฝ่ายแล้วแทงทะลุถึงหัวใจ ฆ่าได้ในดาบเดียว

ทว่าเพ่ยหลิงที่เห็นเหมือนจะบาดเจ็บสาหัส หากสังเกตดีๆ จะพบว่าบาดแผลที่หนักที่สุดมีแค่แขนซ้ายที่ยื่นมาป้องกัน ถูกพิษกัดจนเป็นรูโหว่จนเห็นกระดูกขาวโพลน ส่วนอื่นแม้จะดูน่ากลัว แต่กลับไม่ถึงตาย

อู๋ถิงซีขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาเป็นประกายสีม่วงจางๆ ใช้พลังสายตาจ้องมองกระดูกที่โผล่ออกมาเพียงพริบตา ทันใดนั้นใบหน้าซีดขาวก็กลายเป็นแดงก่ำ มุมปากมีเลือดซึมออกมา

ตอนนี้เขาไม่สนใจมันเลย แต่กลับร้องลั่นออกมาด้วยความตกใจ “กระดูกเหล็กชั้นเลิศ?!”

เคล็ดลับหลอมกระดูกเป็นเคล็ดวิชาประจำสำนักจงหมิงจง คนอย่างเขาที่เคยเป็นศิษย์เอกของสำนักมาก่อน แน่นอนว่าย่อมรู้จักดี

แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่แม้แต่ตระกูลเพ่ยก็ไม่รู้มาก่อน นั่นคือกระดูกเหล็กที่ได้จากการฝึกเคล็ดลับหลอมกระดูกนั้น มีระดับแบ่งชั้น!

กระดูกเหล็กแบ่งเป็นกระดูกเหล็กชั้นต่ำ ชั้นกลาง ชั้นสูง และชั้นเลิศ นักพรตอิสระส่วนมากมักจะฝึกได้แค่ชั้นต่ำเท่านั้น นักพรตอิสระที่มีพรสวรรค์โดดเด่นถึงจะฝึกได้ถึงชั้นกลาง หากมีที่มาไม่ผิดปกติ อายุยังไม่มาก สำนักจงหมิงจงก็มักจะรับเข้าเป็นศิษย์นอกสำนัก ส่วนกระดูกเหล็กชั้นสูงนั้น ต้องเป็นศิษย์ของสำนักที่มีทรัพยากรพร้อมและมีผู้ชี้แนะอย่างใกล้ชิดเท่านั้นจึงจะมีโอกาสฝึกได้

แล้วกระดูกเหล็กชั้นเลิศล่ะ?

นั่นยิ่งหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร!

มีเพียงผู้ที่มีร่างกายพิเศษหายาก หรือบังเอิญกินสมุนไพรล้ำค่าบางอย่างเข้าไปเท่านั้นจึงจะสำเร็จ

ไม่ว่าจะอย่างไร หากมีคนเช่นนี้เข้าสำนักจงหมิงจง ก็จะเป็นบุคคลสำคัญที่ถูกจับตามองทันที มีโอกาสได้เข้าสู่สำนักชั้นใน

“แค่ก...แค่ก...แค่ก...” อู๋ถิงซีไออย่างหนักอยู่ครู่หนึ่ง สายตาที่มองเพ่ยหลิงแปรเปลี่ยนจากดุดันเป็นสับสนแปลกประหลาดใจ

ถ้าหากอาจารย์ของเขายังอยู่ และได้พบกับเพ่ยหลิง ส่วนใหญ่แล้วคงจะเลือกพาอีกฝ่ายกลับสำนักจงหมิงจง และกลายมาเป็นศิษย์น้องของตน

อย่างไรเสีย ศิษย์น้องที่พรสวรรค์โดดเด่นหรือมีโชควาสนาดี ถึงจะดึงความสนใจและทรัพยากรจากอาจารย์ไปบ้าง แต่ก็จะทำให้ฝ่ายของตนแข็งแกร่งขึ้น ในระยะยาวย่อมมีแต่ผลดี

ทว่าตอนนี้...

เขาคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แล้วถามว่า “แค่ก...กระดูกเหล็กชั้นเลิศ เจ้าฝึกได้อย่างไร?”

เพ่ยหลิงไถลลงมาจากผนังหิน ความคิดแรกคือ หนี!

แต่พอพยายามจะพลิกตัวลุกขึ้น ก็เวียนหัวจนต้องนั่งแหมะอยู่กับพื้น ถึงได้รู้ว่าตอนนี้แค่ขยับตัวก็ต้องใช้แรงมาก ขนาดจะยืนยังแทบไม่ไหว

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เพ่ยหลิงก็ชะงัก กระดูกเหล็กชั้นเลิศ? อะไรคือกระดูกเหล็กชั้นเลิศ?

แต่เขาก็ตั้งสติได้เร็ว ไม่ว่าจะชั้นเลิศหรือไม่เลิศ ตอนนี้ต้องพยายามประวิงเวลา ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามฆ่าตนเองทันที

“ท่านเซียน ข้ากับท่านต่างไม่รู้จักกันมาก่อน ข้ายอมรับว่าเมื่อครู่ข้าเอาเม็ดยาเสริมพลังเลือดของท่านมา แต่ท่านก็ลงโทษข้าไปแล้ว ตอนนี้เราไม่มีหนี้ติดค้างต่อกัน จะดีกว่าหรือไม่ หากเรายุติเรื่องนี้ไว้แค่นี้ แล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันไป?” เพ่ยหลิงพูดอย่างอ่อนแรง “ถ้าท่านสนใจเคล็ดวิชาของข้า ข้าก็อาจจะยอมแลกเปลี่ยนกับท่านได้”

ในใจเพ่ยหลิงแอบกระซิบเรียกระบบ “ระบบ! ดัดแปลงเคล็ดลับหลอมกระดูกใหม่ ให้ดูแตกต่างจากต้นฉบับโดยสิ้นเชิง! ให้เจ้าหมอนี่ดูไม่ออกได้ไหม แต่ถ้าฝึกตามก็ให้ไฟธาตุระเบิดในทันที!”

ระบบ: “ติ๊งด่อง! ระบบอัจฉริยะแห่งการฝึกเซียนพร้อมรับใช้ท่าน โปรดเลือกระยะเวลาและกด [ฝึกอัตโนมัติ] ระบบจะดำเนินการฝึกฝนให้ท่านทันที! ฝึกอัตโนมัติ ไร้กังวล สานฝันเหินสวรรค์ของท่าน!”

เพ่ยหลิงแอบกระอักเลือดในใจ “กะแล้วว่าไว้ใจแกไม่ได้...”

เขากำลังคิดว่าจะเอาบทกลอนโบราณจากชาติก่อนมาแกล้งแต่งเป็นเคล็ดวิชาเพื่อถ่วงเวลาอยู่ดีหรือไม่ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเย็นเยียบของอู๋ถิงซีดังขึ้นว่า “อย่ามาเสแสร้งเลย เจ้านี่ฝึกเคล็ดลับหลอมกระดูกแน่ หากไม่ใช่คนของสำนักจงหมิงจง ก็ต้องเป็นลูกหลานศิษย์นอกสำนัก ข้าคิดว่าข้าเดาไม่ผิด ตอนนี้คำสั่งจับกุมของสำนักคงมาถึงแถวนี้แล้ว และในเมื่อเจ้าตามข้ามาถึงในเขาแห่งนี้ จะไม่รู้จักข้าอู๋ถิงซีผู้นี้ได้อย่างไร?!”

“แล้วท่านจะเอายังไง?” เพ่ยหลิงขมวดคิ้ว ศิษย์ของสำนักสายมารนี่ช่างเจ้าเล่ห์จริงๆ เขาเองก็ยังอายุน้อย เพิ่งทะลวงด่านได้ไม่นาน นอนพักอยู่สักครู่จึงเริ่มฟื้นแรงขึ้นมาบ้าง น่าจะพอฝืนลุกขึ้นยืนได้ แต่หากจะหนีไปคงยังลำบาก...ต้องถ่วงเวลาอีกหน่อย!

คิดได้ดังนั้น เพ่ยหลิงจึงพูดว่า “จริงๆ แล้วท่านเข้าใจผิด แม้เจิ้งจิงซานแห่งสำนักจงหมิงจงจะสั่งให้คนตระกูลเพ่ยตามล่าท่านทั่วเขา แต่มีข้าเพียงคนเดียวที่ไม่อยากเปิดเผยร่องรอยของท่าน กลับหวังให้ท่านรอดปลอดภัยออกไปจากที่นี่เสียด้วยซ้ำ”

เห็นอู๋ถิงซีแค่นหัวเราะเย็นๆ ด้วยความไม่เชื่อ เพ่ยหลิงรีบพูดต่อ “ท่านรู้หรือไม่ เจิ้งจิงซานมีฉากกั้นอยู่หนึ่งชิ้น มองเผินๆ ก็เหมือนของธรรมดา แต่หากสังเกตดีๆ ในฉากนั้นมีหญิงงามนับร้อย...”

“ภาพลับเยี้ยนกู่หลัวซา?” คำพูดยังไม่ทันจบ อู๋ถิงซีก็เอ่ยขึ้นอย่างสงสัย “เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร? เดี๋ยว...เจ้าดูภาพนั้นแล้วรอดชีวิตมาได้?!”

ใจเพ่ยหลิงกระตุกวูบ ดูท่าฉากกั้นนี่จะอันตรายกว่าที่คิด?

แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาคิดมากนัก จึงรีบพูดต่อทันที “ข้าเป็นลูกหลานสาขาย่อยของตระกูลเพ่ยในเมืองลู่เฉวียน มารดาแท้ๆ จากไปตั้งแต่เด็ก แม้จะมีพรสวรรค์แต่หลายปีมานี้กลับถูกแม่เลี้ยงกดขี่จนแทบไม่เหลืออะไรติดตัว...ไม่นานมานี้ เจิ้งจิงซานได้รับเชิญจากหัวหน้าตระกูลไปพักที่เรือนรับรองในจวนเพ่ย มีข่าวลือว่าคนผู้นี้ร่ำรวยมหาศาล ตระกูลเพ่ยเทียบไม่ติด ข้าได้ยินว่าช่วงนี้เขาไม่ค่อยอยู่เรือนรับรอง ออกไปข้างนอกแทบทุกวัน ข้าจึงบังอาจแอบเข้าไปค้นห้องของเขา...”

ฟังมาถึงตรงนี้ อู๋ถิงซีมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจยิ่งขึ้น “เจ้าเป็นแค่เด็กบ้านนอกที่อยู่แค่ขั้นฝึกปราณระดับสาม กล้าขนาดไปขโมยของของเจิ้งจิงซานได้ด้วยเรอะ?”

อู๋ถิงซีถึงกับสับสนชั่วครู่ สงสัยว่าตัวเองอยู่ในสำนักนานเกินไปหรือเปล่า ถึงไม่รู้ว่าปัจจุบันพวกผู้ฝึกตนนอกสำนักจะกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้?!

เทียบกับการที่ของในห้องเจิ้งจิงซานถูกขโมยแล้วยังไม่รู้ตัวจนถึงตอนนี้ เขากลับรู้สึกว่าการที่โดนเพ่ยหลิงปล้นเอาเม็ดยาเสริมพลังเลือดไปสามเม็ดต่อหน้าต่อตา ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลย

“แค่ก เอาเป็นว่า เจิ้งจิงซานมัวแต่ตามล่าท่านจนจึงยังไม่รู้เรื่องนี้” เพ่ยหลิงแกล้งไอ “เพราะฉะนั้นตอนนี้ข้าจึงเป็นคนที่หวังให้ท่านปลอดภัยและหลบหนีออกไปได้มากที่สุด เพราะในระหว่างที่เจิ้งจิงซานมัวแต่ไล่ล่าท่าน ข้าก็จะได้มีโอกาสหลบหนีไปให้ไกลได้มากขึ้น!”

เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจที่สุด “ท่านเซียน นี่ข้ามาช่วยท่านจริงๆ นะ!”

อู๋ถิงซีเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง “เจ้ามาช่วยข้า? ช่วยยังไง? เจอหน้าก็ปล้นเม็ดยาเสริมพลังเลือดข้าไป ให้ข้าไถลเหมือนแมลงคลานเก็บขวดยาของตัวเอง?”

“ท่านเซียน เรื่องแค่นี้เล็กน้อยนัก” เพ่ยหลิงว่าอย่างหนักแน่น “ตอนนั้นข้าโดนภาพลับเยี้ยนกู่หลัวซาเล่นงาน หากไม่ได้เม็ดยาเสริมพลังเลือด ป่านนี้คงตายไปแล้ว หากข้าตายไป ท่านอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้ หากถูกลูกหลานตระกูลเพ่ยพบแล้วรายงานเจิ้งจิงซาน ท่านคิดว่าจะลงเอยเช่นไร? ดังนั้นเราสองคน ตอนนี้เหมือนอยู่ในเรือลำเดียวกัน ควรร่วมแรงร่วมใจกันมากกว่าจะมัวแต่คิดเล็กคิดน้อย!”

อืม...ตอนนี้หายใจสะดวกขึ้นมากแล้ว น่าจะลุกเดินได้อยู่บ้าง แม้ไม่รู้จะทนได้นานแค่ไหน

เพ่ยหลิงลังเลเล็กน้อย แอบมองอู๋ถิงซี เห็นอีกฝ่ายก้มหน้าครุ่นคิด ไม่ทีท่าว่าจะลงมือ ก็ลอบโล่งใจ ตั้งใจจะพักฟื้นต่ออีกสักนิด เผื่อเวลาหนีจะได้ไม่มีปัญหา

“เจ้าเด็กนี่...ปากดีนัก! แต่ก็มีเหตุผลอยู่บ้าง ในยามเป็นตาย เรื่องอื่นล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อย” อู๋ถิงซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะแล้วถามขึ้น “เจ้ารู้หรือไม่ ทำไมเจิ้งจิงซานถึงตามล่าข้า?”

จบบทที่ บทที่ 5 สหายเอ๋ย ข้ามาเพื่อช่วย...จริงๆ นะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว