- หน้าแรก
- เมื่อสวรรค์เรียกข้าไปพิพากษา
- บทที่ 45 - หอนางโลม
บทที่ 45 - หอนางโลม
บทที่ 45 - หอนางโลม
บทที่ 45 - หอนางโลม
เจียงหลินและเต้าจี้เดินเคียงคู่กันไปบนถนนใหญ่
หนึ่งพระหนึ่งพรต หนึ่งแก่หนึ่งหนุ่ม เป็นคู่หูที่ดึงดูดสายตาผู้คนได้ไม่น้อย
แต่สายตาส่วนใหญ่จับจ้องไปที่เจียงหลิน ก็แน่ล่ะ เทียบกับหลวงตาซกมกแล้ว ผู้คนย่อมชอบมองนักพรตหนุ่มรูปงามราวกับหยกสลักมากกว่า
ในแง่หนึ่ง นี่ก็นับว่า... มีตาหามีแววไม่?
ไม่ว่าจะเทียบตบะ บารมี หรือความเมตตา เจียงหลินยังห่างชั้นกับเต้าจี้อยู่หลายขุม
ไต้ซือท่านนี้ คือผู้ที่ทำได้จริงตามคำว่า "ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว และไม่หวังผลตอบแทน"
เต้าจี้ได้ยินคำถามของเจียงหลิน ก็โบกพัดใบลานอย่างเกียจคร้าน พูดเสียงเนือยๆ ว่า "ปิดท่านนักพรตไม่มิดจริงๆ"
"เด็กคนนั้นยังมีห่วงทางโลก ชะตาต้องสึกออกมาใช้ชีวิตฆราวาส"
"แม้จะยังไม่ได้บวชพระ แต่การที่ผู้ทรงศีลจะสึกหาลาเพศ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะ"
เจียงหลินกล่าวเสียงเบา
เณรน้อยนั่นน่าจะเหมือนกับเขา คือ "บวชตั้งแต่อยู่ในท้องแม่" ศิษย์แบบนี้จะสึก สำหรับวัดหลิงอิ่นก็นับเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร
"บวชแล้วสึก มีบ้านไร้บ้าน ล้วนเป็นชะตาชีวิต"
เต้าจี้หัวเราะร่า กล่าวด้วยความหมายลึกซึ้งว่า "บวชคือการฝึกตน สึกออกมาก็คือการฝึกตนเช่นกัน"
"มีบ้านก่อนแล้วค่อยไร้บ้าน ไร้บ้านก่อนแล้วค่อยมีบ้าน ปลายทางก็เหมือนกันนั่นแหละ"
เจียงหลินฟังแล้วก็เงียบไป
เรื่องราวในอดีตของเต้าจี้ เจียงหลินรู้ดีเกือบหมด
มีก่อนแล้วค่อยไร้ ก็คือตัวเต้าจี้เอง
ส่วนตอนนี้ เณรน้อยนั่นคือไร้ก่อนแล้วค่อยมี
"ต่างกันมาก ต่างกันมาก"
เจียงหลินพูดเหมือนพึมพำกับตัวเอง
เต้าจี้ได้ยินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่สานต่อบทสนทนานี้ แต่เปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียน
"ท่านนักพรต ท่านมาหางโจวเพราะเรื่องทารกผีสินะ?"
เจียงหลินก็ไหลตามน้ำ พยักหน้าว่า "เบาะแสทั้งหมดชี้มาที่เมืองหางโจว ข้ายังไงก็ต้องมาสืบดูสักหน่อย"
"อีกอย่าง ความเปลี่ยนแปลงที่ไต้ซือเคยพูดถึง ก็น่าจะอยู่ที่เมืองหางโจวนี่แหละ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้ายิ่งต้องมา"
เต้าจี้มองเจียงหลินแวบหนึ่ง ไม่ได้ให้เจียงหลินเห็นแววตาชื่นชมของตน
"แล้วท่านนักพรตมีเบาะแสหรือยัง"
"เพิ่งเข้าเมืองมา เติมพลังให้ท้องอิ่ม ตอนนี้ยังมืดแปดด้าน"
เจียงหลินส่ายหน้าอย่างจนใจ
เมืองหางโจวกว้างใหญ่ไพศาล ต่อให้รู้ว่าทุกอย่างชี้มาที่นี่ ก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
ยังไงซะเจียงหลินก็เตรียมใจจะยืดเยื้ออยู่แล้ว
คนบงการไม่ใช่กระต่ายตื่นตูม แต่กลับกล้าเปิดหน้าท้าชน เหมือนจะถือไพ่เหนือกว่า แบบนี้เจียงหลินก็ไม่กังวลว่าอีกฝ่ายจะมุดหัวหนี
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..."
จู่ๆ เต้าจี้ก็หัวเราะลั่น
เจียงหลินสงสัย "ไต้ซือขำอะไร"
"หลวงตาขำท่านน่ะสิ"
เต้าจี้เอาพัดตบไหล่เจียงหลินเบาๆ หัวเราะว่า "ท่านนักพรต อย่าลืมวิชาหากินของพวกท่านสิ"
"หือ?"
เจียงหลินอึ้งไป พอได้สติ เงาร่างของเต้าจี้ก็หายไปจากสายตาแล้ว
วิชาหากินของพวกเรา?
"เพียะ"
เจียงหลินตบหน้าผากตัวเอง เหมือนจะด่าความโง่ของตัวเอง
"น่าขายหน้าจริงๆ"
เจียงหลินบ่นตัวเอง แล้วเลี้ยวเข้าตรอกเล็กๆ
หาที่สะอาดๆ นั่งขัดสมาธิ ล้วงเหรียญอีแปะสามเหรียญออกมาจากอกเสื้อ
เล็งทิศทางให้ดี ประกบมือเข้าด้วยกัน แล้วเขย่าขึ้นลง
"กริ๊ก... กริ๊ก..."
เสียงเหรียญกระทบกันดังขึ้นในมือของเจียงหลิน
"ดาราไท่ซ่างผันแปรไม่หยุดนิ่ง ปัญญาแจ้งกระจ่าง จิตใจสงบนิ่ง"
เจียงหลินท่องคาถาสงบจิต ชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ สติแจ่มใส
จากนั้นก็ลืมตาขึ้น แบมือออกตามธรรมชาติ
"เคร้ง..."
เหรียญสามเหรียญตกลงสู่พื้น
เจียงหลินก้มลงดู แล้วเลิกคิ้ว
"ไฟฟ้าเผาผลาญ พ้องพานสามัคคี ไฟลุกท่วมฟ้า ได้ลาภก้อนใหญ่..."
เจียงหลินมองลักษณ์กว้า แล้วเสี่ยงทายอีกครั้ง
คราวนี้ผลลัพธ์เปลี่ยนไปคนละเรื่อง
"บึงน้ำมีสายฟ้า พลิกแพลงตามสถานการณ์ ใต้ภูเขามีลม มารร้ายอาละวาด?"
เจียงหลินขมวดคิ้ว เสี่ยงทายครั้งที่สาม
"บึงน้ำกับฟากฟ้า ตัดสินเด็ดขาด ใต้หล้ามีลมพัดพา หยินก่อเกิดการพบพาน"
สามกว้าต่อเนื่อง แต่ละกว้าไม่เหมือนกันเลย
ไม่ใช่ว่าเจียงหลินฝีมือไม่ถึง แต่กว้าทั้งสามต่างชี้ไปคนละอย่าง
แต่เรื่องการเสี่ยงทายถามฟ้านั้น เดิมทีก็เต็มไปด้วยปริศนา จะตีความอย่างไร ขึ้นอยู่กับตัวผู้ทำนาย
"หยินก่อเกิดการพบพาน มารร้ายอาละวาด..."
เจียงหลินพึมพำคิ้วขมวด ทิ้งเหรียญลง แล้วใช้นิ้วมือข้างเดียวนับคำนวณ
"ทิศ... อยู่ทางตะวันตก?"
เขาลุกขึ้น เดินออกจากตรอก มองไปทางทิศตะวันตก ทันใดนั้น อาคารหลังหนึ่งก็ปรากฏแก่สายตาเจียงหลิน
เจียงหลินชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก้าวเดินเข้าไป
"ทิศตะวันตกมีภูตพราย"
เจียงหลินเงยหน้ามองอาคารตรงหน้า หัวใจกระตุกวูบ
ภูตพรายนี่มัน... จะดีเหรอ?
ตรงหน้าเจียงหลินคืออาคารที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง แกะสลักลวดลายงดงาม
ด้านบนมีป้ายไม้สีแดงขนาดใหญ่ เขียนตัวอักษรสีทองสามตัว
"หงซิ่วเจา"
นี่มันแม่เจ้า... หอนางโลม?!
เจียงหลินมุมปากกระตุก
สมเหตุสมผล สมเหตุสมผลจริงๆ แต่ก็... แอบนามธรรมไปหน่อยนะ
"ข้ามาสืบคดีตามบัญชาของสำนักขับไล่ภูตมารขั้วอุดร..."
เจียงหลินพึมพำกับตัวเอง สุดท้ายก็ส่ายหน้าอย่างจำยอม แล้วเดินเข้าไป
"เหยียบย่างเข้าไป คงไม่โดนกฎดำลงโทษ... มั้ง?"
เหล่าผู้ถือกฎ ห้ามร่วมประเวณีกับหญิงงามเมือง และห้ามมีความคิดอกุศล ทุกวันที่ยี่สิบเจ็ดซึ่งเป็นวันที่องค์เหนือหัวเสด็จลงมา ห้ามเข้าห้องหอ เทพสามศพจะนำความขึ้นทูล อายุขัยจะสั้นลง พึงระวังให้จงหนัก
เจียงหลินทบทวนข้อห้ามในกฎดำอย่างละเอียด
อืม บอกแค่ห้ามร่วมประเวณี ไม่ได้บอกว่าห้ามเข้า
แถมข้ามาสืบคดีตามคำสั่ง ไม่ได้อยากมาเองซะหน่อย
เจียงหลินปลอบใจตัวเอง แล้วเดินเข้าไปในหงซิ่วเจา
พอเข้าไปปุ๊บ กลิ่นแป้งหอมฉุนกึกก็ปะทะเข้าจมูก ผสมกับกลิ่นตุๆ แบบเดียวกับในห้องนอนตอนตื่นนอนใหม่ๆ
เดิมทีกลิ่นนี้จางมากเพราะโดนกลิ่นแป้งกลบ แต่ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเจียงหลินเหนือกว่าคนทั่วไปมาก ย่อมได้กลิ่นชัดเจน
ลูกค้าหนุ่มๆ เดินลงมาจากชั้นสอง ส่วนใหญ่เอามือกุมเอว ทำหน้าฟินสุดขีด
บางคนก็กอดคอกัน เสื้อผ้าหลุดลุ่ย พูดจาลามกหยาบโลนใส่กัน
ประมาณว่า...
"เบอร์แปดเด็ดจริง"
"สิบหกก็ยอดเยี่ยม"
"สู้เบอร์แปดสิบแปดไม่ได้หรอก"
อะไรเทือกนั้น
เจียงหลินมุมปากกระตุก ดูท่าไม่ว่าจะยุคไหน หรือโลกใบไหน หอนางโลมก็มีผู้ชายคุยเรื่องเดิมๆ เหมือนกันหมด
เจียงหลินกรองคำพูดหยาบคายพวกนั้นออกจากหู เตรียมจะหามุมเงียบๆ นั่งลง แต่ไม่นึกว่าหญิงวัยกลางคนรูปร่างอวบอัด จะเดินส่ายสะโพกเข้ามาหา
ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มการค้าที่ฝึกฝนมาอย่างดี
แม้จะดูเป็นการเป็นงาน แต่ก็มองแล้วสบายตา
แต่พอเห็นหน้าตาของเจียงหลินชัดๆ รอยยิ้มการค้านั้นก็ดูอ่อนหวานขึ้นทันตา แววตาแทบจะหยาดเยิ้ม
"อุ๊ยตายแล้ว อิฉันอยู่ที่หงซิ่วเจามาสิบกว่าปี ยังไม่เคยเจอใครรูปหล่อขนาดนี้มาก่อนเลยเจ้าค่ะ"
หญิงคนนั้นขยับเข้ามาใกล้ ยิ้มกริ่ม เอาพัดขนนกแตะไหล่เจียงหลินเบาๆ ป้องปากหัวเราะ "แถมยังเป็นท่านนักพรตอีกต่างหาก..."
"คิกคิกคิกคิก~~"
ใครบอกว่ามีแต่ผู้ชายที่ชอบสาวคอสเพลย์?
ผู้หญิงเขาก็ชอบบทบาทสมมติเหมือนกันนั่นแหละ...
ในเรื่องอย่างว่า จริงๆ แล้วชายหญิงก็ไม่ต่างกันหรอก
"ท่านนักพรตน้อยเพิ่งมาครั้งแรกใช่ไหมเจ้าคะ? ให้อิฉันแนะนำเด็ดๆ ให้ไหม?"
แม่เล้าที่ยังดูสวยสมวัยยิ้มยั่วยวน "แต่ถ้าท่านนักพรตน้อยชอบแบบมีประสบการณ์หน่อย... สนใจอิฉันไหมล่ะเจ้าคะ?"
เจียงหลินมุมปากกระตุก กัดฟันล้วงเศษเงินออกมาหนึ่งก้อน กล่าวว่า "หาที่เงียบๆ ให้ข้า ขอชาหนึ่งกา แค่นั้น"
"ได้เลยเจ้าค่ะ"
แม่เล้าไม่เซ้าซี้ รีบรับเงินมาอย่างไว
นางเดินนวดนาดพาเจียงหลินไปที่มุมหนึ่ง รินชาให้ถ้วยหนึ่ง แล้วหัวเราะคิกคัก
"อีกเดี๋ยวพวกสาวๆ ก็จะออกมาแล้ว ถ้าท่านนักพรตน้อยถูกใจคนไหน ก็กวักมือเรียกได้เลยนะเจ้าคะ"
"ด้วยหน้าตาหล่อเหลาของท่านนักพรตน้อย ต่อให้ต้องแถมเงิน สาวๆ ก็น่าจะเต็มใจเจ้าค่ะ"
"คิกคิกคิกคิก~~"
[จบแล้ว]